- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 525 : งานเลี้ยงฉลองทั่วทั้งฐาน 3
ตอนที่ 525 : งานเลี้ยงฉลองทั่วทั้งฐาน 3
ตอนที่ 525 : งานเลี้ยงฉลองทั่วทั้งฐาน 3
ตอนที่ 525 : งานเลี้ยงฉลองทั่วทั้งฐาน 3
เวลา 1 ทุ่มตรง
คืนนี้ฐานไม่ได้แจกอาหารให้ทุกคนนำกลับไปกิน
แต่ทุกคนกลับไม่บ่นเลยแม้แต่น้อย
เพราะทุกคนรู้ดีว่าตอนนี้โรงอาหารของฐานกำลังเตรียมของเด็ดสำหรับวันนี้อยู่!
และคืนนี้ก็จะเป็นงานเลี้ยงฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่ทุกคนจะได้กินอิ่มกันถ้วนหน้า!
หลังจากฐานประกาศข่าวนี้เมื่อประมาณ 5 โมงครึ่ง ทุกคนต่างก็ได้ยินและเริ่มตั้งตารอคอย
ผู้จัดการฐานก็ได้ประกาศข่าวในภายหลังว่างานเลี้ยงอาหารค่ำของวันนี้จะเริ่มอย่างเป็นทางการตอนเวลา 1 ทุ่มครึ่งของคืนนี้
ดังนั้นจึงไม่มีใครรีบร้อนหรือเร่งเร้า พวกเขาต่างรอคอยกันอยู่เฉยๆ พอถึงเวลาพวกเขาก็จะไปนั่งตามสถานที่ที่ถูกจัดไว้ให้
ภายใน 2 ชั่วโมง สถานที่ต่างๆ ในฐานทั้งหมดก็ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเป็นพื้นที่จัดเลี้ยงอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องหรูหรามาก แต่ขอแค่มีเครื่องปรับอากาศ มีที่นั่ง มีภาชนะ มันก็ถือเป็นสถานที่สำหรับรับประทานอาหารชั้นดีได้แล้ว
ในห้องหนึ่งในอาคารในฐานย่อย ในนั้นมีคนนั่งอยู่ 30 กว่าคน โดยแบ่งออกเป็น 3 โต๊ะ ข้างในก็มีการเปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ 25-26 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่สบายที่สุด
“อาจิน! คืนนี้เธอจะได้เห็นพี่ฉงคนนี้โชว์ฝีมือแล้ว! คืนนี้ฉันจะต้องกินข้าวสวย 10 ชามให้ได้! ใครก็อย่ามาห้ามฉัน!”
ในโต๊ะหนึ่ง เสี่ยวฉงประกาศอย่างยโสว่าคืนนี้เขาจะกินข้าวให้ฐานลวี่หยวนล้มละลาย
ซึ่งนี่ก็เป็นคำพูดติดตลกของคนจำนวนมาก
สำหรับพวกเขาที่ไม่รู้ว่าไม่ได้กินอิ่มมานานแค่ไหนแล้ว คืนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าตั้งตารอคอยอย่างมาก!
และในที่สุดพวกเขาก็จะสามารถปล่อยท้องและกินกันให้ตายกันไปข้างหนึ่งได้แล้ว!
ผู้ชายหลายคนต่างก็ปลดเข็มขัดที่รัดเอวเล็กๆ ของตัวเองออกอย่างเงียบๆ คืนนี้พวกเขาจะปล่อยท้องให้เต็มที่และเติมเต็มกระเพาะที่หิวโหยมานานให้ถึงขีดสุด!
“ชิ! อย่ากินจนตายแล้วลำบากให้พวกเราต้องมาเผากระดาษเงินกระดาษทองให้นายเลย!”
วันนี้อาจินเธอแต่งตัวเล็กน้อย แต่เธอกลับดูสวยทันสมัยเหมือนกับสาวๆ ในยุคที่โลกสงบสุข ทำให้คนรอบข้างอดไม่ได้ที่จะมองดูเธออีกหลายครั้ง
เดิมทีเธอก็อายุเพียง 23-24 ปี เรียกได้ว่ากำลังอยู่ในวัยที่เบ่งบาน เพียงแต่วันสิ้นโลกได้พรากความสดใสของวัยสาวของเธอไป แต่หลังจากเข้ามาในฐานลวี่หยวน เธอก็ค่อยๆ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ในห้องนี้ ทุกคนต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนานว่าคืนนี้จะมีกับข้าวอะไรบ้าง ความสุขก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าของทุกคน
“พี่เซียว สุดยอดไปเลย! คืนนี้พวกเราจะได้กินของอร่อยกันแล้ว!”
เกอหลินและเซียวหมิงทั้งสองคนก็อยู่ที่นี่ด้วย พวกเขามองดูอาจินและเสี่ยวฉงที่อยู่โต๊ะข้างๆ และกำลังหยอกล้อกันด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี
พวกเขาเพิ่งจะเข้ามาในฐานย่อยได้ไม่กี่วัน แต่ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับอาหาร 3 อย่างและข้าวสวยไม่อั้นของที่นี่ได้แล้ว นี่ถือเป็นเรื่องที่น่าฉลองอย่างยิ่งจริงๆ
ใครบ้างไม่อยากกินอิ่ม
ในวันสิ้นโลกแบบนี้โอกาสที่จะได้กินอิ่มนั้นมีน้อยมากจริงๆ
“ตั้งใจทำงานกันเถอะ! ฉันเองก็อยากจะเข้าร่วมทีมสนับสนุนภายนอกให้ได้เร็วที่สุด ได้ยินมาว่าสวัสดิการของทีมสนับสนุนภายนอกดีกว่างานอื่นๆ มาก! แค่ได้ยินก็น้ำลายไหลแล้ว จุ๊ๆ!”
เซียวหมิงส่ายหน้าแล้วพูดอย่างชื่นชม
ถ้าเขามาที่ฐานลวี่หยวนเร็วกว่านี้มันก็คงจะดี เพราะนั่นอาจจะทำให้เขาได้เป็นสมาชิกทีมสนับสนุนภายนอกที่น่าภาคภูมิใจไปแล้ว
แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ถือว่าสาย
ขอแค่เขายังพยายามต่อไป การได้รับสิทธิ์เข้าร่วมทีมสนับสนุนภายนอกสำหรับเขาก็ไม่น่าจะยาก
อนาคตยังมีความหวังอยู่
โรงอาหารของฐานหลัก
ในช่วงเวลาแบบนี้ที่นี่ย่อมเป็นสถานที่ที่ยุ่งที่สุดของฐานแบบที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้
เนื่องจากฉินจิ้นประกาศออกมาอย่างกะทันหัน อาหารที่พวกเขาทำไว้ในวันนี้จึงไม่เพียงพอสำหรับงานเลี้ยงที่ใหญ่ขนาดนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเร่งทำกับข้าวเพิ่มอีกหลายอย่าง
ในห้องเย็นของฐาน ก็ยังมีเนื้อแช่แข็งที่ฉินจิ้นเก็บไว้อีกไม่น้อย ดังนั้นคืนนี้พวกเขาจึงต้องนำพวกมันออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อส่งให้ห้องครัวนำไปปรุงอาหาร
ยังมีสวนผักของฐาน ผักหลากหลายชนิดในนั้นก็ถูกเก็บเกี่ยวขึ้นมาเพื่อนำไปผัด
และยังมีน้ำซุป สิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนอะไรมาก ขอแค่มีวัตถุดิบมีเกลือก็สามารถต้มน้ำซุปข้าวหม้อใหญ่ได้แล้ว
อะไรก็ตามที่เป็นอาหารได้ย่อมไม่มีใครรังเกียจ
แม้แต่น้ำซุปใสๆ ที่เมื่อก่อนถูกเรียกว่าน้ำล้างหม้อ ในวันสิ้นโลกมันก็ยังเป็นของอร่อยที่ผู้รอดชีวิตต่างปรารถนา
“ทุกคนเร่งมือหน่อย! อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะเริ่มงานเลี้ยงแล้ว! อย่าให้ทุกคนรอนาน! อย่าลืมผัดให้มีรสชาติด้วย แล้วก็อย่าเร่งงานจนไม่สนใจคุณภาพ! ต้องทำทั้งสองอย่างให้ดี!”
เชฟใหญ่ที่ถูกรับเข้ามาก่อนหน้านี้ก็สวมหน้ากากอนามัยแล้วตะโกนเสียงดัง
เขาเป็นคนที่มีฝีมือทำอาหารดีที่สุดในฐาน ซึ่งโดยปกติแล้วเขาจะรับผิดชอบการทำอาหารของฐานหลักและเป็นมือขวาอันดับหนึ่งของแม่ของฉินจิ้น
และลูกทีมที่เขาฝึกมาด้วยตัวเองก็ย่อมมีฝีมือที่ไม่ธรรมดา ไม่มีใครกล้าทำกับข้าวเล่นๆ เพราะพวกเขาจะต้องดึงรสชาติที่ดีที่สุดออกมาให้ได้เพื่อเป็นการให้เกียรติกับอาหารมากที่สุด
“ส่วนที่ทำเสร็จแล้วก็ยกออกไปเตรียมไว้ได้เลย ตอนนี้ขาดอีกแค่อย่างเดียวก็จะเสร็จหมดแล้ว ส่วนของเขตที่พักอาศัยขนาดใหญ่กับเล็กให้ยกออกไปก่อนได้เลย คนที่ว่างให้มาช่วยกันจัดส่วนของฐานย่อยกับฐานหลักได้เลย!”
แม่ของฉินจิ้นก็ยุ่งจนเหงื่อท่วม แต่ก็ไม่มีใครบ่นออกมาเลยแม้แต่น้อย
เพราะการที่ฐานสามารถจัดงานรื่นเริงแบบนี้ได้ เธอเองก็รู้สึกดีใจมาก
ยังไงซะมันก็เป็นฐานที่ลูกชายของเธอสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง ดังนั้นการที่ให้ลูกน้องที่ทำงานมาอย่างหนักเพื่อลูกชายของเธอได้กินของดีๆ มันก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
....
เวลา 1 ทุ่มครึ่ง
เขตที่พักอาศัยขนาดเล็กหมายเลข 7
ภรรยาและลูกชายของพานเหว่ย เสี่ยวอันก็กำลังเข้าแถวด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง
วันนี้มีข่าวดีมาจากฐานหลักว่าทุกคนจะได้กินอาหารจนอิ่มกันถ้วนหน้า!
ซึ่งนั่นรวมถึงพวกเขาที่เป็นผู้หญิงและเด็กที่เพิ่งเข้ามาใหม่ได้ไม่นานด้วย
“แม่ครับ แม่ครับ เดี๋ยวพวกเราจะได้กินอิ่มกันจริงๆ เหรอครับ?”
เสี่ยวอันที่อายุแค่ 10 ขวบ เขาใช้เสียงที่ยังเยาว์วัยถามแม่ของตัวเองไม่หยุด
เขาท้องร้องจ๊อกๆ ออกมา ปกติแล้วเขาจะได้กินแค่ผักป่าและเปลือกไม้ที่ขุดมาได้เท่านั้นและจะมีก็แค่นานๆ ครั้งที่แม่ของเขาจะยอมเอาธัญพืชที่แลกมาจากฐานมาให้เขาได้กินนิดหน่อย
ด้วยวัยที่ไม่มากของเขา เขาก็แทบจำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกอิ่มท้องนั้นเป็นอย่างไร
มันก็คงจะเกือบปีมาแล้ว
วันนี้พอได้ยินว่าจะได้กินอิ่ม เขาก็รู้สึกเหมือนมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น
“เสี่ยวอัน ต้องจริงสิ! เดี๋ยวพวกเราก็จะได้ข้าวสองชามใหญ่เลยนะ! กินอิ่มแน่นอน!”
หญิงสาวลูบหัวลูกชายด้วยความรักใคร่ ความดีใจบนใบหน้าของเธอย่อมไม่ต้องปิดบัง เพราะที่นี่ทั้งปลอดภัยและมีระเบียบมาก แถมทุกคนยังได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกันด้วย
ในเขตที่พักอาศัยขนาดเล็ก ก็มีเจ้าหน้าที่ถือไฟฉายคอยแจกจ่ายกับข้าวและข้าวที่เพิ่งจะส่งมาจากฐานหลักให้กับคนที่รอเข้าแถวอยู่
ตอนแจกก็มีการใช้ตาชั่งอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ไม่มีเหตุการณ์อย่างบางคนได้มากบางคนได้น้อย พูดได้ว่าทุกคนได้อย่างเท่าเทียมกันจริงๆ
ไม่นาน
ในที่สุดเสี่ยวอันและแม่ของเขาก็ได้รับอาหาร
แม่ของเสี่ยวอันถือชามสองใบที่เดิมทีสกปรก แต่เมื่อครู่พวกเขาเพิ่งจะใช้แขนเสื้อเช็ดจนสะอาดแล้วยื่นออกไปรับข้าวสวยสองทัพพีใหญ่ แถมยังราดด้วยผัดผักอีกหนึ่งทัพพีใหญ่ด้วย!
เธอรับอาหารค่ำที่หนักอึ้งสองชามนี้มาแล้วน้ำตาของเธอก็เริ่มไหลออกมาจากดวงตาก่อนจะอาบแก้มของเธอ
นี่คือน้ำหนักของชีวิต!
เมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำหนักในมือ เธอก็รู้ได้ทันทีว่าในนี้มีข้าวเท่ากับข้าว 3 ชามของครอบครัวเธอในช่วงก่อนวันสิ้นโลก!
มันไม่น้อยเลยหรืออาจจะมากกว่าที่เธอจินตนาการไว้เสียอีก!
“เสี่ยวอัน คืนนี้ลูกต้องกินเยอะๆ นะ! กินให้อิ่มนะ!”
เธอพูดด้วยเสียงสะอื้น แล้วกอดลูกชายของเธอไว้แน่น