- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 520 : อนุมัติ
ตอนที่ 520 : อนุมัติ
ตอนที่ 520 : อนุมัติ
ตอนที่ 520 : อนุมัติ
ฐานน้ำมัน
ภายในอาคารหลังหนึ่ง
มีกลุ่มคนกำลังเดินเล่นอยู่ข้างใน โดยมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินนำหน้าคอยกวาดตามองไปรอบๆ
พวกเขาก็คือฉินจิ้น หวังปินและจางเถียนไค่ที่กำลังเดินชมฐานน้ำมัน
หลังจากคุยกันในห้องประชุมเสร็จ ฉินจิ้นก็อยากจะเดินดูภายในฐาน ซึ่งแน่นอนว่าอีกฝ่ายก็ย่อมไม่กล้าปฏิเสธ
หลังจากนั้น พวกเขาก็เริ่มเดินเที่ยวชมที่นี่
“ที่นี่คือเขตแยกส่วนของเรา น้ำมันดิบที่เพิ่งสูบขึ้นมาต้องผ่านการกลั่นและการแยกส่วน รวมถึงต้องผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอนถึงจะได้น้ำมันรถยนต์และอากาศยานที่เราต้องการครับ แต่ละขั้นตอนก็จะมีกระบวนการที่แตกต่างกันไปและต้องใช้ประสบการณ์รวมถึงเทคนิคพอสมควรถึงจะทำได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมในช่วงแรกอัตราการผลิตของเราจึงต่ำมาก”
“แต่หลังจากที่คนของเราคุ้นเคยแล้ว ความเร็วการผลิตก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนตอนนี้ก็เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10 ตันต่อวันครับ”
“และเมื่อช่วงก่อนหน้านี้พวกเราก็ได้แลกเปลี่ยนเอาคนงานเก่าของโรงกลั่นน้ำมันแห่งนี้จากศูนย์พักพิงเมืองจูไห่เข้ามาหลายคน คนเหล่านี้เคยทำงานที่นี่มาก่อนพวกเขาจึงคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี! และโชคดีมากที่เราดึงตัวพวกเขาเข้ามาได้ เพราะนั่นทำให้กระบวนการผลิตของเราราบรื่นขึ้นกว่าเดิมมาก”
“จนตอนนี้อัตราการผลิตของพวกเราก็ได้เพิ่มขึ้นเป็น 20 ตันต่อวันแล้วครับ! และมีความเป็นไปได้ว่ามันจะเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้อีกมาก!”
หวังปินแนะนำอุปกรณ์การผลิตไปพลางและจู่ๆ เขาก็พูดถึงบุคลากรโรงกลั่นน้ำมันที่เขาดึงตัวเข้ามาจากศูนย์พักพิงเมืองจูไห่
นี่ก็เป็นเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในแผนการมาก่อนเช่นกัน
ในตอนนั้นเขาเพียงแค่รู้สึกว่าการไล่ศูนย์พักพิงเมืองจูไห่ที่พยายามจะประจบประแจงเขาไปนั้นมันน่าเสียดาย เขาจึงได้เสนอวิธีการใช้น้ำมันกับอาหารมาแลกเปลี่ยนกับคนแทน
และผลก็คือเขาได้ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาจริงๆ
และนั่นก็ทำให้อัตราการผลิตน้ำมันของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
และนี่ก็คือเหตุผลที่ในภายหลังฐานลวี่หยวนตกลงที่จะมอบโควตาการขายน้ำมันบางส่วนให้กับศูนย์พักพิงเมืองจูไห่
เพราะมันถือเป็นการตอบแทนที่พวกเขายินดีที่จะส่งมอบคนเหล่านี้มาให้
บางทีศูนย์พักพิงเมืองจูไห่อาจจะไม่คาดคิดเลยว่าการกระทำของพวกเขาในครั้งนี้จะได้รับความโปรดปรานจากฐานลวี่หยวนและพวกเขาก็จะได้อาศัยการค้าน้ำมันเป็นไพ่เด็ดในการพัฒนาฐานของพวกเขาต่อไป
หลังจากดูส่วนการผลิตเสร็จ หวังปินก็พาฉินจิ้นไปยังส่วนที่พัก
“ท่านประธานครับ ที่นี่คือหอพักของพวกเรา”
“บุคลากรหลักจะได้รับห้องเดี่ยว ส่วนบุคลากรระดับ 3 จากฐานย่อยก็จะได้รับห้องคู่หรือห้องสำหรับ 4 คน ส่วนบุคลากรระดับ 2 ที่เหลือจะต้องอยู่รวมกันในห้อง 8 คนครับ”
“ข้อดีเพียงอย่างเดียวคือที่นี่ก็คือพวกเรามีเครื่องปรับอากาศให้กับทุกห้องครับ”
ที่ฐานน้ำมันมีพลังงานให้ใช้อย่างเหลือเฟือ ดังนั้นฉินจิ้นจึงอนุญาตให้พวกเขามีสวัสดิการเครื่องปรับอากาศสำหรับทุกคน
และอย่าลืมว่างานของที่นี่ก็ไม่ง่ายๆ เพราะหากพวกเขาไม่มีสมาธิในการทำงานแล้วเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมามันก็อาจจะเป็นอุบัติเหตุขนาดใหญ่ได้ในทันที
เรียกได้ว่าอาจจะไม่ต้องมีพิธีเผาศพกันอีกเลย
ฉินจิ้นพยักหน้าไปพลางมองไป เขาเองก็ค่อนข้างพอใจกับการจัดแจงของหวังปินและคนอื่นๆ
สภาพการเป็นอยู่ของที่นี่ดีจริงๆ แม้จะยังไม่ดีเท่าที่ฐานหลักก็ตาม
อาหารโดยปกติแล้วก็ยังต้องพึ่งพาจากฐานหลัก แถมข้างนอกก็ยังมีหมาป่ามากมายจ้องมองพวกเขาอยู่และที่นี่ก็ยังไม่มีเขตกันชนอย่างในเขตลวี่หยวน แถมกำแพงของที่นี่ก็สูงแค่ครึ่งหนึ่งของฐานหลักเท่านั้น ดังนั้นในเวลาคืนตอนที่นอนหลับก็เลยไม่มีความรู้สึกปลอดภัยเหมือนกับตอนที่อยู่ในเมืองเหมินถัง
ก็คงได้แต่บอกว่าที่นี่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
หลังจากดูสภาพความเป็นอยู่เสร็จ จางเถียนไค่ก็นำพวกเขาไปดูการจัดวางแนวป้องกันของทั้งฐานน้ำมัน
ที่นี่ก็เหมือนกับฐานหลัก คือมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้มากมายทั้งนอกกำแพงและภายในฐาน
และยังมีห้องควบคุมแบบง่ายๆ ที่มีคนคอยตรวจสอบสถานการณ์ของทั้งฐานน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง
ซึ่งโดยปกติแล้วมันแทบไม่มีทางเลยที่จะมีคนแอบเข้ามาที่นี่ได้โดยไม่ถูกพบเห็น
เมื่อเห็นปืนกลหนักหลายกระบอกที่ขนส่งมาจากฐานหลักบนกำแพง รวมถึงปืนครกที่ถูกซ่อนไว้และพร้อมใช้งานได้ทุกเมื่อ การป้องกันโดยรวมก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว
ฉินจิ้นเองก็ค่อนข้างพอใจ
“อย่าให้ความสนใจแต่กับข้างนอกอย่างเดียว บางครั้งก็ต้องใส่ใจกับภายในฐานด้วย บางครั้งปัญหามันก็อาจจะเริ่มปะทุขึ้นมาจากข้างใน อย่าลืมเหตุการณ์ที่ฐานลวี่หยวนของพวกเราถูกโจมตีเมื่อครั้งก่อนไปล่ะ”
ฉินจิ้นจู่ๆ ก็พูดเตือนสติจางเถียนไค่
แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็รีบรับคำและจดจำไว้
การตรวจสอบฐานน้ำมันก็ไม่พบปัญหาอะไร คนที่ถูกจัดให้มาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้มีท่าทีคิดไม่ซื่อ แถมฉินจิ้นก็ยังได้ตักเตือนคนที่อยู่ที่นี่ไปบ้างไม่มากก็น้อยแล้ว ดังนั้นจุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้ของฉินจิ้นก็ถือว่าบรรลุแล้ว
ในเมื่อไม่มีปัญหาอะไร เขาเองก็เตรียมตัวที่จะกลับแล้ว
วันนี้เขาจะต้องเดินทางกลับไปให้ถึงฐานหลักไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
เมื่อได้ยินว่าฉินจิ้นไม่คิดจะอยู่ต่อและเตรียมจะเดินทางกลับแล้ว หวังปินกับจางเถียนไค่จู่ๆ ก็ทำท่าทีอ้ำอึ้งออกมา
สุดท้ายก็เป็นจางเถียนไค่ที่เดินมาอยู่ต่อหน้าฉินจิ้นแล้วพูดว่า
“ท่านประธานครับ พวกเรามีเรื่องอยากจะขอให้ท่านประธานตัดสินใจครับ ไม่ทราบว่าสะดวกไหมครับ”
โอ้?
ฉินจิ้นเริ่มสงสัย
เขาส่งสัญญาณให้พวกเขาพูดต่อทันที
“เป็นอย่างนี้ครับ ที่นี่เรามีเด็กอยู่กลุ่มหนึ่ง ตอนนี้มีทั้งหมดประมาณแปดเก้าคนครับ ผมอยากจะให้พวกเขาได้ไปเรียนหนังสือที่ฐานหลักครับ”
หืม!?
เด็กๆ?
“พวกเราได้ยินจากบุคลากรที่เพิ่งมาถึงว่า ตอนนี้ฐานหลักได้เปิดโรงเรียนลวี่หยวนแล้ว พวกเด็กๆ ที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ก็มาอยู่ที่นี่ด้วยเหตุผลต่างๆ บางคนก็เป็นลูกของช่างเทคนิคของเรา บางคนก็เป็นเด็กที่ถูกจับเข้ามาในช่วงแรกๆ ที่พวกเราเข้ามายึดที่นี่”
“ผมกับหวังปินต่างก็คิดว่าพวกเขาควรจะได้ไปอยู่ที่โรงเรียนลวี่หยวนครับ”
สิ่งที่จางเถียนไค่ไม่ได้พูดอย่างละเอียดก็คือ ความจริงแล้วนี่ก็เป็นความต้องการของบุคลากรในฐานน้ำมันบางส่วนที่มีลูกเช่นกัน
เมื่อเทียบกับการต้องอยู่ที่นี่ที่มักจะต้องถูกสอดส่องจากภายนอกอยู่บ่อยครั้ง แถมพวกเขายังได้ยินข่าวลือเรื่องความปลอดภัยของฐานหลักอยู่เสมอ บุคลากรที่มีลูกหลายคนจึงอยากจะส่งลูกไปอยู่ที่นั่น
เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าที่เมืองจูไห่แห่งนี้ มันอาจจะเกิดสงครามขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้
เมื่อน้ำมันข้างนอกเหลือน้อยลงเรื่อยๆ การที่พวกเขามีแหล่งน้ำมันที่แทบจะไม่มีวันหมดอยู่ที่นี่ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกกองกำลังของผู้รอดชีวิตบางแห่งประกาศสงครามใส่ได้
แม้ทุกคนจะคิดว่าในท้ายที่สุดฐานน้ำมันก็จะสามารถเอาชนะสงครามนั้นได้ แต่หากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมาระหว่างการปะทะ พวกเขาก็คงได้แต่ร้องไห้แล้ว
ดังนั้นในใจของคนส่วนใหญ่ในฐานน้ำมัน ฐานลวี่หยวนจึงเป็นสัญลักษณ์ของความไร้เทียมทาน
ที่นั่นมีกำแพงที่สูงตระหง่าน มีเขตที่พักอาศัยขนาดใหญ่และเล็กที่ล้อมรอบฐานหลักเป็นชั้นๆ และยังมีโครงการก่อสร้างแนวป้องกันที่ยิ่งใหญ่และน่าทึ่งที่กำลังก่อสร้างอยู่อีก!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าที่ฐานหลักยังมีรถถัง รถหุ้มเกราะ ปืนใหญ่ เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ เรือเหาะและอาวุธที่น่าทึ่งอื่นๆ อีกมากมาย!
แถมข่าวที่ว่าฐานลวี่หยวนได้ทำลายแก๊งเถียนหงในเมืองเซินเจิ้นและล่าสุดก็คือฐานเมืองกว่างโจวใหม่ก็ได้แพร่กระจายออกมาแล้ว!
แม้จะอยู่ห่างออกมาเป็นร้อยกิโลเมตร แต่ที่นี่ก็ยังคงได้ยินถึงชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ที่ฐานลวี่หยวนสร้างขึ้น!
ดังนั้น
ฐานหลักจะยังมีความเสี่ยงอยู่ได้อย่างไร!?
ที่นั่นแทบจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก! (โดยที่ทุกคนไม่รู้เลยว่าในฐานหลักมีหญิงสาวที่ชื่อหลินรุนเว่ยซึ่งสามารถเรียกคลื่นซอมบี้มาได้ตลอดเวลา)
เมื่อเทียบกับการให้ลูกต้องอยู่ข้างกายโดยไม่รู้ว่าจะเกิดอันตรายขึ้นเมื่อไหร่ การส่งพวกเขาไปเรียนหนังสือที่ฐานหลักย่อมดีกว่าไม่ใช่หรือ?
แม้นี่จะเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่ผู้ปกครองเหล่านี้ก็ยังคงตัดสินใจที่จะทำเช่นนั้น
เมื่อได้ยินคำขอของจางเถียนไค่ ฉินจิ้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
แต่เขาก็รีบตั้งสติได้ในที่สุด มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้น เขาตบไหล่ของจางเถียนไค่แล้วพูดว่า
“นึกว่านายจะขออะไรซะอีก ที่แท้ก็เป็นเรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง”
“ฉันอนุมัติ”