- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 505 : ค่ำคืนฤดูร้อน
ตอนที่ 505 : ค่ำคืนฤดูร้อน
ตอนที่ 505 : ค่ำคืนฤดูร้อน
ตอนที่ 505 : ค่ำคืนฤดูร้อน
“ตั้งใจเข้าเวรหน่อย! อย่ามัวแต่คุยกัน”
ขณะที่คนของฐานหงอวิ๋นสองคนกำลังคุยโม้โอ้อวดกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านหลัง
เป็นสงเซิน!
“ขอโทษครับรองผู้นำ! พวกเราจะไปเดินตรวจตราบนกำแพงเดี๋ยวนี้ครับ!”
ทั้งสองคนสะดุ้งโหยง ก่อนจะทักทายสงเซินแล้วรีบแยกย้ายกันวิ่งไปตรวจตราบนกำแพงฐานอย่างรู้งาน
พอโดนจับได้ว่าแอบอู้งาน ก็ต้องรีบชิ่งสิครับ!
สงเซินส่ายหัวอย่างจนใจ แต่ก็ไม่ได้ตามไปเอาเรื่องหรือลงโทษพวกเขา
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำ แต่การจะทำถึงขั้นนั้นมันยากเกินไป
เขาไม่ได้มีบารมีที่สะสมมาแต่ต้น ไม่ได้มีอำนาจข่มขวัญที่เพียงพอ ต่อให้เขาเป็นรองผู้นำก็ใช่ว่าเขาจะสั่งการลูกน้องทุกคนได้ง่ายๆ
เขาไม่ได้ให้พวกเขากินอิ่ม ไม่ได้ให้อาวุธที่ทรงพลังและไม่ได้กุมจุดตายของอีกฝ่ายไว้?
แล้วเขาจะให้คนอื่นยอมถวายชีวิตทำงานให้ได้ยังไง?
มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ใครๆ ก็มีความขี้เกียจกันทั้งนั้น
ก็เหมือนบริษัทที่อ้างวัฒนธรรมองค์กรในอดีต มีแค่บริษัทหัวแถวไม่กี่แห่งเท่านั้นที่จะยอมจ่ายเงินเดือนมากพอจนทำให้พนักงานยอมทุ่มสุดตัว ส่วนบริษัทเล็กๆ ที่ให้พนักงานกินหญ้าส่วนใหญ่ก็จะค่อยๆ ล้มหายตายจากกันไป
ไม่ให้กินเนื้อแต่จะให้วิ่ง ถ้าช่วงสั้นๆ ก็พอไหว แต่ถ้านานไปก็ต้องมีการต่อต้านแน่
สถานการณ์ของฐานหงอวิ๋นก็เป็นแบบนี้
สงเซินดุลูกน้องทั้งสองคนและให้พวกเขาไปทำงานต่อ ส่วนตัวเขาเองก็พาสงหลินลูกชายขึ้นไปบนกำแพงฐาน
เขามองความมืดมิดภายนอกยามค่ำคืน ความสับสนในใจก็ผุดขึ้นมาไม่หยุด
“สงหลิน จำไว้นะ ที่นี่คือบ้านของเรา ลูกต้องโตไวๆ ต่อไปจะได้ปกป้องพวกเราทุกคน”
เขาขยี้หัวเจ้าตัวเล็กข้างๆ แต่ปากกลับพูดสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับหัวใจของเขา
เขาในตอนนี้แม้จะดูเหมือนกำลังสอนลูก
แต่ในความเป็นจริงเขาเองก็กำลังดูดซับพลังในการมีชีวิตอยู่ต่อไปจากลูกเช่นกัน
ยังไงพวกเขาก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันไป
สงหลินไม่โกรธที่พ่อขยี้ผมของเขาจนยุ่งเหยิง เขามองความมืดภายนอกเหมือนกัน ในนั้นมีสัตว์ประหลาดกินคนกำลังซ่อนตัวอยู่
เมื่อเผชิญหน้ากับซอมบี้ที่อยู่ข้างล่าง เขาเองก็เริ่มที่จะคุ้นเคยกับความกลัวนี้แล้ว
ตั้งแต่ปีที่แล้วเขาก็ได้เห็นสัตว์ประหลาดพวกนั้นบุกฐานของตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว สงเซินผู้เป็นพ่อก็ไม่เคยปรานี เขาให้ลูกชายที่ยังอายุน้อยได้เผชิญหน้ากับความโหดร้ายนี้โดยตรง
“พ่อ! วางใจเถอะ พอผมโตขึ้นผมจะปกป้องทุกคนเอง ผมจะทำให้ทุกคนได้กินอิ่ม!”
สงหลินพยักหน้าอย่างหนักแน่น ปากก็พูดคำพูดที่ฟังดูเกินวัย
สงเซินหันไปมองลูกชายด้วยความปลื้มใจ เขารู้สึกว่าแรงกดดันบนบ่าของเขาเบาลงไปบ้าง
ช่วงนี้พี่หงที่เป็นผู้นำฐานก็ถูกเชิญไปที่ฐานลวี่หยวน ฐานหงอวิ๋นก็ต้องพึ่งพาเขาที่เป็นรองผู้นำให้ประคองสถานการณ์ไปก่อน
การปลอบขวัญผู้คน การประสานงานกับฐานสาขาเมืองกว่างโจวและการที่ฐานต้องคอยออกไปหาเสบียงเพื่อความอยู่รอด รวมถึงรับมือกับแสงแดดที่ผิดปกติในวันนี้
สถานการณ์ทั้งหมดนี้ต้องให้เขาหาทางแก้ไข
เมื่อก่อนฐานมีพี่หงที่เป็นหญิงแกร่งคอยค้ำจุน เขาจึงสามารถโฟกัสเรื่องการหาเสบียงและการป้องกันได้อย่างสบายใจ
แต่ไม่กี่วันมานี้มันกลับต่างออกไป เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา
โดยเฉพาะความผิดปกติในวันนี้ ทำให้ทุกคนในฐานตระหนักได้ว่า ภัยพิบัติที่ไม่รู้ว่าจะยาวนานแค่ไหนได้มาถึงแล้ว
ตอนนี้แหล่งน้ำข้างนอกก็หายากมาก
จุดตักน้ำรอบๆ พวกเขาเกือบทั้งหมดก็ใช้การไม่ได้แล้ว
แหล่งน้ำที่เหลือเพียงไม่กี่แห่งก็มีซอมบี้นับไม่ถ้วนลงไปแช่จนยึดครองและใช้งานไม่ได้เลย
ตอนนี้รอบๆ แทบจะไม่เห็นแม้แต่บ่อปลาใหญ่ๆ สักบ่อและบ่อน้ำเก่าๆ ก็แห้งไปหมดแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และแสงแดดที่ทำร้ายคน
ฐานหงอวิ๋นย่อมมีการกักตุนน้ำไว้พอสมควร วันนี้เขาเองก็ได้เรียกประชุมแกนนำในฐาน เพื่อออกคำสั่งห้ามทุกคนใช้น้ำอย่างสิ้นเปลืองและให้เน้นเก็บน้ำไว้ดื่มเป็นหลัก
ภัยแล้งมาเยือนไม่น่ากลัว
แต่ที่น่ากลัวคือไม่รู้ว่าภัยพิบัตินี้จะอยู่นานแค่ไหน
ถ้าอยู่แค่อาทิตย์สองอาทิตย์ ก็ไม่มีปัญหา เสบียงและน้ำที่ตุนไว้ย่อมเพียงพอ
แต่ถ้าอยู่เป็นเดือนล่ะ?
นั่นแหละปัญหาใหญ่ ที่นี่มีคนสองสามร้อยคน ทรัพยากรที่ใช้ในแต่ละวันก็ไม่ใช่น้อยๆ ถ้าออกไปไหนไม่ได้ เดือนหน้าพวกเขาคงขาดน้ำขาดอาหารตายแน่!
“เฮ้อ หวังว่าภัยแล้งครั้งนี้จะไม่อยู่นานนะ อีกเดี๋ยวก็จะเข้าเดือนสิงหาคมแล้ว ใกล้จะเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ฝนก็รีบๆ ตกลงมาให้มนุษย์ได้หายใจหายคอบ้างเถอะ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้แล้วว่าจะต้องมีคนตายไปอีกเท่าไหร่”
เขาคิดอย่างกังวล
ช่วงนี้ฐานหงอวิ๋นไม่ใช่ไม่เคยคิดจะขุดบ่อน้ำบาดาล
แต่ผลลัพธ์ก็น่าผิดหวัง พวกเขาใช้อุปกรณ์ขุดเจาะทั้งในฐาน และข้างนอกหลายแห่ง ต่อให้เจาะลึกลงไปเกิน 50 เมตรก็ยังไม่เจอน้ำบาดาล!
แถมพวกเขายังได้ยินมาว่ามีกองกำลังอื่นที่ลองเจาะไปร้อยกว่าเมตรแต่ก็ไม่เห็นน้ำสักหยด!
นี่มันผิดปกติมาก!
พวกเขาไม่รู้ว่านี่เป็นเพราะสนามแม่เหล็กโลกหรือเพราะแผ่นเปลือกโลกหลายแห่งเกิดความผิดปกติ น้ำบาดาลจึงได้หายไป
สถานการณ์แบบในอดีตที่แค่เจาะมั่วๆ ก็เจอน้ำนั้นไม่มีอีกแล้ว
ถ้าอยากจะขุดบ่อน้ำบาดาล ก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบและคำนวณให้ถึงจะมีโอกาสเจอ
สงเซินมองท้องฟ้ายามค่ำคืน ช่วงนี้อากาศดีเกินไป เมฆก็แทบไม่มี ท้องฟ้าตอนกลางคืนเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ ทำให้ผู้รอดชีวิตได้ชื่นชมความงามที่หาดูไม่ได้ในอดีต
แต่เขาขึ้นมาบนกำแพงไม่ใช่แค่เพื่อมาดูดาว แต่ขึ้นมาเพื่อตากลมและเฝ้ายามไปด้วย...
เพราะในฐานนั้นมันร้อนเกินไป...
แม้จะมีกำแพงที่ให้ความปลอดภัย แต่ขณะเดียวกันมันก็กันลมไม่ให้พัดผ่านเข้ามาด้วย
ทั้งกลางวันและกลางคืนจึงร้อนอบอ้าวผิดปกติ
เขาเลยพาลูกชายขึ้นมานั่งตากลม หายใจหายคอสักหน่อย
“โฮก!”
ในตอนนี้เองเสียงคำรามที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นนอกฐาน
เพื่อนเก่าของพวกเขามากันอีกแล้ว
“สงหลิน เดี๋ยวคอยดูพ่อแทงซอมบี้นะ พอโตขึ้นลูกก็ต้องหัดฆ่าซอมบี้ด้วยตัวเอง!”
สงเซินที่ได้ยินเสียงซอมบี้ก็ไม่ได้ร้อนรนอะไร เขาบอกลูกชายก่อน แล้วจึงเดินไปหยิบเหล็กแหลมที่ผูกเชือกไว้ ก่อนจะเล็งไปที่ซอมบี้ตัวหนึ่งใต้กำแพง
เขาแทงออกไปสุดแรง!
ฟิ้ว!
ฉึก!
เหล็กแหลมพุ่งด้วยแรงส่งและแรงโน้มถ่วงเข้าใส่หน้าของซอมบี้เพศชายผู้โชคร้าย ก่อนจะทะลุหัวของมันไปและทำให้มันตายคาที่
เขาออกแรงดึงเหล็กแหลมกลับมา สงเซินฆ่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญยามวิกาลต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย
นี่คือกิจวัตรประจำวันของพวกเขา
เพราะซอมบี้พวกนี้ต่อให้พวกเขาฆ่ามันไปมากเท่าไหร่ มันก็ไม่มีวันหมด
มณฑลหูหนาน
ชานเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งแถบชายแดนมณฑล
ภายในโรงเรียนสอนขับรถที่ดูเหมือนจะร้างไปแล้ว คืนนี้กลับมีรถจอดอยู่ยี่สิบสามสิบคัน!
พวกมันเป็นรถของทีมต่อสู้ที่ฐานลวี่หยวนส่งมาขนย้ายธัญพืชที่มณฑลหูหนาน!
พวกเขาวิ่งข้ามระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรในตอนกลางวัน จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจุดพักค้างแรมชั่วคราวที่กำหนดไว้ในตอนเย็น
หลังจากเคลียร์พื้นที่ วางแนวป้องกันและยืนยันความปลอดภัยแล้ว พวกเขาก็เริ่มพักผ่อนกันที่นี่
โรงเรียนสอนขับรถแห่งนี้ไม่ใหญ่นัก มีอาคารสามชั้นแค่หลังเดียว พอให้สมาชิกทีมต่อสู้ใช้พักค้างคืนได้แบบเบียดๆ เล็กน้อย
บนดาดฟ้า สมาชิกทีมสองสามคนก็กำลังนั่งยองๆ อยู่ขอบตึกและใช้กล้องมองกลางคืนเฝ้ายาม
ที่ชั้นสอง หม้อใบใหญ่สองใบก็เริ่มตั้งไฟ ต้มอาหารเย็นสำหรับวันนี้อยู่
พวกเขากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบง่ายๆ อีกหม้อก็ต้มน้ำพะโล้
ในหม้อพะโล้มีก้อนเนื้อ มันฝรั่ง แครอทและผักอื่นๆ ที่กำลังเดือดพล่าน พอสุกแล้ว พวกเขาก็ราดน้ำซุปและเครื่องปรุงที่หอมฉุยลงบนเส้นบะหมี่ จนกลายเป็นบะหมี่ราดหน้าที่น่ากินสุดๆ!
“หอมจังเลย~~~”
หลินเจียฝูประคองชามอาหารร้อนๆ ในมือ เธออดไม่ได้ที่จะส่งเสียงด้วยความประทับใจ!
เด็กสาวคนนี้!
เธอเองก็มาปรากฏตัวอยู่ในทีมสนับสนุนภายนอกของฐานลวี่หยวนด้วย!