- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 500 : แรงกดดันไม่มาก
ตอนที่ 500 : แรงกดดันไม่มาก
ตอนที่ 500 : แรงกดดันไม่มาก
ตอนที่ 500 : แรงกดดันไม่มาก
ยังไม่ทันสิบโมงเช้า
บุคลากรระดับ 1 ที่มาสร้างแนวป้องกันอยู่กลางแจ้งก็รู้สึกทรมานเป็นพิเศษ
“ซี้ด—— วันนี้เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!? ทำไมรู้สึกทรมานกว่าปกติ? แสบตาชะมัด”
ที่ไซต์ก่อสร้างแห่งหนึ่ง ชายวัยกลางคนหรี่ตาแล้วขยี้ตาด้วยความเจ็บปวด
เขารู้สึกตาแห้ง แสบจนน้ำตาไหล
วันนี้แดดดูเหมือนจะแรงกว่าปกติ?
“ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน นึกว่าเป็นคนเดียวซะอีก!”
“ฉันด้วย!”
ไม่นาน เพื่อนร่วมงานที่ได้ยินชายวัยกลางคนบ่นก็บ่นออกมาตาม
ทุกคนก็เห็นตาของคนอื่นแดงก่ำและมีน้ำตาไหล
ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มผุดขึ้นในใจของทุกคน
และยังไม่หมดแค่นั้น
“ซี้ด—— ให้ตายเถอะ! วันนี้แดดแรงชะมัด! ยื่นมือออกไปแป๊บเดียวก็แดงแล้ว!”
บางคนที่แขนโดนแดดก็ดูเหมือนจะรู้ตัว พวกเขาลูบแขนที่แดงเถือกทั้งที่เพิ่งจะโดนแดดได้ไม่นานแล้วบ่นอุบ
บางคนที่ไม่เชื่อก็ยื่นออกไปลอง แล้วก็รู้สึกแสบผิวทันที
“เชี่ย! จริงด้วย! วันนี้แดดแรงมาก!”
คนเริ่มรู้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
วันนี้ไม่ปกติ!
แดดในวันนี้ ดูเหมือนจะแรงกว่าปกติมาก
ผู้ดูแลที่ได้ยินเสียงโวยวายก็เดินมาดู พอรู้เรื่องก็รีบไปรายงานฐานทันที
สถานการณ์แบบนี้ต้องรายงานขึ้นไป เพราะชีวิตของสมาชิกภายนอกเหล่านี้ก็คือชีวิตที่มีค่าของฐาน
ที่อื่นในฐาน คนก็เริ่มรู้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าแดดในวันนี้รุนแรงกว่าปกติ
ข่าวนี้ก็ส่งถึงฝ่ายบริหารของฐานอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารของฐานก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือเรื่องใหญ่ พวกเขาไม่กล้าปิดบังและรีบรายงานผู้นำทันที
“หืม!?”
“พวกคุณบอกว่าแดดข้างนอกแรงกว่าปกติงั้นเหรอ?”
ฉินจิ้นที่ได้รับรายงานก็เดินออกจากห้องทำงานทันที เมื่อเช้าหลังจากที่เขาส่งทีมของหลี่ปั๋วเหวินออกไปเสร็จเขาก็กลับมาทำงานที่ห้องทำงานและไม่ได้สังเกตเรื่องแดดเท่าไหร่
พอเขายื่นแขนออกไปรับแดด ด้วยผิวหนังที่ไวต่อความรู้สึกและแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก ไม่นานเขาก็เริ่มรู้สึกชาๆ ยิบๆ!
มีปัญหาจริง!
“รีบให้คนไปอ่านเครื่องวัดสภาพแวดล้อมเดี๋ยวนี้! แล้วก็ให้นักวิชาการกับนักวิจัยในฐานช่วยกันวิเคราะห์ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น!”
เขาเดาได้ทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น และเขาก็สั่งให้คนของเขาใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจสอบสาเหตุของภัยพิบัติในครั้งนี้ทันที
ใช่แล้ว!
นี่คือลางบอกเหตุว่าภัยแล้งของจริงมาถึงแล้ว!
ชาติก่อนในช่วงเวลานี้เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ ดังนั้นเขาจึงย่อมไม่รู้สถานการณ์ที่ละเอียดของแต่ละพื้นที่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าในช่วงหลังของวันสิ้นโลกมันแทบไม่มีใครสนใจเรื่องวันที่อีกแล้ว แค่เอาตัวรอดไปวันๆ ได้ก็บุญแล้ว ดังนั้นใครจะมานั่งจำวันที่อีก
แต่เขาก็จำได้คร่าวๆ ว่าภัยแล้งสุดโหดนั้นจะมาในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็จำวันที่ที่แน่นอนไม่ได้
แต่ตอนนี้ก็นับว่ายังมีเวลาให้เขาได้เตรียมตัว
เพราะเขาจำได้ว่าตอนนั้นมันจะเริ่มจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวจนทรมาน ก่อนจะค่อยๆ รุนแรงขึ้น จนกระทั่งผ่านไปหลายวันมันก็จะถึงจุดที่คนธรรมดาออกมาข้างนอกไม่ได้อีกต่อไป
โชคดีที่ตอนนั้นเขาสังหรณ์ใจล่วงหน้า เขาจึงเตรียมอาหารและน้ำไว้พอสมควร จนสุดท้ายเขาก็เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านจนผ่านพ้นภัยแล้งอันยาวนานไปได้อย่างยากลำบาก
“รับทราบครับ! พวกเราจะรีบไปจัดการทันทีครับ”
หวังหยางที่อยู่ข้างๆ ก็รับคำสั่งแล้วรีบไปดำเนินการ
ฉินจิ้นยืนอยู่กลางแจ้งในฐานหลัก เขาหรี่ตามองดาวฤกษ์บนหัว ตอนนี้มันยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
บางที มันอาจจะไม่ใช่ดวงอาทิตย์ที่เปลี่ยนไป แต่เป็นดาวโลก
เขาไม่มีกะจิตกะใจจะกลับไปทำงานต่อ เขาตัดสินใจเดินสำรวจทั่วฐานด้วยตัวเองและดูว่าตรงไหนต้องเสริมความแข็งแกร่งอีกบ้าง
ช่วงก่อนหน้านี้เขาได้สั่งให้ผู้จัดการในฐานเตรียมการป้องกันความร้อนบนดาดฟ้าและภายนอกอาคารแล้ว พวกเขาเพิ่มแผงโซลาร์เซลล์ โฟมกันความร้อนและอิฐกันความร้อนเข้าไป
แดดแรงขนาดนี้จะไม่ใช้ก็เสียของ เอามาเปิดแอร์เปิดไฟหรือกักตุนไฟฟ้าไว้ใช้ก็ไม่เลวเหมือนกัน
พืชกลางแจ้งบางชนิดก็ให้ย้ายเท่าที่ย้ายได้ ต้นไม้ใหญ่ที่ย้ายไม่ได้ก็หาอะไรมาคลุมเพื่อช่วยพวกมันรักษาความชื้น
โรงเรือนเพาะปลูกและห้องใต้ดิน สองจุดนี้มีการปลูกธัญพืชไว้ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดและระวังไม่ให้อุณหภูมิภายนอกส่งผลกระทบถึงพืชผลข้างใน
รวมถึงห้องปั่นไฟฟ้า ห้องควบคุมและอุปกรณ์สำคัญอื่นๆ
กล้องวงจรปิดรอบฐานก็มีการทำระบบระบายความร้อนและกันแดดไว้แล้ว แต่ถ้าอุณหภูมิยังสูงเกินไปมันก็จะทำการตัดไฟแบบอัตโนมัติทันที
ฉินจิ้นเดินอย่างช้าๆ อยู่ในฐาน ไม่นานเขาก็มาถึงบ่อน้ำ
ในฐานะปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการผ่านพ้นภัยแล้ง เขาย่อมต้องมาดูที่นี่
เขามองบ่อน้ำขนาดใหญ่และเล็กที่ถูกคลุมด้วยพลาสติกและลูกบอลดำลอยน้ำ รวมถึงเพิงบังแดดข้างบนก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ
“พอได้”
ด้วยมาตรการป้องกันการระเหยนี้ น้ำในบ่อน้ำจะไม่สูญเสียไปมากนักในวันที่มีอากาศร้อนจัดและก้นบ่อก็มีการเทคอนกรีตไว้แล้ว ดังนั้นน้ำจะไม่รั่วลงดินอย่างแน่นอน
เขาดูระดับน้ำในบ่อใหญ่ ช่วงนี้ฝนไม่ตกมาเกือบสองเดือนแล้ว มีแต่ใช้แต่ไม่มีเพิ่ม ดังนั้นระดับน้ำจึงลดลงไปเกือบ 1/5
สำหรับบ่อเล็กที่ใช้ดื่มกิน ระดับน้ำก็ลดลงไปประมาณ 1/10
น้ำในบ่อยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้
ช่วงนี้การพัฒนาฐานไม่ได้ใช้น้ำจากฐานหลักตลอด เพราะเขาได้สั่งให้ส่งรถน้ำออกไปสูบน้ำจากแม่น้ำใหญ่ในอำเภอเฟิงเหอกลับมาใช้ในการก่อสร้างด้วย
ไม่อย่างนั้นด้วยโครงการขนาดใหญ่อย่างการก่อสร้างแนวป้องกันและชั้นใต้ดินในฐานย่อย ที่ต้องใช้น้ำมหาศาล บ่อน้ำสามบ่อในฐานก็คงรับไม่ไหวแน่
เมื่อดูฐานหลักเสร็จ เขาก็เดินไปทางฐานย่อย
การเดินในฐานย่อยนั้นง่ายกว่ามาก
เพราะตอนสร้างฐานเขาได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญๆ ไว้ที่ฐานหลักหมดแล้ว ดังนั้นฐานย่อยจึงเน้นการสร้างโกดังขนาดใหญ่และอาคารใช้งานเท่านั้น
เขาจึงเน้นไปที่การดูบ่อน้ำใหม่ของที่นี่เป็นพิเศษ
“ทางนี้เวลากระชั้นชิดไปหน่อย ตอนนี้น้ำเลยเหลือแค่ครึ่งเดียว ลำบากหน่อยแฮะ”
เขามองระดับน้ำที่ลดลงจนเหลือเพียงครึ่งหนึ่งแล้วคิ้วขมวด
แต่ก็ช่วยไม่ได้ ตอนสร้างฐานย่อยพวกเขาต้องใช้เวลาพอสมควร แถมยังต้องสร้างกำแพงก่อน แล้วค่อยมาสร้างอาคารอื่นๆ
กว่าจะสร้างบ่อน้ำเสร็จ ก็หมดหน้าฝนไปแล้ว
น้ำที่นี่เขาก็ต้องสั่งให้คนขับรถออกไปสูบมาจากแม่น้ำใหญ่ทุกวันถึงจะมีเยอะขนาดนี้
“เอาตามนี้ไปก่อน ประหยัดหน่อยก็น่าจะผ่านภัยแล้งไปได้ ต่อไปอาจจะต้องให้คนอาบน้ำน้อยลง หยุดการผลิตที่ใช้น้ำเยอะ แล้วเน้นการเอาชีวิตรอดให้ผ่านภัยแล้งไปก่อน”
ฉินจิ้นถอนหายใจแล้วคิดว่าช่วงสุดท้ายนี้เขาต้องพยายามให้คนไปสูบน้ำมาเติมไว้ให้ได้มากที่สุด ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น
เขาใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็เดินสำรวจจุดที่สำคัญที่ต้องเตรียมการสำหรับรับมือภัยแล้งจนครับ
เมื่อรู้สถานการณ์ทั้งฐานแล้ว เขาก็มั่นใจว่าถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัย ฐานลวี่หยวนของเขาก็น่าจะผ่านพ้นภัยแล้งครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน!
แรงกดดันยังถือว่าไม่มาก!