เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 495 : นอกเขตลวี่หยวน 1

ตอนที่ 495 : นอกเขตลวี่หยวน 1

ตอนที่ 495 : นอกเขตลวี่หยวน 1


ตอนที่ 495 : นอกเขตลวี่หยวน 1

ฉินจิ้นย่อมไม่รู้ว่าคนที่ไปด้อมๆ มองๆ รอบฐานน้ำมันเมื่อไม่กี่วันก่อนมาจากฐานความหวังใหม่ในมณฑลกวางสี

เพราะถ้ารู้เขาก็อาจจะแปลกใจนิดหน่อย!

เพราะชาติก่อนเขาก็เคยได้ยินชื่อฐานความหวังใหม่นี้เหมือนกัน!

เพราะนั่นเป็นกองกำลังที่พัฒนาจนยิ่งใหญ่มากในช่วง 1-2 ปีหลังวันสิ้นโลก!

เขาได้ยินมาว่ากองกำลังนี้มีอาวุธร้อนจำนวนมหาศาล มีคนในสังกัดหลายพันคนและมีคนนอกที่เข้าไปเช่าที่พักอีกหลายพันคน!

อิทธิพลของพวกเขาแผ่ขยายไปจนถึงมณฑลกวางตุ้งและมณฑลเจียงซีที่อยู่ติดกัน!

นับเป็นฐานยักษ์ใหญ่ในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย!

ตอนนั้นฉินจิ้นเองก็เคยเร่ร่อนและมีโอกาสได้ไปเช่าถ้ำพักอาศัยของที่นั่นอยู่ เขาได้รู้จักกับคนที่อยู่ที่นั่นมานานหลายคน  จึงทำให้เขาได้รู้เรื่องราวต่างๆ ของที่นั่นพอสมควร

แม้ว่าเขาจะเคยบอกกับผู้จัดการในฐานของเขาว่าคนในฐานไม่ควรมีเกิน 500 คน

แต่นั่นก็เป็นแค่คำแนะนำทั่วไปเท่านั้น

เพราะสำหรับกองกำลังที่แข็งแกร่งมากๆ กฎข้อนี้ก็ย่อมถูกทำลายได้!

ฐานความหวังใหม่ก็เป็นหนึ่งในนั้น

และฐานลวี่หยวนในตอนนี้ก็เช่นกัน!

และอาจจะมีฐานที่แข็งแกร่งอื่นๆ ที่ฉินจิ้นในชาติก่อนไม่รู้จักอีกมาก เพราะบางฐานก็อาจจะชอบอยู่แบบเงียบๆ และไม่สนใจชื่อเสียง

เมื่อคิดเรื่องฐานน้ำมันในเมืองจูไห่อยู่สักพัก ฉินจิ้นก็รู้สึกว่ามันไม่น่ามีปัญหาใหญ่อะไร ดังนั้นเขาจึงหันไปคิดเรื่องภัยแล้งที่กำลังจะมาถึงต่อ

ช่วงนี้เขาต้องให้ผู้จัดการช่วยเตรียมการบางอย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศที่ร้อนจัดส่งผลกระทบต่อการทำงานของอุปกรณ์บางอย่างในฐาน

เพราะเมื่ออุณหภูมิ 60-70 องศามาเยือน อุปกรณ์กลางแจ้งหลายอย่างก็ต้องได้รับการปกป้อง ไม่งั้นความร้อนก็อาจจะสร้างความเสียหายให้พวกมันได้อย่างมหาศาล

โดยเฉพาะกับโรงเรือนเพาะปลูกในฐานหลักซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ต้องได้รับการปกป้อง ข้าวที่เหลือก็ต้องรีบเก็บเกี่ยวให้หมดในไม่กี่วันนี้และรอเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกสุดยอดข้าวสายพันธุ์ใหม่ลงไป

เขตที่พักอาศัยขนาดใหญ่และเล็กข้างนอก เมื่อภัยแล้งมาถึงฐานหลักก็ต้องให้ความช่วยเหลือบ้างและเมื่อถึงตอนนั้นงานกลางแจ้งก็คงต้องหยุดไว้ชั่วคราวรวมถึงต้องหางานในร่มให้พวกเขาทำแทน เพื่อแก้เบื่อและให้พวกเขายังมีรายได้สำหรับการมีชีวิตรอดต่อไป

งานเยอะจริงๆ

ฉินจิ้นนวดขมับ แล้วกลับไปง่วนกับการวางแผนเตรียมงานต่อ

มณฑลหูหนาน

มันเป็นมณฑลที่ติดกับมณฑลกวางตุ้ง

เศรษฐกิจของที่นี่ในช่วงก่อนวันสิ้นโลกก็ถือว่าค่อนข้างดี ที่นี่มีอุตสาหกรรมสำคัญระดับประเทศหลายอย่าง เป็นมณฑลที่มีประชากรระดับกลางค่อนข้างสูง

ในเวลานี้เอง

ที่อำเภอหนิงเฉิง

เมืองระดับ 3-4

ห่างจากเมืองกว่างหยวนไปประมาณ 1,100 กิโลเมตร

ภายใต้แสงแดดที่ร้อนระอุ เรือเหาะขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นเหนือน่านฟ้าของเมืองนี้!

เป็นทีมของหลี่ปั๋วเหวินที่เดินทางมาจากเมืองเหมินถังเพื่อมาตามหาคลังธัญพืชลับ!

พวกเขาออกเดินทางจากฐานหลักตั้งแต่เมื่อคืนและบินด้วยความเร็วสูงสุด เนื่องจากพวกเขาไม่ได้รับผลกระทบจากทิศทางลมมากนัก ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจุดหมายประมาณ 8 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น!

“คุณเหยียน เราถึงบริเวณเป้าหมายแล้ว ช่วยชี้พิกัดที่แน่นอนให้ด้วย พวกเราจะได้รีบยืนยันแล้วกลับฐานกัน!”

หลี่ปั๋วเหวินไม่เกรงใจพี่หงและให้เธอไปที่หน้าต่างของเรือเหาะเพื่อชี้ทางทันที

ตอนนี้พวกเขาอยู่เหนือชานเมือง ข้างล่างก็ดูเหมือนจะมีสิ่งปลูกสร้างอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ดูไม่ออกเลยว่าที่ไหนที่อาจจะมีคลังธัญพืชลับอยู่

พี่หงพยักหน้าและไม่พูดอะไร เธอพยายามมองหามันจากหน้าต่างทันที

ครั้งล่าสุดที่เธอมาที่นี่ก็คือช่วงก่อนวันสิ้นโลกมาถึงเกือบครึ่งปี หลังจากผ่านการชะล้างด้วยกาลเวลามานาน อาคารข้างล่างก็ทรุดโทรมลงไปมากและมีพื้นดินที่แห้งแล้งปรากฏให้เห็นเป็นหย่อมๆ

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เอ่ยปากว่า

“ตรงนั้นแหละ! ตรงนั้นคือภูเขาไท่หยาง ที่ตีนเขารัฐบาลเคยสร้างคลังธัญพืชสำรองขนาดใหญ่ไว้เพื่อใช้รับมือกับภัยพิบัติฉุกเฉิน!”

เธอชี้ไปที่ภูเขาหัวโล้นลูกใหญ่ ซึ่งข้างล่างก็มีร่องรอยของอาคารอยู่จริงๆ

“คลังนี้ค่อนข้างลับ มันอยู่ห่างจากชานเมืองหนิงเฉิงค่อนข้างมาก นอกจากชาวบ้านแถวนี้ ก็ไม่น่าจะมีใครผ่านมาที่นี่แล้ว”

ตามคำอธิบายและการชี้ทางของเธอ ลูกทีมคนอื่นๆ ก็พยายามยืดคอมองลงไปข้างล่าง

และพวกเขาก็บอกได้เลยว่า

ถ้าไม่มีข้อมูลที่แน่นอน ต่อให้พวกเขาได้ที่อยู่มาพวกเขาก็คงหามันไม่เจอจริงๆ

ใครจะไปคิดว่าสถานที่ที่ดูธรรมดาแบบนี้จะกลายเป็นคลังธัญพืชลับ!?

ไม่รอช้า พอยืนยันตำแหน่งได้แล้ว หลี่ปั๋วเหวินก็สั่งให้คนบังคับเรือเหาะหาที่เหมาะๆ สำหรับลงจอดทันที

ด้วยความเงียบและตอนนี้เป็นเวลากลางวันที่แดดร้อนเปรี้ยง การลงจอดในที่โล่งจึงไม่มีซอมบี้โผล่ออกมามาสักตัว

“คุณเหยียน! เชิญลงไปกับเราหน่อยครับ!”

เมื่อเตรียมตัวเสร็จ หลี่ปั๋วเหวินก็มองไปที่พี่หง

ทริปนี้เขาต้องให้เธอเป็นคนนำทาง

ก่อนจะได้เห็นธัญพืชจริงๆ หลี่ปั๋วเหวินก็ไม่คิดที่จะปล่อยเธอไว้บนเรือเหาะแน่

พี่หงรู้ตัวดีว่าเธอเลี่ยงไม่ได้ เธอจึงย่อมไม่ปฏิเสธ

“อืม”

เมื่อรับคำแล้วเธอก็เดินนำทีมต่อสู้ของฐานลวี่หยวนมุ่งหน้าไปข้างหน้าทันที......

อำเภอเฟิงเหอ

รอบเมืองเหมินถัง

บริเวณนี้มีผู้รอดชีวิตที่เดินทางมาจากที่ไกลๆ เพื่อมาแลกเปลี่ยนกับฐานลวี่หยวนอาศัยอยู่มากมาย

ในบ้านหลังหนึ่งห่างจากเขตลวี่หยวนมาประมาณ 5-6 กิโลเมตร มีผู้รอดชีวิตกลุ่มเล็กๆ 7-8 คนรวมตัวกันอยู่ข้างใน

พวกเขาก็เหมือนกับกลุ่มอื่นๆ พวกเขามาถึงช้าและไม่ได้มีทักษะพิเศษที่ฐานต้องการ พวกเขาเลยต้องมาอยู่รอบนอกและหาทรัพยากรที่ฐานลวี่หยวนต้องการไปแลกอาหารเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ

“พี่ ช่วงนี้ข้างนอกแทบหาอะไรไม่ได้แล้ว! พวกเราจะยังอยู่ที่นี่ต่ออีกเหรอ? ฉันว่าเราควรจะไปจากที่นี่ ไปหาทางรอดที่อื่นดีกว่า!”

ชายหนวดเครารุงรัง หน้าตามอมแมมก็พูดกับชายวัยกลางคนด้วยสีหน้าลำบากใจ

พวกเขาเป็นกลุ่มผู้รอดชีวิตธรรมดาๆ

ในกลุ่มนี้มีชายฉกรรจ์ 4 คน หญิง 3 คนและเด็กอีก 1 คน

ความสัมพันธ์ในกลุ่มถ้าไม่ใช่สามีภรรยาก็ต้องเป็นญาติพี่น้องเพื่อนฝูงกัน พวกเขาต้องอาศัยการพึ่งพาอาศัยกันเพื่อช่วยกันปกป้องกันและกัน จนพวกเขารอดมาได้ถึงตอนนี้อย่างยากลำบาก

“เฮ้อ ฉันเองก็อยากไปนะ แต่จะไปที่ไหนล่ะ? ที่อื่นก็ใช่ว่าจะดีกว่าที่นี่!”

“ที่นี่อย่างน้อยผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ก็ไม่ฆ่ากันหรือกินกันเอง แต่ข้างนอกนั่นฉันได้ยินมาว่ามีการกินคนด้วยกันเองจนเป็นเรื่องปกติเลย! กลุ่มของพวกเรามีทั้งผู้หญิงทั้งเด็ก ถ้าออกไปไม่นานก็คงโดนพวกกินคนจับตัวไปแน่!”

ชายวัยกลางคนถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้มและรู้สึกไร้หนทาง

โลกนี้โหดร้ายกับผู้หญิงและเด็กมากเกินไป

ถ้ามีแต่ผู้ชายก็ยังพอไหว จะออกไปเสี่ยงโชคหาที่อยู่ใหม่ก็ยังได้

เพราะตอนนี้เสบียงต่างๆ รอบเขตลวี่หยวนก็ถูกกวาดจนเกลี้ยงแล้ว แม้แต่พืชที่กินได้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติก็แทบจะไม่เหลือให้เก็บแล้ว

ช่วงนี้มีผู้รอดชีวิตที่เริ่มทยอยออกจากที่นี่ ไปหาทางรอดที่อื่นกันพอสมควร

คนที่เหลือส่วนใหญ่เป็นพวกที่ไม่อยากไปไหน เพราะพวกเขาชอบบรรยากาศที่ค่อนข้างสงบสุขรอบเขตลวี่หยวน

เพียงแต่

ช่วงนี้การเอาชีวิตรอดนั้นเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ

อากาศร้อนจนคนปกติอยู่กลางแจ้งนานๆ ไม่ได้ แม้จะอยู่ในร่ม ก็ต้องหาวิธีต่อสู้กับคลื่นความร้อนที่คอยทรมานร่างกายอยู่ตลอด

และ

ช่วงนี้แหล่งน้ำข้างนอกก็หายากขึ้นทุกที

จบบทที่ ตอนที่ 495 : นอกเขตลวี่หยวน 1

คัดลอกลิงก์แล้ว