- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 480 : ผู้นำสูงสุดของพวกเรา
ตอนที่ 480 : ผู้นำสูงสุดของพวกเรา
ตอนที่ 480 : ผู้นำสูงสุดของพวกเรา
ตอนที่ 480 : ผู้นำสูงสุดของพวกเรา
เมืองกว่างโจว
ฐานสาขาเมืองกว่างโจวที่เพิ่งยึดมาได้เมื่อวานนี้
เวลาประมาณแปดโมงเช้า
คนจากฐานลวี่หยวนก็เพิ่งจะขนย้ายของทั้งหมดที่จะนำกลับฐานหลักขึ้นรถเสร็จ พวกเขาเตรียมตัวออกเดินทางโดยจะไปแวะที่ฐานหงอวิ๋นที่เมืองเซินเจิ้นก่อน
เพราะที่นั่นยังมีรถถังที่เสียหายและรถหุ้มเกราะที่จอดพัง รวมถึงอาวุธและกระสุนที่ยึดได้จากการดักซุ่มโจมตีกองกำลังของฐานเมืองกว่างโจวใหม่เมื่อก่อนหน้านี้อยู่
ซึ่งทั้งหมดก็ต้องขนกลับไปเก็บที่ฐานหลักเช่นกัน
“คุณเหยียน เรากลับกันเถอะครับ ให้พวกเขาเฝ้าที่นี่ก็พอ”
จงอวี่บอกกับพี่หงผู้นำฐานหงอวิ๋น เพื่อเป็นสัญญาณให้ทุกคนออกเดินทาง
เมื่อคืนหลังจากปรึกษากับเธอแล้ว วันนี้เขาจึงตัดสินใจที่จะทิ้งคนจากฐานลวี่หยวนไว้ 10 คนและคนจากฐานหงอวิ๋นอีก 10 คน เพื่อคอยดูแลฐานสาขาเมืองกว่างโจวที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่นี้
ส่วนผู้เช่าที่อยู่ที่นี่หลังจากหาเสบียงมาได้แล้ว พวกเขาก็จะต้องทำการส่งมอบเสบียงที่ต้องการแลกเปลี่ยนให้ฐานสาขาเมืองกว่างโจวก่อน หลังจากที่ได้รับการยืนยันแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ถึงจะส่งรายงานไปยังฐานลวี่หยวนอีกที
เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการส่งของก่อนแล้วจ่ายทีหลัง
เพราะที่นี่จะไม่เก็บเสบียงอาหารไว้มากนัก เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่เฝ้าที่นี่ทนแรงยั่วยวนไม่ไหวจนเกิดการทุจริตหรือถูกคนนอกหมายตา
อย่าลืมว่าตอนนี้คนที่ถูกทิ้งไว้ที่นี่มีน้อยมากจริงๆ การดูแลฐานสาขาเมืองกว่างโจวอันกว้างใหญ่ด้วยคนจำนวนแค่นี้ยังไงก็ไม่พออยู่แล้ว
ดังนั้นในอนาคตพวกเขาก็จำเป็นที่จะต้องคัดเลือกคนเข้ามาเพิ่มหรือคัดเลือกคนที่เหมาะสมจากกลุ่มผู้เช่าเข้ามาช่วยป้องกันและบริหารจัดการที่นี่
หรืออาจจะให้ฐานหลักตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบไปทำเหมือนกับทางเมืองชานที่จะมีการแลกเปลี่ยนทรัพยากรและเสบียงเป็นระยะๆ แทน
ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นจงอวี่ก็ตั้งใจที่จะกลับไปประชุมกับฉินจิ้นและผู้จัดการคนอื่นๆ ที่ฐานก่อน ตอนนี้เขาจึงแค่วางมาตรการชั่วคราวไว้เท่านั้น และต่อไปก็ให้ฝ่ายบริหารและผู้นำฐานเป็นคนตัดสินใจว่าจะจัดการอย่างไรต่อไป
“บรืนนน!”
ขบวนรถยาวเหยียดก็ขับออกจากประตูฐานสาขาเมืองกว่างโจว ก่อนจะหายลับไปจากสายตาที่ซับซ้อนของเหล่าผู้เช่า
สำหรับพวกเขามันเหมือนกับฝันไป ในเวลาเพียงแค่วันเดียวที่นี่ก็เปลี่ยนเจ้าของไปซะแล้ว
แม้จะตกใจไปนิดหน่อย แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็ดูเหมือนจะดีไม่น้อย
อย่างน้อยค่าเช่าก็ลดลงไปครึ่งหนึ่งและยังมีโอกาสแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่หามาได้ไปเป็นอาหารอีก
แถมพวกเขายังไม่มีผู้นำหมูตอนและลูกน้องที่มักจะคอยจับผู้หญิงไปทำมิดีมิร้ายเหมือนเมื่อก่อนด้วย ทุกคนจึงยอมรับเจ้าของใหม่กันได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อคืนคนของฐานลวี่หยวนก็ได้ประกาศกฎหลายข้อ
โดยกฎหลักๆ ที่ถูกประกาศในฐานสาขาเมืองกว่างโจวแห่งนี้คือห้ามมีการฆ่าคน ปล้นเสบียงหรือข่มขืนผู้หญิง!
มันเป็นกฎระเบียบที่ห่างหายไปนาน!
เมื่อก่อนตอนที่พวกเขาอยู่ในยุคที่สงบสุข พวกเขากลับไม่รู้ถึงคุณค่าของกฎระเบียบเหล่านี้เลย จนกระทั่งพวกเขาได้สูญเสียมันไป พวกเขาถึงได้รู้ว่ากฎระเบียบเหล่านี้เคยปกป้องพวกเขาไว้มากแค่ไหน
เพราะเมื่อมีกฎ ความชั่วร้ายจากส่วนที่ลึกที่สุดของจิตใจมนุษย์จึงถูกกดไว้
ขบวนรถของจงอวี่ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงก็มาถึงฐานหงอวิ๋นที่เมืองเซินเจิ้น
คนของฐานลวี่หยวนที่ช่วยป้องกันอยู่บนกำแพงก็ได้รับแจ้งผ่านทางวิทยุสื่อสารล่วงหน้าแล้ว พอเห็นขบวนรถมาถึงพวกเขาก็รีบเปิดประตูฐานหงอวิ๋นให้ทุกคนเข้าไปทันที
จงอวี่สอบถามสถานการณ์ของที่นี่และพบว่าหลังจากที่พวกเขาออกไปก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นกับฐานหงอวิ๋นอีก
“ขนทุกอย่างขึ้นรถ! วันนี้พวกเราจะรีบกลับฐานกัน!”
เมื่อสั่งการลูกน้องเสร็จ เขาก็หันไปพูดกับผู้นำทั้งสองของฐานหงอวิ๋นว่า
“เรื่องที่ผู้นำของเรารับปากพวกคุณไว้ ตอนนี้พวกเราทำสำเร็จแล้ว! ต่อไปพวกคุณจะต้องทำอะไร พวกคุณคงจะรู้นะ?”
“ตอนนี้พวกคุณก็ถือเป็นคนของฐานลวี่หยวนครึ่งหนึ่งแล้ว! ผมไม่อยากให้พวกคุณเล่นตุกติกอะไร! ดังนั้นมาช่วยกันหาทางเอาชีวิตรอดในโลกนี้ไปด้วยกันเถอะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของจงอวี่ พี่หงและสงเซินก็มองหน้ากันแล้วพยักหน้าให้เขาอย่างหนักแน่น จากนั้นพี่หงก็พูดต่อว่า
“ฉันไม่ผิดคำพูดแน่ ฉันรับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้ เดี๋ยวฉันสั่งงานคนในฐานเสร็จก็จะตามพวกคุณกลับไปทันที”
ใช่แล้ว พี่หงไม่คิดจะเล่นตุกติกอะไรเลย
ไม่ต้องพูดถึงว่าเดิมทีเธอก็ไม่ได้คิดที่จะหลอกฉินจิ้นอยู่แล้ว
และยิ่งหลังจากเห็นความดุเดือด (โหดเหี้ยม) ของทีมต่อสู้จากฐานลวี่หยวนเมื่อวาน ต่อให้มีความคิดเธอก็คงไม่กล้าแสดงออกมาแม้แต่นิดเดียว!
คนพวกนี้คือกลุ่มคนที่พร้อมจะฆ่าล้างโคตรคนอื่นได้ทุกเมื่อนะ!
จงอวี่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
แบบนี้ภารกิจที่เขาออกมาทำในครั้งนี้ก็คงถือว่าเสร็จสมบูรณ์เกือบหมดแล้ว
“ผู้นำ ผมขอตามไปด้วยนะ!”
จู่ๆ สงเซินที่อยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้น
เขาไม่วางใจให้ผู้นำของเขาไปที่ฐานลวี่หยวนเองคนเดียวจริงๆ ผู้นำของเขาเป็นผู้หญิง แถมยังเป็นผู้หญิงที่สวยมากด้วย!
จะให้วางใจได้ยังไง!?
เพียงแต่เขายังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบ พี่หงก็ห้ามเขาไว้ก่อน
“นายต้องอยู่ที่ฐานเพื่อคุมสถานการณ์และช่วยดูแลฐานสาขาเมืองกว่างโจว! เรื่องที่ฐานเมืองกว่างโจวใหม่ถูกกวาดล้างยังไงก็ปิดไม่มิดแน่ หลังจากนี้ก็ไม่รู้เลยว่าจะมีพวกฉลามที่ได้กลิ่นคาวเลือดแล้วว่ายมาเพราะอยากลองเชิงแบ่งเค้กอีกกี่ตัว!”
“แล้วก็นายเองก็ไม่ต้องห่วงฉัน ฝีมือของฉันนายเองก็รู้”
สงเซินอยากจะพูดอะไรอีก แต่เมื่อเห็นสายตาของพี่หง สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดออกมาและยอมรับการตัดสินใจนี้แต่โดยดี
เพราะมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ศัตรูตัวฉกาจเพิ่งจะถูกกำจัดทางฐานก็ยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกมาก
ในฐานหงอวิ๋นนอกจากเขาแล้ว ก็ไม่มีใครที่จะคอยสั่งการทุกคนได้อีกจริงๆ
การขนของขึ้นรถยังคงดำเนินต่อไป
ประมาณ 20 นาทีต่อมา การจัดการกับของที่ยึดมาได้ก็เสร็จสิ้น แต่ในขณะที่จงอวี่ดูเวลาและเตรียมจะสั่งออกเดินทางกลับฐาน วิทยุสื่อสารในมือของเขาก็ดังขึ้น
เขากดรับสัญญาณผ่านหูฟัง ท่ามกลางสายตาที่สงสัยของพี่หงและคนอื่นๆ เขาก็แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา
หลังจากฟังเสร็จ สีหน้าของเขาก็กลับเป็นปกติ มุมปากของเขายกยิ้มและไม่ได้อธิบายอะไรให้คนอื่นฟัง แต่เขากลับเงยหน้ามองท้องฟ้า
มองอะไร?
คนอื่นๆ ก็มองตามด้วยความสงสัย แต่ทันใดนั้นรูม่านตาของพวกเขาก็ขยายกว้าง!
เพราะไม่ไกลจากขอบฟ้า กลับมีวัตถุบินได้ขนาดมหึมาที่กำลังขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ปรากฏขึ้น!
มันคือเรือเหาะ!
“ของฐานเราเหรอ!? ใครมาน่ะ!?”
สมาชิกทีมสนับสนุนภายนอกของฐานลวี่หยวนหลายคนตะโกนด้วยความตกใจ ส่วนบุคลากรหลักที่มีสิทธิ์ใช้วิทยุสื่อสารก็ย่อมรู้ดีว่าใครกำลังมา
และไม่นาน ทุกคนก็รู้ว่าใครกำลังมา!
ไม่กี่นาทีต่อมา
เรือเหาะขนาดมหึมาก็ค่อยๆ ร่อนลงจอดท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน ประตูห้องโดยสารเปิดออก แล้วร่างสูงโปร่งก็เดินออกมา
เป็นชายหนุ่มที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงวอร์มสีดำ!
ผู้นำฐานลวี่หยวน ฉินจิ้น!
เมื่อเช้าเขาเกิดนึกอยากออกมาเดินเล่น มันจึงเกิดทริปปุบปับครั้งนี้ขึ้นมา
หลังจากลงจากเรือเหาะแล้ว เขาก็กวาดสายตามองไปทั่วฐานหงอวิ๋นอย่างเรียบเฉย
เขามองผ่านทุกคน
และเก็บภาพทั้งหมดนี้ไว้ในสายตา
เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจงอวี่ พี่หงและคนอื่นๆ ก่อนจะมองพวกเขาแวบหนึ่งแล้วพูดเรียบๆ ว่า
“เข้าไปคุยข้างในกัน”
จากนั้นทุกคนก็ห้อมล้อมชายหนุ่มคนนี้เดินไปยังอาคารหลังหนึ่งในฐานหงอวิ๋น
ที่นี่ทั้งร้อนทั้งแดดแรงมันจึงไม่ใช่ที่ที่เหมาะสำหรับคุยกันเลย และอีกอย่างเขาเองก็ต้องการให้จงอวี่และพี่หงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันนี้ให้เขาฟัง
หลังจากพวกเขาไปแล้ว
คนของฐานหงอวิ๋นจำนวนมากถึงได้กลืนน้ำลาย พวกเขาเริ่มผ่อนคลายลงและพูดคุยกัน
“เชี่ย! คนเมื่อกี้ใครน่ะ!? นั่นคือบารมีของเขาเหรอ!? น่ากลัวชะมัด!”
“แม่งเอ๊ย! เมื่อกี้ตอนสบตากับเขาฉันถึงกับลืมหายใจไปเลย! เกือบจะได้ขาดใจตายแล้ว! นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?”
“ฉันก็เหมือนกัน! คนๆ นั้นคือใครกัน!? ทำไมถึงทำให้หัวหน้าจงกับผู้นำเหยียนปฏิบัติแบบนั้นได้!? ซี้ด——! หรือว่าเขาจะเป็น!?”
ตอนนั้นเองคนของฐานลวี่หยวนที่เฝ้าอยู่ข้างนอกก็ยิ้มแล้วเฉลยว่า
“ไม่ต้องเดาแล้ว! ถูกต้อง!”
“นั่นคือผู้นำสูงสุดของพวกเรา!”