- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 475 : วิชาการเอาตัวรอด (ภาคทฤษฎี) 1
ตอนที่ 475 : วิชาการเอาตัวรอด (ภาคทฤษฎี) 1
ตอนที่ 475 : วิชาการเอาตัวรอด (ภาคทฤษฎี) 1
ตอนที่ 475 : วิชาการเอาตัวรอด (ภาคทฤษฎี) 1
ตอนบ่าย
ห้องเรียนขนาดใหญ่ในอาคารหลังหนึ่งของฐานย่อย
ที่นี่เป็นสถานที่ที่ฐานลวี่หยวนจัดสรรไว้สำหรับให้เด็กในวัยเรียนได้ใช้เรียนหนังสือโดยเฉพาะ
สิ่งที่หาได้ยากในวันนี้คือ หลังจากที่เข้าเรียนมาหลายวัน ในที่สุดพวกเขาก็จะได้เริ่มเรียนวิชาการเอาตัวรอดคาบแรกแล้ว!
ในวันนี้เด็กๆ จากฐานหลักก็ได้ออกมาเรียนที่นี่ด้วย พวกเขาไม่มีการแบ่งอายุ ดังนั้นเด็กที่เข้าเรียนทุกคนจึงต้องเรียนวิชาการเอาตัวรอดพร้อมกัน!
และผู้นำฐานลวี่หยวน ประธานฉินผู้ลึกลับคนนั้นก็จะมาสอนวิชานี้ด้วยตัวเอง!
เกี่ยวกับผู้นำคนนี้ ทุกคนก็พอจะได้ยินชื่อเสียงของเขามาบ้างไม่มากก็น้อย สำหรับลูกหลานของบุคลากรหลักบางคนก็มักจะได้เจอเขาบ่อยๆ
แต่ก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผู้นำคนนี้ไม่ได้กินข้าวร่วมกับทุกคนในโรงอาหารอีก
พวกเขามักจะได้ยินว่าผู้นำของพวกเขามักจะหมกตัวอยู่ในห้องทำงานเพื่อวางแผนการพัฒนาฐานอยู่ตลอดเวลา
เวลาบ่ายสองโมง
เด็กกว่า 70 คนจากทั้งฐานหลักและฐานย่อยต่างก็มานั่งรออยู่ในห้องเรียนอย่างตรงเวลา
ฉินจิ้นก็ไม่ได้มาสาย เขามาถึงห้องเรียนตรงเวลาเพื่อทำการสอน
เขายืนอยู่กลางโพเดียมหน้าชั้นเรียน กวาดสายตามองเด็กๆ ที่ฐานรับเข้ามาดูแล อายุของพวกเขามีความแตกต่างกันมาก คนที่เด็กสุดอายุแค่ 6-7 ขวบ ส่วนคนโตสุดก็อายุ 13-14 ขวบ ซึ่งถือเป็นเกณฑ์สูงสุดแล้วที่จะได้เข้ามาเรียน
ไม่เป็นไร
ขอแค่อยู่ในเกณฑ์ที่เขากำหนด พวกเขาก็สามารถรับการศึกษาที่ฐานลวี่หยวนสนับสนุนให้ได้
และวิชาการเอาตัวรอดของเขาก็ไม่จำเป็นต้องแบ่งอายุ
“ทุกคนน่าจะรู้แล้วว่าฉันเป็นใคร ดังนั้นฉันจะไม่แนะนำตัวแล้วนะ ต่อไปพวกเธอเรียกฉันว่าครูฉินก็ได้”
“วันนี้จะเป็นการสอนวิชาการเอาตัวรอดคาบแรกของโรงเรียนลวี่หยวน ฉันไม่มีเอกสารประกอบการเรียนอะไรทั้งนั้น และวิชานี้ก็ไม่ได้จำเป็นต้องมีเอกสารการเรียนอะไรด้วย!”
“วิชานี้จะสอนให้พวกเธอรู้จักวิธีการเอาชีวิตรอดในโลกใบนี้! ดังนั้นฉันจะไม่มีการสอบวัดผลอะไรที่นี่ เพราะบททดสอบของพวกเธออยู่ข้างนอกนั่น! ต่อไปถ้าพวกเธอออกไปแล้วเจอกับอันตรายจนถึงแก่ความตาย นั่นแหละคือพวกเธอสอบตก!!”
ฉินจิ้นไม่ปล่อยให้เด็กๆ ต้องรอและคิดนาน เขาพูดประโยคนี้ออกมากลางห้องเรียนทันที!
อย่างที่เขาพูด วิชานี้ไม่จำเป็นต้องสอบ!
เพราะความโหดร้ายข้างนอกคือบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเขา!
นอกห้องเรียนยังมีผู้จัดการฐานบางคนมายืนดูการสอนด้วย
ไม่ว่าจะเป็นหวังหยาง จ้าวหลิง พ่อฉิน แม่ฉิน ลูกพี่ลูกน้องของฉินจิ้น น้าและคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ยุ่งมากนักต่างก็มากันหมด
พวกเขาเองก็อยากรู้ว่าวันนี้ฉินจิ้นจะสอนอะไรให้กับพวกเด็กๆ ในฐาน
เด็กๆ ในห้องเรียนทุกคนเงียบกริบ หลายคนเพิ่งจะเคยเห็นผู้นำลึกลับคนนี้เป็นครั้งแรก
พวกเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายลึกลับที่ไม่เคยเจอมาก่อนจากตัวเขา แต่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้ว่านี่คือสิ่งที่เรียกว่าบารมี!
แต่พวกเขากลับรู้อยู่เรื่องหนึ่ง
ถ้าพวกเขาอยากมีชีวิตรอดอยู่ในฐานลวี่หยวน พวกเขาก็ต้องตั้งใจฟังทุกคำพูดของผู้นำคนนี้ให้ดี!
แบบไม่ให้ตกหล่นแม้แต่คำเดียว!
เมื่อเห็นเด็กทุกคนตั้งใจฟัง ฉินจิ้นก็พยักหน้าในใจแล้วพูดต่อว่า
“ดี! งั้นฉันจะเริ่มจากทฤษฎีก่อน”
พูดจบ เขาก็หันหลังไปเขียนบนกระดานดำอย่างรวดเร็ว
ครืด ครืด ครืด!
ด้วยการควบคุมร่างกายที่ละเอียดอ่อนและความเร็วระดับสูงของเขา ไม่นานตัวอักษรก็ปรากฏขึ้นบนกระดานดำทีละบรรทัด
เมื่อเขียนเสร็จ
เขาก็หันกลับมามองเด็กๆ แล้วพูดด้วยสายตาเฉียบคมว่า
“พวกเธอดูโจทย์ข้อนี้ให้ดี คิดให้ดีว่าควรเลือกข้อไหน? และเหตุผลคืออะไร? คนไหนที่ยังอ่านหนังสือไม่ออกก็ให้ถามเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ที่อ่านออกนะ”
“ถ้าตัดสินใจเลือกคำตอบได้แล้ว ก็ให้พวกเธอแยกไปยืนตามมุมทั้งสี่ของห้องเรียน เพื่อเป็นการจัดกลุ่มว่าพวกเธอเป็นคนประเภทแบบไหน”
ข้างหลังเขา มีโจทย์เขียนไว้ดังนี้
วันนี้ตอนกลางวัน ขณะที่เธอเดินอยู่บนถนนสายหนึ่งในเมืองข้างนอก จู่ๆ เธอก็เห็นถุงข้าวสารเล็กๆ ตกอยู่ที่พื้น เธอควรจะทำอย่างไรต่อไป?
A : เดินเข้าไปหยิบข้าวสารแล้วเดินจากไปทันที
B : สังเกตดูรอบๆ จนแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ แล้วค่อยเดินเข้าไปหยิบข้าวสารแล้วเดินจากไป
C : ยืนอยู่ที่เดิม เรียกผู้ใหญ่มา ช่วยกันดูรอบๆ ว่าไม่มีอะไรผิดปกติ แล้วค่อยเดินเข้าไปหยิบข้าวสารอย่างระมัดระวัง
D : หันหลังแล้ววิ่งหนี
ในห้องเรียน เด็กๆ อ่านโจทย์เสร็จก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
นี่...คือโจทย์อะไรเนี่ย?
แม้แต่ผู้จัดการฐานลวี่หยวนที่ยืนฟังอยู่ข้างนอกก็ยังเกาหัวกันแกรกๆ
“จื่อเมี่ยว! เธอว่าข้อนี้ตอบอะไรดีอะ!? ฉันว่าน่าจะ C นะ!”
ข้างๆ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นลูกของบุคลากรหลักคนหนึ่งก็กระซิบถามเด็กผู้หญิงข้างๆ
เด็กผู้หญิงที่ชื่อจื่อเมี่ยวคนนี้ก็ย่อมเป็นเซี่ยจื่อเมี่ยวลูกสาวของเซี่ยเหยียนนั่นเอง
ตอนนี้ใบหน้าเล็กๆ ของเธอเต็มไปด้วยความครุ่นคิด พอได้ยินเพื่อนพูด เธอก็ไม่ค่อยเห็นด้วยในใจ เพราะเธอรู้สึกทะแม่งๆ ว่าข้อ C ไม่น่าจะใช่ข้อที่ถูก แต่ด้วยความที่ยังเด็กของเธอ เธอจึงยังนึกเหตุผลที่จะเลือกข้อ D ไม่ออก
“ฉันรู้สึกว่าเป็นข้อ D แต่ฉันยังนึกเหตุผลไม่ออก”
เมื่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอจึงบอกเพื่อนไปแบบนั้น
นักเรียนในห้องก็เริ่มพูดคุยกัน หลายคนรู้สึกว่าต้องตอบข้อ C ส่วนน้อยคิดว่า B ก็ได้และมีบางคนที่คิดว่า D ถึงจะถูก มีเพียงข้อ A ที่แทบไม่มีใครเลือกเลย
ไม่นาน ภายใต้สายตากดดันของฉินจิ้น พวกเขาก็ตัดสินใจเลือกและเดินไปยังโซนที่แทนคำตอบ A B C D
A : 0 คน
B : 10 กว่าคน
C : 30 กว่าคน
D : 20 กว่าคน
เซี่ยจื่อเมี่ยวยืนอยู่ในโซน D ตามที่เธอคิด
“เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนเลือกเสร็จแล้ว งั้นฉันจะพูดต่อ!”
“คนที่ทำโจทย์ข้อนี้ผิดวันนี้จะต้องถูกงดข้าวเย็น! หรือก็คือคืนนี้ห้ามกินอะไรทั้งนั้น! ฉันไม่สนว่าที่บ้านของพวกเธอจะมีเสบียงกักตุนไว้หรือมีผู้ใหญ่คอยดูแลหรือไม่ แต่คืนนี้พวกเธอจะต้องอดข้าวให้ฉัน!”
ฉินจิ้นเปลี่ยนสีหน้าทันที เขาแสดงสีหน้าดุร้ายออกมาและน้ำเสียงที่สงบนิ่งก่อนหน้านี้ก็หายไปอย่างสิ้นเชิง!
“โชคดีที่พวกเธอไม่มีใครเลือก A เลยไม่อย่างนั้นฉันจะไล่คนที่เลือก A ออกจากโรงเรียนลวี่หยวนไปทันที!”
“คนที่เลือก B นอกจากคืนนี้จะต้องอดข้าวแล้ว แต่ยังต้องถูกทำโทษให้ล้างห้องน้ำฐานย่อยหนึ่งอาทิตย์ด้วย!”
“คนที่เลือก C ไม่ต้องล้างห้องน้ำ แต่คืนนี้ก็ห้ามกินข้าว! ถ้าฉันรู้ว่าใครแอบกินฉันจะไล่ออกจากโรงเรียนลวี่หยวนทันที!”
“คำตอบที่ถูกต้องคือ D!”
เขาเฉลยคำตอบและบทลงโทษแบบรวดเดียวจบ!
ฮือฮา——!
เด็กๆ ในห้องส่งเสียงฮือฮากันเบาๆ แต่พอเห็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในฐานยืนอยู่บนโพเดียมพวกเขาก็รีบสงบปากสงบคำทันที
ตอบผิดมีบทลงโทษด้วยเหรอ!
ทำไมก่อนหน้านี้ไม่บอกล่ะ!?
เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว แถมยังโหดร้ายเกินไปอีก!?
แม้แต่ผู้จัดการที่ยืนดูอยู่ข้างนอกห้องก็ยังมึนตึ้บ พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าฉินจิ้นจะมีลูกเล่นแบบนี้ด้วย
ฉินจิ้นไม่อยากปล่อยให้เด็กๆ ตรงหน้าฮือฮาอีกต่อไปเพราะเวลาของเขามีค่ามาก การปลีกตัวมาสอนพวกเขาได้ก็ถือว่ายากมากแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่อยากจะมาเสียเวลาแบบนี้
“นักเรียนที่เลือกข้อ D มีใครรู้เหตุผลไหม? ใครตอบได้คืนนี้ฉันจะเพิ่มกับข้าวให้หนึ่งอย่าง! ใครรู้ก็รีบตอบมาเลย!”
พูดจบ เขาก็มองไปที่เด็กๆ ในโซน D
จะมีใครตอบได้ไหมนะ?
คราวนี้ถึงตาเด็กๆ ที่เลือกข้อ D ได้พูดบ้างแล้ว
ท่ามกลางสายตาอิจฉาของเด็กๆ ที่เลือกข้อ B และ C พวกเขาก็เริ่มคิดอย่างตั้งใจ