- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 465 : กลยุทธ์ที่สัมฤทธิ์ผล
ตอนที่ 465 : กลยุทธ์ที่สัมฤทธิ์ผล
ตอนที่ 465 : กลยุทธ์ที่สัมฤทธิ์ผล
ตอนที่ 465 : กลยุทธ์ที่สัมฤทธิ์ผล
“ตูม——! ตูม——!”
เสียงระเบิดดังระรัวสนั่นหวั่นไหวไปทั่วขบวนรถของฐานเมืองกว่างโจวใหม่!
โดรนทิ้งระเบิดแล้ว!!
“อ๊ากกกกก!!”
คนของฐานเมืองกว่างโจวใหม่ขวัญหนีดีฝ่อ ท่ามกลางหมอกควันที่ปกคลุม พวกเขาไม่รู้ว่าศัตรูมาจากทิศทางไหนและไม่รู้ว่าระเบิดนั้นลอยมาจากไหนกันแน่ พวกเขาแค่รู้สึกว่าจู่ๆ ตัวเองก็ถูกโยนลงมากลางสมรภูมิรบ!
เสียงกรีดร้อง เสียงระเบิด เสียงตะโกนและเสียงด่าทอ
เสียงแห่งความโกลาหลทั้งหมดผสมปนเปกันจนกลายเป็นบทเพลงแห่งสงครามอันน่าเศร้าสลด มันดังสะท้อนไปทั่วถนนไร้ชื่อในเมืองเซินเจิ้น
ปังๆๆ!!!
คนของฐานเมืองกว่างโจวใหม่ที่ยังมีชีวิตอยู่หลายคนก็ยกปืนกลขึ้นมาและเหนี่ยวไกอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาพยายามยิงกราดใส่ศัตรูที่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน
บางคนก็ยิงขึ้นฟ้า เพราะพวกเขาตระหนักได้ว่าเสียงโดรนที่พวกเขาได้ยินเมื่อครู่มันมาพร้อมกับระเบิดมรณะ
เพียงแต่
หมอกควันหนาทึบได้บดบังทัศนวิสัยของพวกเขาไปหมดแล้ว
แม้แรงอัดอากาศจากการระเบิดจะช่วยพัดควันให้จางหายไปได้บ้าง แต่สิ่งที่น่าเจ็บใจคือไม่นานก็มีระเบิดควันลูกใหม่ถูกโยนเข้ามาเติมโดยศัตรูที่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าซ่อนตัวอยู่ที่ไหน!
การยิงกราดไปทั่วแบบนี้ย่อมไร้ผลโดยสิ้นเชิง ต่อให้โชคดียิงโดรนร่วงไปได้สองสามลำมันก็ไม่ระคายเคืองฝ่ายตรงข้ามเลย
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น บางคนยิงไม่โดนศัตรู แต่กลับยิงโดนพวกเดียวกันที่อยู่ข้างๆ แทน
ความโกลาหลก็เข้าครอบงำอย่างสมบูรณ์
คนของฐานเมืองกว่างโจวใหม่สองร้อยคนที่มาในครั้งนี้ ยังไม่ทันจะได้เห็นหน้าศัตรู พวกเขาก็ถูกกับระเบิดและเสียงระเบิดที่ดังขึ้นเป็นระยะพรากชีวิตไปกว่าร้อยคนแล้ว!!
ผู้รอดชีวิตที่เป็นผู้เช่าจำนวนมากที่มาร่วมภารกิจล้อมปราบฐานหงอวิ๋นเพียงเพราะฐานเมืองกว่างโจวใหม่สัญญาว่าจะให้ธัญพืช ต่างก็ร้องไห้ขอชีวิต แต่ก็ไม่มีใครตอบรับคำขอของพวกเขา
การตอบรับเพียงอย่างเดียวคือการโจมตีที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม!
“ปัง”
สมาชิกฐานเมืองกว่างโจวใหม่คนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังรถบรรทุกหนักก็ถูกยิงเข้าที่หน้าอก เขาล้มตัวลงอย่างอ่อนแรงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
[ไม่ใช่ว่ามีแต่ระเบิดเหรอ? ฉันที่หลบอยู่หลังรถก็น่าจะไม่โดนพวกเดียวกันยิงแล้วสิ!?]
ด้วยความสงสัย พละกำลังทั้งหมดในร่างกายของเขาก็หายไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่วินาทีเขาก็สิ้นใจลงเนื่องจากกระสุนเจาะเข้าที่หัวใจ!
“ปัง!”
คนของฐานเมืองกว่างโจวใหม่อีกสองคนก็ล้มลง พวกเขาเองก็ถูกยิงเข้าที่ลำตัวเช่นกัน
คราวนี้หลายคนเริ่มรู้ตัวแล้วว่าต่อให้พวกเขาไม่ได้ยิงมั่วซั่ว ก็ยังมีกระสุนที่ถูกยิงเข้ามาจากข้างนอก!
“ระวังด้วย! ข้างนอกมีคนยิงโจมตีพวกเรา!”
ผู้รอดชีวิตจากฐานเมืองกว่างโจวใหม่ที่เหลือรอดก็รีบหาที่กำบังตามซากรถใกล้ๆ แม้หมอกควันจะหนา แต่การมองเห็นในระยะไม่กี่เมตรก็ยังพอทำได้อยู่
แต่ในขณะที่พวกเขาคิดว่าพอหาที่กำบังได้แล้วพวกเขาจะปลอดภัยขึ้นบ้าง
“ปัง!”
เพื่อนของพวกเขาอีกคนก็ถูกยิงเข้าที่หัวและตายคาที่อยู่หลังรถคันหนึ่ง!
ผู้รอดชีวิตอีกคนที่ซ่อนตัวอยู่หลังรถคันเดียวกันก็รีบหดตัวลงและถอยห่างจากจุดที่เพื่อนร่วมทีมตายอย่างสั่นเทา
เขาคิดว่านี่คงเป็นฝีมือของศัตรูข้างนอกที่ยิงกราดเข้ามามั่วๆ แล้วบังเอิญโดนเพื่อนผู้โชคร้ายคนนี้แน่ๆ
ขอแค่ถอยห่างออกมาและพยายามโผล่ออกไปให้น้อยที่สุด เขาก็น่าจะรอดจากการโดนยิงแล้ว
“ปัง!”
แต่จู่ๆ ร่างกายของเขาก็สะดุ้งเฮือก เขารู้สึกเจ็บแปลบที่ท้อง ความเจ็บปวดที่รุนแรงจนไม่อาจจินตนาการได้ก็แผ่ซ่านมาจากท้อง ปืนพกในมือก็ร่วงลงพื้น ร่างทั้งร่างก็ทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
[เป็นไปได้ยังไง!?]
เขารู้ตัวแล้วว่าถูกยิง แต่มันเกิดขึ้นหลังจากที่เพื่อนร่วมทีมของเขาถูกยิงเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ฝั่งตรงข้ามแม่นมาก!
เนื่องจากไม่โดนจุดตาย เขาจึงยังไม่ตายทันที แต่ก็สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไปโดยสิ้นเชิง เขาได้แต่นอนชักกระตุกอยู่บนพื้นโดยที่มือก็พยายามกุมบาดแผลที่เจ็บปวดรวดร้าว
ไม่ไกลจากเขา ผู้รอดชีวิตจากฐานเมืองกว่างโจวใหม่จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็กำลังถูกกระสุนที่พุ่งมาจากทุกทิศทุกทางยิงใส่!
หมอกควันไม่อาจขัดขวางฝ่ายตรงข้ามได้เลย!
“บ้าเอ๊ย! ข้างนอกมองเห็นตำแหน่งของพวกเราได้ยังไง! ทุกคนหาทางฝ่าวงล้อมออกไป! ขืนอยู่ที่นี่ต่อไปพวกเราตายกันหมดแน่!!”
คนที่มีปฏิกิริยาไวก็ตระหนักได้ทันทีว่าการนั่งรอความตายอยู่กับที่เป็นทางตัน เขาจึงลุกขึ้นและวิ่งฝ่าไปยังจุดที่หมอกจางกว่า
“ปัง!”
แต่น่าเสียดายที่สิ่งที่รอต้อนรับพวกเขาอยู่ก็ยังคงเป็นกระสุนที่ไร้ความปรานี!
คนที่อยู่ข้างนอกพอเห็นคนเหล่านี้ลุกและพยายามจะวิ่งหนี พวกเขาก็แจกกระสุนใส่ทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายฝ่าหมอกควันออกมาได้เลย!
ภายนอกหมอกควัน
ผู้ที่สร้างความเสียหายทั้งหมดนี้แน่นอนว่าต้องเป็นกองกำลังของฐานลวี่หยวนที่มาสนับสนุนฐานหงอวิ๋น!
“ควบคุมการยิงต่อไป! ฆ่าพวกมันให้หมด! อย่าให้เหลือรอด!”
เสียงเรียบเฉยของจงอวี่ก็ดังขึ้นในช่องสื่อสารของทีม ราวกับเครื่องจักรที่ไร้อารมณ์ เขายังคงออกคำสั่งให้ลูกทีมเก็บเกี่ยวชีวิตศัตรูต่อไป
บนดาดฟ้าของอาคารหลังหนึ่ง เขาใส่อุปกรณ์รูปร่างประหลาดไว้บนหัว มือก็ถือปืนกลคอยยิงเก็บศัตรูที่มาในครั้งนี้เป็นระยะ
ในตำแหน่งอื่นๆ ก็มีคนของฐานลวี่หยวนที่ใส่อุปกรณ์ประหลาดแบบเดียวกับเขากำลังทำสิ่งเดียวกัน!
สิ่งที่พวกเขาสวมก็คือกล้องตรวจจับความร้อน!
หมอกควันไม่อาจปิดกั้นการมองเห็นของเทคโนโลยีนี้ได้ ในขณะที่ผู้รอดชีวิตจากฐานเมืองกว่างโจวใหม่คิดว่าตัวเองหลบอยู่ในที่ปลอดภัย หารู้ไม่ว่าพวกเขากำลังถูกกองกำลังของฐานลวี่หยวนที่ใช้เครื่องมือสุดโกงไล่ยิงเหมือนเป้าซ้อมยิงปืน!
และยังมีลูกทีมอีกจำนวนหนึ่งที่กำลังบังคับโดรน พวกเขากำลังควบคุมสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ให้บินอยู่เหนือหมอกควันและทิ้งระเบิดแรงสูงที่ฐานผลิตเองลงไปเป็นระยะๆ!
นี่คือการต่อสู้ที่ไม่มีคำว่าเท่าเทียม!
แม้ฝ่ายตรงข้ามจะมีคนถึง 200 คน ส่วนพวกเขามีแค่ไม่ถึง 40 คน แต่ในระดับของอาวุธยุทโธปกรณ์และกลยุทธ์แล้ว มันคนละชั้นกันโดยสิ้นเชิง
เหมือนกับที่จงอวี่พูดไว้ตั้งแต่แรก ครั้งนี้คนของฐานเมืองกว่างโจวใหม่ต้องตาย!
ในแผนการรบที่พวกเขาวางไว้ ฝ่ายตรงข้ามไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย
เว้นแต่ว่าวันนี้พวกเขาจะไม่มา
แต่ว่า
ขอแค่พวกเขาผ่านทางนี้มา ก็เท่ากับว่าพวกเขาได้ก้าวเข้าสู่กับดักของยมทูตแล้ว
พวกเขาไม่รู้เลยว่า ก่อนที่จะเข้าสู่ถนนสายนี้ โดรนลาดตระเวนทางทหารของฐานลวี่หยวนที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งถึงสองกิโลเมตรก็ได้ตรวจจับตำแหน่งของพวกเขาและส่งข้อมูลกลับมาให้ทีมเตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลาแล้ว
นี่คือข้อได้เปรียบของการใช้โดรนในการรบ
บวกกับกับระเบิดที่วางไว้และกลยุทธ์หมอกควัน ศัตรูจึงถูกกำหนดให้กลายเป็นผีเฝ้าถนนอย่างต่อเนื่อง
เรียกได้ว่ายังไม่ทันเห็นหน้าก็ต้องไปรายงานตัวกับยมบาลแล้ว
เสียงปืนและระเบิดของคนจากฐานลวี่หยวนก็ยังคงดังไม่หยุด ระเบิดหมดก็บินกลับมาเติม คนที่บังคับโดรนก็คอยทิ้งระเบิดใส่ศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่หลังที่กำบังซึ่งปืนยิงไม่ถึง ส่วนศัตรูที่อยู่ในระยะสายตาก็ถูกจัดการด้วยปืน
คนของฐานเมืองกว่างโจวใหม่ไม่มีทางตอบโต้ได้เลย!
กระสุนที่พวกเขายิงมั่วซั่วก็ไม่มีผลอะไร ต่อให้โชคดียิงโดรนร่วงไปได้หนึ่งหรือสองลำก็ไร้ประโยชน์เพราะทางฝั่งของฐานลวี่หยวนก็ควักโดรนลำใหม่ออกมาบินต่อได้ในทันที!
ตอนนี้ถ้าพูดถึงจำนวนและชนิดของโดรน ฐานลวี่หยวนคงจะมีมากจนกองกำลังอื่นนึกภาพไม่ออกเลย!
ลำพังแค่ที่ฉินจิ้นกักตุนไว้ก่อนวันสิ้นโลกก็มีหลายร้อยหลายพันลำแล้ว แถมหลังวันสิ้นโลกมาถึงเขาก็ยังส่งทีมออกไปค้นหาของพวกนี้โดยเฉพาะ รวมถึงรับแลกเปลี่ยนโดรนจากผู้รอดชีวิตภายนอกด้วยธัญพืชอีกด้วย ซึ่งโดรนก็ถือเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนที่สำคัญอย่างหนึ่งของพวกเขา
ไม่ต้องพูดถึงโดรนทางทหารที่หาเจอได้แค่ในค่ายทหารเลย
ตอนนี้โดรนรุ่นต่างๆ ในฐานลวี่หยวนรวมกันแล้วมีอย่างน้อยหลายหมื่นลำ!
ใช้ยังไงก็ไม่หมด!
ใช้ยังไงก็ไม่หมดจริงๆ!
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เสียงปืนจากฝั่งของฐานลวี่หยวนก็เริ่มซาลงและไม่มีเสียงปืนตอบโต้ดังออกมาจากในหมอกควันอีก
ดูจากสถานการณ์ภายนอก คนของฐานเมืองกว่างโจวใหม่ที่บุกมาน่าจะถูกสังหารจนหมดสิ้นแล้ว!