เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 460 : หาข้อมูล ขุดตัวอย่าง

ตอนที่ 460 : หาข้อมูล ขุดตัวอย่าง

ตอนที่ 460 : หาข้อมูล ขุดตัวอย่าง


ตอนที่ 460 : หาข้อมูล ขุดตัวอย่าง

ในคืนเดียวกัน

ที่มณฑลไห่หนาน

หลังจากดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ความมืดก็กลับมาครอบครองผืนดินอีกครั้ง

ณ ที่แห่งหนึ่งบนท้องฟ้า ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 4,000 เมตร วัตถุขนาดมหึมาก็กำลังลอยนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้ผู้คนสังเกตเห็น!

ในนั้นคือกลุ่มของหลี่ปั๋วเหวินที่ออกเดินทางมาจากฐานลวี่หยวนเพื่อมาตามหาพันธุ์พืชนั่นเอง!

“ทุกคนกินข้าวให้เสร็จแล้วรีบพักผ่อนกันเถอะ! พรุ่งนี้พวกเราค่อยลงไปหากันต่อ!”

หลี่ปั๋วเหวินบอกกับลูกน้องที่กำลังเหนื่อยล้าภายในเรือเหาะ ก่อนจะหามุมสงบพักผ่อนบ้าง

หลังจากมาถึงจุดหมายเมื่อเช้าและจัดการกับหมาป่ากลายพันธุ์ยักษ์เสร็จ พวกเขาก็เริ่มเคลียร์ซอมบี้ในศูนย์ทดลองเพาะปลูกแห่งนี้

หลังจากใช้ความพยายามไปพอสมควร ทีมต่อสู้ก็พาอันเสี่ยวหร่านและอู๋ฉีโน่เริ่มค้นหาข้อมูลที่ต้องการและตัวอย่างพืชในศูนย์ทดลอง

ตลอดทั้งวัน พวกเขาเดินสำรวจอาคารในศูนย์ทดลองไปเกือบครึ่ง พวกเขาพบเอกสารกระดาษและฮาร์ดดิสก์จากเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์จำนวนมาก

เอกสารกระดาษไม่ค่อยมีข้อมูลอะไรน่าสนใจ ส่วนฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ก็คงต้องรอกลับไปเปิดดูข้อมูลอย่างละเอียดที่ฐานเพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้าเหลือให้พวกเขาใช้แล้ว

ส่วนตัวอย่างพันธุ์พืช?

อันเสี่ยวหร่านและอู๋ฉีโน่ได้ขุดต้นกล้าธัญพืชบางส่วนขึ้นมา แต่จะมีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้างนั้นก็คงต้องรอกลับไปตรวจสอบและทดลองที่ฐานกันอีกที

สถานการณ์ก็ไม่ได้ต่างจากที่คาดการณ์ไว้

การออกมาตามหาพันธุ์พืชแบบนี้ โอกาสที่พวกเขาจะเดินเข้าไปในตึกแล้วเจอของที่พวกเขาต้องการเลยทันทีนั้นแทบจะเป็นศูนย์

เพราะต่อให้ตอนที่โลกยังปกติ ก็คงไม่มีใครเอาป้ายไปแขวนไว้ที่ต้นพืชแล้วเขียนว่า “สุดยอดพันธุ์พืช!” หรอก

ดังนั้นต้นพืชทดลองส่วนใหญ่จึงมีแค่ป้ายระบุหมายเลขตัวอย่างและข้อมูลคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องในเอกสารเท่านั้น ส่วนข้อมูลในนั้นก็คงจะมีแต่ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่เข้าใจมัน

และอันเสี่ยวหร่านกับอู๋ฉีโน่ก็มาที่นี่เพื่อการนี้

เพียงแต่ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์มีเยอะมากเกินไป พวกเขาจึงต้องรอกลับไปให้ฝ่ายเพาะปลูกที่ฐานตรวจสอบกันอีกที

ตอนนี้คนของฐานลวี่หยวนส่วนใหญ่จึงกำลังนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นเรือเหาะ วันนี้พวกเขาเหนื่อยกันจริงๆ นอกจากต้องคอยกำจัดซอมบี้ที่ซ่อนตัวอยู่แล้ว พวกเขายังต้องช่วยขนย้ายต้นพืชที่เจอในเขตทดลองด้วย

ทุกต้นต้องติดป้ายกำกับให้เรียบร้อยเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบภายหลัง

แต่สิ่งที่น่าพูดถึงก็คือ หลี่ปั๋วเหวินได้หาเวลาว่างให้เรือเหาะลงมาจอดเพื่อขนซากหมาป่ากลายพันธุ์ยักษ์ที่พวกเขาเจอเมื่อตอนกลางวันขึ้นไปเพื่อเตรียมนำกลับไปฐานเป็นของขวัญให้ฉินจิ้น

เรื่องที่ท่านผู้นำทำการวิจัยในฐานไม่ใช่ความลับสำหรับคนในฐานหลักแล้ว

ภายในเรือเหาะไม่มีใครคุยกัน นอกจากบุคลากรจากฝ่ายเพาะปลูกสองคนที่กำลังใช้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบข้อมูลที่หามาได้ในวันนี้ ส่วนคนอื่นๆ ก็เริ่มส่งเสียงกรนดังระงมออกมากันอย่างรวดเร็ว

พื้นที่ภายในห้องโดยสารของเรือเหาะที่เดิมทีใช้เพื่อการท่องเที่ยวชมวิวนั้นกว้างขวางมาก หลังจากเอาเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสวยงามแต่ไร้ประโยชน์ออกไป มันก็ดูกว้างขวางขึ้นกว่าเดิมมาก ต่อให้ตอนนี้จะมีของกองอยู่ไม่น้อยมันก็ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทำกิจกรรมของทุกคนเลย

ประโยชน์อีกอย่างของเรือเหาะก็คือสิ่งนี้

มันทำให้ลูกทีมที่ออกปฏิบัติภารกิจไม่ต้องเสียเวลาในการหาที่พักชั่วคราวสำหรับค้างแรมและพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการป้องกันซอมบี้!

ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเขาซ่อมแซมและดัดแปลงเรือเหาะ ฉินจิ้นก็ได้สั่งให้ติดตั้งเครื่องผลิตออกซิเจนไว้ข้างในแล้ว ดังนั้นต่อให้พวกเขาอยู่สูงจากพื้นมากแต่มันก็จะไม่ทำให้คนที่อยู่บนนั้นเกิดอาการขาดออกซิเจนจนส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการต่อสู้

อีกทั้งการลอยตัวนิ่งๆ ก็ไม่ได้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากนัก จะบินสักสิบวันก็ไม่ใช่ปัญหา

ค่ำคืนนี้จึงผ่านไปโดยไร้คำพูดใดๆ

วันรุ่งขึ้น

ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ขับไล่ความมืดมิดออกไป กลุ่มคนจากฐานลวี่หยวนที่นอนหลับอย่างสบายตลอดคืนบนเรือเหาะก็กินอาหารเช้าง่ายๆ จนเสร็จและเตรียมตัวลงไปเริ่มงานกันอีกครั้งแล้ว!

“วันนี้เราจะหากันอีกแค่วันเดียวเท่านั้น พยายามหาข้อมูลและตัวอย่างทั้งหมดให้ได้มากที่สุดแล้วกลับบ้านกัน!”

เมื่อเรือเหาะลงจอดถึงพื้น

หลี่ปั๋วเหวินก็พูดย้ำอีกครั้งที่ประตูเรือเหาะที่เปิดออก ทุกคนขานรับแล้วกระโดดลงจากเรือเหาะทันที

จากการค้นหาเมื่อวาน พวกเขาจึงเริ่มคุ้นเคยกับที่นี่ดีแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ค้นหาไปแล้วและเริ่มค้นหาในพื้นที่ที่ยังไม่ได้สำรวจทันที

วันนี้พวกเขาแบ่งกันเป็นสองกลุ่ม

ซอมบี้ในศูนย์ทดลองทั้งหมดได้ถูกกำจัดไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน แถมพวกเขายังได้วางแนวป้องกันง่ายๆ ไว้ที่ประตูและจุดที่รั้วเสียหายด้วย ตามหลักแล้วตอนกลางคืนก็ไม่น่าจะมีซอมบี้ตัวใหม่เข้ามามากนัก

หรือต่อให้มี ด้วยความคุ้นเคยพื้นที่ของทีมต่อสู้ก็น่าจะสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย

ไม่นาน อันเสี่ยวหร่านและอู๋ฉีโน่ก็แยกกันค้นหา

ข้อมูลส่วนใหญ่ในอาคารนั้นถูกเก็บไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้เป้าหมายหลักของพวกเขาจึงเป็นการตามหาตัวอย่างพันธุ์พืชกลับไปเพิ่มอีกหน่อย

ในโรงเรือนที่ทรุดโทรมแห่งหนึ่ง

อันเสี่ยวหร่านถือพลั่วอันเล็กขุดต้นพืชสีเขียวอ่อนที่เพิ่งเจอขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แล้วใส่มันลงในภาชนะที่เตรียมไว้

“นี่คือต้นอ่อนข้าวโพด เอาไปกลับฐานก่อน วันหน้ามันอาจจะมีประโยชน์”

เธอแนะนำด้วยน้ำเสียงสดใส ข้างหลังเธอคือเหยาเหล่ยและโจวซินรวมถึงสมาชิกทีมต่อสู้อีกสองสามคนที่คอยคุ้มกันเธอ

นี่คือต้นพืชต้นที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่อันเสี่ยวหร่านหาเจอ

“เชิญคุณอันตามสบายเลย พวกเรามีเวลาเหลือเฟือค่ะ”

เหยาเหล่ยยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ

โชคดีที่พวกเขามีผู้เชี่ยวชาญมาด้วย ไม่อย่างนั้นถ้าให้พวกเธอมาทำกันเอง พวกเธอคงแยกไม่ออกแม้กระทั่งวัชพืชกับต้นกล้าด้วยซ้ำ?

คนยุคใหม่นั้นแทบจะไม่เคยสัมผัสกับพืชพวกนี้เลย ถ้าจะให้พวกเขาไปปลูกข้าว สุดท้ายพวกเขาก็อาจจะได้หญ้ากองเบ้อเริ่มมาแทนก็ได้

การค้นหาตัวอย่างพืชยังคงดำเนินต่อไป

ในอีกด้านหนึ่ง

บนแปลงเพาะปลูกกลางแจ้งของศูนย์ทดลอง คนกลุ่มหนึ่งก็กำลังเดินอย่างช้าๆ อยู่ข้างนอก

ที่นี่เคยเป็นสถานที่สำหรับเพาะปลูกพืชทดลองหลากหลายชนิดโดยเฉพาะ

เพียงแต่ ทิวทัศน์ที่ควรจะเขียวชอุ่มกลับกลายเป็นพื้นที่โล่งเตียนและแทบไม่เห็นพืชสีเขียวเลย

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ที่นี่ก็ถูกทำลายจนย่อยยับจากฝนกรดเมื่อปีที่แล้วและอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้เช่นกัน

หลี่ปั๋วเหวินและเกาเฉียงรวมถึงลูกทีมอีกสองสามคนคอยคุ้มกันอู๋ฉีโน่มาตรวจสอบดูว่าที่นี่มีพันธุ์พืชทดลองที่สำคัญหลงเหลืออยู่ที่นี่หรือไม่

แต่น่าเสียดาย ดูเหมือนว่าทางนี้จะต้องกลับไปแบบมือเปล่าแล้ว

อู๋ฉีโน่นั่งยองๆ บนพื้น ก่อนจะเอื้อมมือไปกำดินขึ้นมากำหนึ่ง เขาสัมผัสถึงความแข็งกระด้างที่เป็นก้อนๆ จนคิ้วขมวดกันแน่น

จัดการยากแฮะ

โลกภายนอกตั้งแต่เจอฝนกรดครั้งนั้นไปดินก็แข็งกระด้างแบบนี้ไปหมด ไม่คิดเลยว่าที่มณฑลไห่หนานก็จะเป็นเหมือนกัน

พืชทั่วไปยากที่จะอยู่รอดได้ในสภาพดินแบบนี้

“คุณอู๋ ผมว่าทางนี้คงไม่มีอะไรน่าดูแล้วมั้งครับ สู้พวกเรากลับไปหาแถวโรงเรือนดีกว่า ทางนั้นพืชที่ยังไม่ตายน่าจะมีเยอะกว่า”

เสียงของหลิวชิงดังขึ้นข้างหูอู๋ฉีโน่

หลิวชิงในตอนนี้เหงื่อท่วมตัว ถึงแม้เขาจะใส่อุปกรณ์กันแดดแล้ว แต่อุณหภูมิที่สูงเกินไปก็ทำให้เหงื่อของเขาไหลไม่หยุด

“โอเคครับ ข้างนอกดูท่าจะไม่มีอะไรน่าดูจริงๆ กลับไปทางโน้นดีกว่า”

อู๋ฉีโน่ไม่ดื้อดึง เพราะโอกาสที่เขาจะเจอตัวอย่างที่มีประโยชน์จากข้างนอกนั้นต่ำมากจริงๆ สู้กลับไปช่วยขุดตัวอย่างพืชในโรงเรือนที่มีการป้องกันยังจะดีกว่า

คนกลุ่มหนึ่งก็เริ่มเดินกลับไปทางกลุ่มของอันเสี่ยวหร่านทันที

ทันใดนั้น

แสงสีเขียวที่ไม่ค่อยสะดุดตานักก็แวบเข้ามาในสายตาของอู๋ฉีโน่

“เดี๋ยวก่อนครับ!”

เขาตะโกนขึ้น จากนั้นเขาก็รีบเดินเร็วไปทางขวาข้างหน้าแล้วก้มลงนั่งยองๆ

หลี่ปั๋วเหวินและคนอื่นๆ ก็สงสัยเล็กน้อย จากนั้นพวกเขาก็เห็นเขาหยิบพลั่วเล็กออกมาขุด

ดูเหมือนจะเจอของดีแล้ว?

ผ่านไปครู่หนึ่ง

อู๋ฉีโน่ก็ขุดพืชที่มีใบอยู่ไม่กี่ใบ แต่ส่วนรากกลับบวมเป่งขึ้นมาทั้งต้น

“เรียบร้อย! เมื่อกี้ผมเห็นว่ารอบๆ โล่งเตียนไม่มีพืชอะไรเลย แต่ตรงนี้กลับมีมันสำปะหลังต้นหนึ่งขึ้นอยู่ เลยอยากขุดกลับไปน่ะ”

อู๋ฉีโน่ชูพืชที่เขาเพิ่งขุดขึ้นมาให้หลี่ปั๋วเหวินและคนอื่นๆ ดู

จากนั้นเขาก็เก็บใส่ถุงรักษาความชื้น

หลังจากนั้นคนกลุ่มนี้ก็เดินย้อนกลับไปตามเส้นทางเดิมอีกครั้ง

จบบทที่ ตอนที่ 460 : หาข้อมูล ขุดตัวอย่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว