- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 450 : องุ่น
ตอนที่ 450 : องุ่น
ตอนที่ 450 : องุ่น
ตอนที่ 450 : องุ่น
ในห้องรับรองที่มีกันเพียง 4 คน
สงเซินก็รู้สึกราวกับว่ากะโหลกศีรษะของเขาถูกเปิดออกและถูกยัดน้ำแข็งก้อนใหญ่เข้าไป ทั้งตัวของเขาก็เย็นเฉียบลงมาตั้งแต่หัวจรดเท้า
เขาได้ยินว่าอะไรนะ!?
ครั้งนี้พวกเขาตั้งใจจะใช้เบาะแสของธัญพืชหลายพันตันเป็นไพ่ตายเพื่อแลกกับการช่วยเหลือจากฐานลวี่หยวน เดิมทีพวกเขาคิดว่าการยกให้อีกฝ่าย 7 ถึง 8 ส่วนก็นับว่าเป็นการแสดงความจริงใจมากพอแล้ว
แต่ผลล่ะ?
อีกฝ่ายกลับต้องการฮุบเอาไพ่ตายของพวกเขาไปจนหมดเกลี้ยง!?
แล้วเหลือให้พวกเขาแค่ 1 ตัน??
นี่มันเป็นการเจรจาแบบไหนกัน??
เมื่อเห็นคนจากฐานหงอวิ๋นทั้งสองคนตกตะลึง ฉินจิ้นก็ยังคงพูดต่อไปอย่างช้าๆ ว่า
“งั้นผมจะช่วยพวกคุณเพิ่มอีกหน่อยก็แล้วกัน ผมจะให้พวกคุณเก็บธัญพืชไว้ 5 ตัน แต่ข้อเสนอก่อนหน้านี้จะต้องถูกนับรวมเข้าไปด้วย”
“ในอนาคตพวกคุณจะต้องอยู่ในเมืองเซินเจิ้นต่อไปและคอยรายงานการเคลื่อนไหวของกองกำลังรอบๆ และสถานการณ์ต่างๆ ทั้งเล็กและใหญ่ให้ผมเป็นประจำ พวกคุณจะต้องคอยรับใช้ผมเป็นเวลา 10 ปี! ในระยะเวลา 10 ปีนี้ผมจะถือว่าฐานของพวกเราทั้งสองเป็นพันธมิตรกัน นั่นเท่ากับว่าผมจะให้การคุ้มครองและการสนับสนุนที่จำเป็นในระดับหนึ่งกับพวกคุณด้วย”
!!!
อึก!!!
เหยียนหงและสงเซินทั้งสองคนกัดฟันแน่น ดวงตาของพวกเขาก็แทบจะมีไฟพ่นออกมา!
เขากล้าดียังไง!
จะเอาธัญพืชทั้งหมดในโกดังสำรองยังไม่พอ!
ยังต้องการให้พวกเขารับใช้เป็นเวลา 10 ปีอีก!
นี่คือ 10 ปีในวันสิ้นโลกเลยนะ!
ในโลกแบบนี้ใครจะกล้ารับประกันได้บ้างว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดต่อไปได้ถึงปีหน้า!?
ดังนั้น 10 ปีนี้จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีคนตายไปเป็นจำนวนมาก
แม้ว่าทั้งสองคนจะเตรียมใจที่จะถูกเชือดตั้งแต่ก่อนที่จะมาเจรจาแล้ว แต่ในตอนนี้พวกเขากลับถูกทำให้โกรธจนปอดแทบระเบิดและอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ไร้ยางอายเกินไปแล้ว!
“ประธานฉิน ขออภัยด้วยที่พวกเราไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของคุณได้! นี่มันไม่ใช่การเจรจาด้วยซ้ำ! คุณแต่ต้องการจะกลืนกินพวกเรา!”
ใบหน้าของเหยียนหงแดงก่ำ นั่นเป็นเพราะเธอถูกทำให้โกรธแล้วจริงๆ เธอไม่เคยเจอคนที่หน้าหนาไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน!
เขาไม่กลัวเลยเหรอว่าถ้าตกลงกันไม่ได้แล้วพวกเธอจะหันหลังเดินจากไปทันที??
ธัญพืชพวกนั้นเขาไม่ต้องการแล้วเหรอ?
หรือจริงๆ แล้วเธอคิดมากไป
เพราะฉินจิ้นไม่กลัวจริงๆ
“ขอโทษด้วย”
“ผมก็ไม่ได้คิดที่จะเจรจาจริงๆ นั่นแหละ ผมแค่กำลังพูดความจริง พวกคุณสามารถปฏิเสธมันได้และหันหลังเดินจากไปได้ทุกเมื่อ โดยที่ผมจะไม่รั้งพวกคุณไว้”
“ถ้าคิดว่าการแค่ถือข้อมูลที่ไม่เคยแม้แต่จะได้รับการพิสูจน์มาขอความช่วยเหลือจากทางนี้แล้วจะได้ในสิ่งที่พวกคุณต้องการ งั้นพวกคุณก็ไร้เดียงสากันเกินไปแล้ว ผมจะยอมไปมีเรื่องกับกองกำลังขนาดใหญ่เพียงเพื่อข้อมูลที่ไม่แม้แต่จะได้รับการพิสูจน์ไปทำไม!?”
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินจิ้น ทั้งสองคนที่เดิมทียังหายใจถี่อยู่ก็ตั้งสติกลับมาได้ พวกเขามองหน้ากันและกันก่อนจะเห็นความประหลาดใจในดวงตาของอีกฝ่าย
ผู้นำของฐานลวี่หยวนคนนี้ไม่กลัวว่าพวกเขาจะจากไปด้วยซ้ำ!
เขาไม่สนใจธัญพืชหลายพันตันงั้นเหรอ!?
มันเป็นไปไม่ได้!
“เอาล่ะ ถ้าพูดจบแล้ว ผมก็คงต้องขอตัวก่อน ถ้ามีโอกาสพวกเราก็ยินดีที่จะต้อนรับพวกคุณอีกครั้ง”
หลังจากที่พูดจบฉินจิ้นก็ยิ้มเยาะและลุกขึ้นเดินไปที่ประตู
วันนี้การที่เขามาพบคนจากฐานหงอวิ๋นเหล่านี้ด้วยตัวเองก็ถือว่าเขาให้เกียรติมากเป็นพิเศษแล้ว แต่ถ้าอีกฝ่ายคิดจริงๆ ว่าเขาจัดการได้ง่ายงั้นก็ช่วยรีบไปล้างหน้าล้างตาแล้วนอนเถอะ
ส่วนพวกเขาจะตายหรือไม่ตายนั้นมันเกี่ยวข้องอะไรกับเขา!??
ผู้รอดชีวิตที่ตายก็มีทุกวันอยู่แล้ว เขาขี้เกียจเกินกว่าจะไปสนใจด้วยซ้ำ
ในสายตาของเขาคนที่ไม่สามารถสร้างคุณค่าให้กับตัวเองได้ก็คือคนนอก แล้วเขาจะลงมือช่วยไปทำไม?
ส่วนสิ่งที่พวกเขาพูดออกมาก็มีแค่ลมปากไม่มีหลักฐาน พวกเขาบอกว่ามีเบาะแสของธัญพืชหลักพันตันก็เท่ากับว่าพวกเขามีธัญพืชพวกนั้นแล้วงั้นเหรอ!?
คนที่ถูกบีบจนจนมุมจะกุเรื่องอะไรขึ้นมาก็ได้ทั้งนั้น
เพียงไม่กี่ก้าวฉินจิ้นก็เดินมาถึงประตูและกำลังจะยื่นมือออกไปผลักประตูใหญ่แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนดังมาจากข้างหลัง!
“เดี๋ยวก่อน!!”
“ฉันยอมรับ!”
เหยียนหงไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองน่าสมเพชขนาดนี้มาก่อน แม้แต่ตอนที่เธอถูกฐานเมืองกว่างโจวใหม่บีบจนเหลือแค่ทางตันเธอก็ยังคงเลือกที่จะสู้ตาย แต่การมาที่ฐานลวี่หยวนในวันนี้กลับทำให้เธอถูกอีกฝ่ายจูงจมูกโดยสิ้นเชิง!
เธอไม่สามารถควบคุมสถานการณ์อะไรได้เลยแม้แต่น้อย!
ถ้าวันนี้เธอไม่ได้รับความช่วยเหลือจากฐานลวี่หยวนและต้องกลับไปที่เมืองเซินเจิ้นแบบมือเปล่า อีกสองวันฐานเมืองกว่างโจวใหม่ก็จะต้องบีบให้เธอยอมทำตามหรือไม่ก็ทำลายฐานหงอวิ๋นทิ้งอย่างแน่นอน!
และเธอก็เชื่อว่าไอ้หมูอ้วนแก่นั่นจะต้องทำได้อย่างแน่นอน!
แต่ต่อให้เธอต้องตายเธอก็จะไม่ยอมให้พวกมันได้แตะต้องศพของเธออยู่ดี!
เมื่อครู่ตอนที่ฉินจิ้นเดินจากไปเธอก็คิดได้ในที่สุดว่า เมื่อเทียบกับการที่ฐานหงอวิ๋นต้องถูกอีกฝ่ายทำลายและผู้คนต้องกลายไปเป็นทาสทั้งหมด งั้นเธอขอสู้ยอมรับเงื่อนไขของฝั่งนี้ดีกว่า!
อย่างน้อยฝั่งนี้ก็ยังให้ธัญพืชพวกเขา 1 ตันอย่างเปิดเผย!
ฝั่งหนึ่งมีแต่ต้องตาย แต่อีกฝั่งหนึ่งอาจจะยังพอมีทางรอด
และเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
“ฉันมีวิธีพิสูจน์ว่าเรื่องโกดังธัญพืชสำรองนั้นฉันไม่ได้โกหก! ตราบใดที่คุณสามารถช่วยให้พวกเราผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างจริงใจและในอนาคตก็ไม่ได้ขูดรีดพวกเรามากเกินไป งั้นการที่จะเป็นบริวารของฐานลวี่หยวนก็ไม่ได้แย่!”
เหยียนหงที่ยอมเสี่ยงทุกอย่างแล้วก็ไม่คิดจะเดินเกมอย่างช้าๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป เธอจ้องมองไปที่ฉินจิ้นที่หยุดและมองมาทางเธออย่างเด็ดเดี่ยว
ฉินจิ้นหันกลับมาและเดินไปข้างหน้าเหยียนหงอย่างช้าๆ ก่อนจะจ้องมองไปที่ดวงตาของเธอและยิ้มกว้างพร้อมพูดว่า
“ตกลง!”
ในเมื่ออีกฝ่ายกำลังจะกลายเป็นคนของเขา
งั้นเขาก็ต้องลงมือจัดการ!
ข้างๆ ห้องรับรอง
ในห้องพักที่ใช้สำหรับต้อนรับคนนอก คนของฐานหงอวิ๋นก็ถูกถังจินหมิงจัดให้มาอยู่ที่นี่เพื่อรอ
“หัวหน้า! ตรงนี้ก็มีเครื่องปรับอากาศด้วย!”
หนึ่งในพวกเขาพูดกับหัวหน้าของตัวเองด้วยเสียงเบาๆ
มันน่าตกใจจริงๆ ฐานลวี่หยวนนี่สิ้นเปลืองขนาดไหนกันแน่!?
ไฟฟ้าของพวกเขาสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องประหยัดเลยงั้นเหรอ?
ถ้าห้องนั้นจะใช้สำหรับต้อนรับแขกผู้มีเกียรติโดยเฉพาะการจะเปิดเครื่องปรับอากาศก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ทางฝั่งนี้ที่ใช้ต้อนรับคนธรรมดาพวกเขาก็ยังเปิดให้?
“ฉันก็ไม่รู้! ที่นี่มีแต่ความประหลาด! จนดูเหมือนว่าที่นี่ไม่ได้อยู่ในวันสิ้นโลกเลย! พวกเราก็รออยู่ที่นี่ให้ผู้นำของเราเจรจาเสร็จเถอะ!”
“หวังว่าผู้นำของเราจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับมา ไม่อย่างนั้นพวกเราก็ทำได้แค่กลับไปสู้ตายกับฝั่งของฐานเมืองกว่างโจวใหม่เท่านั้น!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ใบหน้าของหัวหน้าทีมคนนี้ก็มีความดุร้ายแวบผ่านมา!
พวกเขาล้วนเป็นกลุ่มคนที่ถูกบีบให้จนมุม ญาติและเพื่อนของพวกเขาก็ยังคงอยู่ที่เมืองเซินเจิ่น ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาอาศัยกลอุบายแอบออกมาพวกเขาก็คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
แม้ว่าการมาที่ฐานลวี่หยวนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ทางออกที่ดีเท่าไหร่
แต่การเดินทางเข้ามาจากเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนก่อนหน้านี้ก็ทำให้โลกทัศน์ของพวกเขาพลิกไปไม่น้อย
ที่นี่น่าตกใจเกินไปจริงๆ!
ตั้งแต่ที่เข้าสู่เขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนแล้ว มันก็ราวกับว่าพวกเขาได้เดินออกมาจากวันสิ้นโลก ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขายังสามารถเห็นร่องรอยบางอย่างที่เหลืออยู่ พวกเขาก็คงจะสงสัยแล้วว่าที่นี่อาจจะมีเวทมนตร์บางอย่างที่สามารถป้องกันการบุกรุกของซอมบี้ได้
“ทุกคนมากินองุ่นแล้วก็ดื่มน้ำเย็นเพื่อคลายร้อนกันก่อนเถอะ นี่คือสิ่งที่ผู้นำของพวกเราเตรียมไว้ให้ทุกคนก่อนหน้านี้ ยังไงซะพวกเราก็คงบอกไม่ได้ว่าพวกเขาจะคุยกันอีกนานแค่ไหน ดังนั้นพวกเราก็พักผ่อนกันอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ”
ถังจินหมิงตบมือและข้างหลังก็มีบุคลากรคนหนึ่งถือถาดเดินเข้ามาและนำมาวางไว้บนโต๊ะ
องุ่น!
แล้วก็น้ำที่ใส่น้ำแข็ง!
ทำไมพวกเขาถึงมีของแบบนี้ด้วย!!?
หัวหน้าทีมจากฐานหงอวิ๋นก็ดูไม่อยากจะเชื่อเล็กน้อย
เขาหยิบองุ่นที่เย็นเล็กน้อยขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ความรู้สึกแน่นและอวบอิ่มรวมถึงรอยตัดของกิ่งที่สดใหม่ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นของสดที่เพิ่งจะถูกเก็บมาจากต้นองุ่นได้ไม่นาน!
อึก!
เขากลืนน้ำลายอย่างแรงและก็เห็นความตกใจในดวงตาของเพื่อนที่อยู่ข้างๆ เช่นกัน
ฐานลวี่หยวนนี่!
น่ากลัวจริงๆ!!!
พวกเขาย่อมไม่รู้ว่านี่เป็นของต้อนรับธรรมดาที่ฐานลวี่หยวนเตรียมไว้สำหรับแขกผู้มีเกียรติบางคนโดยเฉพาะ
ในโรงเรือนของฐานหลักนอกจากพวกเขาจะปลูกข้าวเป็นหลักแล้ว ก็ยังมีผักและผลไม้ขนาดเล็กที่ไม่ค่อยจะกินพื้นที่อีกด้วย พวกมันจึงเป็นแหล่งอาหารหลักที่มอบวิตามินที่สดใหม่ให้กับคนในฐานหลักมาเสมอ
ผลไม้อย่างองุ่นนั้นก็ไม่กินพื้นที่เลย ช่วงฤดูร้อนโรงเรือนของฐานก็ปลูกพวกมันไว้ไม่น้อย มันจึงเป็นหนึ่งในผลไม้ที่บุคลากรหลักของฐานหลักได้กินเป็นครั้งคราว
และการนำมาต้อนรับคนที่ผู้นำให้ความสำคัญเล็กน้อยก็ไม่ถือว่ามากเกินไป
เพราะในความเป็นจริงปริมาณที่นำมาก็ถือว่าไม่มากนัก เฉลี่ยแล้วก็คนละ 2 ถึง 3 ลูกเท่านั้น
“......”
คนจากฐานหงอวิ๋นก็เงียบไป พวกเขาไม่รู้จะทำอย่างไรดีของที่มีค่าขนาดนี้ ถ้ากินไปแล้วพวกเขาจะถูกคิดบัญชีทีหลังไหม!?
“พวกคุณกินได้อย่างสบายใจเลย นี่เป็นแค่ผลไม้ประจำวันของฐานหลักของพวกเราเท่านั้น ไม่ได้มีค่ามากนัก กินแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อฝั่งผู้นำของพวกคุณหรอก”
ราวกับว่าเขามองเห็นความลังเลของคนจากฐานหงอวิ๋น ถังจินหมิงก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“......”
นี่ทำให้คนของฐานหงอวิ๋นยิ่งเงียบลง
จนผ่านไปอีกเกือบครึ่งนาที หัวหน้าทีมจากฐานหงอวิ๋นก็ทำลายความเงียบก่อน เขายื่นมือไปหยิบองุ่นลูกกลมที่อวบอิ่มสองสามลูกมาเก็บไว้ตรงกระเป๋าเสื้อของเขาอย่างทะนุถนอมแล้วจึงเปิดปากพูดขึ้นว่า
“ขอบคุณครับ ผมขอนำมันกลับไปให้ครอบครัวของผมได้ลิ้มรสด้วยกันนะครับ”