- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 440 : คำแนะนำของหยวนมู่
ตอนที่ 440 : คำแนะนำของหยวนมู่
ตอนที่ 440 : คำแนะนำของหยวนมู่
ตอนที่ 440 : คำแนะนำของหยวนมู่
การเก็บเกี่ยวข้าวเป็นเรื่องที่น่าสนุก
บุคลากรหลักต่างก็หวังว่าช่วงเวลานี้จะสามารถดำเนินต่อไปได้ตลอดไป
รวงข้าวที่หนักอึ้งก็ถูกเก็บเกี่ยวทีละรวงและส่งต่อไปยังมือของคนที่ทำหน้าที่นวดข้าว ทุกคนต่างก็สัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่ผ่านมือไป
นั่นคือน้ำหนักของชีวิต
หลังจากที่เข้าสู่วันสิ้นโลกแล้ว สำหรับบุคลากรหลักจริงๆ แล้วพวกเขาก็ไม่ได้สัมผัสกับความหิวโหยมากนัก
ฐานที่ฉินจิ้นสร้างขึ้นมานั้นได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยแบบที่ไม่มีที่ไหนเทียบได้เลยแถมยังมีเสบียงและอาหารที่อุดมสมบูรณ์ให้พวกเขาอีก
แม้ว่าฉินจิ้นจะกำหนดว่าในสถานการณ์ปกติอาหารประจำวันของฐานหลักจะมีแค่ 2 อย่าง แต่นี่ก็ถือว่าหรูหรามากแล้วถ้าเทียบกับผู้รอดชีวิตข้างนอกที่แทบจะไม่มีกิน
ในช่วงเวลาแบบนี้
ไม่ต้องพูดถึงว่าจะกินอะไร
แค่สามารถกินอิ่มได้ ก็สามารถทำให้คนที่เคยเป็นคนใหญ่คนโตมีสถานะสูงส่งต้องยอมก้มหัวได้แล้ว
แม้จะไม่จำเป็นต้องกินอิ่ม แต่แค่มีอาหารธรรมดาๆ ที่พอจะทำให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ก็สามารถทำให้ดาราดังที่เคยหยิ่งยโสในอดีตต้องยอมสยบได้แล้ว
ความหิวโหยน่ากลัวขนาดนั้นแหละ
มีแค่คนที่เคยสัมผัสมันมาแล้วจริงๆ ถึงจะรู้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน
แม้ว่าบุคลากรหลักจะไม่ได้สัมผัสกับมันบ่อยนัก แต่เมื่อเห็นสภาพที่น่าสงสารข้างนอก พวกเขาก็สามารถลองจินตนาการได้เลยว่า ถ้าคนพวกนั้นเป็นพวกเขามันจะเป็นยังไง
แน่นอนว่ามันต้องแย่จนพวกเขาไม่สามารถบรรยายได้
ช่วงเวลาแห่งความสุขในการเก็บเกี่ยวนั้นมีจำกัด
โรงเรือนบนพื้นดินของฐานหลักมีไม่เกิน 15 ไร่และภายใต้การเก็บเกี่ยวที่ทุกคนทุ่มเทอย่างเต็มที่ ในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงข้าวก็ถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือจนหมด
หลังจากนั้นฉินจิ้นก็ได้นำทุกคนไปยังพื้นที่เพาะปลูกพืชที่ชั้นใต้ดิน
ที่นี่ก็ปลูกข้าวไว้ประมาณ 10 ไร่เช่นกัน
บนเพดานของชั้นใต้ดินได้มีการติดตั้งไฟสำหรับปลูกพืชจำนวนมากรวมถึงระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งแทบจะทำให้สภาพอากาศอยู่ในเงื่อนไขการเจริญเติบโตที่ดีที่สุดสำหรับข้าวตลอดเวลา
ถ้าข้าวพวกนี้มีความคิดและเพื่อนร่วมสายพันธุ์ของพวกมันในอดีตได้มาเห็นว่าพวกมันได้รับการดูแลที่ดีขนาดนี้ พวกมันก็คงจะอิจฉาหัวร้อนจนกลายเป็นข้าวคั่วไปแล้วแน่ๆ
มนุษย์พวกนี้น่ากลัวเกินไปจริงๆ!
พวกเขาสามารถปลูกพืชได้โดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลงเลยและพวกเขายอมที่จะเดินเข้าไปจับแมลงและถอนหญ้าด้วยมือของตัวเองทุกวัน!
ไม่มีหญ้าต้นเล็กๆ ต้นไหนเลยที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้เกิน 2 วันในสวนและไร่นาของฐานลวี่หยวน!
ความอุดมสมบูรณ์ของทุกโมเลกุลของแร่ธาตุในดินจึงล้วนถูกส่งมอบให้กับพืชผลที่มนุษย์พวกนี้ต้องการ
มันน่ากลัวเกินไปจริงๆ!
และคงไม่มีใครเคยคิดว่า เพื่อการเจริญเติบโตของข้าวเพียงเล็กน้อยจะมีคนที่ยอมเฝ้าอยู่ในไร่นาได้ทั้งวันทั้งคืนและคอยดูแลพวกมันอย่างไม่หยุดหย่อนขนาดนี้
แต่ฉินจิ้นก็ไม่ได้เข้าร่วมการเก็บเกี่ยวธัญพืชที่ชั้นใต้ดินอีกต่อไป
เขายืนอยู่ข้างนาที่ชั้นใต้ดินและมองดูบุคลากรหลักก้มตัวทำงานกันอย่างระมัดระวัง ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ
ข้าวในฐานหลักที่ปลูกไว้เมื่อต้นปีก็พร้อมเก็บเกี่ยวหมดแล้ว ทางฝั่งของฐานย่อยที่เพิ่งจะปลูกใหม่ในภายหลังก็ยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก
สำหรับการเก็บเกี่ยว เขาไม่ได้ใช้บุคลากรนอกเลยแม้แต่คนเดียว
ส่วนใหญ่ก็เพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัย
ในฐานย่อยนอกจากบุคลากรระดับ 4 ประมาณ 10 คนแล้ว ที่เหลือก็ล้วนเป็นบุคลากรระดับ 3 เป็นหลัก
หรือก็คือพวกเขายังคงมีวิกฤตความอดอยากอยู่
อาหารที่ฉินจิ้นจัดให้พวกเขานั้นก็ยังคงอยู่ในระดับที่ไม่ทำให้อดตายเท่านั้น
หรือก็คืออิ่มประมาณ 3 ส่วน
สำหรับอาหารช่วยเหลือรายสัปดาห์ที่ฐานแจกจ่ายให้เพิ่มเติมก็ทำได้แค่เพิ่มจากระดับไม่อดตายมาอยู่ที่ประทังความหิวเท่านั้น
หรือก็คืออิ่มประมาณ 4-5 ส่วน
แต่การที่จะไปถึงระดับที่ไม่หิวหรืออิ่ม 7-8 ส่วน อย่างน้อยก็ต้องไปให้ถึงระดับของบุคลากรระดับที่ 4!
แน่นอนว่าบุคลากรระดับ 4 นั้นก็ยังได้รับอาหารช่วยเหลือเช่นกัน แต่เมื่อนำมารวมกับอาหารที่ได้มาจากการทำงานและสวัสดิการอาหารประจำวัน พวกเขาก็จะถือว่าได้หลุดพ้นจากความหิวโหย!
ดังนั้นทำไมบุคลากรระดับ 4 ถึงทำให้คนมากมายอิจฉา ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะต่อให้พวกเขาไม่ทำงานพวกเขาก็จะไม่อดตายและถ้าพวกเขาทำงาน พวกเขาก็จะสามารถหลุดพ้นจากความหิวโหยได้!
แค่สวัสดิการที่ดีกว่าเล็กน้อยนี้ก็สามารถทำให้ผู้รอดชีวิตนับไม่ถ้วนดีใจจนคลั่งได้แล้ว
หลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึง ผู้รอดชีวิตเกือบ 98% ต่างก็ต้องทนอยู่กับความหิวโหยนี้ (ยกเว้นกองกำลังที่แข็งแกร่งบางแห่งกับพวกมนุษย์กินคน)
ความสำคัญของธัญพืชจึงไม่ต้องพูดถึงอีกต่อไป
การเก็บเกี่ยวที่ชั้นใต้ดินเร็วกว่าข้างบนมาก สาเหตุก็เป็นเพราะทุกคนมีประสบการณ์เพิ่มขึ้นแล้วดังนั้นพวกเขาจึงเก็บเกี่ยวได้เร็วราวกับหมาป่าที่หิวโหย รวงข้าวทั้งหมดก็ถูกพวกเขาเก็บเกี่ยวออกมาอย่างระมัดระวังและสมบูรณ์ที่สุด
หลังจากที่เก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นแล้วฉินจิ้นก็กลับไปที่บ้านหลังเล็กๆ ของเขาเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจึงกลับไปที่ห้องทำงานเพื่อทำงานประจำของตัวเองต่อ
วันนี้การที่เขาสามารถหาเวลามาเข้าร่วมการเก็บเกี่ยวได้ก็ถือว่าหาได้ยากมากแล้ว หลังจากนี้เขาก็ทำได้แค่รอตัวเลขสรุปจากการเก็บเกี่ยวที่แน่นอน
หยวนมู่ก็ไม่ได้ให้เขารอนาน ตอนบ่ายอีกฝ่ายก็มาที่ห้องทำงานของเขาและรายงานปริมาณการเก็บเกี่ยวที่แน่นอนของธัญพืชชุดแรกของฐานให้เขาฟังด้วยตัวเอง!
“ประธานฉินครับ ผลสรุปออกมาแล้วครับ!”
“ครั้งนี้ไร่นาที่ปลูกข้าวในฐานหลักของพวกเราจำนวนทั้งหมด 25 ไร่ เก็บเกี่ยวข้าวเปลือกได้รวมเกือบ 15,000 กิโลกรัม! หรือเกือบ 15 ตันครับ!”
“หลังจากนี้พวกเราจะเริ่มทำการตากข้าวเปลือก หลังจากที่ตากแห้งแล้วน้ำหนักน่าจะหายไปประมาณ 25% หลังจากนั้นผมก็ขอแนะนำให้เก็บพวกมันเข้าคลังครับ!”
“ถ้าวันไหนพวกเราต้องการนำออกมากิน หลังจากที่สีแล้วน้ำหนักก็น่าจะหายไปอีกประมาณ 5% หรือก็คือการปลูกในครั้งนี้ของพวกเราสุดท้ายแล้วจะได้รับข้าวสารชั้นดีที่กินได้ประมาณ 10.5 ตันครับ!”
หยวนมู่พูดตัวเลขที่แน่นอนของการเก็บเกี่ยวเมื่อครู่ออกมารวดเดียวและยังได้อธิบายถึงขั้นตอนต่างๆ ที่อาจจะทำให้เสียน้ำหนักของข้าวไปให้ฉินจิ้นฟัง
เขาหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดต่อไปว่า
“การปลูกในครั้งนี้ของพวกเราถือว่าดีมากครับ! ในสถานการณ์ปกติข้าวพันธุ์นี้ผลผลิตต่อไร่จะอยู่ที่ประมาณ 900-1,200 กิโลกรัม ดังนั้นจึงเท่ากับว่าผลผลิตของเราในครั้งนี้อยู่ในระดับสูงสุดครับ!”
ฉินจิ้นก็ฟังไปพลางพยักหน้าไปพลาง
ข้อมูลเหล่านี้เขาย่อมรู้มานานแล้ว
10.5 ตัน!
ตัวเลขนี้คือปริมาณข้าวสารที่ฐานหลักสามารถปลูกขึ้นมาได้เองในครั้งนี้!
มันแทบจะอยู่ในระดับสูงสุดจากที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
หรือก็คือ การปลูกที่พวกเขาใช้ความคิดและแรงกายอย่างเต็มที่นี้ได้ผลจริงๆ
หลังจากนั้นเขากับหยวนมู่ก็พูดคุยเกี่ยวกับปัญหาเรื่องธัญพืชต่อไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมงถึงจะจบการพูดคุยเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวในครั้งนี้
“ขอบคุณมากผู้จัดการหยวน การเดินทางไปมณฑลไห่หนานในครั้งนี้คุณจะต้องคัดเลือกคนมาให้ดี พรุ่งนี้หัวหน้าทีมหลี่จะเตรียมตัวให้พร้อมและจะออกเดินทางกันทันที”
ฉินจิ้นเปลี่ยนเรื่องและพูดถึงแผนการที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้อีกครั้ง
ในตอนนี้พวกเขาหาเรือเหาะเจอแล้วและยังได้นำมันกลับมาซ่อมแซมรวมถึงดัดแปลงให้ดีกว่าเดิม!
ก่อนหน้านี้เพื่อที่จะนำมันกลับมาพวกเขาจึงต้องทำการซ่อมมันอย่างลวกๆ ไปก่อน
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว ร่องรอยการซ่อมแซมแบบชั่วคราวที่ขรุขระบนพื้นผิวของเรือเหาะก็หายไปหมดแล้ว
ภายใต้การซ่อมแซมและดัดแปลงแบบไม่หลับไม่นอนของบุคลากรในฐาน ในที่สุดพวกเขาก็คาดว่ามันจะเสร็จสมบูรณ์ในวันนี้!
“ประธานฉินไม่ต้องกังวลครับ คนที่จะเดินทางไปด้วยในครั้งนี้ผมได้เลือกไว้แล้ว ผมจะให้อันเสี่ยวหร่านและอู๋ฉีโน่ จากฝ่ายของผมติดตามหัวหน้าทีมหลี่ไปด้วย หนึ่งในพวกเขาเดิมทีก็เป็นลูกศิษย์ของผมอยู่แล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็นคนที่เพิ่งจะรับเข้ามาเมื่อต้นปี พวกเขาทั้งสองคนมีความเข้าใจด้านพืชที่ยอดเยี่ยมและยังมีความรู้เกี่ยวกับพวกมันไม่น้อยเลยครับ”
“อู๋ฉีโน่คนนี้ยังเป็นคนที่มีความสามารถด้วย แม้ว่าก่อนหน้านี้จะจบแค่ปริญญาตรี แต่ก็เรียนรู้ด้วยตัวเองมาไม่น้อย ถ้าจะพูดถึงความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ก็คงไม่ด้อยไปกว่านักเรียนของผมเลย! เอาเข้าจริงตอนนี้ผมยังอยากจะรับเขามาเป็นลูกศิษย์ของผมเลยด้วยซ้ำ!”
หยวนมู่ย่อมเตรียมคนที่ผู้นำต้องการไว้แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องคิดก็สามารถรายงานชื่อที่เตรียมไว้ออกมาได้ทันที
แล้วก็ยังพูดข้อมูลที่ทำให้ฉินจิ้นไม่คาดคิดออกมาด้วย
โอ้?
ฉินจิ้นอดไม่ได้ที่จะสงสัยเล็กน้อย เขาเองก็เพิ่งจะเคยเห็นหยวนมู่ยกย่องคนขนาดนี้เป็นครั้งแรก
อันเสี่ยวหร่านนั้นเขารู้จัก
เธอเป็นหญิงสาวที่เป็นบุคลากรของฐานหลัก ก่อนหน้านี้ในช่วงก่อนวันสิ้นโลกเธอนั้นจะอยู่ข้างๆ หยวนมู่ในฐานะศิษย์เอกของเขาเสมอและเธอยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเสี่ยวโจวที่กลายพันธุ์เป็นซอมบี้ในคืนที่ฐานจัดงานเลี้ยงด้วย
ส่วนอีกคนหนึ่งที่ชื่ออู๋ฉีโน่เขาไม่ค่อยคุ้นชื่อสักเท่าไหร่
ที่แท้ในฐานก็ยังมีคนที่มีความสามารถแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ?
ต้องรู้ก่อนว่าหยวนมู่เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในด้านนี้
การที่จะได้รับการประเมินแบบนี้จากเขาจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย!