เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 435 : วิชาการเอาชีวิตรอดฉันจะสอนเอง

ตอนที่ 435 : วิชาการเอาชีวิตรอดฉันจะสอนเอง

ตอนที่ 435 : วิชาการเอาชีวิตรอดฉันจะสอนเอง


ตอนที่ 435 : วิชาการเอาชีวิตรอดฉันจะสอนเอง

วันรุ่งขึ้น

หลังจากที่แสงแดดปรากฏขึ้น

ซอมบี้ที่ออกมาเดินเตร็ดเตร่ในตอนกลางคืนก็หมดเวลาทำงานและพากันหาที่ร่มใกล้ๆ เพื่อซ่อนตัวและรอให้ผู้โชคดีคนต่อไปมาเยือนหรือไม่ก็รอจนกว่าความมืดจะกลับมาเยือนอีกครั้ง

และในตอนนี้ก็ถึงเวลาที่มนุษย์จะออกมาทำกิจกรรมต่างๆ กันอีกครั้ง

แต่ในวันนี้ชีวิตของบุคลากรระดับ 1 ในเขตที่พักอาศัยขนาดเล็กทั้ง 20 แห่งจะไม่เหมือนวันก่อนๆ เพราะในวันนี้พวกเขาจะไม่ได้ไปขุดแนวป้องกัน แต่พวกเขาได้รับคำสั่งจากฐานหลักให้พวกเขาสร้างเขตที่พักอาศัยขนาดเล็กด้วยตัวเอง

วัสดุก่อสร้างที่ถูกเตรียมไว้ก็ถูกขนส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องและเสียงการก่อสร้างกำแพงของเขตที่พักอาศัยขนาดเล็กก็ดังครึกโครมไปทั่ว

“ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะได้มาอยู่ในที่พักที่มีกำแพงเร็วขนาดนี้! ดีจริงๆ!”

บุคลากรระดับ 1 ในเขตที่พักอาศัยขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยต่างก็ถอนหายใจออกมา

มันดีมากจริงๆ

เมื่อเทียบกับบ้านที่พวกเขาทำได้แค่เสริมความแข็งแรงของประตูและหน้าต่างในอดีตแล้ว สถานที่ที่มีกำแพงนั้นทำให้คนรู้สึกปลอดภัยได้มากกว่า

ดังนั้นการก่อสร้างในวันนี้จึงไม่มีใครคิดที่จะแอบอู้งานหรือยักยอกวัสดุก่อสร้างเลย

เพราะนี่คือการสร้างบ้านที่จะช่วยรักษาชีวิตของพวกเขาในอนาคต!

ดังนั้นใครจะกล้าทำแบบขอไปทีล่ะ?

เขตที่พักอาศัยขนาดเล็กทั้ง 20 แห่งก็เริ่มก่อสร้างกันอย่างคึกคัก

สำหรับช่วงเวลานี้ฉินจิ้นเองก็ใจกว้างกับพวกเขามาก เขาได้สั่งการให้ฐานจัดหาอาหารให้พวกเขา 2 มื้อต่อวัน แม้จะมีปริมาณไม่มากนัก แต่ก็ช่วยให้พวกเขาประทังความหิวได้

แต่ความใจดีนั้นก็ย่อมต้องแลกกับอะไรบางอย่าง เพราะฐานนั้นได้กำหนดระยะเวลาก่อสร้างไว้แค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น

ฐานลวี่หยวนจะไม่สนใจว่าพวกเขาจะต้องทำงานล่วงเวลาหรือต้องทำงานตลอดทั้งคืนเพื่อเร่งการก่อสร้าง แต่สุดท้ายการก่อสร้างนั้นจะต้องเสร็จภายใน 1 สัปดาห์เท่านั้น

แล้วถ้าทำไม่เสร็จล่ะ?

งั้นทุกคนในเขตที่พักอาศัยนั้นก็จะต้องเสียสถานะบุคลากรระดับ 1 ไปแล้วออกไปหาวิธีเอาตัวรอดข้างนอกกันเอง

มีแค่การทำให้เสร็จเท่านั้นพวกเขาถึงจะได้รับสวัสดิการนี้ต่อไปได้

เพราะอย่าลืมว่าข้างนอกนั้นยังมีผู้รอดชีวิตอีกมากมายที่อยากจะได้บ้านและสถานะของพวกเขา

โลกก็โหดร้ายแบบนี้แหละ

ในฐานหลัก

ฉินจิ้นไม่ได้อยู่ในห้องทำงาน แต่เขากลับวิ่งไปที่อาคารหลังหนึ่งในฐาน

ก่อนหน้านี้ที่นี่เคยเป็นเพียงห้องว่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลกมาถึง แต่ในตอนนี้มันกำลังถูกตกแต่งเพื่อเปลี่ยนเป็นโรงเรียนลวี่หยวน

เพราะในอนาคตลูกหลานของบุคลากรหลักจะได้เรียนอยู่ในฐานหลักและถูกแยกออกจากเด็กคนอื่นๆ ในฐานย่อย

สำหรับเรื่องนี้มันก็ช่วยไม่ได้ ในฐานะบุคลากรหลักที่ฉินจิ้นให้ความสำคัญมากกว่า ทรัพยากรที่พวกเขาจะได้รับก็ย่อมต้องสูงกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่ว่าจะเป็นจำนวนครู สภาพแวดล้อมในการเรียนหรือทรัพยากรและอาหารก็จะแตกต่างกัน

ถ้าจะให้ลองเปรียบเทียบเด็กที่เรียนอยู่ในฐานย่อยนั้นจะได้รับทรัพยากรต่างๆ ประมาณ 60 คะแนน ส่วนเด็กๆ ในฐานหลักนั้นจะได้รับประมาณ 80 คะแนน

แต่พวกเขาก็ยังคงต้องทำการประเมินเหมือนกัน

และมีเพียงแค่เด็กที่ผ่านการประเมินเท่านั้นที่จะสามารถเรียนต่อไปได้ แต่ถ้าประเมินไม่ผ่านติดต่อกันหลายครั้ง งั้นก็รีบไปทำงานเถอะ

สำหรับเด็กที่มีพรสวรรค์ หลังจากที่พวกเขาอายุ 14 ปีแล้ว พวกเขาก็จะได้รับการสอนตามสาขาที่พวกเขาถนัดไม่ว่าจะเป็น แพทย์ วิศวกร นักวิชาการ เป็นต้น

แต่ถ้าพวกเด็กๆ ไม่มีพรสวรรค์ในการเรียนเลย พวกเขาก็จะถูกเลื่อนชั้นไปฝึกอบรมทักษะอาชีพเช่น ช่างไฟฟ้า ช่างเครื่องยนต์หรือพ่อครัว เป็นต้น

หลังจากที่เรียนจบแล้ว พวกเขาก็จะสามารถไปทำงานที่เกี่ยวข้องต่อไปได้

แน่นอนว่า ถ้าในระหว่างการเรียนเกิดสถานการณ์ที่ฐานไม่พอใจพวกเขาขึ้นมา พวกเขาก็อาจจะได้จบการศึกษาล่วงหน้าได้

“เราต้องใช้ของที่ดีที่สุด! แล้วก็การสอนก็ให้ครูพวกนั้นวางแผนให้ดี วิชาที่ไม่มีประโยชน์ก็ไม่ต้องไปสอนอีก สอนแค่วิชาที่มีประโยชน์ก็พอแล้ว การจัดตารางเรียนก็ให้อ้างอิงจากเด็กๆ ในฐานหลักได้!”

“ยังไงซะพวกเราก็เลี้ยงดูครูพวกนั้นไว้ ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะแสดงความสามารถของตัวเองออกมาแล้ว! ถ้าพวกเขาทำแบบขอไปทีเพื่อให้งานเสร็จ งั้นก็บอกให้พวกเขาไสหัวไปได้เลย!”

ฉินจิ้นยืนอยู่ในห้องที่กำลังทำการตกแต่ง ที่นี่จะเป็นห้องเรียนของลูกของบุคลากรหลักของฐานหลักในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า

เด็กๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วก็มีอายุประมาณ 10 ขวบ ระดับชั้นที่เคยอยู่ก่อนหน้านี้ก็อาจจะแตกต่างกัน แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะครูในฐานย่อมต้องหาวิธีที่จะทำให้พวกเขาทุกคนค่อยๆ เรียนรู้สิ่งที่จำเป็นได้เหมือนกัน

ในตอนนี้ฉินจิ้นก็กำลังพูดกับจ้าวหลิง

ก่อนหน้านี้เขาได้รับคนที่เคยทำอาชีพครูและนักวิชาการเข้ามาเป็นจำนวนไม่น้อย คนเหล่านี้ก่อนหน้านี้พวกเขาทำได้แค่งานก่อสร้างง่ายๆ บางอย่างเท่านั้น

และในตอนนี้พวกเขาก็กำลังจะได้ใช้ความสามารถในอาชีพของตัวเองแล้ว

และถ้ามีคนที่แอบอ้างว่าเป็นครู่แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ ฐานก็จะไม่ปรานีพวกเขาอย่างแน่นอน

แม้ว่าการสร้างคนรุ่นต่อไปจะยังไม่สำคัญเท่าไหร่ในตอนนี้ แต่เรื่องแบบนี้ก็ต้องวางแผนล่วงหน้าในระยะยาว

จ้าวหลิงที่อยู่ข้างๆ ในตอนนี้ก็ไม่ได้พูดอะไร เธอจดบันทึกความต้องการแต่ละข้อที่ฉินจิ้นพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง

หลังจากนี้งานด้านการศึกษาก็จะมีเธอเป็นคนรับผิดชอบ ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถผ่อนคลายได้เลย

และอีกประมาณ 1 สัปดาห์โรงเรียนลวี่หยวนก็จะเปิดใช้งานและรับนักเรียนเข้าเรียนอย่างเป็นทางการแล้ว

ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามที่ฉินจิ้นวางแผนไว้

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ในอีกหนึ่งสัปดาห์กำแพงของเขตที่พักอาศัยขนาดเล็กทั้ง 20 แห่งก็จะสร้างเสร็จและเด็กที่มีระดับ 1 ขึ้นไปทุกคนก็จะสามารถนั่งรถบัสมาเรียนที่ฐานย่อยได้ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์

แต่สำหรับลูกของบุคลากรหลักในฐานหลักพวกเขานั้นสบายยิ่งกว่า

หลังจากที่ดูการตกแต่งห้องเรียนในฐานหลักแล้ว ฉินจิ้นก็พาจ้าวหลิงและบุคลากรที่เกี่ยวข้องมาดูความคืบหน้าในการตกแต่งที่ฐานย่อย

เนื่องจากฐานย่อยรับเด็กมากกว่า ดังนั้นห้องเรียนของที่นี่จึงต้องกว้างกว่า

โต๊ะเก้าอี้ทั้งใหม่และเก่าก็ถูกนำเข้ามาจัดวางและยังมีบุคลากรที่กำลังทำการติดตั้งกระดานดำ โปรเจคเตอร์และเครื่องปรับอากาศ

ใช่แล้ว

ฉินจิ้นใจกว้างกับเด็กๆ ที่จะเป็นกำลังในอนาคตเหล่านี้มาก แม้แต่ของที่ทันสมัยหลายอย่างเขาก็ยังยอมมอบให้

เขาต้องการทุ่มเทความคิดและแรงกายให้กับคนรุ่นต่อไปและหวังว่าในอนาคตพวกเขาจะสามารถแบกรับภารกิจการสืบทอดอารยธรรมของมนุษย์ต่อไปได้

“ประธานฉินคะ ตอนนี้ครูในฐานของพวกเรามีทั้งหมด 11 คน พวกเขาจะจัดทำแผนการสอนที่เหมาะสมกับโรงเรียนลวี่หยวนให้เสร็จในเบื้องต้นภายใน 3 วันนี้ค่ะ และเมื่อจัดทำเสร็จแล้วพวกเขาก็จะส่งมาให้ท่านประธานดูค่ะ”

จ้าวหลิงถือข้อมูลฉบับหนึ่ง หลังจากที่อ่านดูอย่างละเอียดแล้วเธอก็พูดให้ฉินจิ้นฟัง ข้างในนั้นมีชื่อและความเชี่ยวชาญในหลักสูตรของครูแต่ละคน

และส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาจะเป็นครูภาษาจีน คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์และเคมี เป็นต้น

ไม่มีวิชาอย่างภาษาต่างประเทศที่เคยเป็นที่นิยมเลยแม้แต่น้อย

“อืม ก็พอใช้ได้”

“ในอนาคตหลังจากที่โรงเรียนลวี่หยวนสร้างเสร็จและขยายตัวแล้ว เราก็ยังสามารถให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการคนอื่นๆ หาเวลามาสอนหลักสูตรต่างๆ ได้ พวกเขามีความรู้และประสบการณ์ทางวิชาชีพของตัวเองกันไม่น้อย ถ้าไม่ถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่ก็คงจะน่าเสียดายเปล่า”

หลังจากที่ฉินจิ้นฟังคำแนะนำของจ้าวหลิงแล้ว เขาก็ลูบคางและพูดขึ้นมาทันที

“แน่นอนว่าแค่วิชาพวกนี้มันยังไม่พอ!”

“เราจะเพิ่มวิชาการต่อสู้ด้วยอาวุธและการเอาชีวิตรอดเข้าไปด้วย!”

???!

จ้าวหลิงมองไปที่ฉินจิ้นอย่างสงสัยแล้วก็เข้าใจได้ในทันที

สมกับเป็นเขาจริงๆ

จ้าวหลิงรู้ความหมายของเขาแล้วการที่อยู่ในยุคแบบนี้ พวกเด็กยิ่งต้องเรียนรู้ทักษะพวกนี้ ไม่อย่างนั้นพอเรียนจบพวกเขาก็คงไม่ต่างจากเต่าหัวหด

“ท่านประธานคะ เรื่องวิชาการต่อสู้น่าจะจัดการได้ไม่ยาก แต่วิชาการเอาชีวิตรอดนี้พวกเราจะจัดการยังไงดีคะ?”

หันไปมองฉินจิ้นอย่างสงสัยเล็กน้อย

ในฐานมีทหารผ่านศึกและคนที่รู้วิธีการต่อสู้อยู่ไม่น้อย การจะหามาสอนก็คงไม่มีปัญหา แต่วิชาการเอาชีวิตรอดนี่มันอะไรกัน?

ในฐานยังมีคนที่มีความสามารถแบบนี้อยู่อีกเหรอ?

ขณะที่เธอกำลังเต็มไปด้วยความสงสัย ฉินจิ้นก็พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า

“วิชาการเอาชีวิตรอดฉันจะสอนเอง”

!!!?

จบบทที่ ตอนที่ 435 : วิชาการเอาชีวิตรอดฉันจะสอนเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว