เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 425 : โรงเรียนลวี่หยวน 2

ตอนที่ 425 : โรงเรียนลวี่หยวน 2

ตอนที่ 425 : โรงเรียนลวี่หยวน 2


ตอนที่ 425 : โรงเรียนลวี่หยวน 2

อะไรนะ?!

ฐานลวี่หยวนจะสร้างโรงเรียนแล้วงั้นเหรอ!?

เป็นไปได้ยังไง?!

ไม่ใช่แค่ซุนโย่วปิน แต่บุคลากรจำนวนไม่น้อยที่กำลังพักผ่อนอยู่ในฐานย่อยต่างก็เบิกตากว้างและคิดว่าตัวเองฟังผิดไป

ในวันสิ้นโลกแบบนี้พวกเขายังจะสนใจเรื่องการศึกษาอีกเหรอ?

“ไม่ต้องสงสัยแล้ว! เมื่อกี้มีเจ้าหน้าที่ของฐานลวี่หยวนมาติดประกาศที่กระดานแล้ว!! ทุกคนมาดูเร็ว!!”

เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่เชื่อ ก็มีคนที่ยืนอยู่ที่กระดานประกาศของฐานย่อยตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

พอตะโกนแบบนั้น หลายคนก็เริ่มเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

แต่สำหรับคนที่มีลูกพวกเขานั้นก็ได้วิ่งไปที่กระดานประกาศก่อนแล้ว!

ซุนโย่วปินก็ไม่ชักช้าเช่นกัน ตอนที่เขาได้ยินเสียงตะโกน เขาก็รีบวิ่งไปที่กระดานประกาศเพื่อตรวจสอบทันที

เรื่องนี้แตกต่างจากการแจกเข็มกลัดเมื่อเช้า เพราะในช่วงบ่ายนี้มันเป็นการประกาศให้ทุกคนทราบโดยตรง

ไม่นาน หลังจากที่ซุนโย่วปินได้ตรวจสอบ อารมณ์ของเขาก็ยิ่งพลุ่งพล่าน!

ข้างบนเขียนว่าอะไรนะ!

นี่เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเองของผู้นำฐานลวี่หยวนหรือก็คือประธานฉินคนนั้น!

ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป บุคลากรทุกคนที่มีระดับ 1 ขึ้นไปและยังมีอายุไม่เกิน 14 ปี จะสามารถเข้ามาเรียนที่ฐานได้สัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อเข้ารับการศึกษาแบบใหม่ที่ฐานจัดขึ้น!

โดยในโรงเรียนที่กำลังจะถูกจัดตั้งขึ้นนี้จะมีการสอนความรู้ที่สำคัญ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงมัธยมปลาย!

“นี่มันดีจริงๆ!!”

ซุนโย่วปินเบิกตากว้างและพึมพำ

แม้ว่าคนส่วนใหญ่นั้นจะคิดแต่เรื่องการอยู่รอด เพราะในหัวของพวกเขาจะต้องคิดว่าตัวเองจะหาอาหารยังไงหรือพวกเขาจะหาสถานที่ปลอดภัยสำหรับอยู่อาศัยได้จากที่ไหน

แต่สำหรับบุคลากรระดับ 4 อย่างเขาที่หลุดพ้นจากการอดตายแล้ว สิ่งที่เขาจะคิดต่อจากนั้นก็คือการเพิ่มคุณภาพชีวิตและอนาคต!

ใช่แล้ว!

อนาคตของมนุษย์!

ถ้ามนุษย์ต้องทอดทิ้งผลึกแห่งอารยธรรมในอดีตทั้งหมดไปและหวนกลับคืนสู่สังคมยุคดึกดำบรรพ์ นั่นก็คงจะเป็นโศกนาฏกรรมของเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยทีเดียว

การสืบสานอารยธรรมมนุษย์ นอกจากต้องมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว ความรู้ก็สำคัญไม่แพ้กัน!

ซึ่งลูกชายของเขาปีนี้ก็เพิ่งจะอายุ 9 ขวบ ซึ่งตรงตามเกณฑ์การรับสมัครของโรงเรียนลวี่หยวนพอดี

เสี่ยวเหว่ยจะสามารถเรียนหนังสือต่อได้แล้ว!

“ถึงแม้ฉันจะไม่มีลูกและประกาศนี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์กับฉันโดยตรง แต่ทำไมพอฉันเห็นแล้วฉันถึงอยากจะร้องไห้ขึ้นมาล่ะ??”

“ใช่แล้ว! ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร? คันตาไปหมดแล้ว”

“ดีมาก! ปีนี้ลูกของฉันอายุ 13 ปีแล้ว! เขาอยู่ในเกณฑ์การเข้าเรียนพอดี! ขอบคุณฐานลวี่หยวน! ขอบคุณจริงๆ!”

ข้างๆ ซุนโย่วปิน เหล่าผู้รอดชีวิตที่ได้เห็นข้อมูลบนกระดานประกาศ หลายคนก็ตาแดง พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ที่กำลังแผ่ขยายออกไป

นี่คือการสืบสานอารยธรรมของมนุษยชาติ!

ในตอนกลางคืนที่เงียบสงัด ไม่ใช่ว่าทุกคนจะไม่เคยคิดว่าอนาคตของมนุษยชาติจะเป็นอย่างไร

แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไร พวกเขาก็สัมผัสได้เพียงความสิ้นหวังที่มืดมิด

หลายคนจึงได้ล้มเลิกความคิดที่จะมีลูกกันไปแล้ว

ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องการที่พวกเขาแทบไม่มีเงื่อนไขสำหรับการเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งเลย ต่อให้พวกเขามีอาหาร แต่การให้เด็กเกิดมาในโลกที่สิ้นหวังแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากการทำบาปเลยถูกไหม?

ไม่มีใครอยากจะให้ลูกเกิดมาลำบาก

แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว

ในประกาศของวันนี้ยังบอกพวกเขาด้วยว่า ตราบใดที่ฐานลวี่หยวนยังคงอยู่ ทุกคนก็จะยังมีข้าวกินและหากไม่มีเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การศึกษานี้ก็จะไม่หยุดลงง่ายๆ!

นี่จะกลายเป็นอีกเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง!

ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาฐานก็ได้ทำการรับบุคลากรที่เคยมีอาชีพครูเข้ามามากกว่า 10 คนแล้ว

ซึ่งนี่ยังไม่ได้รวมถึงผู้เชี่ยวชาญตามฝ่ายต่างๆ ที่อาจจะพอจัดสรรเวลามาสอนให้ได้ด้วยอีก ด้วยบุคลากรด้านการศึกษาเหล่านี้ฐานลวี่หยวนจึงสามารถตอบสนองความต้องการของหลักสูตรที่สำคัญทั้งหมดตั้งแต่ในระดับประถมศึกษา มัธยมหรือแม้แต่มหาลัยได้อย่างสมบูรณ์

และในประกาศยังบอกอีกด้วยว่า สำหรับเด็กที่อายุถึงเกณฑ์เข้าเรียนเหล่านี้พวกเขาจะได้รับอาหารสำหรับนักเรียนตลอดทั้ง 5 วันที่มาเรียน!

โดยมีมาตรฐานอยู่ที่วันละสองมื้อ!

แค่ข้อนี้ข้อเดียว ก็สามารถทำให้ผู้รอดชีวิตที่มีลูกตื่นเต้นจนคลั่งได้แล้ว!

และยังมีสวัสดิการอื่นๆ สำหรับเด็ก เช่น รถรับส่ง การตรวจสุขภาพฟรี เป็นต้น ซึ่งล้วนน่าดึงดูดอย่างยิ่ง!

“สวรรค์คุ้มครอง! ลูกสาวของฉันก็สามารถเข้าเรียนได้ด้วย!”

หลายคนหลังจากที่ดูจบก็เริ่มร้องไห้ออกมาตรงนั้น

นั่นคือน้ำตาแห่งความดีใจ

คนรุ่นต่อไปมีความหวังแล้ว

“ใครก็อย่ามาห้ามฉัน! คืนนี้กลับไปฉันจะต้องมีลูกกับเมียให้ได้!”

“เดี๋ยวสิเพื่อน นายไปเอาเมียมาจากไหน? ไม่ใช่ว่านายโสดตัวคนเดียวอยู่เหรอ?”

ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะดีใจ เขาก็ถูกเพื่อนที่อยู่ข้างๆ เปิดโปงอย่างเลือดเย็น

“ก็ในความฝันไง! จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าทั้งตัวเต็มไปด้วยแรงผลักดัน! พรุ่งนี้ฉันจะต้องตื่นมาทำงานให้หนักขึ้น! เก็บสะสมธัญพืชให้มากขึ้น สะสมคะแนนให้มากขึ้น! ในอนาคตฉันจะได้เลื่อนเป็นบุคลากรระดับ 4 หรือ 5 แล้วแต่งงานมีลูก!!”

ชายที่ถูกเปิดโปงจนหัวร้อนก็ตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

แม้ว่าคำพูดของเขาจะดูน่าขำไปหน่อยก็ตาม

แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของคนแทบทุกคนที่อยู่ตรงนั้น

ใช่แล้ว

ชีวิตในอนาคตเริ่งมีความหวังมากขึ้นแล้ว

ไม่ใช่แค่ที่ฐานย่อยเท่านั้น แต่ตามไซต์ก่อสร้างต่างๆ ของแนวป้องกันก็ได้มีการติดประกาศเรื่องที่ฐานลวี่หยวนจะมอบการศึกษาให้เด็กๆ พร้อมกันด้วย

“สมกับเป็นฐานลวี่หยวนจริงๆ! แม้แต่โรงเรียนก็ยังเริ่มสร้างแล้ว!”

บุคลากรจำนวนไม่น้อยที่เห็นประกาศก็พากันถอนหายใจออกมา

แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ แต่การที่ได้เห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นก็แสดงให้เห็นว่าฐานของพวกเขากำลังพัฒนาและแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และนั่นก็จะยิ่งทำให้บุคลากรอย่างพวกเขามีความมั่นคงมากขึ้น

“เสี่ยวหลิน! ลูกก็สามารถเข้าไปเรียนในกำแพงได้แล้วนะ!! นี่มันดีมากจริงๆ!!”

พ่อแม่บางคนที่พาลูกมาทำงานที่แนวป้องกันด้วยก็ตื่นเต้นจนกอดลูกแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ

ทุกคนมองดูเด็กเหล่านี้ที่เต็มไปด้วยฝุ่น ทั้งตัวสกปรกราวกับขอทานเพราะต้องมาทำงานกับผู้ใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจออกมา

ดีมากจริงๆ

คนรุ่นต่อไปมีความหวังแล้ว

ก่อนหน้านี้เพื่อความอยู่รอด ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องอดทนต่อความหวาดกลัวมากแค่ไหน เพราะแค่ไม่ระวังนิดหน่อยก็อาจจะทำให้ต้องตายจากกันไปได้เลย

แต่ตอนนี้ ลูกกลับไม่ใช่จุดอ่อนของพวกเขาอีกต่อไป!

“ดีจริงๆ เด็กๆ สามารถเข้าไปเรียนหนังสือได้แล้ว!”

เซียวหมิงและเกอหลินเมื่อได้ยินข่าวนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่แล้ว เด็กในโลกแบบนี้อยู่รอดได้ยากกว่าพวกเขาจริงๆ

ถ้าไม่มีผู้ใหญ่ดูแล ก็แทบจะพูดได้เลยว่า 10 คนอาจจะรอดไม่ถึง 1 คนด้วยซ้ำ

ผู้รอดชีวิตธรรมดาอย่างพวกเขาต่อให้เห็น ก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลืออะไรได้มากนัก

เพราะแม้แต่พวกเขาเองก็ยังต้องดิ้นรนอยู่ท่ามกลางอันตรายและความหิวโหยอยู่เลย

“แต่ก็น่าเสียดายสำหรับเด็กที่ยังไม่มีระดับล่ะนะ”

เซียวหมิงที่นึกอะไรขึ้นมาได้ก็ถอนหายใจออกมาอย่างเศร้าใจ

แต่ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะเขารู้ดีว่าการศึกษาแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะครอบคลุมทุกคน

ถ้าไม่มีการจำกัดสิทธิ์ ผู้รอดชีวิตทุกคนก็จะส่งลูกมาที่ฐานลวี่หยวน แล้วความสมดุลที่พวกเขาอุตส่าห์รักษามาก็จะถูกทำลายลงในทันที

ดังนั้นการรับเฉพาะบุคลากรระดับ 1 ขึ้นไปก็ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดแล้วสำหรับตอนนี้

และแน่นอนว่าเมื่อมีคนยินดี ก็ต้องมีคนเสียใจ

ในตอนนี้เขาก็เริ่มได้ยินคนบางคนที่อายุเกินร้องไห้และด่าทอ ซึ่งนี่ยังไม่รวมถึงบุคลากรที่ไม่มีระดับแต่ยังมีลูกที่อาศัยอยู่ตามเขตรอบนอกอีกมากมาย ดังนั้นเมื่อพวกเขาได้ยินข่าวนี้พวกเขาก็จะต้องอิจฉาอย่างแน่นอน

บางทีพวกเขาอาจจะด่าทอและดูถูกฐานลวี่หยวน

แต่สำหรับเรื่องนี้เขาเองก็จะไม่ไปวิจารณ์อีกฝ่าย

เพราะพวกเขาก็แค่กลุ่มคนที่น่าสงสารเท่านั้น

และการที่ฐานลวี่หยวนทำแบบนี้ก็ถือว่ามีเมตตามากพอแล้ว แต่ถ้าคนข้างนอกฉวยโอกาสนี้ก่อเรื่องขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฐานลวี่หยวนจะต้องเกิดเหตุการณ์นองเลือดอีกครั้งอย่างแน่นอน และถึงตอนนั้นเขาเซียวหมิงก็อาจจะเข้าร่วมกับฐานลวี่หยวนด้วย!

เพราะสำหรับเขาคนพวกนี้ต่างหากที่เป็นอุปสรรคต่อการสืบทอดอารยธรรมของมนุษยชาติ!

จบบทที่ ตอนที่ 425 : โรงเรียนลวี่หยวน 2

คัดลอกลิงก์แล้ว