- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 425 : โรงเรียนลวี่หยวน 2
ตอนที่ 425 : โรงเรียนลวี่หยวน 2
ตอนที่ 425 : โรงเรียนลวี่หยวน 2
ตอนที่ 425 : โรงเรียนลวี่หยวน 2
อะไรนะ?!
ฐานลวี่หยวนจะสร้างโรงเรียนแล้วงั้นเหรอ!?
เป็นไปได้ยังไง?!
ไม่ใช่แค่ซุนโย่วปิน แต่บุคลากรจำนวนไม่น้อยที่กำลังพักผ่อนอยู่ในฐานย่อยต่างก็เบิกตากว้างและคิดว่าตัวเองฟังผิดไป
ในวันสิ้นโลกแบบนี้พวกเขายังจะสนใจเรื่องการศึกษาอีกเหรอ?
“ไม่ต้องสงสัยแล้ว! เมื่อกี้มีเจ้าหน้าที่ของฐานลวี่หยวนมาติดประกาศที่กระดานแล้ว!! ทุกคนมาดูเร็ว!!”
เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่เชื่อ ก็มีคนที่ยืนอยู่ที่กระดานประกาศของฐานย่อยตะโกนขึ้นมาเสียงดัง
พอตะโกนแบบนั้น หลายคนก็เริ่มเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
แต่สำหรับคนที่มีลูกพวกเขานั้นก็ได้วิ่งไปที่กระดานประกาศก่อนแล้ว!
ซุนโย่วปินก็ไม่ชักช้าเช่นกัน ตอนที่เขาได้ยินเสียงตะโกน เขาก็รีบวิ่งไปที่กระดานประกาศเพื่อตรวจสอบทันที
เรื่องนี้แตกต่างจากการแจกเข็มกลัดเมื่อเช้า เพราะในช่วงบ่ายนี้มันเป็นการประกาศให้ทุกคนทราบโดยตรง
ไม่นาน หลังจากที่ซุนโย่วปินได้ตรวจสอบ อารมณ์ของเขาก็ยิ่งพลุ่งพล่าน!
ข้างบนเขียนว่าอะไรนะ!
นี่เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเองของผู้นำฐานลวี่หยวนหรือก็คือประธานฉินคนนั้น!
ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป บุคลากรทุกคนที่มีระดับ 1 ขึ้นไปและยังมีอายุไม่เกิน 14 ปี จะสามารถเข้ามาเรียนที่ฐานได้สัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อเข้ารับการศึกษาแบบใหม่ที่ฐานจัดขึ้น!
โดยในโรงเรียนที่กำลังจะถูกจัดตั้งขึ้นนี้จะมีการสอนความรู้ที่สำคัญ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงมัธยมปลาย!
“นี่มันดีจริงๆ!!”
ซุนโย่วปินเบิกตากว้างและพึมพำ
แม้ว่าคนส่วนใหญ่นั้นจะคิดแต่เรื่องการอยู่รอด เพราะในหัวของพวกเขาจะต้องคิดว่าตัวเองจะหาอาหารยังไงหรือพวกเขาจะหาสถานที่ปลอดภัยสำหรับอยู่อาศัยได้จากที่ไหน
แต่สำหรับบุคลากรระดับ 4 อย่างเขาที่หลุดพ้นจากการอดตายแล้ว สิ่งที่เขาจะคิดต่อจากนั้นก็คือการเพิ่มคุณภาพชีวิตและอนาคต!
ใช่แล้ว!
อนาคตของมนุษย์!
ถ้ามนุษย์ต้องทอดทิ้งผลึกแห่งอารยธรรมในอดีตทั้งหมดไปและหวนกลับคืนสู่สังคมยุคดึกดำบรรพ์ นั่นก็คงจะเป็นโศกนาฏกรรมของเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยทีเดียว
การสืบสานอารยธรรมมนุษย์ นอกจากต้องมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว ความรู้ก็สำคัญไม่แพ้กัน!
ซึ่งลูกชายของเขาปีนี้ก็เพิ่งจะอายุ 9 ขวบ ซึ่งตรงตามเกณฑ์การรับสมัครของโรงเรียนลวี่หยวนพอดี
เสี่ยวเหว่ยจะสามารถเรียนหนังสือต่อได้แล้ว!
“ถึงแม้ฉันจะไม่มีลูกและประกาศนี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์กับฉันโดยตรง แต่ทำไมพอฉันเห็นแล้วฉันถึงอยากจะร้องไห้ขึ้นมาล่ะ??”
“ใช่แล้ว! ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร? คันตาไปหมดแล้ว”
“ดีมาก! ปีนี้ลูกของฉันอายุ 13 ปีแล้ว! เขาอยู่ในเกณฑ์การเข้าเรียนพอดี! ขอบคุณฐานลวี่หยวน! ขอบคุณจริงๆ!”
ข้างๆ ซุนโย่วปิน เหล่าผู้รอดชีวิตที่ได้เห็นข้อมูลบนกระดานประกาศ หลายคนก็ตาแดง พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ที่กำลังแผ่ขยายออกไป
นี่คือการสืบสานอารยธรรมของมนุษยชาติ!
ในตอนกลางคืนที่เงียบสงัด ไม่ใช่ว่าทุกคนจะไม่เคยคิดว่าอนาคตของมนุษยชาติจะเป็นอย่างไร
แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไร พวกเขาก็สัมผัสได้เพียงความสิ้นหวังที่มืดมิด
หลายคนจึงได้ล้มเลิกความคิดที่จะมีลูกกันไปแล้ว
ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องการที่พวกเขาแทบไม่มีเงื่อนไขสำหรับการเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งเลย ต่อให้พวกเขามีอาหาร แต่การให้เด็กเกิดมาในโลกที่สิ้นหวังแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากการทำบาปเลยถูกไหม?
ไม่มีใครอยากจะให้ลูกเกิดมาลำบาก
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
ในประกาศของวันนี้ยังบอกพวกเขาด้วยว่า ตราบใดที่ฐานลวี่หยวนยังคงอยู่ ทุกคนก็จะยังมีข้าวกินและหากไม่มีเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การศึกษานี้ก็จะไม่หยุดลงง่ายๆ!
นี่จะกลายเป็นอีกเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง!
ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาฐานก็ได้ทำการรับบุคลากรที่เคยมีอาชีพครูเข้ามามากกว่า 10 คนแล้ว
ซึ่งนี่ยังไม่ได้รวมถึงผู้เชี่ยวชาญตามฝ่ายต่างๆ ที่อาจจะพอจัดสรรเวลามาสอนให้ได้ด้วยอีก ด้วยบุคลากรด้านการศึกษาเหล่านี้ฐานลวี่หยวนจึงสามารถตอบสนองความต้องการของหลักสูตรที่สำคัญทั้งหมดตั้งแต่ในระดับประถมศึกษา มัธยมหรือแม้แต่มหาลัยได้อย่างสมบูรณ์
และในประกาศยังบอกอีกด้วยว่า สำหรับเด็กที่อายุถึงเกณฑ์เข้าเรียนเหล่านี้พวกเขาจะได้รับอาหารสำหรับนักเรียนตลอดทั้ง 5 วันที่มาเรียน!
โดยมีมาตรฐานอยู่ที่วันละสองมื้อ!
แค่ข้อนี้ข้อเดียว ก็สามารถทำให้ผู้รอดชีวิตที่มีลูกตื่นเต้นจนคลั่งได้แล้ว!
และยังมีสวัสดิการอื่นๆ สำหรับเด็ก เช่น รถรับส่ง การตรวจสุขภาพฟรี เป็นต้น ซึ่งล้วนน่าดึงดูดอย่างยิ่ง!
“สวรรค์คุ้มครอง! ลูกสาวของฉันก็สามารถเข้าเรียนได้ด้วย!”
หลายคนหลังจากที่ดูจบก็เริ่มร้องไห้ออกมาตรงนั้น
นั่นคือน้ำตาแห่งความดีใจ
คนรุ่นต่อไปมีความหวังแล้ว
“ใครก็อย่ามาห้ามฉัน! คืนนี้กลับไปฉันจะต้องมีลูกกับเมียให้ได้!”
“เดี๋ยวสิเพื่อน นายไปเอาเมียมาจากไหน? ไม่ใช่ว่านายโสดตัวคนเดียวอยู่เหรอ?”
ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะดีใจ เขาก็ถูกเพื่อนที่อยู่ข้างๆ เปิดโปงอย่างเลือดเย็น
“ก็ในความฝันไง! จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าทั้งตัวเต็มไปด้วยแรงผลักดัน! พรุ่งนี้ฉันจะต้องตื่นมาทำงานให้หนักขึ้น! เก็บสะสมธัญพืชให้มากขึ้น สะสมคะแนนให้มากขึ้น! ในอนาคตฉันจะได้เลื่อนเป็นบุคลากรระดับ 4 หรือ 5 แล้วแต่งงานมีลูก!!”
ชายที่ถูกเปิดโปงจนหัวร้อนก็ตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
แม้ว่าคำพูดของเขาจะดูน่าขำไปหน่อยก็ตาม
แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของคนแทบทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
ใช่แล้ว
ชีวิตในอนาคตเริ่งมีความหวังมากขึ้นแล้ว
ไม่ใช่แค่ที่ฐานย่อยเท่านั้น แต่ตามไซต์ก่อสร้างต่างๆ ของแนวป้องกันก็ได้มีการติดประกาศเรื่องที่ฐานลวี่หยวนจะมอบการศึกษาให้เด็กๆ พร้อมกันด้วย
“สมกับเป็นฐานลวี่หยวนจริงๆ! แม้แต่โรงเรียนก็ยังเริ่มสร้างแล้ว!”
บุคลากรจำนวนไม่น้อยที่เห็นประกาศก็พากันถอนหายใจออกมา
แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ แต่การที่ได้เห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นก็แสดงให้เห็นว่าฐานของพวกเขากำลังพัฒนาและแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และนั่นก็จะยิ่งทำให้บุคลากรอย่างพวกเขามีความมั่นคงมากขึ้น
“เสี่ยวหลิน! ลูกก็สามารถเข้าไปเรียนในกำแพงได้แล้วนะ!! นี่มันดีมากจริงๆ!!”
พ่อแม่บางคนที่พาลูกมาทำงานที่แนวป้องกันด้วยก็ตื่นเต้นจนกอดลูกแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ
ทุกคนมองดูเด็กเหล่านี้ที่เต็มไปด้วยฝุ่น ทั้งตัวสกปรกราวกับขอทานเพราะต้องมาทำงานกับผู้ใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจออกมา
ดีมากจริงๆ
คนรุ่นต่อไปมีความหวังแล้ว
ก่อนหน้านี้เพื่อความอยู่รอด ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องอดทนต่อความหวาดกลัวมากแค่ไหน เพราะแค่ไม่ระวังนิดหน่อยก็อาจจะทำให้ต้องตายจากกันไปได้เลย
แต่ตอนนี้ ลูกกลับไม่ใช่จุดอ่อนของพวกเขาอีกต่อไป!
“ดีจริงๆ เด็กๆ สามารถเข้าไปเรียนหนังสือได้แล้ว!”
เซียวหมิงและเกอหลินเมื่อได้ยินข่าวนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่แล้ว เด็กในโลกแบบนี้อยู่รอดได้ยากกว่าพวกเขาจริงๆ
ถ้าไม่มีผู้ใหญ่ดูแล ก็แทบจะพูดได้เลยว่า 10 คนอาจจะรอดไม่ถึง 1 คนด้วยซ้ำ
ผู้รอดชีวิตธรรมดาอย่างพวกเขาต่อให้เห็น ก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลืออะไรได้มากนัก
เพราะแม้แต่พวกเขาเองก็ยังต้องดิ้นรนอยู่ท่ามกลางอันตรายและความหิวโหยอยู่เลย
“แต่ก็น่าเสียดายสำหรับเด็กที่ยังไม่มีระดับล่ะนะ”
เซียวหมิงที่นึกอะไรขึ้นมาได้ก็ถอนหายใจออกมาอย่างเศร้าใจ
แต่ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะเขารู้ดีว่าการศึกษาแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะครอบคลุมทุกคน
ถ้าไม่มีการจำกัดสิทธิ์ ผู้รอดชีวิตทุกคนก็จะส่งลูกมาที่ฐานลวี่หยวน แล้วความสมดุลที่พวกเขาอุตส่าห์รักษามาก็จะถูกทำลายลงในทันที
ดังนั้นการรับเฉพาะบุคลากรระดับ 1 ขึ้นไปก็ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดแล้วสำหรับตอนนี้
และแน่นอนว่าเมื่อมีคนยินดี ก็ต้องมีคนเสียใจ
ในตอนนี้เขาก็เริ่มได้ยินคนบางคนที่อายุเกินร้องไห้และด่าทอ ซึ่งนี่ยังไม่รวมถึงบุคลากรที่ไม่มีระดับแต่ยังมีลูกที่อาศัยอยู่ตามเขตรอบนอกอีกมากมาย ดังนั้นเมื่อพวกเขาได้ยินข่าวนี้พวกเขาก็จะต้องอิจฉาอย่างแน่นอน
บางทีพวกเขาอาจจะด่าทอและดูถูกฐานลวี่หยวน
แต่สำหรับเรื่องนี้เขาเองก็จะไม่ไปวิจารณ์อีกฝ่าย
เพราะพวกเขาก็แค่กลุ่มคนที่น่าสงสารเท่านั้น
และการที่ฐานลวี่หยวนทำแบบนี้ก็ถือว่ามีเมตตามากพอแล้ว แต่ถ้าคนข้างนอกฉวยโอกาสนี้ก่อเรื่องขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฐานลวี่หยวนจะต้องเกิดเหตุการณ์นองเลือดอีกครั้งอย่างแน่นอน และถึงตอนนั้นเขาเซียวหมิงก็อาจจะเข้าร่วมกับฐานลวี่หยวนด้วย!
เพราะสำหรับเขาคนพวกนี้ต่างหากที่เป็นอุปสรรคต่อการสืบทอดอารยธรรมของมนุษยชาติ!