- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 420 : เริ่มประหยัด
ตอนที่ 420 : เริ่มประหยัด
ตอนที่ 420 : เริ่มประหยัด
ตอนที่ 420 : เริ่มประหยัด
“ขอบคุณ! ขอบคุณมากนะคะพี่อวี๋! วันหลังถ้าบ้านพวกเราหาแหล่งน้ำเจอแล้วพวกเราจะรีบคืนให้อย่างแน่นอนค่ะ!”
พี่หลินก็รับน้ำครึ่งขวดที่เพิ่งจะถูกเทลงในขวดน้ำแร่มา เธอขอบคุณอวี๋ตงอย่างต่อเนื่องแล้วเดินกลับไปที่พักของตัวเอง
อวี๋ตงที่เพิ่งจะให้น้ำไปก็ทำได้เพียงส่ายหัวอย่างจนใจแล้วหันหลังกลับไปที่รังเล็กๆ ของตัวเอง
บุคลากรระดับ 1 อย่างพวกเขาที่เพิ่งจะกลับมาจากแนวป้องกัน ตอนนี้กลับกลายเป็นเป้าหมายที่น่าอิจฉาของผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ไปแล้ว
เพราะพวกเขานั้นไม่เพียงแต่จะทำงานที่ฐานลวี่หยวนมอบให้ได้ แต่ตอนเที่ยงพวกเขายังสามารถกินข้าวที่ฐานลวี่หยวนจัดสรรไว้ให้ได้หนึ่งมื้อ และตอนเย็นหลังจากเลิกงานพวกเขาก็จะยังได้รับธัญพืชที่แจกจ่ายให้แบบรายวันอีก
ได้ยินมาว่านอกจากจะสามารถดื่มน้ำได้อย่างไม่จำกัดในเวลาทำงานแล้ว ทุกคนยังสามารถรับน้ำดื่มสะอาดปริมาณ 1 ลิตรกลับจากที่ทำงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย
สวัสดิการแบบนี้ถือว่าดีมากเลยทีเดียว!
เมื่อเทียบกับพวกเขาที่ยังไม่ถึงระดับ 1 ด้วยซ้ำ พวกเขากลับต้องวิ่งออกไปเสี่ยงอันตรายหาเสบียงข้างนอกหรือไม่ก็ไปหาของกินและน้ำดื่มในป่าเอา
มันช่างแตกต่างกันราวกับคนที่มีงานประจำกับคนว่างงานเลย
“ข้างนอกแม้แต่น้ำก็ยังหาไม่ง่ายแล้วงั้นเหรอ? เฮ้อ โลกนี้มันแย่จริงๆ”
อวี๋ตงถอนหายใจและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารเพื่อนร่วมชาติ
เขาโชคดีมากที่มาที่ฐานลวี่หยวนค่อนข้างเร็ว ไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาก็อาจจะยังไม่ได้รับสถานะบุคลากรระดับ 1 เหมือนกับพวกพี่หลินด้วยซ้ำ
เมื่อก่อนตอนที่ทุกคนต่างก็ต้องออกไปหาเสบียงข้างนอกหรือไปแลกเปลี่ยนกับฐานลวี่หยวน ในตอนนั้นทุกคนก็รู้แล้วว่าฐานลวี่หยวนมีการแบ่งกลุ่มบุคลากรเป็นระดับ 1 กับระดับ 2 แต่ส่วนใหญ่ก็จะเอาแต่สนใจแค่สถานะระดับ 2
เพราะในตอนนั้นมีแค่บุคลากรระดับ 2 เท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปอยู่ในเขตที่พักอาศัยขนาดใหญ่ทั้งสามแห่งได้
ส่วนสถานะบุคลากรระดับ 3 ที่สูงกว่านั้นทุกคนกลับไม่กล้าที่จะคิดถึง เพราะกลุ่มคนเหล่านั้นล้วนเป็นคนที่ถูกฐานลวี่หยวนคัดเลือกไว้แล้วตั้งแต่ตอนที่มาถึงใหม่ๆ
บุคลากรระดับ 1 ธรรมดาก็ทำได้เพียงอาศัยอยู่ในเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนเท่านั้น
ดังนั้นจนถึงตอนนี้ ที่เขตรอบนอกจึงมีบุคลากรระดับ 1 และบุคลากรที่ไม่มีระดับอาศัยอยู่ปะปนกันเป็นจำนวนมาก
แต่ยังไงก็ตามอาคารข้างนอกก็มีอยู่จำกัดและพวกเขาก็ไม่สามารถอยู่ใกล้กันเกินไปได้ ไม่อย่างนั้นเมื่อเวลากลางคืนมาถึงพวกเขาก็จะดึงดูดซอมบี้เข้ามามากเกินไป
ตัวอย่างเช่นพี่หลินและสามีของเธอทั้งสองเป็นผู้รอดชีวิตที่เพิ่งจะมาถึงเมื่อเดือนที่แล้ว
พวกเขาจึงได้รับสิทธิ์ในการแลกเปลี่ยนกับฐานลวี่หยวนอย่างหวุดหวิดและได้รับอนุญาติให้อยู่ในพื้นที่ที่แทบจะเรียกได้ว่าอยู่รอบนอกสุดของฐานลวี่หยวน
สามีของเธอก็มักจะรวมกลุ่มกับผู้รอดชีวิตที่ยังไม่มีสถานะระดับ 1 เหมือนกันเพื่อออกไปหาเสบียงข้างนอก
ส่วนพี่หลินคนนี้ก็จะออกไปหาของที่กินได้และแหล่งน้ำในบริเวณใกล้เคียงกับผู้รอดชีวิตที่มีอายุมากกว่าหรือผู้หญิงและเด็กที่แรงน้อยกว่า
แต่เพราะภัยพิบัติปรสิตเมื่อต้นปีนั้นทำให้ผู้รอดชีวิตเกือบทุกคนต่างก็รู้ว่าไม่ใช่น้ำทุกแหล่งที่จะสามารถดื่มได้
ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่จึงหันมาเก็บน้ำฝนหรือไม่ก็วิ่งไปให้ไกลหน่อยเพื่อไปตักน้ำจากแม่น้ำที่ไหลอยู่แล้วกลับมาต้มเก็บไว้ดื่มแทน
เพียงแต่ในช่วงนี้ฝนกลับไม่ตกมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว แม่น้ำสายเล็กๆ ข้างนอกหลายสายก็เริ่มแห้งขอด แม้แต่แอ่งน้ำที่เคยพบเห็นได้ทั่วไปหลังฤดูใบไม้ผลิหลายแห่งก็เริ่มแห้งไป
ผู้รอดชีวิตจึงต้องวิ่งไปไกลกว่าเดิมถึงจะพอหาแหล่งน้ำใหม่เจอ
ไม่ต้องถามก็รู้ว่าวันนี้พี่หลินนั้นพบว่าแหล่งน้ำที่เธอเคยไปตักนั้นได้แห้งไปแล้วและเธอก็ไม่มีเวลามากพอที่จะไปหาใหม่ ดังนั้นเธอจึงต้องวิ่งมาขอน้ำแบบนี้
สำหรับเรื่องนี้ คนที่ค่อนข้างจะร่ำรวยอย่างอวี๋ตงก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือบ้าง
แต่แน่นอนว่ามันจะจำกัดอยู่แค่เพียงน้ำดื่มที่ตอนนี้ยังไม่ถือว่ามีค่ามากนักเท่านั้น
เพราะถ้าเธอมาขอยืมธัญพืชล่ะก็?
งั้นก็บอกลากันได้เลย
บรรยากาศในเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนในตอนนี้ยังถือว่ามีระเบียบมาก
ภายใต้นโยบายที่โหดเหี้ยมของฐานลวี่หยวนในอดีตรวมถึงเหตุการณ์นองเลือดที่ทุกคนต่างก็ได้ยินมาแล้ว ผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นี่จึงไม่ค่อยกล้าที่จะฆ่าคนเพื่อปล้นธัญพืชนัก
เพราะถ้ามีคนวิ่งไปตะโกนบอกกล้องวงจรปิดข้างนอกขึ้นมา ทีมบังคับใช้กฎหมายของฐานลวี่หยวนก็จะรีบมาทันที
ดังนั้นการที่บุคลากรระดับ 1 กับบุคลากรที่ไม่มีระดับอยู่อาศัยปะปนกันจึงไม่ค่อยมีปัญหามากนัก
เพราะยังไงซะทุกคนก็ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ใครจะอยากไปหาเรื่องตายกันล่ะถูกไหม?
แล้วก็
ในเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนก็มีการแลกเปลี่ยนส่วนตัวเกิดขึ้นบ้างแล้ว
คนที่มีอาหาร ก็ย่อมมีวิธีดึงดูดผู้รอดชีวิตที่ต้องการอาหารเข้ามาหา
และเพื่อความอยู่รอด มนุษย์หลายคนก็ยินดีที่จะละทิ้งศีลธรรมในอดีต
ฐานลวี่หยวนเองก็ปิดตาข้างหนึ่งให้กับเรื่องเหล่านี้
เพราะตราบใดที่พวกเขาไม่ก่อความวุ่นวายและไม่มีการข่มขู่กัน ฐานก็จะมองว่ามันเป็นเรื่องระหว่างผู้รอดชีวิตด้วยกันเอง
เมื่อความมืดมาเยือน
ในเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนก็มีแสงไฟที่ริบหรี่สว่างขึ้นมาทุกหนทุกแห่ง นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าผู้รอดชีวิตในแต่ละที่นั้นกำลังเริ่มใช้ชีวิตยามค่ำคืนของพวกเขาแล้ว
คนที่มีฐานะดีหน่อยก็อาจจะนำธัญพืชออกมาปรุงอาหารเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว
ส่วนคนที่แย่กว่าหน่อยก็อาจจะนำเปลือกไม้ รากไม้และผักป่าที่ขุดมาได้จากข้างนอกมากินอย่างฝืนๆ เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็จะได้ไม่อดตาย
ผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่ในเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนมักจะหาวิธีเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปอยู่เสมอ
แต่เมื่อเข้าสู่เดือนมิถุนายน
การอยู่รอดของพวกเขาก็จะยากขึ้นไปอีก
ฐานหลัก
ห้องทำงานของผู้นำ
ไม่บ่อยนักที่หวังหยาง ถังจินหมิงและจ้าวหลิงจะมาหาฉินจิ้นพร้อมกับที่นี่ในเวลากลางคืน
“ประธานฉินครับ วันนี้คนของพวกเราที่ออกไปลาดตระเวนในเขตรอบนอกของฐานพบปัญหาบางอย่างครับ ดังนั้นพวกเราจึงมารายงานและขอคำแนะนำครับ”
พอเข้ามาหวังหยางก็พูดเข้าเรื่องทันที
เดิมทีฉินจิ้นนั้นกำลังอ่านหนังสืออยู่ แต่ในตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะอ่านต่อแล้วและส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายพูดต่อทันที
“เป็นอย่างนี้ครับ พวกเราพบว่าข้างนอกเริ่มมีการขาดแคลนน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ บ่อน้ำและลำธารเล็กๆ ที่เคยมีน้ำอยู่หลายแห่งก็เริ่มแห้งขอดไปแล้วครับ!”
“จริงๆ แล้วพวกเราเริ่มสังเกตเรื่องนี้มาสักพักแล้ว เพียงแต่พวกเราคิดไม่ถึงเลยว่ามันจะไม่มีฝนตกลงมาเลย ตอนนี้สถานการณ์ข้างนอกก็เลยยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ ครับ!”
“ท่านประธานครับ พวกเราควรจะทำอะไรเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้บ้างครับ?”
หวังหยางพูดรวดเดียวโดยเริ่มจากการเล่าสถานการณ์ที่พวกเขาพบในวันนี้ออกมาทั้งหมดและเริ่มขอคำแนะนำ
เมื่อได้ยินรายงานของบรรดาผู้จัดการ ฉินจิ้นก็ยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉย
เพราะจริงๆ แล้วเขานั้นกำลังชื่นชมการทำงานของบรรดาผู้จัดการของเขาอยู่
ในที่สุดก็สังเกตเห็นแล้วสินะ
ฤดูร้อนของปีนี้เป็นฤดูร้อนที่ร้อนจนคนแทบจะทนไม่ไหว
และภัยแล้งที่ยาวนานก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
“ไม่เลว เรื่องที่พวกนายพูดมาฉันเองก็สังเกตเห็นมาสักพักแล้ว แต่ไม่ต้องกังวลไป ฉันเตรียมการไว้แล้ว พรุ่งนี้เราจะออกประกาศกฎระเบียบใหม่บางอย่าง”
ฉินจิ้นพยักหน้าให้กับบรรดาผู้จัดการ
ก่อนหน้านี้เขาเองก็ได้ให้แต่ละฝ่ายในฐานเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ในเมื่อตอนนี้สถานการณ์ข้างนอกก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว งั้นก็ถึงเวลาที่จะต้องนำสิ่งที่เตรียมไว้ออกมาใช้
หลังจากที่ไล่บรรดาผู้จัดการออกไปแล้ว ฉินจิ้นก็นำข้อมูลที่เตรียมไว้ในลิ้นชักขึ้นมา
ข้างบนนั้นเป็นแผนการปรับเปลี่ยนการพัฒนาของฐาน!
บ่อน้ำของฐานในตอนนี้มีหลังคาคลุมอยู่ตลอดเวลา ปกติแล้วเวลาที่ฝนตกก็จะมีรางน้ำเพื่อนำน้ำไปเติมลงบ่อ
แน่นอนว่าการทำการเกษตรของฐานนั้นจำเป็นต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีการให้น้ำแบบหยดจึงทำให้พวกเขาลดการใช้น้ำไปได้มาก
ส่วนน้ำสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงน้ำสำหรับการผลิตและการพัฒนาฐาน น้ำในส่วนเหล่านี้ก็ต้องเริ่มควบคุมบ้างแล้ว
ตามที่เขารู้มา
ตอนนี้อ่างเก็บน้ำหมายเลข 1 (ขนาดเล็ก) มีปริมาณน้ำอยู่มากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้สำหรับดื่มและทำอาหาร
อ่างเก็บน้ำหมายเลข 2 (บ่อน้ำขนาดใหญ่ของฐานหลัก) มีปริมาณน้ำอยู่ประมาณแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ปกติแล้วจะใช้สำหรับชีวิตประจำวันและการผลิตของฐาน
สุดท้ายอ่างเก็บน้ำหมายเลข 3 (ที่สร้างขึ้นใหม่ในฐานย่อย) มีปริมาณน้ำอยู่เพียงประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะมันเพิ่งจะถูกสร้างเสร็จและมีเวลาเก็บน้ำไม่พอ แล้วช่วงนี้ฐานย่อยก็มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้ต้องใช้น้ำไปไม่น้อย
ดังนั้น
ถึงเวลาที่จะต้องเริ่มประหยัดน้ำกันแล้ว