เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 420 : เริ่มประหยัด

ตอนที่ 420 : เริ่มประหยัด

ตอนที่ 420 : เริ่มประหยัด


ตอนที่ 420 : เริ่มประหยัด

“ขอบคุณ! ขอบคุณมากนะคะพี่อวี๋! วันหลังถ้าบ้านพวกเราหาแหล่งน้ำเจอแล้วพวกเราจะรีบคืนให้อย่างแน่นอนค่ะ!”

พี่หลินก็รับน้ำครึ่งขวดที่เพิ่งจะถูกเทลงในขวดน้ำแร่มา เธอขอบคุณอวี๋ตงอย่างต่อเนื่องแล้วเดินกลับไปที่พักของตัวเอง

อวี๋ตงที่เพิ่งจะให้น้ำไปก็ทำได้เพียงส่ายหัวอย่างจนใจแล้วหันหลังกลับไปที่รังเล็กๆ ของตัวเอง

บุคลากรระดับ 1 อย่างพวกเขาที่เพิ่งจะกลับมาจากแนวป้องกัน ตอนนี้กลับกลายเป็นเป้าหมายที่น่าอิจฉาของผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ไปแล้ว

เพราะพวกเขานั้นไม่เพียงแต่จะทำงานที่ฐานลวี่หยวนมอบให้ได้ แต่ตอนเที่ยงพวกเขายังสามารถกินข้าวที่ฐานลวี่หยวนจัดสรรไว้ให้ได้หนึ่งมื้อ และตอนเย็นหลังจากเลิกงานพวกเขาก็จะยังได้รับธัญพืชที่แจกจ่ายให้แบบรายวันอีก

ได้ยินมาว่านอกจากจะสามารถดื่มน้ำได้อย่างไม่จำกัดในเวลาทำงานแล้ว ทุกคนยังสามารถรับน้ำดื่มสะอาดปริมาณ 1 ลิตรกลับจากที่ทำงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย

สวัสดิการแบบนี้ถือว่าดีมากเลยทีเดียว!

เมื่อเทียบกับพวกเขาที่ยังไม่ถึงระดับ 1 ด้วยซ้ำ พวกเขากลับต้องวิ่งออกไปเสี่ยงอันตรายหาเสบียงข้างนอกหรือไม่ก็ไปหาของกินและน้ำดื่มในป่าเอา

มันช่างแตกต่างกันราวกับคนที่มีงานประจำกับคนว่างงานเลย

“ข้างนอกแม้แต่น้ำก็ยังหาไม่ง่ายแล้วงั้นเหรอ? เฮ้อ โลกนี้มันแย่จริงๆ”

อวี๋ตงถอนหายใจและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารเพื่อนร่วมชาติ

เขาโชคดีมากที่มาที่ฐานลวี่หยวนค่อนข้างเร็ว ไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาก็อาจจะยังไม่ได้รับสถานะบุคลากรระดับ 1 เหมือนกับพวกพี่หลินด้วยซ้ำ

เมื่อก่อนตอนที่ทุกคนต่างก็ต้องออกไปหาเสบียงข้างนอกหรือไปแลกเปลี่ยนกับฐานลวี่หยวน ในตอนนั้นทุกคนก็รู้แล้วว่าฐานลวี่หยวนมีการแบ่งกลุ่มบุคลากรเป็นระดับ 1 กับระดับ 2 แต่ส่วนใหญ่ก็จะเอาแต่สนใจแค่สถานะระดับ 2

เพราะในตอนนั้นมีแค่บุคลากรระดับ 2 เท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปอยู่ในเขตที่พักอาศัยขนาดใหญ่ทั้งสามแห่งได้

ส่วนสถานะบุคลากรระดับ 3 ที่สูงกว่านั้นทุกคนกลับไม่กล้าที่จะคิดถึง เพราะกลุ่มคนเหล่านั้นล้วนเป็นคนที่ถูกฐานลวี่หยวนคัดเลือกไว้แล้วตั้งแต่ตอนที่มาถึงใหม่ๆ

บุคลากรระดับ 1 ธรรมดาก็ทำได้เพียงอาศัยอยู่ในเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนเท่านั้น

ดังนั้นจนถึงตอนนี้ ที่เขตรอบนอกจึงมีบุคลากรระดับ 1 และบุคลากรที่ไม่มีระดับอาศัยอยู่ปะปนกันเป็นจำนวนมาก

แต่ยังไงก็ตามอาคารข้างนอกก็มีอยู่จำกัดและพวกเขาก็ไม่สามารถอยู่ใกล้กันเกินไปได้ ไม่อย่างนั้นเมื่อเวลากลางคืนมาถึงพวกเขาก็จะดึงดูดซอมบี้เข้ามามากเกินไป

ตัวอย่างเช่นพี่หลินและสามีของเธอทั้งสองเป็นผู้รอดชีวิตที่เพิ่งจะมาถึงเมื่อเดือนที่แล้ว

พวกเขาจึงได้รับสิทธิ์ในการแลกเปลี่ยนกับฐานลวี่หยวนอย่างหวุดหวิดและได้รับอนุญาติให้อยู่ในพื้นที่ที่แทบจะเรียกได้ว่าอยู่รอบนอกสุดของฐานลวี่หยวน

สามีของเธอก็มักจะรวมกลุ่มกับผู้รอดชีวิตที่ยังไม่มีสถานะระดับ 1 เหมือนกันเพื่อออกไปหาเสบียงข้างนอก

ส่วนพี่หลินคนนี้ก็จะออกไปหาของที่กินได้และแหล่งน้ำในบริเวณใกล้เคียงกับผู้รอดชีวิตที่มีอายุมากกว่าหรือผู้หญิงและเด็กที่แรงน้อยกว่า

แต่เพราะภัยพิบัติปรสิตเมื่อต้นปีนั้นทำให้ผู้รอดชีวิตเกือบทุกคนต่างก็รู้ว่าไม่ใช่น้ำทุกแหล่งที่จะสามารถดื่มได้

ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่จึงหันมาเก็บน้ำฝนหรือไม่ก็วิ่งไปให้ไกลหน่อยเพื่อไปตักน้ำจากแม่น้ำที่ไหลอยู่แล้วกลับมาต้มเก็บไว้ดื่มแทน

เพียงแต่ในช่วงนี้ฝนกลับไม่ตกมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว แม่น้ำสายเล็กๆ ข้างนอกหลายสายก็เริ่มแห้งขอด แม้แต่แอ่งน้ำที่เคยพบเห็นได้ทั่วไปหลังฤดูใบไม้ผลิหลายแห่งก็เริ่มแห้งไป

ผู้รอดชีวิตจึงต้องวิ่งไปไกลกว่าเดิมถึงจะพอหาแหล่งน้ำใหม่เจอ

ไม่ต้องถามก็รู้ว่าวันนี้พี่หลินนั้นพบว่าแหล่งน้ำที่เธอเคยไปตักนั้นได้แห้งไปแล้วและเธอก็ไม่มีเวลามากพอที่จะไปหาใหม่ ดังนั้นเธอจึงต้องวิ่งมาขอน้ำแบบนี้

สำหรับเรื่องนี้ คนที่ค่อนข้างจะร่ำรวยอย่างอวี๋ตงก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือบ้าง

แต่แน่นอนว่ามันจะจำกัดอยู่แค่เพียงน้ำดื่มที่ตอนนี้ยังไม่ถือว่ามีค่ามากนักเท่านั้น

เพราะถ้าเธอมาขอยืมธัญพืชล่ะก็?

งั้นก็บอกลากันได้เลย

บรรยากาศในเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนในตอนนี้ยังถือว่ามีระเบียบมาก

ภายใต้นโยบายที่โหดเหี้ยมของฐานลวี่หยวนในอดีตรวมถึงเหตุการณ์นองเลือดที่ทุกคนต่างก็ได้ยินมาแล้ว ผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นี่จึงไม่ค่อยกล้าที่จะฆ่าคนเพื่อปล้นธัญพืชนัก

เพราะถ้ามีคนวิ่งไปตะโกนบอกกล้องวงจรปิดข้างนอกขึ้นมา ทีมบังคับใช้กฎหมายของฐานลวี่หยวนก็จะรีบมาทันที

ดังนั้นการที่บุคลากรระดับ 1 กับบุคลากรที่ไม่มีระดับอยู่อาศัยปะปนกันจึงไม่ค่อยมีปัญหามากนัก

เพราะยังไงซะทุกคนก็ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ใครจะอยากไปหาเรื่องตายกันล่ะถูกไหม?

แล้วก็

ในเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนก็มีการแลกเปลี่ยนส่วนตัวเกิดขึ้นบ้างแล้ว

คนที่มีอาหาร ก็ย่อมมีวิธีดึงดูดผู้รอดชีวิตที่ต้องการอาหารเข้ามาหา

และเพื่อความอยู่รอด มนุษย์หลายคนก็ยินดีที่จะละทิ้งศีลธรรมในอดีต

ฐานลวี่หยวนเองก็ปิดตาข้างหนึ่งให้กับเรื่องเหล่านี้

เพราะตราบใดที่พวกเขาไม่ก่อความวุ่นวายและไม่มีการข่มขู่กัน ฐานก็จะมองว่ามันเป็นเรื่องระหว่างผู้รอดชีวิตด้วยกันเอง

เมื่อความมืดมาเยือน

ในเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนก็มีแสงไฟที่ริบหรี่สว่างขึ้นมาทุกหนทุกแห่ง นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าผู้รอดชีวิตในแต่ละที่นั้นกำลังเริ่มใช้ชีวิตยามค่ำคืนของพวกเขาแล้ว

คนที่มีฐานะดีหน่อยก็อาจจะนำธัญพืชออกมาปรุงอาหารเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว

ส่วนคนที่แย่กว่าหน่อยก็อาจจะนำเปลือกไม้ รากไม้และผักป่าที่ขุดมาได้จากข้างนอกมากินอย่างฝืนๆ เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็จะได้ไม่อดตาย

ผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่ในเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนมักจะหาวิธีเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปอยู่เสมอ

แต่เมื่อเข้าสู่เดือนมิถุนายน

การอยู่รอดของพวกเขาก็จะยากขึ้นไปอีก

ฐานหลัก

ห้องทำงานของผู้นำ

ไม่บ่อยนักที่หวังหยาง ถังจินหมิงและจ้าวหลิงจะมาหาฉินจิ้นพร้อมกับที่นี่ในเวลากลางคืน

“ประธานฉินครับ วันนี้คนของพวกเราที่ออกไปลาดตระเวนในเขตรอบนอกของฐานพบปัญหาบางอย่างครับ ดังนั้นพวกเราจึงมารายงานและขอคำแนะนำครับ”

พอเข้ามาหวังหยางก็พูดเข้าเรื่องทันที

เดิมทีฉินจิ้นนั้นกำลังอ่านหนังสืออยู่ แต่ในตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะอ่านต่อแล้วและส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายพูดต่อทันที

“เป็นอย่างนี้ครับ พวกเราพบว่าข้างนอกเริ่มมีการขาดแคลนน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ บ่อน้ำและลำธารเล็กๆ ที่เคยมีน้ำอยู่หลายแห่งก็เริ่มแห้งขอดไปแล้วครับ!”

“จริงๆ แล้วพวกเราเริ่มสังเกตเรื่องนี้มาสักพักแล้ว เพียงแต่พวกเราคิดไม่ถึงเลยว่ามันจะไม่มีฝนตกลงมาเลย ตอนนี้สถานการณ์ข้างนอกก็เลยยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ ครับ!”

“ท่านประธานครับ พวกเราควรจะทำอะไรเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้บ้างครับ?”

หวังหยางพูดรวดเดียวโดยเริ่มจากการเล่าสถานการณ์ที่พวกเขาพบในวันนี้ออกมาทั้งหมดและเริ่มขอคำแนะนำ

เมื่อได้ยินรายงานของบรรดาผู้จัดการ ฉินจิ้นก็ยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉย

เพราะจริงๆ แล้วเขานั้นกำลังชื่นชมการทำงานของบรรดาผู้จัดการของเขาอยู่

ในที่สุดก็สังเกตเห็นแล้วสินะ

ฤดูร้อนของปีนี้เป็นฤดูร้อนที่ร้อนจนคนแทบจะทนไม่ไหว

และภัยแล้งที่ยาวนานก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

“ไม่เลว เรื่องที่พวกนายพูดมาฉันเองก็สังเกตเห็นมาสักพักแล้ว แต่ไม่ต้องกังวลไป ฉันเตรียมการไว้แล้ว พรุ่งนี้เราจะออกประกาศกฎระเบียบใหม่บางอย่าง”

ฉินจิ้นพยักหน้าให้กับบรรดาผู้จัดการ

ก่อนหน้านี้เขาเองก็ได้ให้แต่ละฝ่ายในฐานเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ในเมื่อตอนนี้สถานการณ์ข้างนอกก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว งั้นก็ถึงเวลาที่จะต้องนำสิ่งที่เตรียมไว้ออกมาใช้

หลังจากที่ไล่บรรดาผู้จัดการออกไปแล้ว ฉินจิ้นก็นำข้อมูลที่เตรียมไว้ในลิ้นชักขึ้นมา

ข้างบนนั้นเป็นแผนการปรับเปลี่ยนการพัฒนาของฐาน!

บ่อน้ำของฐานในตอนนี้มีหลังคาคลุมอยู่ตลอดเวลา ปกติแล้วเวลาที่ฝนตกก็จะมีรางน้ำเพื่อนำน้ำไปเติมลงบ่อ

แน่นอนว่าการทำการเกษตรของฐานนั้นจำเป็นต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีการให้น้ำแบบหยดจึงทำให้พวกเขาลดการใช้น้ำไปได้มาก

ส่วนน้ำสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงน้ำสำหรับการผลิตและการพัฒนาฐาน น้ำในส่วนเหล่านี้ก็ต้องเริ่มควบคุมบ้างแล้ว

ตามที่เขารู้มา

ตอนนี้อ่างเก็บน้ำหมายเลข 1 (ขนาดเล็ก) มีปริมาณน้ำอยู่มากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้สำหรับดื่มและทำอาหาร

อ่างเก็บน้ำหมายเลข 2 (บ่อน้ำขนาดใหญ่ของฐานหลัก) มีปริมาณน้ำอยู่ประมาณแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ปกติแล้วจะใช้สำหรับชีวิตประจำวันและการผลิตของฐาน

สุดท้ายอ่างเก็บน้ำหมายเลข 3 (ที่สร้างขึ้นใหม่ในฐานย่อย) มีปริมาณน้ำอยู่เพียงประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะมันเพิ่งจะถูกสร้างเสร็จและมีเวลาเก็บน้ำไม่พอ แล้วช่วงนี้ฐานย่อยก็มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้ต้องใช้น้ำไปไม่น้อย

ดังนั้น

ถึงเวลาที่จะต้องเริ่มประหยัดน้ำกันแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 420 : เริ่มประหยัด

คัดลอกลิงก์แล้ว