เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 415 : ตกตะลึงจนตาค้าง ไร้ยางอาย

ตอนที่ 415 : ตกตะลึงจนตาค้าง ไร้ยางอาย

ตอนที่ 415 : ตกตะลึงจนตาค้าง ไร้ยางอาย


ตอนที่ 415 : ตกตะลึงจนตาค้าง ไร้ยางอาย

ฐานหลัก

เวลาพักเที่ยง

บุคลากรของฐานหลักหลังจากที่เลิกงานก็ไปเข้าแถวที่โรงอาหารของฐานเพื่อรับประทานอาหารกลางวันกันตามปกติ

ในฐานะแกนกลางของฐานลวี่หยวน โรงอาหารของที่นี่จึงมีมาตรฐานสูงเกินกว่าที่ผู้รอดชีวิตข้างนอกจะจินตนาการได้

พวกเขามีอาหารวันละสามมื้อ แต่ละมื้อจะมีกับข้าวสองอย่างและมีซุปหนึ่งอย่าง แต่ในบางครั้งพวกเขาก็อาจจะมีกับข้าวถึง 3 อย่างเลยทีเดียว!

ในแต่ละวันสวนผักในฐานก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผักสดได้เป็นปริมาณที่ไม่น้อยเลย หลังจากที่เก็บเกี่ยวแล้วพวกเขาก็จะนำไปดองหรืออบแห้งเพื่อทำการเก็บรักษาระยะยาวและส่วนที่เหลือก็จะถูกนำไปใช้ในการปรุงอาหารของวันนั้นๆ

ส่วนเนื้อสัตว์ก็มีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากนัก

เนื่องจากสัตว์ปีกและปศุสัตว์ที่ฐานเลี้ยงไว้มีจำนวนไม่มากนักและด้วยระยะเวลาที่ยังไม่นาน พวกเขาจึงขยายพันธุ์พวกมันไม่ทัน ดังนั้นพวกเขาจึงจะได้กินเนื้อสัตว์ที่สดใหม่ไม่บ่อยนัก

ดังนั้นเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่ที่พวกเขากินกันทุกวันนี้จึงเป็นเนื้อแปรรูปที่ถูกกักตุนไว้ตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลกรวมถึงส่วนที่พวกเขาหามาได้ภายหลัง

แต่ถึงอย่างนั้น การที่ฐานหลักสามารถกินเนื้อได้ทุกวันก็ถือว่าเป็นสวัสดิการที่ดีมากๆ แล้ว

บริเวณกำแพง

วันนี้ฉินจิ้นก็ปรากฏตัวที่นี่

เมื่อเช้าเขาได้จัดการกับงานที่กองอยู่จนเสร็จ จากนั้นเขาก็วิ่งไปดูการทดลองของเหล่าโจวและยังได้ไปที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของหลี่ซู่ รวมถึงฝ่ายผลิตและสถานที่อื่นๆ เพื่อเดินเล่นและทำความเข้าใจสถานการณ์ของฝ่ายต่างๆ หลังจากนั้นพอเวลาผ่านมาจนถึงตอนเที่ยงเขาก็มีความคิดที่อยากจะมาเดินเล่นที่กำแพง

ในฐานะผู้นำสูงสุดของฐานลวี่หยวน แน่นอนว่าเขาเองก็จะต้องหาเวลาไปตรวจดูความคืบหน้าของการก่อสร้างฐานอยู่บ่อยครั้ง

“พี่จาง เป็นยังไงบ้าง? ช่วงนี้สบายดีไหม? ช่วงนี้อากาศร้อนไปหน่อยนะ ฮ่าฮ่า”

เมื่อมาถึงป้อมยามที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช้พักผ่อน ฉินจิ้นก็ดึงเก้าอี้มานั่งอย่างเป็นกันเองและพูดกับจางตงที่เพิ่งจะวางชามข้าวลงด้วยรอยยิ้ม

ข้างในนั้นมีเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่ ในสภาพอากาศที่ร้อนระอุแบบนี้นี่ก็ถือว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

ฉินจิ้นรู้จักเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนี้มานานแล้ว

เพราะจางตงนั้นเป็นพนักงานรุ่นแรกสุดที่เขารับเข้ามาในตอนที่โลกยังสงบสุข

“เจ้านาย! สบายดีมากครับ! ทุกอย่างต้องขอบคุณการนำของท่าน พวกเราถึงได้มีชีวิตแบบนี้! ฮะๆ”

จางตงก็ประจบอย่างไม่เกรงใจ เขากับฉินจิ้นก็ไม่ถือว่าไม่รู้จักกัน ดังนั้นทุกครั้งที่ทั้งสองคนเจอกันพวกเขาจึงมักจะทักทายและคุยเล่นกันสองสามคำอยู่เสมอ

สำหรับผู้นำของฐานลวี่หยวนคนนี้ เขาเองก็เคารพจากใจจริง แม้ว่าอีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่าเขาไม่น้อยก็ตาม

ฉินจิ้นยิ้มและตบแขนของอีกฝ่ายก่อนจะคุยเล่นด้วยสองสามคำ

เรื่องที่พวกเขาคุยกันนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องในครอบครัวและการใช้ชีวิตของครอบครัวของจางตงในฐานและยังมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาของฐานในระยะหลังที่อีกฝ่ายคิดเล่นๆ ด้วย

ในบางครั้งบุคลากรระดับล่างก็มักจะมีความคิดที่แตกต่างจากบรรดาผู้จัดการ แม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์มากนัก แต่ฉินจิ้นเองก็ยินดีที่จะรับฟัง

ไม่นานเขาก็ออกจากที่นี่และไม่รบกวนการกินข้าวและการพักผ่อนของอีกฝ่ายอีกต่อไป

เมื่อมองดูอาคารต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาใหม่ในฐานย่อยและบุคลากรที่กำลังถืออาหารกลางวันไปนั่งกินตามที่ร่ม

ความรู้สึกพึงพอใจก็ค่อยๆ เพิ่มเข้ามาใจของเขาเล็กน้อย

พัฒนาได้ไม่เลวเลย

ฐานย่อย

จ้าวหลิงกำลังเดินอยู่บนถนนเพื่อไปยังห้องรับรอง

เมื่อครู่

มีคนจากฐานย่อยมาบอกเธอว่า มีบุคลากรที่ชื่อจ้าวซินกำลังตามหาเธอ!

แถมอีกฝ่ายยังบอกด้วยว่าเขาเป็นน้องชายของเธอและเขาก็มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย

เมื่อวานจ้าวหลิงได้เจอพ่อของเธอและต้องตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายถึงครึ่งวัน หลังจากนั้นก็เป็นหวังหยางที่ช่วยจัดหาที่พักให้กับกลุ่มคนที่เรียกว่าญาติเหล่านี้

หลังจากที่คิดมาตลอดทั้งคืน เธอเองก็พอจะคิดตกได้บ้างแล้ว

การที่จะให้เธอไปแสดงตัวว่าเป็นญาติกับจ้าวซื่อกังนั้นเธอก็ไม่ต้องการ

และเธอก็จะไม่มีวันให้อภัยกับการกระทำที่พ่อคนนี้เคยทอดทิ้งพวกเธอแม่ลูกในอดีต

แต่การที่จะให้เธอสั่งประหารพ่อแท้ๆ คนนี้ เธอก็ลองถามตัวเองแล้วและเธอก็ได้คำตอบว่าเธอทำไม่ได้

แล้วการไล่พวกเขาออกจากฐานลวี่หยวนไปและปล่อยให้พวกเขาไปเผชิญชะตากรรมข้างนอกเอง?

เธอก็เคยคิดที่จะทำแบบนั้นเหมือนกัน

แต่เมื่อนึกถึงความสุขในวัยเด็กก่อนที่พ่อของเธอจะจากไปรวมถึงค่าเลี้ยงดูที่เขาแอบส่งมาให้เธอจนเธอเรียนจบโดยไม่ขาดเลย

และในตอนที่เธอได้เจอกับเขาเมื่อวาน ผู้ชายในความทรงจำคนนั้น

กลับแก่ลงไปมากแล้ว

จ้าวหลิงก็คิดได้ทันทีว่าเธอไม่สามารถผลักเขาออกไปให้เผชิญกับชะตากรรมข้างนอกได้

สุดท้าย เธอก็เลยตัดสินใจที่จะให้เขาอยู่ตามการจัดการของหวังหยางไป

ให้เขาอยู่ที่เขตที่พักอาศัยไป เพราะตราบใดที่เธอไม่ไปที่ที่เขาทำงานและอาศัยอยู่ ทั้งสองฝ่ายก็แทบจะไม่มีโอกาสได้เจอกันมากนัก

ส่วนครอบครัวใหม่ของเขา เธอเองก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปหาเรื่องหรือให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมอะไร

ต่างคนต่างอยู่แบบนี้ก็น่าจะดีแล้ว

เมื่อคิดได้แล้ว

จ้าวหลิงคนเดิมก็กลับมา เธอกลับมาสู่การทำงานที่ยุ่งวุ่นวายเหมือนเดิม

แต่ผลก็คือ

เมื่อครู่เธอได้ยินอะไร?

ลูกชายของพ่อหรือก็คือน้องชายต่างมารดาที่มีสายเลือดเดียวกันกับเธอ ดันมาหาเธอเพื่อขอพูดคุยเรื่องสำคัญเป็นการส่วนตัว?

“ก็ให้ฉันดูหน่อยก็แล้วกันว่า น้องชายที่แสนดีที่ทำให้พ่อของฉันทิ้งฉันกับแม่ไปสร้างครอบครัวใหม่จะต้องการพบฉันเพราะเรื่องอะไร ?”

จ้าวหลิงหัวเราะเยาะอย่างเย็นชาขณะเดินอยู่บนถนน

ในขณะเดียวกันเธอเองก็สงสัยเล็กน้อย เพราะเมื่อวานหวังหยางก็เพิ่งจะจัดหาที่พักและงานใหม่ให้พวกเขาไป

ตามหลักแล้วอีกฝ่ายก็ควรจะพอใจแล้วไม่ใช่เหรอ?

วันนี้คนพวกนั้นจะทำอะไรอีก?

สำหรับอีกฝ่ายที่มาคนเดียวและพ่อของเธอไม่ได้มาด้วย เธอนั้นก็ไม่ได้กลัวเลย

เพราะข้างหลังเธอก็ยังมีลูกน้องอีกสองสามคน ในฐานย่อยก็ยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกหลายคน ขอแค่เธอตะโกนออกไปก็จะมีคนเข้ามาช่วยเหลือเธอได้ทุกเมื่อ

ไม่นาน

เธอก็พาลูกน้องสองสามคนมาถึงสถานที่ที่ใช้สำหรับการพูดคุยโดยเฉพาะ

ข้างในก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างไม่เรียบร้อยภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่สองคน

เมื่อเห็นคนเดินเข้ามา โดยเฉพาะเมื่อเขาเห็นจ้าวหลิง ดวงตาของจ้าวซินก็เป็นประกายทันที

เขารีบลุกขึ้นยืน ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นดีใจและทักทายเธออย่างกระตือรือร้นว่า

“พี่! ผมรอพี่มานานแล้ว! น้องชายคนนี้คิดถึงพี่มากจริงๆ!”

พูดจบ เขาก็ทำราวกับว่าเขาสนิทกับจ้าวหลิงมากและอยากจะเข้าไปใกล้พี่สาวตรงหน้า

“หยุดนะ!!!”

ข้างหลังจ้าวหลิงก็มีผู้หญิงอีกสองคนวิ่งออกมาและมายืนอยู่ข้างหน้าจ้าวซินและห้ามการกระทำของเขาทันที!

พวกเธอมองชายที่สมองน่าจะมีปัญหาตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

พวกเธอคือบุคลากรในฝ่ายชีวิตความเป็นอยู่ที่จ้าวหลิงคัดเลือกมาโดยเฉพาะ พวกเธอมีความรู้ในด้านนี้พอสมควรและพวกเธอก็ได้ทำงานกับเธอมาระยะหนึ่งแล้ว

และพวกเธอก็รู้ด้วยว่าจ้าวหลิงนั้นไม่ค่อยชอบชายตรงหน้า

จ้าวซินก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ ข้างหลังเขา ก็มีเจ้าหน้าที่สองคนยืนมองเขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรอยู่เช่นกัน

ในช่วงเวลาพักจ้าวซินที่เดินขึ้นมาบนฐานย่อยได้ถูกพวกเขาพบและสกัดไว้

เพราะจากเหตุการณ์กบฏในครั้งนั้น ทำให้ระบบการรักษาความปลอดภัยของทั้งฐานต้องถูกยกระดับขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำงานหรือนอกเวลาทำงาน นอกจากพื้นที่ส่วนกลางบางแห่งแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่จึงไม่อนุญาตให้บุคลากรเดินไปมาอย่างอิสระ

หลังจากที่สกัดจ้าวซินไว้แล้วและยืนยันตัวตนของเขาเสร็จ จ้าวซินก็ได้บอกว่าอีกฝ่ายต้องการพบจ้าวหลิงดังนั้นพวกเขาจึงทำการรายงานเรื่องนี้ขึ้นไป

“ยืนอยู่ตรงนั้นก็พอ ฉันกับนายไม่ได้สนิทกันมีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ ทุกคนต้องการไปพักผ่อนแล้ว”

“อีกอย่าง อย่าเรียกฉันว่าพี่สาว เพราะฉันไม่ใช่พี่สาวของนาย”

จ้าวหลิงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เย็นชาและพูดกับชายตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

มันไม่มีอะไรผิดเลย เพราะเธอเองก็ไม่คิดว่าเธอจะเรียกคนๆ นี้ว่าเป็นน้องชายของเธอได้ แม้ว่าพวกเขาจะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดก็ตาม

“......”

จ้าวซินพูดไม่ออกชั่วขณะ

เขาเคยคิดว่าจ้าวหลิงอาจจะไม่ยอมรับความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะพูดตรงขนาดนี้ และทำให้เขาไม่รู้จะพูดอะไรต่อ!

ในใจของเขาก็ด่าผู้หญิงตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อนึกถึงชีวิตที่ดีในอนาคตของตัวเอง หน้าตาก็ไม่สำคัญอีกต่อไป

“เอ่อ...พี่...ความสัมพันธ์ของพวกเรามันไม่มีทางถูกทำลายได้นะ พี่อย่าพูดแบบนั้นสิ?!”

“พี่ไม่รู้หรอก! ว่าพ่อของเราต้องลำบากขนาดไหนกว่าจะตามหาพี่เจอ! พวกเราตามหาพี่มาโดยตลอด พวกเราอยากให้พี่กลับมาอยู่ที่บ้านด้วยกัน แถมที่บ้านของพวกเรายังมีห้องของพี่อยู่ด้วยนะ!”

“พวกเราเดินทางไปมาหลายเมืองและขอให้คนช่วยกันตามหาพี่แต่ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ไม่ได้ข่าวของพี่เลย แต่วันนี้ดูเหมือนสวรรค์จะเมตตาให้พวกเรากลับมาเจอกันที่นี่! ใช่แล้ว...มันต้องเป็นเพราะสวรรค์แน่ๆ!”

“พี่ พวกเรามีเลือดเดียวกันนะ! ผมเป็นน้องชายแท้ๆ ของพี่นะ!”

“ครอบครัวของพวกเราขาดพี่ไม่ได้! พี่กลับมาที่บ้านของพวกเราเถอะนะ พ่อกับแม่รักพี่มากนะ!”

จ้าวซินกำลังแสดงละครอย่างสุดความสามารถ

เขาเล่าเรื่องราวที่ซาบซึ้งออกมา

เขาบอกว่าพ่อแม่ของเขานั้นทั้งกินไม่ได้นอนไม่หลับ

แถมยังคิดถึงเธอจนล้มป่วย

เรียกได้ว่าตอนนี้เขาแทบจะเขียนคำว่าจ้าวหลิงคือพี่สาวสุดที่รักของฉันบนผ้าแล้วเอามาติดไว้ที่หน้าผากของเขาแล้ว

คนในห้องรวมถึงจ้าวหลิงต่างก็ตกตะลึงจนตาค้าง

อะไรที่เรียกว่าไร้ยางอาย?

ก็นี่ไง!

จบบทที่ ตอนที่ 415 : ตกตะลึงจนตาค้าง ไร้ยางอาย

คัดลอกลิงก์แล้ว