เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 405 : บางคนอู้งาน บางคนพยายาม

ตอนที่ 405 : บางคนอู้งาน บางคนพยายาม

ตอนที่ 405 : บางคนอู้งาน บางคนพยายาม


ตอนที่ 405 : บางคนอู้งาน บางคนพยายาม

จ้าวซิน

เพศชาย

อายุ 22 ปี

ในตอนที่โลกยังสงบสุขเขาอาศัยอยู่ในอำเภอหลงเหมิน หลังจากที่เรียนไม่จบมัธยมปลายเขาก็ว่างงานมาโดยตลอด และเอาแต่เกาะพ่อแม่กินอยู่ที่บ้าน

คำพูดติดปาก : รอให้ฉันxxxก่อนเถอะแล้วฉันจะxxxxแน่นอน

พ่อของเขาจ้าวซื่อกังและแม่จูเฟิน ในตอนที่โลกยังสงบสุขก็ทำอาชีพเปิดร้านขายผลไม้

จะว่าเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยก็ไม่ใช่ แต่ก็ไม่ถึงกับจน อย่างน้อยก็พอที่จะให้จ้าวซินมีทุนเกาะพ่อแม่กินได้บ้าง

หลังจากวันสิ้นโลกมาถึงพวกเขาสามคนก็โชคดีมากที่ซ่อนตัวและรอดชีวิตมาได้

แต่เมื่อภัยหนาวเมื่อปีที่แล้วมาถึง พวกเขาก็ทำได้แค่อาศัยอาหารและเสบียงที่ค่อนข้างจะมีอยู่มากในบ้านและประทังชีวิตผ่านมาได้อย่างหวุดหวิด

จนกระทั่งเมื่อต้นปีหลังจากที่เสบียงทั้งหมดในบ้านหมดลง พวกเขาถึงได้จำใจออกมาหาอาหารเพื่อความอยู่รอดกัน

ผลก็คือพวกเขาได้พบกับผู้รอดชีวิตบางคนที่กำลังเดินทางมายังฐานลวี่หยวนและพวกเขาถึงได้รู้ว่าในอำเภอเฟิงเหอมีสถานที่ที่พวกเขาสามารถมองเห็นความหวังได้อยู่

ดังนั้นทั้งครอบครัวจึงแบกสัมภาระและมุ่งหน้ามายังเมืองเหมินถัง

ผลก็คือ

สถานการณ์จริงของที่นี่กลับแตกต่างจากที่พวกเขาจินตนาการไว้อย่างสิ้นเชิง

เนื่องจากพวกเขามาถึงช้าและทั้งสามคนก็ไม่มีทักษะอาชีพที่ฐานลวี่หยวนต้องการ ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงขึ้นรถไฟขบวนสุดท้ายและถูกจัดให้อยู่ที่ชายขอบของเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวน

และกลายเป็นเพียงบุคลากรระดับ 0 เท่านั้น

หรือก็คือคนที่ผ่านการลงทะเบียนข้อมูลไว้กับฐานลวี่หยวน พวกเขาสามารถทำการแลกเปลี่ยนเสบียงและอาหารได้และในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ที่เขตรอบนอกสุดเท่านั้น

ซึ่งยังถือว่าห่างจากบุคลากรระดับ 1 ที่อยู่ใกล้กับเขตที่พักอาศัยทั้งสามแห่งและฐานลวี่หยวนอยู่มาก

ครอบครัวทั้งสามคนเคยรู้สึกไม่พอใจ

แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังคงอาศัยอยู่ที่ชายขอบของเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนภายใต้ความหิวโหยและภัยคุกคามจากซอมบี้

ทั้งครอบครัวได้แต่แอบด่าทออยู่ในใจ แต่ในตอนที่พวกเขามาแลกเปลี่ยนอาหารพวกเขากลับยังคงยิ้มแย้มแจ่มใสราวกับพวกเขานั้นชื่นชมสิ่งที่ฐานลวี่หยวนทำ

พวกเขาเป็นครอบครัวคนธรรมดาที่ชอบรังแกคนอ่อนแอและหวาดกลัวคนที่แข็งแกร่ง พวกเขาเกลียดคนจนแต่รักคนรวย

“พ่อ แม่! เมื่อเช้าผมเห็นจ้าวหลิงจริงๆ นะ!”

จ้าวซินยังเน้นย้ำกับพ่อแม่อีกครั้ง

เดิมทีเมื่อไม่กี่วันก่อนพวกเขานั้นยังคงดีใจอยู่เลยที่ฐานลวี่หยวนประกาศรับสมัครคนงานจากเขตรอบนอก

แต่หลังจากที่ทำงานไปได้สองวัน เนื่องจากงานนี้เป็นงานที่ต้องใช้แรงงานอย่างหนักซึ่งนั่นทำให้ชายหนุ่มที่ไม่เคยทำงานหนักอย่างเขาต้องทนทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก

ฐานลวี่หยวนนี่ทำอะไรดีๆ ไม่เป็นเลยหรือยังไง?! จะแจกอาหารไม่ได้เลยหรือไง?! ทำไมต้องให้คนมาทำงานหนักแทบตายเพื่อแลกกับข้าวที่กินไม่พออิ่มด้วยซ้ำ!

และเมื่อรวมกับเรื่องสำคัญที่เขาพบในเช้าวันนี้ ดังนั้นตอนที่ทำงานเขาจึงยิ่งไม่มีแรงจูงใจที่จะทำงานต่ออีก

ถ้าคนคนนั้นเป็นจ้าวหลิงที่พวกเขารู้จักจริงๆ พวกเขายังจะทำงานบ้าๆ นี่ต่อไปอีกทำไม?!

“ลูกเห็นจริงๆ เหรอ?! ไม่ใช่ว่าลูกตาฝาดไปใช่ไหม? พ่อเองก็ไม่ได้เจอเธอมาหลายปีแล้ว หลังจากตอนนั้นพ่อก็ไม่รู้เลยว่าเธอหน้าตาเป็นยังไงหรือไปอยู่ที่ไหนแล้ว”

จ้าวซื่อกัง พ่อของจ้าวซินก็แอบมองหัวหน้าแซ่ฟางคนนั้นแวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองมาทางนี้ เขาจึงได้พูดอย่างสงสัยด้วยเสียงเบาๆ

“ใช่แล้วซินซิน! ลูกไม่ได้ดูผิดไปจริงๆ ใช่ไหม? เด็กผู้หญิงคนนั้นตอนนี้จะไต่เต้าขึ้นไปเป็นคนใหญ่คนโตของฐานลวี่หยวนได้เลยเหรอ?! มันไม่น่าจะเป็นไปได้นะ?”

จูเฟิน แม่ของจ้าวซินก็พูดด้วยใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่ออยู่ข้างๆ

ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเขา

เพราะจ้าวซื่อกังหย่ากับภรรยาคนก่อนไปตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้วเพื่อมาแต่งงานกับจูเฟิน ภรรยาคนปัจจุบันของเขา

ส่วนลูกสาวที่เกิดจากภรรยาคนก่อนเขาเองก็ไม่ได้ติดต่อมานานแล้วเช่นกัน

หลายปีมานี้เขาก็ไม่ได้กลับไปถามไถ่ถึงสถานการณ์ของลูกสาวเลย หน้าตาของเธอที่เขาจำได้ก็มีเพียงแค่ตอนที่เธอยังเป็นเด็กเท่านั้น

ดังนั้นสำหรับคำพูดของจ้าวซิน เขาจึงยังไม่ค่อยกล้าที่จะเชื่อ

และเขาเองก็ไม่ค่อยกล้าที่จะไปแสดงตัวว่าเป็นญาติแบบมั่วซั่วด้วย

เพราะยังไงซะ

ตอนนี้ชื่อเสียงของฐานลวี่หยวนก็ไม่ค่อยจะดีนัก

เรื่องที่ฐานลวี่หยวนไปกำจัดผู้รอดชีวิตนับพันที่เมืองเซินเจิ้นเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้แพร่กระจายออกมาแล้ว ดังนั้นผู้จัดการของฐานลวี่หยวนก็ไม่น่าจะใช่คนดีอะไรเช่นกัน

ถ้าเกิดพวกเขาวิ่งออกไปและแสดงตัวว่าเป็นญาติแล้วเกิดผิดพลาดขึ้นมา พวกเขาจะไม่ถูกเกลียดและแก้แค้นเหรอ?

และที่สำคัญ ความสัมพันธ์ของเขากับลูกสาวก็ไม่ค่อยจะดีด้วย

พูดให้ตรงก็คือเป็นเพราะจูเฟินที่เข้ามาแทรกแซงชีวิตสมรสเดิมของคนอื่น ซึ่งนั่นทำให้ครอบครัวของจ้าวหลิงต้องแตกแยก

“หรือว่าจะเอาแบบนี้ดีไหม ครั้งหน้าที่ผู้จัดการของฐานลวี่หยวนคนนั้นเดินออกมาฉันจะลองเดินไปดูให้ชัดอีกที”

จ้าวซื่อกังคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจแบบนี้

ลูกสาวแท้ๆ ของเขาคงไม่ใจร้ายจนถึงขั้นปล่อยให้เขาตายหรอกใช่ไหม?

และแน่นอนว่าทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่จ้าวซินไม่ได้ดูผิด

ในอีกด้านหนึ่งของการก่อสร้างแนวป้องกัน

ที่อีกฝั่งหนึ่ง

เซียวหมิงและคนอื่นๆ ก็กำลังเข้าร่วมในโครงการขนาดใหญ่นี้เช่นกัน

เมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาบังเอิญถูกทีมต่อสู้ของลวี่หยวนพบและช่วยกลับมาที่ฐานและได้ตั้งรกรากอยู่ที่นี่ตั้งแต่นั้นมา

ซึ่งก็ถือว่าโชคดีมาก เซียวหมิงและคนอื่นๆ ก็อาศัยทักษะอาชีพของตัวเองจนได้รับสถานะบุคลากรระดับ 2 อย่างรวดเร็วและสามารถอาศัยอยู่ในเขตที่พักอาศัยหมายเลข 1 ได้

แม้ว่าจะไม่ได้ถูกจัดให้ไปทำงานที่ฐานย่อย แต่การที่สามารถเข้าเขตที่พักอาศัยได้ ก็เป็นโอกาสที่ทำให้หลายคนอิจฉาแล้ว

ช่วงนี้พวกเขาเองก็เริ่มคุ้นเคยกับที่นี่แล้วและพวกเขาก็ได้ทำการแลกเปลี่ยนอาหารไปแล้วหลายครั้งแล้วเช่นกัน

เมื่อรวมกับพืชและสัตว์ตัวเล็กๆ ที่กินได้ซึ่งพวกเขาพอจะหาเองได้ นั่นก็ทำให้พวกเขาอยู่อาศัยอยู่ที่นี่ได้อย่างมั่นคง

และช่วงนี้พวกเขายังได้เข้าร่วมในโครงการขนาดใหญ่ของฐานลวี่หยวนหรือก็คือโครงการก่อสร้างแนวป้องกันด้วย

“ทุกคนพักกันก่อนเถอะ~~~ หยุดพักดื่มน้ำ อย่าให้เป็นลมแดดกันล่ะ~~~”

คนที่รับผิดชอบดูแลงานก็ตะโกนอยู่ข้างๆ

เซียวหมิงและเกอหลินทั้งตัวต่างก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ราวกับพวกเขาเพิ่งจะขึ้นมาจากสระน้ำ

ทั้งสองคนไม่สนใจว่าจะมีคนอยู่ข้างๆ หรือไม่ พวกเขาถอดเสื้อเชิ้ตออกและเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่ค่อนข้างจะแข็งแรงบนร่างกายก่อนจะบิดเสื้อด้วยมือจนเหงื่อหยดลงมาราวกับน้ำตก

“อึกๆๆ~~~”

ทั้งสองคนหยิบขวดน้ำของตัวเองขึ้นมาและดื่มอย่างไม่สนใจใคร

คนอื่นรอบๆ ก็ไม่ต่างกันมากนัก

นอกจากผู้หญิงบางคนที่ไม่สะดวกที่จะทำแบบพวกเขา คนอื่นๆ ก็ทำแบบนี้กันหมดโดยที่ไม่สนใจสายตาของคนอื่นอีก เพราะในตอนนี้สิ่งที่ผู้รอดชีวิตทุกคนให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการอยู่รอด

“พี่เซียว รู้อะไรไหม? ทุกคนได้ยินมาว่าแก๊งเถียนหงถูกฐานลวี่หยวนกำจัดแล้ว!”

ในระหว่างที่พัก เกอหลินก็เข้ามาคุยเล่นกับเซียวหมิง

“น่าจะรู้กันหมดแล้วนะ ทั้งเขตที่พักอาศัยก็ลือกันไปทั่วแล้ว เมื่อกี้ตอนที่ทำงานคนในเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนก็รู้กันหมดแล้ว แต่นั่นตั้งหนึ่งพันกว่าคนเลยนะ!!”

เซียวหมิงและเกอหลินไปหลบอยู่ในเพิงที่สร้างขึ้นมาชั่วคราวในไซต์ก่อสร้างและถอนหายใจออกมาอย่างต่อเนื่อง

ใครจะไม่ตกใจกับเรื่องนี้บ้างล่ะ?

กองกำลังที่เคยแข็งแกร่งอย่างยิ่งในสายตาของพวกเขา กลับถูกคนอีกกลุ่มหนึ่งกำจัดได้ในพริบตา ถ้าไม่ประหลาดใจสิถึงจะแปลก

เมื่อคิดว่าตัวเองและคนอื่นๆ ได้เข้าร่วมกับฐานลวี่หยวนโดยไม่ได้ตั้งใจ เซียวหมิงและคนอื่นๆ ก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที

เมื่อเทียบกับการที่ต้องคอยระแวงกันและต้องคอยป้องกันตัวเองอยู่ตลอดเวลาที่อยู่ข้างนอก อย่างน้อยที่นี่ก็ยังมีระเบียบและตราบใดที่ยอมทุ่มเท พวกเขาก็ยังสามารถมีชีวิตต่อไปได้

และพวกเขาก็ได้ยินมาแล้วว่า

ถ้าพวกเขายังพยายามต่อไป ในอนาคตพวกเขาก็มีโอกาสที่จะได้เลื่อนเป็นบุคลากรระดับ 3 หรือ 4

เมื่อมีอาหารเป็นหลักประกันแล้ว หลายเรื่องที่เคยไม่กล้าคิดก็ดูเหมือนจะมีความหวังขึ้นมา

ชีวิตที่มีความหวัง

นั่นดีกว่าการใช้ชีวิตไปวันๆ ข้างนอกมาก ชีวิตที่ไม่รู้ว่าจะต้องตายตอนไหนระหว่างที่ไปหาอาหารหรือจะต้องอดตายในมุมมืดที่ไหนสักแห่ง

“ยังไงซะพวกเราก็ทำงานกับฐานลวี่หยวนต่อไปเถอะ! ชีวิตพวกเราจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน!”

เซียวหมิงและเกอหลินก็คุยเล่นกันพลางมองดูเพื่อนร่วมงานหลายคนที่ทำงานก่อสร้างอยู่ข้างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนจะมีแค่ส่วนน้อยที่มาจากเขตที่พักอาศัยเหมือนกับพวกเขา แต่ใบหน้าของพวกเขานั้นกลับไม่เหมือนกับผู้รอดชีวิตที่อื่นที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและชาชิน

เพราะในดวงตาของคนที่นี่กลับมีสิ่งที่เรียกว่าความหวัง

บางทีอาจจะไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนี้

แต่คนส่วนใหญ่ที่พวกเขาเห็นก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น

และอากาศที่ร้อนจัดนั้นก็ไม่สามารถหยุดความกระตือรือร้นในการทำงานของทุกคนได้เลย

จบบทที่ ตอนที่ 405 : บางคนอู้งาน บางคนพยายาม

คัดลอกลิงก์แล้ว