- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 400 : ปกป้องแม่และเธอ
ตอนที่ 400 : ปกป้องแม่และเธอ
ตอนที่ 400 : ปกป้องแม่และเธอ
ตอนที่ 400 : ปกป้องแม่และเธอ
วันรุ่งขึ้น
ยังคงเป็นวันที่อากาศแจ่มใส
สงครามที่เมืองเซินเจิ้นเมื่อวานนี้ได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว
การเดินทางกลับของกองกำลังนั้นก็ไม่มีอะไรให้พูดถึง ในตอนนี้ไม่มีใครที่ไม่ดูตาม้าตาเรือและกล้ากระโดดออกมาท้าทายกองกำลังที่ดุร้ายและเต็มไปด้วยจิตสังหารแบบนี้อย่างแน่นอน
หลังจากที่กลับถึงฐานในตอนบ่าย ฉินจิ้นก็ให้พวกเขาจัดการงานที่เหลือกันเอง
ส่วนเขาก็กลับมาสู่ชีวิตแบบเดิมของตัวเองอีกครั้ง
วันนี้
ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม เขาออกกำลังกายตามปกติแต่เช้าตรู่ จากนั้นก็วิ่งไปที่ห้องแล็บเพื่อสอบถามความคืบหน้าในการทดลองกับเหล่าโจว
แน่นอนว่าตอนนี้ก็ยังคงไม่มีความคืบหน้าอะไร
จากนั้นเขาก็เดินเตร็ดเตร่ไปทั่วทั้งฐานด้วยความเบื่อหน่ายและจู่ๆ เขาก็ค้นพบว่าตัวเองกำลังว่างงาน
“เอ๊ะ? ทำไมจู่ๆ ฉันถึงไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องรับผิดชอบเป็นพิเศษไปซะแล้วล่ะ?”
“แต่ความรู้สึกแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน~~~”
ความรู้สึกที่ไม่มีเรื่องอะไรค้างคาอยู่บนตัวเขาแบบนี้ทำให้ฉินจิ้นรู้สึกมีความสุขอย่างยิ่ง
เขาเดินอยู่บนถนนในฐานหลัก
จนกระทั่งเขาเดินมาถึงสระน้ำขนาดใหญ่
เขาเดินเล่นริมสระอย่างเบื่อหน่ายและมองดูผิวน้ำที่เป็นประกายระยิบระยับแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองท้องฟ้า
วันนี้เหมือนจะร้อนไปหน่อยนะ
ตอนนี้ก็เดือนพฤษภาคมแล้ว ภัยแล้งก็กำลังจะค่อยๆ เริ่มขึ้น
ฉินจิ้นจำได้อย่างชัดเจน
ฤดูร้อนในชาติที่แล้ว เขาต้องซ่อนตัวอยู่ในที่พักชั่วคราวในเมืองแห่งหนึ่ง ในตอนนั้นเขาทั้งขาดน้ำและขาดอาหาร
แถมยังต้องทนกับความร้อนที่น่ากลัว
รสชาติของการที่ต้องอยู่แบบนั้น เขาขอไม่พูดถึงจะดีกว่า
จะมีที่ไหนที่เหมือนกับที่นี่ได้อีก สถานที่ที่เขาสามารถอาบน้ำร้อนได้อย่างสบายใจ ถ้ามีอารมณ์ก็ยังสามารถเปิดเบียร์เย็นๆ หรือน้ำอัดลมสองสองขวดเพื่อดื่มแก้เบื่อได้
“อืม ตอนนี้ก็คงถึงเวลาบอกให้คนในฐานเริ่มระมัดระวังการใช้น้ำได้แล้ว โดยเฉพาะกับแหล่งน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งสามแห่งของฐานต้องรับประกันความปลอดภัยให้ได้ ไม่อย่างนั้นฤดูร้อนนี้คงจะผ่านไปได้ไม่ดีแน่”
เขาพึมพำกับตัวเองและเตรียมที่จะไปแจ้งผู้จัดการในภายหลัง
ตอนนี้ฐานหลักมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และเล็กรวมสองแห่ง ส่วนในฐานย่อยก็เพิ่งจะสร้างขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งแห่ง อาศัยฝนที่ตกมาสองสามครั้งก่อนหน้านี้ ทำให้อ่างเก็บน้ำทั้งสามนั้นเต็มแล้ว
อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กนั้นใช้สำหรับเก็บน้ำดื่มโดยเฉพาะและนี่เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการป้องกันมากที่สุด
ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อีกสองแห่งจะใช้เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการผลิต การพัฒนาและชีวิตประจำวันของฐาน
“ยังมีปัญหาเรื่องไฟฟ้า แสงแดดแรงขนาดนี้ไม่ใช้ก็เสียเปล่า ยังไงก็ต้องใช้ประโยชน์จากมันด้วย~”
ฉินจิ้นยกมือขึ้นมาบังแสงแดดที่ร้อนแรงและเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ บนศีรษะ
เมื่อแสงแดดส่องกระทบผิวหนัง แม้แต่ร่างกายที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ของเขาก็ยังรู้สึกเจ็บแสบเล็กน้อยเห็น นี่เห็นได้ชัดว่าความแรงของแสงแดดนั้นรุนแรงขนาดไหน
แผงโซลาร์เซลล์ก็ยังคงมีการใช้งานอยู่ เพียงแต่ว่ามันไม่สามารถตอบสนองความต้องการด้านการผลิตและชีวิตประจำวันของฐานได้อีกต่อไปแล้ว ฐานยังต้องเพิ่มการผลิตไฟฟ้าด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานไอน้ำอีกหลายตัวถึงจะพอใช้ในเบื้องต้น
ต้องอย่าลืมว่าตอนนี้แขนขาที่ยืดออกไปของฐานลวี่หยวนนั้นใหญ่โตขนาดไหน
กล้องวงจรปิดที่ถูกนำไปติดตั้งในพื้นที่รอบฐานนั้นก็ยังมีมากขึ้นเรื่อยๆ และเขตที่พักอาศัยข้างนอกก็เริ่มมีไฟฟ้าใช้แล้ว บวกกับการก่อสร้างฐานย่อยก็เป็นตัวกินไฟอย่างมหาศาล ถ้าฐานยังพึ่งพาแค่พลังงานแสงอาทิตย์อย่างเดียวมันก็คงไม่พอแน่
ฉินจิ้นยิ่งรู้สึกว่าการเตรียมการของตัวเองในตอนนั้นไม่เลวเลย อย่างน้อยเขาก็มีน้ำมันเชื้อเพลิงและเชื้อเพลิงถ่านหินที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ถ้าไม่ได้มีการเตรียมการเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า บางทีตอนนี้เขาก็คงอาจจะยังปวดหัวกับปัญหาเรื่องพลังงานอยู่
“ยังมีปัญหาเรื่องกำลังคน คงต้องรอให้ฐานย่อยสร้างเสร็จก่อน หลังจากนั้นก็ต้องหาอะไรให้คนในฐานย่อยกับเขตที่พักอาศัยทำด้วย ไม่อย่างนั้นการปล่อยให้พวกเขาว่างงานอยู่ตลอดก็คงไม่ใช่ทางออก รวมถึงจะปล่อยให้พวกเขาว่างงานแต่ยังได้รับอาหารก็คงไม่ได้เหมือนกัน”
เมื่อคิดแบบนี้ ฉินจิ้นก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเขาเองก็ยังมีเรื่องอีกไม่น้อยที่ต้องจัดการ
อารมณ์ดีจากการว่างงานก็ลดลงไปไม่น้อย
“แน่นอนว่า พอเป็นผู้นำแล้วก็คงไม่สามารถว่างงานได้อย่างสมบูรณ์ ชะตาชีวิตของการเป็นผู้นำต้องทำงานหนักจริงๆ~~”
เขาถอนหายใจสองครั้ง
เขาไม่ได้อยู่กลางแจ้งต่อนานนัก หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำอะไรแล้ว เขาก็เดินออกจากริมสระน้ำและกลับไปห้องทำงานทันที
ฐานย่อย
ในห้องทำงานห้องหนึ่ง
มีคนสองสามคนกำลังพูดคุยกันอยู่ข้างใน
“เจียฝู โดยรวมก็ประมาณนี้แหละ ต้นเหตุของเรื่องในครั้งนี้ได้ถูกฆ่าไปแล้ว ส่วนศพของเขาก็ถูกพวกเรานำกลับมาด้วย”
จ้าวหลิงพูดกับแม่ลูกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
เมื่อวานกองกำลังของฐานลวี่หยวนได้กลับมา นอกจากเธอจะต้องช่วยรักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว เธอยังต้องจัดหาที่พักให้คนด้วย นั่นทำให้จ้าวหลิงต้องยุ่งตลอดทั้งวัน จนวันนี้เธอถึงค่อยมีเวลามาหาเจียฝูและแม่ของอีกฝ่าย
และในตอนนี้เจียฝูและหลี่ซิ่วหลานก็ได้ย้ายเข้าไปอาศัยในเขตที่พักอาศัยหมายเลข 1
ส่วนรถที่พวกเธอเคยเช้าไปนั้นก็ถูกกู้กลับมาพร้อมกับทองเหลืองแล้ว ในส่วนของทองเหลืองนั้นพวกมันก็ได้ถูกนำเข้าไปในคลังเพื่อแปลงเป็นคะแนนสะสมให้กับสองแม่ลูก
จากนั้นจ้าวหลิงก็ยังจัดหางานให้พวกเธอในฐานย่อยด้วย ในอนาคตพวกเธอจะได้ไม่ต้องออกไปหาเสบียงข้างนอกเพื่อแลกกับอาหารอีกต่อไป
เพียงแต่
ตอนนี้สองแม่ลูกกลับดีใจไม่ขึ้น
เพราะเสาหลักในบ้านของพวกเธอนั้นไม่มีวันได้กลับมาอีกแล้ว
“คุณจ้าว! ครั้งนี้พวกเราขอบคุณจริงๆ นะคะ! ถ้าไม่มีคุณ พวกเราก็ไม่รู้เลยว่าตอนนี้พวกเราจะเป็นยังไง!”
ใบหน้าของหลี่ซิ่วหลานเต็มไปด้วยความเศร้า สองมือของเธอกุมมือของจ้าวหลิงไว้และพูดขอบคุณอย่างจริงใจ
เธอได้ยินแล้วว่าคนที่ทำร้ายพวกเธอคือกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าแก๊งเถียนหงที่เข้ามาเพื่อรวบรวมข้อมูลและพวกเธอก็ได้รู้แล้วว่าพวกมันเป็นกองกำลังแบบไหน
สำหรับแม่ลูกอย่างพวกเธอแล้ว พวกมันถือเป็นยักษ์ใหญ่ที่น่ากลัวมากเลยทีเดียว!
ถ้าไม่ใช่เพราะคุณจ้าวคนนี้ไปขอความช่วยเหลือจากผู้นำของฐานลวี่หยวนด้วยตัวเอง มันก็คงจะไม่มีผลลัพธ์แบบนี้
บางที ตอนนี้เธอก็อาจจะถูกจับไปที่เมืองเซินเจิ้นและใช้ชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่านรก ส่วนลูกสาวของเธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าอนาถแค่ไหน
ในวันสิ้นโลก ชะตากรรมของเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่ไม่มีที่พึ่งพิงนั้นไม่อาจจินตนาการได้เลย
“ไม่เป็นไรค่ะ พวกคุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ในอนาคตก็ใช้ชีวิตให้ดีในเขตที่พักอาศัยหมายเลข 1 นะคะ”
จ้าวหลิงตบมือของเธอเบาๆ และพูดด้วยรอยยิ้ม
เธอเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ในช่วงภัยพิบัติแมลง เธอเคยพบกับหลี่ซิ่วหลานมาก่อน ในตอนนั้นเธอไปแจกยาในเขตรอบนอกของฐานลวี่หยวนและก็เป็นหญิงสาวคนนี้ที่วิ่งออกมารับยาให้ครอบครัว
เพียงแต่เธอไม่คิดเลยว่าการเจอกันอีกครั้งจะเป็นการพบกันในสถานการณ์แบบนี้
แต่ว่า ครั้งนี้การที่เธอขอให้ฉินจิ้นช่วยไม่ใช่เพื่อหลี่ซิ่วหลาน
แต่เป็นเพราะในคืนนั้น เธอเห็นเงาของตัวเองในอดีตจากเจียฝูที่กำลังคุกเข่าขอความช่วยเหลืออยู่นอกกำแพง
จ้าวหลิงเก็บความทรงจำในอดีตไว้ในส่วนที่อยู่ลึกสุดในใจของเธออีกครั้ง ก่อนจะกล่าวลาหลี่ซิ่วหลานว่า
“เอาล่ะค่ะ ฉันคงต้องกลับไปทำงานแล้ว พวกคุณเองก็เริ่มทำความคุ้นเคยกับงานในฐานย่อยตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ”
เธอจัดให้หลี่ซิ่วหลานและเจียฝูทำงานช่วยปลูกพืชในฐานย่อย งานแบบนี้เป็นตำแหน่งที่หลายคนใฝ่ฝัน
เพราะงานนี้โดยพื้นฐานแล้วเป็นงานระยะยาวและตราบใดที่ยังต้องปลูกพืชอยู่ พวกเธอก็สามารถทำงานนี้ต่อไปได้ในระยะยาว
มันไม่เหมือนกับงานก่อสร้างอื่นๆ ที่เมื่อเสร็จแล้วก็อาจจะต้องถูกย้ายไปทำงานอื่นหรือไม่ก็ถูกไล่ออก
และที่สำคัญไปกว่านั้นการปลูกพืชในฐานย่อยไม่ใช่งานกลางแจ้ง สวนสำหรับปลูกพืชนั้นล้วนอยู่ในโรงเรือน นอกจากจะต้องเหนื่อยบ้างเป็นครั้งคราวแล้ว งานนี้ก็แทบไม่ต้องตากแดดตากฝนเลย มันจึงถือเป็นงานสบายในสายตาของคนส่วนใหญ่
หลี่ซิ่วหลานพยักหน้าและขอบคุณอย่างซาบซึ้ง แม้จะไม่เข้าใจเหตุผลที่คุณจ้าวคนนี้ช่วยพวกเธอ แต่มันก็ไม่ได้ขัดขวางให้เธอรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจ
ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สองแล้วที่จ้าวหลิงได้ช่วยพวกเธอ
จ้าวหลิงยิ้มและลุกขึ้นยืนและเตรียมที่จะจากไป
ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะผู้จัดการฝ่ายชีวิตความเป็นอยู่ งานที่เกี่ยวข้องของเธอก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย เธอจึงต้องไปคอยประสานงานและจัดการอยู่ตลอด
ขณะที่เธอกำลังจะจากไป
เจียฝูที่ก่อนหน้านี้ไม่พูดอะไรเลยก็วิ่งมาอยู่ข้างหน้าจ้าวหลิงอย่างไม่คาดคิด ดวงตาของเด็กน้อยก็มองเธออย่างแน่วแน่และพูดประโยคหนึ่งว่า
“พี่จ้าว! หนูอยากจะขอร้องพี่อีกเรื่องหนึ่งค่ะ!”
หืม?
จ้าวหลิงมึนงงไปชั่วขณะ
เธอไม่รู้ว่าเด็กสาวคนนี้อยากจะพูดอะไรเพราะสิ่งที่สองแม่ลูกได้รับในตอนนี้ก็ล้วนเกิดจากคะแนนสะสมของพวกเธอกับการออกปากของตัวเธองเองแล้ว
หรือว่าเด็กสาวคนนี้ยังไม่พอใจอีก?
นั่นมันก็จะเป็นการได้คืบจะเอาศอกแล้วนะ
ขณะที่ในใจของจ้าวหลิงกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เจียฝูก็พูดอย่างหนักแน่นว่า
“พี่จ้าว หนูอยากจะขอให้พี่อนุญาตให้หนูเข้าร่วมฝ่ายสนับสนุนภายนอกของฐานย่อย! หนูอยากจะแข็งแกร่งขึ้น! หนูอยากจะปกป้องแม่กับพี่!!”
!!?