- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 385 : สงครามสร้างชื่อ
ตอนที่ 385 : สงครามสร้างชื่อ
ตอนที่ 385 : สงครามสร้างชื่อ
ตอนที่ 385 : สงครามสร้างชื่อ
ตอนเย็น
ฐานย่อยลวี่หยวน
ในอาคารสำหรับขังนักโทษที่เพิ่งถูกสร้างเสร็จ
ฉินจิ้นยืนมองสมาชิกของแก็งเถียนหงเกือบสิบคนที่ถูกลากตัวกลับมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เอกสารในมือของเขาคือบันทึกการสอบสวนล่าสุดจากเกาเฉียง ในนั้นมีข้อมูลทั้งจำนวนคน โครงสร้างการบังคับบัญชา รูปแบบของฐาน ชนิดและจำนวนคร่าวๆ ของอาวุธ ยานพาหนะ เส้นทางการเคลื่อนไหว วิธีการหาเสบียง… แม้รายละเอียดบางส่วนอาจจะคลาดเคลื่อน แต่ในภาพรวมก็มากพอที่เขาจะวางแผนขั้นต่อไปแล้ว
“ที่เหลือพวกนายก็จัดการต่อได้เลย คนพวกนี้ยังมีประโยชน์กับเรา”
เขาปิดแฟ้มแล้วสั่งการต่อ “คืนนี้ให้สั่งรวมพลที่ห้องประชุมให้ครบทุกคน”
และด้วยคำสั่งนี้ ทุกคนก็เดาเจตนาของผู้นำได้ทันที
ฉินจิ้นไม่เสียเวลามองปฏิกิริยาของใคร เขาเดินออกจากตึกแล้วตรงไปยังฐานหลักทันที ในหัวของเขาก็เริ่มร่างแผนการถอนรากถอนโคนของแก็งเถียนหงไปด้วย
ใช่แล้ว ครั้งนี้เขาจะใช้ศึกนี้เพื่อสร้างชื่อให้กับฐานลวี่หยวน
ในสงครามครั้งนี้มันจะแตกต่างจากครั้งก่อนโดยสิ้นเชิงเพราะในตอนนี้ปีกของฐานลวี่หยวนนั้นแข่งแกร่งแล้ว พวกเขามีทั้งเสบียงที่กองจนเป็นภูเขา มีอาวุธที่ทั้งเคยยึดกลับมาได้และอาวุธที่สามารถผลิตเองได้วางอยู่เกลื่อนคลัง เขามีกองกำลังที่ผ่านการฝึกมาอย่างดีแล้วกว่าร้อยนาย (ฝ่ายต่อสู้และฝ่ายรักษาความปลอดภัยมีกันประมาณ 50 คน และฝ่ายสนับสนุนภายนอกอีกกว่า 100 คน)
ดังนั้นการจะปิดล้อมและทำลายกองกำลังหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย
โลกข้างนอกยิ่งนานวันก็ยิ่งโหดร้าย ดังนั้นหากเวลาผ่านไปไม่ว่ายังไงที่นี่ก็จะต้องถูกกองกำลังอื่นจับตาดูอยู่ดี ดังนั้นเขาจึงควรที่จะกวาดล้างพวกที่กล้ายื่นมือเข้ามาหากินในเขตของเขาให้สิ้นซากตั้งแต่ตอนนี้ไปเลย เพราะก่อนหน้านี้การที่พวกมันกล้าเข้ามาก่อเรื่องในเขตของเขาก็เป็นเพราะฐานของเขายังมีชื่อเสียงไม่มากพอ ถ้าพวกมันรู้ตั้งแต่แรกว่าการเข้ามาก่อเรื่องในเขตของเขาจะทำให้พวกมันต้องชดใช้ด้วยเลือด....มีหรือที่พวกมันจะยังกล้าเข้ามา?
“ในเมื่อฉันได้มาเกิดใหม่แถมยังเลือกที่จะสร้างฐานลวี่หยวนขึ้นมาแล้ว ดังนั้นฉันจะไม่มีวันถอย!”
“ฉันจะทำให้ที่นี่เป็นฐานที่แข็งแกร่งที่สุด จนไม่มีใครกล้าเข้ามาแตะต้อง”
เขาเดินผ่านแนวอาคารที่เพิ่งจะเริ่มสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งการก่อสร้างกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
บางประเทศอาจจะมีศูนย์วิจัยลับ บางคนอาจมีหลุมหลบภัยที่มีราคาแพงลิบและมีอาวุธที่ดีกว่า แต่สำหรับรากฐานและความไวในการเติบโต เขาก็ยังมั่นใจว่าฐานลวี่หยวนไม่เป็นรองใคร
เพราะในหัวของเขายังมีรายการภัยพิบัติทางธรรมชาติที่กำลังจะมา
ไม่ว่าจะเจอหรือไม่เจอ มันก็ไม่สำคัญเพราะสิ่งที่สำคัญคือเมื่อถึงเวลานั้น ฐานลวี่หยวนจะไม่ต้องกลัวใครทั้งนั้น
เขาเดินมาถึงห้องทำงานพร้อมกับความคิดสุดท้ายว่า สงครามครั้งนี้เขาจะต้องจบมันให้ได้ในครั้งเดียวและทุกคนจะต้องรู้จักชื่อของฐานลวี่หยวน!
จากข้อมูลเบื้องต้นของแก็งเถียนหงที่เขามี เขาจึงได้รู้ว่าคนพวกนี้เลี้ยงมนุษย์เป็นทาส ทำตัวเป็นพวกอันธพาลเก็บค่าคุ้มครอง แถมยังค้าขายมนุษย์ราวกับสัตว์ พวกมันทั้งปล้นและฆ่าจนเรียกได้ว่าเดินสายราวกับหนังเรื่อง แมดแม็กซ์ ไม่มีผิด ดังนั้นพวกมันจึงไม่เหลือความเป็นคนอีกแล้ว
ดังนั้นหากเขาต้องกวาดล้างคนพวกนี้…เขาจึงไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
เมื่อข่าวของแก็งเถียนหงกระจายไปทั่วฐาน ทุกฝ่ายก็แทบจะเครื่องติดไปพร้อมๆ กัน
พวกมันกล้ากลับมาแก้แค้น?
พวกมันฉุดผู้รอดชีวิตในกว่างหยวนไปเพื่อเค้นหาเส้นทาง?
พวกมันกล้าทำร้ายบุคลากรระดับ 1 ของเราในอำเภอเฟิงเหอ?
คำตอบเดียวที่พุ่งขึ้นมาในใจของทุกคนคือ...ต้องฆ่า!
จงอวี่ยกมือขึ้นมาถูก่อนจะฮึดฮัดอย่างอดไม่อยู่ “เลือดของฉันมันเดือดอีกแล้ว! รอบนี้ฉันต้องยิงให้ชื่อของฐานลวี่หยวนกระจายไปทั่วให้ได้!”
ครั้งก่อนตอนที่ฐานลวี่หยวนถูกโจมตีเขาก็ดันไปทำภารกิจที่เมืองอวี๋พอดี กว่าจะกลับมาทุกอย่างก็ถูกฉินจิ้นจัดการไปหมดแล้ว แต่ในครั้งนี้ในที่สุดก็ถึงคิวของเขาที่จะได้ลงมือบ้างแล้ว
ในคืนนั้น
คลังอาวุธก็ถูกเปิด กระสุนถูกลำเลียงออกมาอย่างต่อเนื่อง รายชื่อของคนที่จะต้องเข้าร่วมก็ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นระบบ
ส่วนฉินจิ้นก็ได้เข้าห้องประชุมด้วยตัวเองและไปนั่งอยู่หัวโต๊ะเพื่อสั่งการอย่างละเอียด
“ตอนนี้ทุกคนคงจะรู้แล้ว ฐานของพวกมันเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และน่าจะมีกำลังคนประมาณ 1,000 คน”
“งานนี้ ถ้าไม่ลงมือก็แล้วไป แต่ถ้าจะลงมือ...ก็ต้องเร็ว ต้องหนักและต้องเก็บให้หมดเพื่อที่จะไม่ทิ้งปัญหาไว้ในภายหลัง”
“ในโลกแบบนี้…จะต้องไม่มีนิสัยทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ”
“ดังนั้นเมื่อลงมือแล้วก็ต้องปิดปากศัตรูให้ได้ถาวรเพราะนั่นคือความปลอดภัยของพวกเรา”
น้ำเสียงที่เย็นชาจนทำให้ห้องประชุมหนาว แต่ทุกคนกลับคุ้นกับสไตล์การทำงานของผู้นำของตัวเองอยู่แล้วจึงไม่มีใครแปลกใจนัก
ถัดไปคือการลงรายละเอียดของเป้าหมาย เส้นทางเข้าตี เวลา การแบ่งกลุ่ม การควบคุมพื้นที่ หน้าที่การตัดน้ำไฟ แผนการเฉพาะสำหรับการต่อสู้ในเมือง รวมถึงแผนสำรองหากพวกเขาต้องเจอกับคลื่นซอมบี้ที่เข้ามาก่อกวน
คืนนี้มีคนจำนวนมากที่ไม่ได้นอนเพราะต้องเตรียมการสำหรับแผนการที่จะมาถึง
ในคืนเดียวกันนั้นเอง
ในเมืองเซินเจิ้น
ฐานของแก็งเถียนหง
ในห้องโถงที่ชั้นบนสุด ที่นี่กลับมีคนมารวมกันมากกว่าปกติและใบหน้าของพวกเขาก็ดูเคร่งเครียดกันเป็นอย่างมาก
“งั้นก็หมายความว่า… ถังเหยียนยังไม่กลับมาสินะและมีแค่พวกแกไม่กี่คนที่กลับมาได้?”
เถียนหงชายที่มีแผลเป็นยาวพาดแก้มก็หรี่ตาและถามด้วยเสียงเรียบ แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดัน
คนที่ถูกเรียกมารายงานก็คือหัวหน้าทีมย่อยที่ถูกส่งออกไปพร้อมกับถังเหยียนเมื่อสองวันก่อน ตอนออกไปพวกเขามีรถสิบกว่าคัน แต่ตอนบ่ายของวันนี้กลับมีแค่สามคันที่กลับมาและไม่มีเงาของถังเหยียนเลย
“ครับหัวหน้า พวกเราทำตามคำสั่งของหัวหน้าถังที่ให้จับผู้รอดชีวิตบางส่วนแล้วกลับไปรวมที่จุดนักพบ แต่หลังจากที่พวกเรารออยู่นานพวกเรากลับไม่พบหัวหน้ากับพี่น้องคนอื่นเลย พวกเราเลยตัดสินใจถอยกลับออกมาก่อนครับ พอกลับมาถึงที่นี่พวกเราถึงได้รู้ว่าหัวหน้ายังไม่ได้กลับมา… พวกเราเลยรีบมารายงานครับ พวกเราเองก็ไม่รู้ว่าทางนั้นกำลังเจอกับอะไรบ้างครับ”
เขาไม่กล้าโกหกเพราะแรงกดดันที่เขากำลังเจอนั้นมาจากคนที่ตัดสินความเป็นความตายให้เขาได้
ความจริงก็คือพวกเขานั้นแค่โชคดีมากที่รอดด่านสกัดของฐานลวี่หยวนมาได้เพราะเมืองที่ใหญ่ขนาดนั้นมันย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ฐานลวี่หยวนจะปิดได้ทุกจุด ดังนั้นการที่จะมีปลารอดออกไปได้บ้างย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก
เถียนหงกับอาจารย์หม่าหรี่ตาลงและคิดบางอย่างพร้อมกัน
รถหายไปทั้งขบวน?
หัวหน้าก็หายไปทั้งคน?
เมืองกว่างหยวน… ดูเหมือนจะไม่ใช่สนามเด็กเล่นแบบที่พวกเขาคิดอีกต่อไปแล้ว…