เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 350 : ฐานแบบอาคาร!

ตอนที่ 350 : ฐานแบบอาคาร!

ตอนที่ 350 : ฐานแบบอาคาร!


ตอนที่ 350 : ฐานแบบอาคาร!

ฉึก!

ใบมีดก็ถูกแทงเข้าไปในปากของชายหนุ่มผมเหลืองที่กำลังจะเปิดปากพูดขอความเมตตา

มันขัดจังหวะคำพูดของเขาไปในทันที

และในขณะเดียวกันมันก็ยังได้พรากชีวิตของเขาไปด้วย!

......

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่

เหยาเหล่ยก็ใช้เศษผ้าที่ไม่รู้ว่าไปหามาจากไหนเช็ดมีดพร้าของเธอที่เปื้อนเลือดด้วยใบหน้าที่เย็นชา

สำหรับหมูที่น่ารังเกียจที่กล้ายื่นมือมาลวนลามเธอแถมยังกล้าพูดจาหยาบคายใส่เธออีกก็ทำให้เธอไม่มีความเห็นใจต่ออีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

ในตอนนี้

คนของแก๊งเถียนหงที่มาเก็บค่าคุ้มครองตั้งแต่เช้าตรู่ต่างก็ตายอยู่ที่นี่จนหมด

และแน่นอนว่าคนของฐานลวี่หยวนก็ได้เดินไปตัดหัวหรือไม่ก็แทงซ้ำที่ศีรษะของคนที่ตายไปแล้วอย่างใส่ใจเพราะพวกเขาไม่ต้องการให้อีกฝ่ายกลายเป็นซอมบี้จนต้องทนทุกข์ทรมาณต่อไป

“หัวหน้า จัดการเรียบร้อยแล้วครับ!”

หลิวชิงและคนอื่นๆ ที่ทำงานจนเสร็จอย่างคล่องแคล่วก็กลับมารายงานให้หลี่ปั๋วเหวินฟัง

หลี่ปั๋วเหวินที่ได้ยินก็พยักหน้าและกวาดสายตามองรอบๆ ก่อนจะพูดว่า

“รถ 3 คันนั้นก็อย่าให้เสียเปล่าของที่มีประโยชน์ยังไงก็ควรเอากลับไปด้วย!”

เมื่อได้ยินดังนั้นลูกน้องของเขาก็ตอบรับทันที

พวกเขาเดินไปเก็บปืนพกและกระสุนของพี่เวยและพี่เผ้าที่ยังไม่ทันได้ยินออกมาแม้แต่นัดเดียวรวมถึงของที่ดูมีประโยชน์อื่นๆ ก่อนจะรวบรวมพวกมันขึ้นรถทั้ง 3 คนที่อีกฝ่ายขับมา

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ก็อยู่ในสายตาที่กำลังตกตะลึงของพวกเซียวหมิง

“คนพวกนี้...บ้าเอ๊ย!”

เกอหลินที่เคยเป็นแค่ไรเดอร์ส่งอาหารก็มีสีหน้าราวกับได้เห็นผีขณะพึมพำออกมา

จากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เขาก็พอจะรู้อยู่แล้วว่ากลุ่มคนตรงหน้าที่พุ่งเข้ามาหลบฝนในโรงงานของเขาไม่ธรรมดาเลยเพราะไม่เพียงแต่พวกเขาจะฆ่าซอมบี้ที่ตามเข้ามาในโรงงานได้อย่างง่ายดาย แต่พวกเขายังสามารถฆ่าซอมบี้กลายพันธุ์ได้ด้วยซึ่งนั่นก็ทำให้เขาชื่นชมอีกฝ่ายอย่างมาก

แต่ในเช้าวันนี้เขาก็ได้รู้ความจริงอีกอย่างหนึ่งของคนกลุ่มนี้!

บ้าเอ๊ย!

คนกลุ่มนี้น่ากลัวกว่าคนของแก๊งเถียนหงอีก!

แค่พูดไม่เข้าหูก็ชักดาบใส่กันเลย!?

แม้แต่เซียวหมิงเองก็ตกตะลึง

เพราะเมื่อปีที่แล้วเขาเองก็ได้เจอคนกลุ่มนี้ที่ไม่รู้ว่าตอนนั้นกำลังขนอะไรกันอยู่บนทางด่วนเมืองจูไห่แต่สัญชาติญาณของเขาในตอนนั้นก็บอกกับเขาว่าเขาไม่ควรยุ่งกับคนกลุ่มนี้มาก

และใครจะไปรู้ว่าคนกลุ่มนี้จะโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้!?

พอฆ่าคนเสร็จพวกเขาก็ยังทำลายศพต่ออีก!?

แถมพวกเขายังเก็บรวบรวมของที่ดูมีประโยชน์จากศัตรูต่ออีกแม้แต่รถ 3 คันที่อีกฝ่ายขับมาพวกเขาก็ยึดไปเป็นของตัวเอง....

ใครกันแน่ที่เป็นคนไม่ดี...?

“นี่ พวกนายจะยังยืนนิ่งอยู่ทำไม? ไม่อยากไปกับพวกเราแล้วงั้นเหรอ?”

ในขณะที่พวกเขายังคงเหม่อลอย หลิวชิงที่เคลียร์พื้นที่เสร็จแล้วก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนรถและตะโกนใส่พวกเซียวหมิง

เขาไม่สนใจกระจกรถที่ถูกกระสุนเจาะจนเป็นรูเลยเพราะไม่ว่ายังไงเขาก็จะเอามันกลับฐานอยู่ดี

เซียวหมิงและคนอื่นๆ ที่กำลังเหม่อลอยอยู่ก็ตอบสนองและรีบวิ่งไปยังรถทันที

ให้ตายเถอะ!

คนพวกนี้เพิ่งจะฆ่าคนของแก๊งเถียนหงไปแถมที่นี่ก็ไม่มียานพาหนะอื่นอยู่อีกแล้ว ถ้าพวกเขายังอยู่ที่นี่ต่อมันก็ไม่ได้ต่างจากการยืนรอความตายเลย!

ดังนั้นทางเลือกเดียวของพวกเขาในตอนนี้จึงมีแค่การตามคนกลุ่มนี้ไปที่เมืองกว่างหยวนแล้วค่อยคิดอีกทีว่าพวกเขาจะเอาชีวิตรอดต่อไปยังไง

ไม่นานขบวนรถทั้ง 6 คันก็ออกจากหน้าโรงงานร้างและพุ่งไปตามทิศทางของเมืองกว่างหยวน

และทิ้งไว้เพียงซากศพที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น...

แต่ไม่นานหลังจากนั้น

อาจจะเป็นเพราะกลิ่นเลือดที่เริ่มกระจายออกไปหรืออาจจะเป็นเพราะเสียงปืนและเครื่องยนต์รถที่ดังเมื่อครู่ที่ทำให้ซอมบี้ที่เคยหลบอยู่เริ่มเดินออกมา

เมื่อพวกมันได้กลิ่นเลือดที่ส่งกลิ่นหอมๆ อันเย้ายวนออกมาซอมบี้เหล่านี้ก็เริ่มพุ่งเข้าไปอย่างตื่นเต้น!

และแล้วเสียงกินอย่างเอร็ดอร่อยก็เริ่มดังขึ้น

หลี่ปั๋วเหวินเองก็ขี้เกียจเกินกว่าที่จะจัดการกับซากศพเหล่านั้นด้วยตัวเองเพราะเขารู้ดีว่าซอมบี้ที่จะเข้ามาในไม่ช้าจะช่วยจัดการให้เขาเอง

หรือต่อให้มีชิ้นส่วนที่หลงเหลืออยู่แต่คนของแก๊งเถียนหงจะรู้ได้ยังไงว่าชิ้นส่วนพวกนั้นเป็นของใคร?

หรือต่อให้รู้แล้วยังไง?!

พวกนั้นจะกล้ามาหาพวกเขาถึงเมืองเหมินถังจริงเหรอ?

แต่ถ้ากล้ามาพวกเขาก็กล้าที่จะต้อนรับเช่นกัน!

เพราะเขาเองก็รู้นิสัยของผู้นำของเขาดี

ดังนั้นฐานลวี่หยวนจึงไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น!

ห่างจากโรงงานร้างไปประมาณ 20 กิโลเมตร

ที่นี่ยังอยู่ในเขตของเมืองเซินเจิ้น

แต่ก็ถือว่าเป็นพื้นที่ชายขอบของเมืองแล้วและถ้าเดินทางต่อไปอีกหน่อยก็จะเป็นรอยต่อระหว่างเมืองเซินเจิ้น ตงกว่านและเมืองกว่างหยวน

ในชานเมือง

ที่นี่มีตึกสูงตั้งอยู่หลายหลังและพวกมันก็เคยเป็นออฟฟิศของบริษัทขนาดกลางและเล็กบางแห่งมาก่อน

ในอาคารหลังหนึ่งที่สูงประมาณ 27 ถึง 28 ชั้นที่นี่กำลังมีคนเดินไปมาอยู่ข้างใน!

ในตึกหลังนี้กลับมีผู้รอดชีวิตอาศัยอยู่ไม่น้อยเลย!

เห็นได้ชัดว่าที่ชั้น 1 ของอาคารหลังนี้นอกจากประตูใหญ่ที่ถูกเปิดกว้างแล้วประตูเล็ก หน้าต่างรวมถึงช่องระบายอากาศอื่นๆ ล้วนถูกปิดตายด้วยเหล็กเส้นและปูนซีเมนต์ทั้งหมด!

และไม่ใช่แค่ชั้นหนึ่งเท่านั้น!

แม้แต่ชั้น 2 3 และ 4...จนไปถึงชั้นที่ 10 พวกมันก็ล้วนถูกปิดตายจนหมด!

มันกลายเป็นเหมือนกับป้อมปราการที่ชั้นล่างถูกปิดตายจนสนิท!

การทำแบบนี้ทำให้พวกเขาสามารถป้องกันหอคอยศพได้สูงถึงหลายสิบเมตร!

และข้างในก็ยังมีสิ่งกีดขวางอื่นๆ ที่ถูกสร้างเอาไว้ทำให้แม้จะมีซอมบี้บุกทะลวงเข้ามาได้แต่พวกมันก็จะอยู่ได้แค่ในชั้นนั้นและไม่ส่งผลกระทบถึงชั้นอื่นๆ ที่สูงกว่า!

อาคารหลังนี้มีบันไดทั้งหมด 2 จุดแต่พวกมันก็ถูกดัดแปลงและปิดตายไว้หมดแล้วส่วนปล่องลิฟต์นั้นก็ได้ถูกรื้อออกและดัดแปลงให้เป็นบันไดแบบปีนแทน

เมื่อเทียบกับฐานอื่นๆ ที่ยังต้องสร้างกำแพงและคอยป้องกันซอมบี้ที่บุกเข้ามาแล้ว ฐานแห่งนี้กลับเลือกใช้วิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมากกว่า!

คำพูดที่ว่าเราไม่สามารถดูถูกมนุษย์ด้วยกันได้ก็ดูเหมือนจะเป็นจริงขึ้นมาทันที!

เพราะมนุษย์มักจะสามารถหาหนทางเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกได้เสมอ!

ในอาคารแห่งนี้ที่ชั้นบนสุดก็มีห้องทำงานที่กว้างขวางอยู่

ข้างหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เกือบจะกินพื้นที่ผนังส่วนใหญ่ไปก็มีร่างของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่

จากภายนอกเขาดูมีอายุประมาณ 40 กว่าปีและผมก็ถูกหวีอย่างเรียบร้อยแถมเขายังสวมสูทที่พอดีตัวและยังผูกเนทไทไว้อีก

เขาดูไม่มีความโทรมเหมือนกับผู้รอดชีวิตในวันสิ้นโลกเลยแม้แต่น้อย

แต่ถึงอย่างนั้นบนแก้มขวาของเขากลับมีรอยแผลเป็นยาวซึ่งหากเดาไม่ผิดมันก็น่าจะเป็นรอยแผลที่เกิดจากของมีคม

มันยาวตั้งแต่หางตาของเขาไปจนถึงคางและทำลายภาพลักษณ์ที่ดูเหมือนคนสุภาพของเขาลงอย่างสิ้นเชิง

เมื่อรวมกับดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อยทั้งสองข้างของเขามันกลับแพร่กลิ่นอายที่ดุร้ายออกมาจากร่างกายของเขา

เขามีชื่อว่าเถียนหง

เขาคือผู้นำของแก๊งเถียนหง

ในตอนที่โลกยังสงบสุขอยู่เขาเป็นคนตัวเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจและเขาก็เป็นแค่เจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยขนาดเล็กแห่งหนึ่งเท่านั้น

แต่หลังจากคืนแห่งการกลายพันธุ์มาถึง

เขาก็โชคดีที่รอดชีวิตมาได้และหลังจากนั้นเขาก็อาศัยความแข็งแกร่งและสมองที่ยอดเยี่ยมของตัวเองในการรวบรวมผู้รอดชีวิตเข้ามาและสร้างรังของเขาจนกลายเป็นแก๊งเถียนหงในตอนนี้!

ตอนนี้ผู้รอดชีวิตที่แก๊งเถียนหงควบคุมอยู่ก็มีถึง 1500 กว่าคน!

เรียกได้ว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในบริเวณนี้อย่างไม่ต้องสงสัย!

เถียนหงมองออกไปนอกหน้าต่าง เขามองภาพของเมืองที่ราวกับหยุดนิ่งไป

เมื่อเกือบหนึ่งปีที่แล้วเมืองตรงหน้าเขายังคงเต็มไปด้วยรถราและผู้คนที่พลุกพล่าน แต่ตอนนี้มันกลับเหลือผู้คนไม่มากนักและทุกคนก็ยังคงพยายามเอาชีวิตรอดกันอย่างยากลำบาก

เขายกแก้วไวน์แดงในมือขวาขึ้นมาแล้วเหวี่ยงเบาๆ ก่อนจะเทของเหลวสีแดงเข้าไปในปากและลองลิ้มรสไวน์ที่เคยมีชื่อเสียงระดับโลก

หลังจากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาอย่างดูถูกแล้วก็เทของเหลวสีแดงที่ในอดีตเคยมีค่ามหาศาลลงไปข้างล่างแล้วจึงโยนแก้วตามลงไปก่อนจะเผยรอยยิ้มที่โรคจิตแล้วพูดขึ้นว่า

“ดีจริงๆ”

“นี่สิถึงจะเป็นโลกแบบที่ฉันต้องการ!”

“โลกที่ผู้แข็งแกร่งจะผงาดขึ้นแต่ผู้อ่อนแอต้องคุกเข่าลง!”

จบบทที่ ตอนที่ 350 : ฐานแบบอาคาร!

คัดลอกลิงก์แล้ว