เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 340 : กลับมาแล้ว

ตอนที่ 340 : กลับมาแล้ว

ตอนที่ 340 : กลับมาแล้ว


ตอนที่ 340 : กลับมาแล้ว

โครม!

เสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นพาดผ่านไปทั่ว

เวลาบ่ายสามโมง

เมืองเหมินถัง

ฐานลวี่หยวน

ข้างหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องทำงานของผู้นำฐาน

ฉินจิ้นก็มีสายตาที่กังวลเล็กน้อยขณะที่มองดูฝนที่กำลังตกหนักเหมือนกับฟ้าถล่มข้างนอก

เหมือนกับทางฝั่งของเมืองเซินเจิ้น

ทางฝั่งของอำเภอเฟิงเหอเองก็กำลังมีฝนที่ตกหนัก

แม้ว่าตอนเช้าจะมีแดดจ้าและไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ มาก่อนแต่เมื่อเวลาผ่านมาถึงเที่ยงวันฝนกลับตกลงมาอย่างกะทันหัน

“แย่หน่อยนะ”

ในห้องทำงานที่ไม่มีคนอื่นอีก ฉินจิ้นก็กอดอกและพึมพำกับตัวเอง

ตั้งแต่เข้าสู่เดือนพฤษภาคม อุณหภูมิก็สูงขึ้นทุกวันจนตอนนี้อุณหภูมิก็เกือบจะแตะถึง 30 องศาแล้ว

ตามความทรงจำของฉินจิ้น อีกไม่นานพวกเขาก็น่าจะเข้าสู่ห้วงของภัยพิบัติภัยแล้งและภัยจากรังสียูวี

ตั้งแต่ที่ดาวโลกเข้าสู่วันสิ้นโลกปรากฎการณ์ของสภาพอากาศที่ผิดปกติอย่างสุดขั้วที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็ค่อยๆ เกิดขึ้นทีละอย่าง

ไม่ต้องพูดถึงการพยากรณ์เพราะนักวิทยาศาตร์ที่คอยติดตามสภาพอากาศส่วนใหญ่นั้นก็น่าจะกลายเป็นซอมบี้ไปหมดแล้วหรือต่อให้ยังไม่ตายด้วยสภาพอากาศแบบนี้มันก็ยากที่พวกเขาจะรอดต่อไปได้

มันเป็นเรื่องยากที่มนุษย์จะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้จริงๆ

เมื่อครู่นี้ฉินจิ้นก็ได้ถามคนในฐานแล้วว่าพวกหลี่ปั๋วเหวินที่ออกไปข้างนั้นกลับมาหรือยัง

แต่คำตอบที่เขาได้กลับมาก็คืออีกฝ่ายยังไม่ได้กลับมา

เมื่อมองดูฝนที่ตกหนักข้างนอก ฉินจิ้นก็คาดว่าต่อให้พวกเขาจะได้สิ่งที่ต้องการในบริษัทต้าเจียงมาแล้วมันก็มีความเป็นไปได้สูงที่อีกฝ่ายจะต้องติดอยู่บนถนนที่ไหนสักแห่ง

“หวังว่าพวกเขาจะสามารถหาที่หลบชั่วคราวกันได้นะ”

ฉินจิ้นถอนหายใจหนึ่งครั้ง

การที่เขาส่งคนของตัวเองออกไป แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่มันจะเป็นแผนการที่เขาใช้ในการกำจัดอีกฝ่าย

เพราะคนเหล่านี้คือกองกำลังที่เขาทุ่มเทในการสร้างขึ้นมาการสูญเสียแม้เพียงหนึ่งคนก็คือการสูญเสียที่ใหญ่หลวง

ต่อให้เขาจะมีความทรงจำในชาติที่แล้ว แต่มันก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะจำรายละเอียดทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชาติที่แล้วได้

และยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าในตอนนั้นเขาเองก็ไปอยู่ที่เมืองอื่นแล้วด้วย

เมื่อมองดูฝนที่ตกหนักมาเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วและยังไม่เห็นทีท่าว่าจะหยุด เขาเองก็คาดเดาได้ทันทีว่าทีมของหลี่ปั๋วเหวินน่าจะกลับมาไม่ทันวันนี้แน่

ดังนั้นเขาจึงได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะหาที่ค้างคืนกันได้

สำหรับความแข็งแกร่งของหลี่ปั๋วเหวินนั้นแม้แต่ฉินจิ้นเองก็ยังยอมรับ

หลี่ปั๋วเหวินนั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็นคนที่แข็งแกร่งเป็นอันดับสองของฐานรองจากเขา!

เมื่อพิจารณาจากการที่อีกฝ่ายมีทั้งปืนและพลังจากการวิวัฒนาการและยังมีลูกน้องอีกเกือบ 10 คน มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่อีกฝ่ายจะรอดชีวิตกลับมาได้

ฉินจิ้นมองดูม่านฝนที่เทลงมาข้างนอกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังกลับและเดินออกจากห้องทำงานไป

เมื่อครู่นอกจากเขาจะสอบถามสถานการณ์ของหลี่ปั๋วเหวินแล้วเขายังได้ให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยเพิ่มความระมัดระวังด้วย

เพราะด้วยท้องฟ้าที่มืดขนาดนี้ พวกซอมบี้ที่หลบซ่อนอยู่ในตอนกลางวันก็จะออกมาข้างนอกอย่างแน่นอน

ดังนั้นเมื่อครู่เขาจึงได้สั่งให้ลุงฉินกั๋วเฉียงกับคนอื่นๆ ในฐานคอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของซอมบี้อย่างใกล้ชิด

และยังมีปัญหาเรื่องของการระบายน้ำ

ถ้าเขาจำไม่ผิดอีกไม่นานพวกเขาก็จะต้องเผชิญกับภัยพิบัติความแห้งแล้ง

ดังนั้นเขาจึงต้องรีบถือโอกาสนี้ในการเติมอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่งรวมถึงสระน้ำขนาดเล็กที่อยู่ใต้ดินให้เต็ม

หากเขาสามารถเก็บน้ำได้มากขึ้นเขาเองก็ไม่อยากจะปฏิเสธมัน

เพราะการเพาะปลูกในฐานรวมถึงการใช้ชีวิตของคนในฐานก็ยังต้องการทรัพยากรน้ำจำนวนมาก

ดังนั้นยิ่งพวกเขามีน้ำมากขึ้นเท่าไหร่มันก็จะยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น

แล้วก็อย่าลืมว่าภัยพิบัติปรสิตที่ผ่านไปเมื่อไม่นานมานี้ก็ยังคงระบาดอยู่ในบางพื้นที่ ดังนั้นการไม่ใช้แหล่งน้ำจากภายนอกย่อมดีกว่า

หลังจากที่ฉินจิ้นออกจากห้องทำงานไปแล้ว เขาก็เดินมาถึงห้องแล็บวิจัยของโจวฉีหัง

ที่ชั้นหนึ่งของอาคารวิจัย

ฉินจิ้นก็กำลังมองหลินรุนเว่ยที่เพิ่งตื่นขึ้นมาผ่านกระจกกันกระสุน

หญิงสาวคนนี้ในที่สุดเธอก็ตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้!

และทันทีที่เธอตื่นขึ้นมาโจวฉีหังก็ส่งข่าวนี้มาให้เขาทันที

มันน่าเหลือเชื่อมากที่เธอตื่นขึ้นมาได้โดยไม่แสดงอาการผิดปกติอะไร ราวกับว่าเธอแค่นอนหลับไปและตื่นขึ้นมาเท่านั้นแถมตอนที่เธอตื่นขึ้นมาเธอยังสงสัยอยู่เลยด้วยซ้ำว่าทำไมตัวเองถึงถูกเปลี่ยนที่พักอีกแล้ว

“ประธานฉิน พวกเราได้บอกเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณหลินให้เจ้าตัวได้ฟังแล้วและตอนนี้เธองเองก็ตกลงที่จะถูกกักตัวอยู่ที่นี่คนเดียวแล้วครับ”

โจวฉีหังที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉินจิ้นก็รายงานออกมา

เมื่อเช้าเขานั้นได้เล่าข้อมูลบางอย่างที่สามารถเล่าได้ให้หลินรุนเว่ยฟัง

ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงต้องกักตัวอีกฝ่ายไว้ที่นี่

ฉินจิ้นก็พยักหน้าและแสดงออกว่าเขาเข้าใจแล้ว

หลังกระจกด้านหน้าเขาหลินรุนเว่ยก็ยังคงนอนอยู่บนเตียงพยาบาลโดยมีหลินจื้อเจี๋ยพี่ชายของเธอที่กำลังถามไถ่อาการกับเธอ

แม้จะไม่ได้เข้าไป แต่มันก็สามารถเดาได้ว่าพี่น้องสองคนนี้กำลังพูดคุยเรื่องอะไรกัน

พวกเขาได้บอกกับหลินจื้อเจี๋ยล่วงหน้าแล้วว่าร่างกายของน้องสาวของเขามีปัญหาและเธอจำเป็นต้องถูกกักตัวเพื่อคอยสังเกตการณ์

ในระยะเวลาสั้นๆ นี้เธอกลับหมดสติไปโดยหาสาเหตุไม่ได้ถึง 2 ครั้งดังนั้นสำหรับเขาที่เป็นพี่ชายแท้ๆ จึงเข้าใจเช่นกันว่าร่างกายของน้องสาวของเขานั้นมีปัญหาจริงๆ

ดังนั้นสำหรับการตัดสินใจนี้ของฐานเขาจึงไม่มีความคิดเห็นอะไร

เพราะยังไงซะเขาก็สามารถเข้ามาเยี่ยมน้องสาวและพูดคุยกับเธอได้ตลอด

“มีความคืบหน้าอะไรบ้างไหม?”

ฉินจิ้นก็จ้องมองการพูดคุยของสองพี่น้องอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หันไปมองเหล่าโจวและเริ่มถามอีกฝ่าย

แน่นอนว่าโจวฉีหังเองก็รู้ว่าผู้นำของเขาจะถามถึงเรื่องอะไร

ใบหน้าของโจวฉีหังก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง เขามองกระจกตรงหน้าจากนั้นจึงพูดต่ออย่างตื่นเต้นว่า

“ประธานฉิน ความคืบหน้านั้นราบรื่นมากครับ! ให้เวลาผมอีกสักหน่อยแล้วผมจะหาสิ่งที่คุณต้องการมาให้อย่างแน่นอนครับ! และนี่จะต้องเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน!”

ฉินจิ้นก็ไม่แสดงความเห็นอะไรเพิ่มอีก

เพราะโจวฉีหังพูดแบบนี้กับเขามาแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง

“งั้นฉันจะรอข่าวดีจากคุณก็แล้วกัน”

เมืองชาน

ข้างเหมืองถ่านหิน

ตั้งแต่ที่หลี่หงเหวินพัฒนาที่นี่ขึ้นมาตอนนี้ที่นี่ก็มีคนอาศัยอยู่ทะลุเกิน 30 คนไปแล้ว!

ดังนั้นที่นี่จึงสามารถเรียกว่าเป็นศูนย์พักพิงขนาดเล็กได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

และด้วยหัวการค้าที่แข็งแกร่งของเขา เขาก็ได้ใช้ธัญพืชส่วนเกินที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนกับฐานลวี่หยวนในการดึงดูดผู้รอดชีวิตที่มีนิสัยค่อนข้างดีเข้ามาร่วมกลุ่ม

ดังนั้นตอนนี้ผู้รอดชีวิตที่อยู่รอบๆ ที่นี่จึงรู้แล้วว่าที่นี่มีศูนย์พักพิงที่พึ่งพากองกำลังที่แข็งแกร่งแห่งหนึ่งอยู่

นานๆ ครั้งที่มีทีมขนส่งของฐานลวี่หยวนมา หลี่หงเหวินก็จะอ้างชื่อเสียงนี้พร้อมกับหน้าไม้ที่เขาได้รับมาสองสามกระบอก!

และนั่นก็ทำให้ผู้รอดชีวิตที่อยู่ใกล้เคียงไม่กล้าเข้ามาโจมตีพวกเขา!

ในตอนนี้ในศูนย์พักพิงที่ถูกล้อมรอบไปด้วยตู้คอนเทนเนอร์ หลี่หงเหวินกับหวงไฉ่หลานก็กำลังสวมเสื้อกันฝนและยืนอยู่บนแนวป้องกันที่สร้างจากตู้คอนเทนเนอร์พร้อมกับสายตาที่กำลังมองออกไป

“ตามปกติแล้ววันนี้จะเป็นวันที่หัวหน้าทีมหลิวจะเข้ามา แต่ทำไมพวกเขาถึงยังมาไม่ถึงอีก?”

หวงไฉ่หลานก็พูดอย่างสงสัย

เพราะวันนี้ทีมขนส่งถ่านหินของฐานลวี่หยวนควรจะมาถึงแล้วและลูกสาวของพวกเขาก็ควรจะกลับมาตามสัญญาได้แล้ว

“วันนี้ฝนตกหนัก หัวหน้าทีมหลิวอาจจะมาถึงช้ากว่าปกติก็ได้ ดังนั้นพวกเรารออีกหน่อยเถอะ”

หลี่หงเหวินแม้ว่าจะกังเวล แต่เขาก็ไม่ได้เหมือนกับภรรยา

เขาคิดว่าลูกสาวของเขาจะต้องกลับมาแน่นอน

เพราะพวกเขาได้สัญญากันไว้แล้ว

“ประธานหลี่ พวกเราเข้าไปรอข้างในก่อนเถอะครับ ตอนนี้ฝนตกหนักมากถ้ายังอยู่ข้างนอกจะเป็นหวัดเอานะครับ”

ข้างๆ สองสามีภรรยาคนที่รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยสองสามคนก็แนะนำพวกเขา

ฝนของที่นี่แม้จะไม่ได้หนักเท่ากับเมืองเซินเจิ้นหรือเมืองกว่างหยวน แต่มันก็ค่อนข้างแรงไม่น้อย

และนานๆ ครั้งก็จะมีซอมบี้สองสามตัวปรากฏตัวขึ้นทำให้คนที่อยู่บนตู้คอนเทนเนอร์ต้องคอยจัดการพวกมัน

แต่หลี่หงเหวินกลับปฏิเสธและหันไปพูดกับภรรยาว่า

“ไฉ่หลาน คุณกลับไปรอก่อนเถอะ ให้ผมอยู่ที่นี่ก็พอแล้ว”

แต่หวงไฉ่หลานกลับยังคงส่ายหัว

ตราบใดที่ลูกสาวของเธอยังไม่กลับมา การกลับไปรอก็จะยิ่งทำให้เธอรู้สึกทรมาณดังนั้นเธอสู้อยู่ที่นี่ยังจะดีกว่า

ฝนก็ยังคงตกลงมาไม่หยุด

และไม่รู้ว่ามันจะตกไปอีกนานแค่ไหน

การที่ฝนตกลงมาแบบนี้มันจึงเลี่ยงไม่ได้ที่พวกเขาจะเข้าสู่ช่วงเวลากลางคืนไวกว่าปกติ

แต่ในขณะที่พวกเขากำลังคิดว่าหัวหน้าทีมหลิวและลูกสาวของพวกเขาน่าจะไม่กลับมาในวันนี้แล้ว ไกลออกไปกลับมีแสงไฟของรถยนต์ปรากฏขึ้น!

หลี่หงเหวินเองก็มองออกไปและพบรถปราบจลาจลกับรถบรรทุกหนักที่คุ้นเคยสองสามคันก่อนจะตะโกนออกมาอย่างดีใจว่า

“กลับมาแล้ว!!”

จบบทที่ ตอนที่ 340 : กลับมาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว