- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 305 : ลองฝีมือเล็กน้อย
ตอนที่ 305 : ลองฝีมือเล็กน้อย
ตอนที่ 305 : ลองฝีมือเล็กน้อย
ตอนที่ 305 : ลองฝีมือเล็กน้อย
ในห้องโดยสาร
ในตอนนี้หลิวเหวินฮ่าวและหลี่ไฉก็พูดคุยกันเสร็จแล้ว
ทุกคนก็พากันหลับหรือไม่ก็มองดูทิวทัศน์นอกรถเพื่อฆ่าเวลา
ในตอนนี้พวกเขายังเหลือระยะทางอีกไกลกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางดังนั้นหลายคนจึงเลือกที่จะพักผ่อน
ส่วนหลิวเหวินฮ่าวเองก็มองออกไปข้างนอกแต่ก็ยังคอยระวังความปลอดภัยของขบวนรถอยู่เสมอ
ส่วนหลี่ไฉก็นั่งพิงเบาะหลังและจ้องมองต้นไม้และอาคารนอกรถที่ค่อยๆ ห่างออกไปเรื่อยๆ และในสมองของเธอก็มีความคิดมากมาย
เพราะกว่าที่พวกเขาจะถึงฐานลวี่หยวนก็ยังต้องใช้เวลาอีก 2-3 ชั่วโมงหรือก็คือช่วงเย็นของวันนี้
และเธอก็จะได้พบกับพวกพี่หลี่และอาจินที่ไม่ได้เจอกันมาหลายเดือนอีกครั้ง
เมื่อนึกถึงช่วงปีที่แล้วที่เธอเพิ่งจะออกจากบ้านในเมืองเซินเจิ้น เธอกับแม่ก็ได้เข้าร่วมกับกลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งและออกเดินทางกับพวกเขา
พวกเธอต้องผ่านเหตุการณ์ด้วยกันมามากมาย
ตั้งแต่รถเสียและถูกซอมบี้ล้อม
ขาดแคลนอาหารจนต้องแบ่งกันกินเพื่อประทังชีวิต
พบเจอกับฝนกรดที่ทำให้รถของพวกเขาเสียจนต้องเปลี่ยนรถคันใหม่
ถูกซอมบี้รบกวนตอนกลางคืน จนทุกคนต้องนอนกอดกันเพื่อให้กำลังใจกัน
แถมพวกเขายังต้องคอยออกไปหาเสบียงด้วยกันจนทำให้เธอนั้นเอาชนะความกลัวต่อซอมบี้ได้
และในวันสุดท้ายตอนที่เธอต้องแยกตัวออกมา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการรั้งของเพื่อนร่วมทาง เธอที่นั่งอยู่บนรถก็ไม่กล้าแม้แต่จะมองกระจกหลังกลับไปด้วยซ้ำเพราะเธอกลัวว่าน้ำตาของเธอจะไหลออกมา
เมื่อนึกถึงตรงนี้
มุมปากของหลี่ไฉก็อดไม่ได้ที่จะยกขึ้นเล็กน้อยและวาดรอยยิ้มที่สวยงามเหมือนกับดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิที่บานสะพรั่งและอบอุ่น
รอยยิ้มนี้เหมือนกับแสงแดดที่ส่องผ่านเมฆครึ้มในฤดูหนาวทำให้คนที่เห็นอดไม่ได้ที่จะหลงใหลไปกับมัน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้วเกือบครึ่งปี
และโชคดีที่ทุกคนยังคงมีชีวิตอยู่
เธอยังได้ยินมาด้วยว่าตอนนี้พี่หลี่กับเสี่ยวฉงและคนอื่นๆ กำลังเป็นคนงานก่อสร้างในไซต์ก่อสร้างของฐานย่อยของฐานลวี่หยวน แม้ว่าทุกวันนี้พวกเขาจะยังคงอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ถูกจัดไว้ให้โดยเฉพาะแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังมีรถรับส่งคอยพาไปกลับจากที่ทำงานและยังมีคนที่คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยให้อยู่เสมอ
ใครก็ตามที่ได้ฟังต่างก็ต้องคิดว่า...
ที่นี่คือดินแดนแห่งความหวัง
มันดีกว่าฐานเล็กๆ ที่เหมืองถ่านหินในเมืองชานของเธอมาก
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้อิจฉาพวกเขาเลยเพราะเธอยังมีพ่อและแม่ของเธออยู่ที่นั่น
เมื่อมีพ่อแม่ของเธออยู่
ที่นั่นก็คือบ้านของเธอ
และในครั้งนี้เธอก็เดินทางไปที่ฐานลวี่หยวนเพียงเพื่อที่จะพบกับพวกพี่หลี่เท่านั้นและยืนยันว่าพวกเขานั้นปลอดภัยดี
ก่อนที่เธอจะกลับไปที่เมืองชานอีกครั้ง
เพราะเธอต้องการอยู่กับพ่อแม่ของเธอและทำให้เหมืองถ่านหินดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อที่จะสามารถเลี้ยงดูคนได้มากขึ้น
และนั่นก็จะเป็นการนำความหวังกลับมาให้กับผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ
เวลาผ่านมาถึงช่วงบ่ายสองโมง
ขบวนรถขนส่งของหัวหน้าทีมหลิวก็เข้าสู่เขตเมืองกว่างหยวนและคาดว่าพวกเขาน่าจะถึงฐานในอีกหนึ่งชั่วโมง
ตอนนี้พวกเขาก็อยู่ในเขตเมืองหย่งหนิงซึ่งเป็นเมืองที่ติดกับเมืองกว่างหยวน
“ทุกคนระวังให้ดี! อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงเราก็จะกลับไปถึงฐานแล้ว!”
หลิวเหวินฮ่าวถือวิทยุสื่อสารและตะโกนใส่วิทยุในมือของเขา
แม้ว่าสนามแม่เหล็กโลกจะส่งผลกระทบต่อระยะของสัญญาณ แต่ในระยะที่ไม่ไกลมากนักวิทยุของพวกเขาก็ยังคงทำงานได้ดี
พูดจบลูกน้องของเขาก็ตอบรับกลับมา
หลี่ไฉที่อยู่เบาะหลังก็ตื่นจากอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น
ใกล้จะถึงฐานลวี่หยวนแล้วงั้นเหรอ?
แบบนั้น ฉันก็ใกล้จะได้เจอพวกอาจินแล้วใช่ไหม?
อารมณ์ของเธอก็เริ่มผันผวนเล็กน้อย
เธอมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างก่อนจะพบว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่บนถนนเส้นหนึ่งในเมืองเล็กๆ
นอกหน้าต่างทั้งสองข้างก็เป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาเมื่อมองดูแล้วก็ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาแบบที่ควรจะเป็นเลย
ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยบรรยากาศของการเสื่อมโทรม ร้านค้าหลายแห่งมีเพียงแค่ประตูที่ถูกเปิดทิ้งไว้
มันจะมีโอกาสได้กลับไปมีชีวิตชีวาแบบเมื่อก่อนไหมนะ?
ไม่มีใครสามารถให้คำตอบกับเธอได้
แต่ทันใดนั้นเอง
คิ้วที่สวยงามของหลี่ไฉก็ขมวดลงเล็กน้อยและสายตาของเธอก็ดูเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย เธอมองตรงไปที่ซอยหนึ่งข้างถนนและรีบเปิดปากพูดว่า
“พี่หลิว! หยุดรถหน่อยได้ไหมคะ!?”
คำพูดของเธอแม้จะเป็นคำขอ แต่กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
จริงๆ แล้วหลิวเหวินฮ่าวก็เห็นแล้วว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น
ข้างนอกนั้นดูเหมือนว่าจะมีผู้รอดชีวิตที่กำลังถูกซอมบี้ไล่ตามอยู่!
เรื่องแบบนี้สามารถเห็นได้ทั่วไปในวันสิ้นโลก
แต่ตามนิสัยปกติของหลิวเหวินฮ่าวนั้น เขามักจะไม่หยุดและไปยุ่งเรื่องของคนอื่น
เขาเหลือบมองหลี่ไฉก่อนแล้วจึงแนะนำว่า
“คุณหลี่ คุณอยากจะไปช่วยคนตรงนั้นใช่ไหม? พวกนั้นอาจจะไม่ใช่คนดีนะ เพราะตอนนี้คนที่ล่อคนอื่นให้เข้าไปติดกับดักด้วยวิธีแบบนี้ก็พบเจอได้ไม่ยากและการลงไปไม่เพียงแต่จะต้องเจอกับความเสี่ยงนี้ แต่ความเสี่ยงจากการถูกซอมบี้โจมตีก็ไม่ได้หายไปไหนด้วย”
คำพูดของเขานั้นชัดเจนมากและหลี่ไฉก็เข้าใจได้ในทันที
ในวันสิ้นโลกมีคนไม่น้อยเลยที่ใช้ความสงสารเป็นเหยื่อล่อคนอื่น
“พี่หลิว ได้โปรดหยุดรถเถอะค่ะ ฉันจะลองไปดูเองค่ะ”
หลิวเหวินฮ่าวที่เห็นเธอยืนกรานก็ไม่ได้คัดค้านอะไรอีก
“ทุกคนหยุดรถ!”
ขบวนรถก็หยุดลงอย่างรวดเร็วและหลี่ไฉก็เปิดประตูรถก่อนจะก้าวออกไปและวิ่งไปยังจุดที่เธอเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้!
หลิวเหวินฮ่าวก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากคิดในใจว่ายังไงเขาก็ให้คำมั่นสัญญากับพ่อแม่ของอีกฝ่ายไว้แล้วว่าจะดูแลลูกสาวของทั้งสองให้ ดังนั้นเขาจึงถืออาวุธและตามลงไป
ส่วนคนอื่นๆ แน่นอนว่าพวกเขาก็หยุดรถและตั้งแนวป้องกันทันที
แต่สิ่งที่ทำให้หัวหน้าทีมหลิวประหลาดใจก็คือ เขากลับตามหญิงสาวที่ขี้สงสารคนอื่นนี้ไม่ทัน!
แม้ว่าบนร่างของเขาจะมีเสื้อเกราะและอาวุธอยู่ แต่มันก็ไม่ควรจะเป็นแบบนี้!
และอย่าลืมว่าเขานั้นได้ผ่านการฝึกฝนมาแล้ว!
ในขณะที่เขากำลังใช้แรงทั้งหมดเพื่อไล่ตามเธอไป หลี่ไฉก็ได้มาถึงจุดที่เธอเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่แล้ว เธอเห็นผู้รอดชีวิตหญิงคนหนึ่งที่กำลังถูกซอมบี้สามตัวไล่ตาม!
ในตอนนั้นเองสีหน้าของหลิวเหวินฮ่าวก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว!
ต่อให้เป็นตัวของเขาเองเมื่อต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ตรงๆ พร้อมกันถึง 3 ตัวแบบนี้เขาก็ยังต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างมากและอย่าลืมว่าบนตัวของหลี่ไฉดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีปืนอีกด้วย!
แต่เธอกลับวิ่งเข้าใส่ซอมบี้พวกนั้นตรงๆ!
นี่มันแตกต่างจากที่เขาจินตนาการไว้ว่าเธอจะอาศัยภูมิประเทศที่ได้เปรียบและฆ่าซอมบี้พวกนั้นจากระยะไกล!
“รีบหลบเร็ว!!”
เขาตะโกนเสียงดัง
เพียงแต่
หญิงสาวตรงหน้ากลับเหมือนไม่ได้ยินเลย!
ผู้รอดชีวิตหญิงที่ถูกซอมบี้ไล่ตามก็มองหลี่ไฉอย่างหวาดกลัวและสงสัยก่อนจะได้ยินประโยคที่เธอพูดทิ้งเอาไว้ว่า “รีบหนีไป” ก่อนจะวิ่งต่อไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก
เมื่อเธอวิ่งผ่านผู้รอดชีวิตหญิงคนนั้นไปแล้ว
เธอก็เข้าเผชิญหน้ากับซอมบี้ 3 ตัวตรงๆ แต่ใบหน้าของหลี่ไฉกลับไม่มีความกลัวเลย
แถมเธอยังดูเหมือนจะสงบด้วยซ้ำ
และเธอก็ดูเหมือนกับจะอยากลองอะไรสักอย่าง!?
และฉากที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏขึ้น!
เธอใช้มือทั้งสองดึงมีดสั้นออกมาจากขาทั้งสองข้างของเธอ!
ก่อนที่เธอจะย่อตัวลงและพุ่งไปข้างหน้าจนร่างของเธอกลายเป็นแค่เงา!
ซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาถึงตรงหน้าเธอก็พยายามยื่นกรงเล็บออกมา แต่แน่นอนว่ามันย่อมไม่สามารถสัมผัสกับเนื้อหอมๆ ตรงหน้าได้
พวกมันคำรามและส่งกลิ่นปากที่เน่าเหม็นออกมาราวกับว่าพวกมันอยากจะเพลิดเพลินกับอาหารมื้อนี้
แต่ในขณะที่หลิวเหวินฮ่าวกำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
และคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะไม่รอดแน่
หลี่ไฉที่กำลังพุ่งไปข้างหน้าก็หมุนตัวและแขนที่เรียวบางของเธอก็กลายเป็นเงามืดก่อนที่มีดของเธอจะฟันผ่านร่างของซอมบี้ทั้งสามที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง!
ฉึก ฉึก ฉึก——
“แฮร่...”
ตุบ! x3
ร่างของซอมบี้ทั้ง 3 ยังคงพุ่งต่อไปข้างหน้าอีกสองสามเมตรก่อนจะหมดแรงและล้มลงไปโดยไม่ลุกขึ้นมาอีก!
เกิดอะไรขึ้น?
เหมือนกับว่า?
เธอจะจัดการได้แล้ว!?
หลิวเหวินฮ่าวก็วิ่งตามมาอย่างเหนื่อยหอบและมองดูฉากตรงหน้าอย่างตกตะลึง
บนพื้นคือซอมบี้สามตัวที่มีใบหน้าที่น่าเกลียดและมีกลิ่นเหม็น!
ห่างออกไปไม่ไกลก็มีหญิงสาวที่สวมชุดกีฬายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นโดยที่มือของเธอกำลังถือมีดสั้นที่คมกริบและเธอก็กำลังเช็ดเลือดบนมีดอย่างใส่ใจ
การเคลื่อนไหวของเธอนั้นทั้งสง่างามและดูเชี่ยวชาญราวกับว่าเธอคุ้นชินกับมันมานานแล้ว
แสงแดดอ่อนๆ ก็ส่องลงบนตัวของเธอเผยให้เห็นร่างที่เพรียวบางแต่ก็แข็งแกร่งและส่งกลิ่นอายที่ดูแตกต่างออกมา
“นี่......”
ในตอนนี้หลิวเหวินฮ่าวไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดอะไรดี
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?
ทำไมหญิงสาวที่เมื่อก่อนเขาคิดว่าน่าจะอ่อนแอและบอบบาง กลับมีความสามารถขนาดนี้!
เธอใช้กระดาษทิชชู่เช็ดมีดสั้นทั้งสองเล่มให้สะอาดแล้วจึงเก็บพวกมันกลับเข้าไปในปลอกที่ซ่อนอยู่ข้างขาทั้งสองข้างของเธอ
ถ้าไม่มีฉากเมื่อครู่นี้ คนอื่นๆ ก็คงไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ได้ซ่อนอาวุธแบบนี้ไว้บนตัวของเธอ
“พี่หลิว พวกเราเดินทางกันต่อเถอะค่ะ~”
เมื่อเธอเดินมาถึงหน้าหลิวเหวินฮ่าว
เธอก็โบกมือที่หน้าเขา ก่อนจะยิ้มและพูดกับหลิวเหวินฮ่าวที่กำลังตะลึงเล็กน้อย