เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 305 : ลองฝีมือเล็กน้อย

ตอนที่ 305 : ลองฝีมือเล็กน้อย

ตอนที่ 305 : ลองฝีมือเล็กน้อย


ตอนที่ 305 : ลองฝีมือเล็กน้อย

ในห้องโดยสาร

ในตอนนี้หลิวเหวินฮ่าวและหลี่ไฉก็พูดคุยกันเสร็จแล้ว

ทุกคนก็พากันหลับหรือไม่ก็มองดูทิวทัศน์นอกรถเพื่อฆ่าเวลา

ในตอนนี้พวกเขายังเหลือระยะทางอีกไกลกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางดังนั้นหลายคนจึงเลือกที่จะพักผ่อน

ส่วนหลิวเหวินฮ่าวเองก็มองออกไปข้างนอกแต่ก็ยังคอยระวังความปลอดภัยของขบวนรถอยู่เสมอ

ส่วนหลี่ไฉก็นั่งพิงเบาะหลังและจ้องมองต้นไม้และอาคารนอกรถที่ค่อยๆ ห่างออกไปเรื่อยๆ และในสมองของเธอก็มีความคิดมากมาย

เพราะกว่าที่พวกเขาจะถึงฐานลวี่หยวนก็ยังต้องใช้เวลาอีก 2-3 ชั่วโมงหรือก็คือช่วงเย็นของวันนี้

และเธอก็จะได้พบกับพวกพี่หลี่และอาจินที่ไม่ได้เจอกันมาหลายเดือนอีกครั้ง

เมื่อนึกถึงช่วงปีที่แล้วที่เธอเพิ่งจะออกจากบ้านในเมืองเซินเจิ้น เธอกับแม่ก็ได้เข้าร่วมกับกลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งและออกเดินทางกับพวกเขา

พวกเธอต้องผ่านเหตุการณ์ด้วยกันมามากมาย

ตั้งแต่รถเสียและถูกซอมบี้ล้อม

ขาดแคลนอาหารจนต้องแบ่งกันกินเพื่อประทังชีวิต

พบเจอกับฝนกรดที่ทำให้รถของพวกเขาเสียจนต้องเปลี่ยนรถคันใหม่

ถูกซอมบี้รบกวนตอนกลางคืน จนทุกคนต้องนอนกอดกันเพื่อให้กำลังใจกัน

แถมพวกเขายังต้องคอยออกไปหาเสบียงด้วยกันจนทำให้เธอนั้นเอาชนะความกลัวต่อซอมบี้ได้

และในวันสุดท้ายตอนที่เธอต้องแยกตัวออกมา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการรั้งของเพื่อนร่วมทาง เธอที่นั่งอยู่บนรถก็ไม่กล้าแม้แต่จะมองกระจกหลังกลับไปด้วยซ้ำเพราะเธอกลัวว่าน้ำตาของเธอจะไหลออกมา

เมื่อนึกถึงตรงนี้

มุมปากของหลี่ไฉก็อดไม่ได้ที่จะยกขึ้นเล็กน้อยและวาดรอยยิ้มที่สวยงามเหมือนกับดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิที่บานสะพรั่งและอบอุ่น

รอยยิ้มนี้เหมือนกับแสงแดดที่ส่องผ่านเมฆครึ้มในฤดูหนาวทำให้คนที่เห็นอดไม่ได้ที่จะหลงใหลไปกับมัน

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

พริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้วเกือบครึ่งปี

และโชคดีที่ทุกคนยังคงมีชีวิตอยู่

เธอยังได้ยินมาด้วยว่าตอนนี้พี่หลี่กับเสี่ยวฉงและคนอื่นๆ กำลังเป็นคนงานก่อสร้างในไซต์ก่อสร้างของฐานย่อยของฐานลวี่หยวน แม้ว่าทุกวันนี้พวกเขาจะยังคงอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ถูกจัดไว้ให้โดยเฉพาะแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังมีรถรับส่งคอยพาไปกลับจากที่ทำงานและยังมีคนที่คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยให้อยู่เสมอ

ใครก็ตามที่ได้ฟังต่างก็ต้องคิดว่า...

ที่นี่คือดินแดนแห่งความหวัง

มันดีกว่าฐานเล็กๆ ที่เหมืองถ่านหินในเมืองชานของเธอมาก

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้อิจฉาพวกเขาเลยเพราะเธอยังมีพ่อและแม่ของเธออยู่ที่นั่น

เมื่อมีพ่อแม่ของเธออยู่

ที่นั่นก็คือบ้านของเธอ

และในครั้งนี้เธอก็เดินทางไปที่ฐานลวี่หยวนเพียงเพื่อที่จะพบกับพวกพี่หลี่เท่านั้นและยืนยันว่าพวกเขานั้นปลอดภัยดี

ก่อนที่เธอจะกลับไปที่เมืองชานอีกครั้ง

เพราะเธอต้องการอยู่กับพ่อแม่ของเธอและทำให้เหมืองถ่านหินดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อที่จะสามารถเลี้ยงดูคนได้มากขึ้น

และนั่นก็จะเป็นการนำความหวังกลับมาให้กับผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ

เวลาผ่านมาถึงช่วงบ่ายสองโมง

ขบวนรถขนส่งของหัวหน้าทีมหลิวก็เข้าสู่เขตเมืองกว่างหยวนและคาดว่าพวกเขาน่าจะถึงฐานในอีกหนึ่งชั่วโมง

ตอนนี้พวกเขาก็อยู่ในเขตเมืองหย่งหนิงซึ่งเป็นเมืองที่ติดกับเมืองกว่างหยวน

“ทุกคนระวังให้ดี! อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงเราก็จะกลับไปถึงฐานแล้ว!”

หลิวเหวินฮ่าวถือวิทยุสื่อสารและตะโกนใส่วิทยุในมือของเขา

แม้ว่าสนามแม่เหล็กโลกจะส่งผลกระทบต่อระยะของสัญญาณ แต่ในระยะที่ไม่ไกลมากนักวิทยุของพวกเขาก็ยังคงทำงานได้ดี

พูดจบลูกน้องของเขาก็ตอบรับกลับมา

หลี่ไฉที่อยู่เบาะหลังก็ตื่นจากอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น

ใกล้จะถึงฐานลวี่หยวนแล้วงั้นเหรอ?

แบบนั้น ฉันก็ใกล้จะได้เจอพวกอาจินแล้วใช่ไหม?

อารมณ์ของเธอก็เริ่มผันผวนเล็กน้อย

เธอมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างก่อนจะพบว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่บนถนนเส้นหนึ่งในเมืองเล็กๆ

นอกหน้าต่างทั้งสองข้างก็เป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาเมื่อมองดูแล้วก็ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาแบบที่ควรจะเป็นเลย

ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยบรรยากาศของการเสื่อมโทรม ร้านค้าหลายแห่งมีเพียงแค่ประตูที่ถูกเปิดทิ้งไว้

มันจะมีโอกาสได้กลับไปมีชีวิตชีวาแบบเมื่อก่อนไหมนะ?

ไม่มีใครสามารถให้คำตอบกับเธอได้

แต่ทันใดนั้นเอง

คิ้วที่สวยงามของหลี่ไฉก็ขมวดลงเล็กน้อยและสายตาของเธอก็ดูเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย เธอมองตรงไปที่ซอยหนึ่งข้างถนนและรีบเปิดปากพูดว่า

“พี่หลิว! หยุดรถหน่อยได้ไหมคะ!?”

คำพูดของเธอแม้จะเป็นคำขอ แต่กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

จริงๆ แล้วหลิวเหวินฮ่าวก็เห็นแล้วว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น

ข้างนอกนั้นดูเหมือนว่าจะมีผู้รอดชีวิตที่กำลังถูกซอมบี้ไล่ตามอยู่!

เรื่องแบบนี้สามารถเห็นได้ทั่วไปในวันสิ้นโลก

แต่ตามนิสัยปกติของหลิวเหวินฮ่าวนั้น เขามักจะไม่หยุดและไปยุ่งเรื่องของคนอื่น

เขาเหลือบมองหลี่ไฉก่อนแล้วจึงแนะนำว่า

“คุณหลี่ คุณอยากจะไปช่วยคนตรงนั้นใช่ไหม? พวกนั้นอาจจะไม่ใช่คนดีนะ เพราะตอนนี้คนที่ล่อคนอื่นให้เข้าไปติดกับดักด้วยวิธีแบบนี้ก็พบเจอได้ไม่ยากและการลงไปไม่เพียงแต่จะต้องเจอกับความเสี่ยงนี้ แต่ความเสี่ยงจากการถูกซอมบี้โจมตีก็ไม่ได้หายไปไหนด้วย”

คำพูดของเขานั้นชัดเจนมากและหลี่ไฉก็เข้าใจได้ในทันที

ในวันสิ้นโลกมีคนไม่น้อยเลยที่ใช้ความสงสารเป็นเหยื่อล่อคนอื่น

“พี่หลิว ได้โปรดหยุดรถเถอะค่ะ ฉันจะลองไปดูเองค่ะ”

หลิวเหวินฮ่าวที่เห็นเธอยืนกรานก็ไม่ได้คัดค้านอะไรอีก

“ทุกคนหยุดรถ!”

ขบวนรถก็หยุดลงอย่างรวดเร็วและหลี่ไฉก็เปิดประตูรถก่อนจะก้าวออกไปและวิ่งไปยังจุดที่เธอเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้!

หลิวเหวินฮ่าวก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากคิดในใจว่ายังไงเขาก็ให้คำมั่นสัญญากับพ่อแม่ของอีกฝ่ายไว้แล้วว่าจะดูแลลูกสาวของทั้งสองให้ ดังนั้นเขาจึงถืออาวุธและตามลงไป

ส่วนคนอื่นๆ แน่นอนว่าพวกเขาก็หยุดรถและตั้งแนวป้องกันทันที

แต่สิ่งที่ทำให้หัวหน้าทีมหลิวประหลาดใจก็คือ เขากลับตามหญิงสาวที่ขี้สงสารคนอื่นนี้ไม่ทัน!

แม้ว่าบนร่างของเขาจะมีเสื้อเกราะและอาวุธอยู่ แต่มันก็ไม่ควรจะเป็นแบบนี้!

และอย่าลืมว่าเขานั้นได้ผ่านการฝึกฝนมาแล้ว!

ในขณะที่เขากำลังใช้แรงทั้งหมดเพื่อไล่ตามเธอไป หลี่ไฉก็ได้มาถึงจุดที่เธอเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่แล้ว เธอเห็นผู้รอดชีวิตหญิงคนหนึ่งที่กำลังถูกซอมบี้สามตัวไล่ตาม!

ในตอนนั้นเองสีหน้าของหลิวเหวินฮ่าวก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว!

ต่อให้เป็นตัวของเขาเองเมื่อต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ตรงๆ พร้อมกันถึง 3 ตัวแบบนี้เขาก็ยังต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างมากและอย่าลืมว่าบนตัวของหลี่ไฉดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีปืนอีกด้วย!

แต่เธอกลับวิ่งเข้าใส่ซอมบี้พวกนั้นตรงๆ!

นี่มันแตกต่างจากที่เขาจินตนาการไว้ว่าเธอจะอาศัยภูมิประเทศที่ได้เปรียบและฆ่าซอมบี้พวกนั้นจากระยะไกล!

“รีบหลบเร็ว!!”

เขาตะโกนเสียงดัง

เพียงแต่

หญิงสาวตรงหน้ากลับเหมือนไม่ได้ยินเลย!

ผู้รอดชีวิตหญิงที่ถูกซอมบี้ไล่ตามก็มองหลี่ไฉอย่างหวาดกลัวและสงสัยก่อนจะได้ยินประโยคที่เธอพูดทิ้งเอาไว้ว่า “รีบหนีไป” ก่อนจะวิ่งต่อไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก

เมื่อเธอวิ่งผ่านผู้รอดชีวิตหญิงคนนั้นไปแล้ว

เธอก็เข้าเผชิญหน้ากับซอมบี้ 3 ตัวตรงๆ แต่ใบหน้าของหลี่ไฉกลับไม่มีความกลัวเลย

แถมเธอยังดูเหมือนจะสงบด้วยซ้ำ

และเธอก็ดูเหมือนกับจะอยากลองอะไรสักอย่าง!?

และฉากที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏขึ้น!

เธอใช้มือทั้งสองดึงมีดสั้นออกมาจากขาทั้งสองข้างของเธอ!

ก่อนที่เธอจะย่อตัวลงและพุ่งไปข้างหน้าจนร่างของเธอกลายเป็นแค่เงา!

ซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาถึงตรงหน้าเธอก็พยายามยื่นกรงเล็บออกมา แต่แน่นอนว่ามันย่อมไม่สามารถสัมผัสกับเนื้อหอมๆ ตรงหน้าได้

พวกมันคำรามและส่งกลิ่นปากที่เน่าเหม็นออกมาราวกับว่าพวกมันอยากจะเพลิดเพลินกับอาหารมื้อนี้

แต่ในขณะที่หลิวเหวินฮ่าวกำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

และคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะไม่รอดแน่

หลี่ไฉที่กำลังพุ่งไปข้างหน้าก็หมุนตัวและแขนที่เรียวบางของเธอก็กลายเป็นเงามืดก่อนที่มีดของเธอจะฟันผ่านร่างของซอมบี้ทั้งสามที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง!

ฉึก ฉึก ฉึก——

“แฮร่...”

ตุบ! x3

ร่างของซอมบี้ทั้ง 3 ยังคงพุ่งต่อไปข้างหน้าอีกสองสามเมตรก่อนจะหมดแรงและล้มลงไปโดยไม่ลุกขึ้นมาอีก!

เกิดอะไรขึ้น?

เหมือนกับว่า?

เธอจะจัดการได้แล้ว!?

หลิวเหวินฮ่าวก็วิ่งตามมาอย่างเหนื่อยหอบและมองดูฉากตรงหน้าอย่างตกตะลึง

บนพื้นคือซอมบี้สามตัวที่มีใบหน้าที่น่าเกลียดและมีกลิ่นเหม็น!

ห่างออกไปไม่ไกลก็มีหญิงสาวที่สวมชุดกีฬายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นโดยที่มือของเธอกำลังถือมีดสั้นที่คมกริบและเธอก็กำลังเช็ดเลือดบนมีดอย่างใส่ใจ

การเคลื่อนไหวของเธอนั้นทั้งสง่างามและดูเชี่ยวชาญราวกับว่าเธอคุ้นชินกับมันมานานแล้ว

แสงแดดอ่อนๆ ก็ส่องลงบนตัวของเธอเผยให้เห็นร่างที่เพรียวบางแต่ก็แข็งแกร่งและส่งกลิ่นอายที่ดูแตกต่างออกมา

“นี่......”

ในตอนนี้หลิวเหวินฮ่าวไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดอะไรดี

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?

ทำไมหญิงสาวที่เมื่อก่อนเขาคิดว่าน่าจะอ่อนแอและบอบบาง กลับมีความสามารถขนาดนี้!

เธอใช้กระดาษทิชชู่เช็ดมีดสั้นทั้งสองเล่มให้สะอาดแล้วจึงเก็บพวกมันกลับเข้าไปในปลอกที่ซ่อนอยู่ข้างขาทั้งสองข้างของเธอ

ถ้าไม่มีฉากเมื่อครู่นี้ คนอื่นๆ ก็คงไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ได้ซ่อนอาวุธแบบนี้ไว้บนตัวของเธอ

“พี่หลิว พวกเราเดินทางกันต่อเถอะค่ะ~”

เมื่อเธอเดินมาถึงหน้าหลิวเหวินฮ่าว

เธอก็โบกมือที่หน้าเขา ก่อนจะยิ้มและพูดกับหลิวเหวินฮ่าวที่กำลังตะลึงเล็กน้อย

จบบทที่ ตอนที่ 305 : ลองฝีมือเล็กน้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว