- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 300 : การเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก
ตอนที่ 300 : การเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก
ตอนที่ 300 : การเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก
ตอนที่ 300 : การเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก
วันที่ 27 เมษายน
ตั้งแต่ที่เหตุการณ์ที่ฐานลวี่หยวนถูกโจมตีในครั้งก่อนจบลง ตอนนี้เวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งเดือนแล้ว
ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ก็เรียกได้ว่าสงบสุขเลยทีเดียวเพราะพวกเขาไม่ได้พบกับเหตุการณ์วุ่นวายอะไรอีก
น้ำมันเชื้อเพลงจากจูไห่และถ่านหินจากเมืองซานต่างก็ถูกส่งกลับมาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนฐานลวี่หยวนก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้กำแพงของฐานหลักก็ได้เพิ่มความสูงเป็น 35 เมตรแล้ว!
ความสูงนี้เทียบเท่ากับความสูงของอาคารสำนักงานที่สูงสิบกว่าชั้นแล้ว!
เมื่อยืนอยู่ใต้กำแพงนี้ มนุษย์ก็จะรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของมันที่เหมือนกับภูเขาลูกหนึ่ง
ส่วนทางฝั่งของฐานย่อยก็พัฒนาไปได้ไม่แพ้กัน กำแพงของฐานย่อยในตอนนี้ก็ได้สูงเกิน 20 เมตรไปแล้ว
และความสูงของมันก็จะไม่ได้หยุดแต่เพียงเท่านี้
คนงานจำนวนมากก็ยังคงพยายามทำงานกันอย่างขยันขันแข็งในทุกๆ วันเพื่อที่จะสร้างกำแพงให้สูงอย่างน้อย 30 เมตร!
ส่วนภายในของฐานย่อย ก็ปรากฏอาคารให้เห็นมากมาย
ทั้งที่ในช่วงก่อนหน้านี้ทุกคนยังเห็นแค่โครงสร้างของมัน แต่ในตอนนี้พวกมันกลับเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วและภายใต้การก่อสร้างอย่างต่อเนื่องของคนงานทั้งหลายอีกไม่นานฐานย่อยที่สมบูรณ์แบบก็น่าจะปรากฎให้เห็น
ที่หอสังเกตการณ์บนกำแพงของฐานหลัก
วันนี้ฉินจิ้นก็ได้ขึ้นมาที่นี่และมองดูทั้งฐานหลักและฐานย่อย
มีเพียงแค่สถานที่นี้เท่านั้นที่จะสามารถมองเห็นภาพรวมของทั้งฐานได้
ส่วนห้องทำงานของเขาในตอนนี้ เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็จะเห็นแค่กำแพงสูงๆ เท่านั้น
ซึ่งมันก็ช่วยไม่ได้เพราะเพื่อความปลอดภัย เขาจึงต้องเสียสละทิวทัศน์นั้นออกไป
“เกือบจะพร้อมแล้วสินะ”
ฉินจิ้นที่ยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์ก็กอดอกและพูดสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาโดยไม่รู้ตัว
ถ้าเขาจำไม่ผิด พรุ่งนี้ก็คือวันที่ภัยพิบัติสนามแม่เหล็กโลกจะมาถึง
เมื่อครู่เขาได้ไปตรวจสอบการเตรียมการที่เขาเคยสั่งไว้ตามที่ต่างๆ ในฐานด้วยตัวเองแล้ว
ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่รอภัยพิบัตินั้นมาถึง
“ไม่มีอะไรให้ถอนหายใจแล้ว เมื่อปัญหามาถึงฉันก็ต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือ”
ฉินจิ้นพูดกับตัวเอง
หลังจากที่เขาพึมพำประโยคนี้เสร็จ เขาก็เดินออกไปจากที่นี่ทันทีและกลับไปยังห้องทำงานของเขา
คืนนี้เขายังต้องออกคำสั่งบางอย่างอีก
ไม่ว่าจะเป็นการสั่งห้ามเฮลิคอปเตอร์บินออกไปหรือการเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีชิ้นส่วนที่ละเอียดอ่อนให้ดี
แต่สิ่งที่ยังต้องกังวลก็คือหลังจากที่เขาสั่งให้เฮลิคอปเตอร์คอยบินลาดตระเวนรอบๆ อำเภอเฟิงเหออยู่ตลอด พวกเขาก็ได้พบกับสถานการณ์ที่ดูแปลกประหลาด
พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมซอมบี้จำนวนมากถึงกำลังเคลื่อนที่มาทางอำเภอเฟิงเหออย่างช้าๆ!
นี่เป็นการค้นพบที่น่าตกใจและน่ากังวลมาก!
ในตอนนี้หลังจากที่เวลาผ่านไปกว่าครึ่งเดือน ความหนาแน่นของซอมบี้ในอำเภอเฟิงเหอก็ได้กลับมาสู่จุดเดิมก่อนที่จะถูกกวาดล้างแถมพวกมันยังดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ด้วย!
แน่นอนว่าฉินจิ้นเองก็ได้แจ้งข่าวนี้ให้กับทุกคนทราบแล้ว
ทุกคนก็ได้ประชุมและพยายามหาสาเหตุของเหตุการณ์นี้
แต่สุดท้ายสาเหตุที่ฟังดูเป็นไปได้มากที่สุดก็คือเมืองเหมินถังของพวกเขามีผู้รอดชีวิตรวมตัวกันมากเกินไปและนั่นทำให้ซอมบี้ที่อยู่ไกลออกไปถูกดึงดูดเข้ามารวมตัวกันที่นี่
การคาดเดานี้ก็ได้รับการยอมรับจากคนระดับสูงเกือบทั้งหมด
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทุกคนจึงได้ปรึกษากันและตัดสินใจว่าพวกเขาจะหยุดการรับผู้รอดชีวิตจากภายนอกเข้ามาใหม่เป็นการชั่วคราว
เพราะช่วงหลังมานี้ก็แทบจะไม่มีผู้รอดชีวิตคนใหม่เข้ามาลงทะเบียนกับพวกเขาแล้ว
พวกเขาเองก็คาดว่าผลจากการโปรยใบปลิวก่อนหน้านี้ก็ได้หมดลงแล้ว
ซึ่งนั่นก็พอดีกับการที่ฐานลวี่หยวนนั้นต้องการที่จะหยุดการขยายจำนวนประชากรพอดี
ตอนนี้ผู้รอดชีวิตที่กำลังพึ่งพาฐานลวี่หยวนเพื่อความอยู่รอดก็มีถึงหลายพันคนแล้ว!
นอกจากคนส่วนน้อยที่สามารถเข้ามาทำงานก่อสร้างในฐานย่อยได้
ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ก็ทำได้แค่ออกไปหาของมีค่าจากพื้นที่รอบๆ กลับมาแลกเปลี่ยนกับฐานหลัก
และตามข่าวที่หวังหยางได้ยินมา
เนื่องจากช่วงนี้ของหลายอย่างเริ่มหายากขึ้น ผู้รอดชีวิตจำนวนไม่น้อยก็เลยคิดที่จะย้ายออกจากพื้นที่ของฐานลวี่หยวนไปเพื่ออพยพไปยังเมืองอื่นๆ รอบๆ
เพราะหลายคนก็เริ่มตระหนักได้แล้วว่า ความหนาแน่นของผู้รอดชีวิตของที่นี่เริ่มจะมากเกินไปแล้วและของก็เริ่มหาได้ยากขึ้น
นั่นหมายความว่าโอกาสที่พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ในอนาคตก็จะมากขึ้นตาม ดังนั้นสู้ถือโอกาสในช่วงนี้แลกเปลี่ยนอาหารมาให้ได้จำนวนหนึ่งแล้วรีบจากไปหาพื้นที่พักพิงใหม่น่าจะดีกว่า
ฉินจิ้นเองก็รู้เรื่องนี้แล้ว
และแน่นอนว่าเขาย่อมดีใจกับเรื่องนี้
เดิมทีเขาเองก็กำลังปวดหัวว่าเขาจะลดจำนวนคนที่อยู่ที่นี่ยังไงดีและหนึ่งในแผนการที่เขาวางไว้ก็คือ เขาจะรอให้ฐานย่อยสร้างเสร็จแล้วเขาก็จะค่อยกดดันผู้รอดชีวิตข้างนอกด้วยการลดปริมาณการแลกเปลี่ยนอาหาร
แต่ในตอนนี้ผู้รอดชีวิตข้างนอกกลับยินดีที่จะจากไปเอง ดังนั้นเขาจึงยิ่งดีใจ
เพราะยังไงซะ คนที่พวกต้องการจริงๆ ก็ได้ถูกดึงเข้ามาอยู่ในฐานย่อยแล้วส่วนผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่ดูจะมีประโยชรน์ก็ได้ถูกจัดให้อยู่ตามเขตที่พักอาศัยหลายแห่งแล้วเช่นกัน
ส่วนผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ฐานลวี่หยวนเองก็ไม่ได้สนใจมากนัก
เพราะตามแผนการของฉินจิ้น
เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็จะต้องสร้างเขตที่พักอาศัยหมายเลข 4...5...6....หรืออาจจะมากกว่านั้นอยู่แล้ว
เพื่อที่จะตอบสนองปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและความปลอดภัยของคนที่อยู่ข้างนอก
“ก็ปล่อยไปตามนั้น ฉันเองก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว ยังไงซะผู้รอดชีวิตทุกคนก็ต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ พวกเขาถึงจะมีโอกาสได้รอดชีวิตต่อไป”
เมื่อยืนยันแล้วว่าการเตรียมการเสร็จสิ้นและการพัฒนาของฐานก็ไม่มีปัญหาใหญ่อะไร เขาจึงกลับไปทำงานอีกครั้ง
วันรุ่งขึ้น
วันนี้อากาศดูแจ่มใสและไม่มีคามผิดปกติอะไร
การก่อสร้างในฐานย่อยก็ไม่ได้หยุดลง รถรับส่งก็ยังคงไปรับคนงานจากเขตที่พักอาศัยตั้งแต่เช้าตรู่เช่นเคยและเมื่อพวกเขามารวมกับคนงานในฐานย่อยแล้ว พวกเขาก็เริ่มทำงานกันอย่างร้อนแรงตั้งแต่ตอนที่เวลายังไม่ถึง 7 โมง
ในห้องทำงานของผู้นำ
ฉินจิ้นก็เพิ่งจะออกกำลังกายเสร็จ หลังจากที่เขาอาบน้ำเสร็จเขาก็กลับมาที่ห้องทำงานเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภัยพิบัติที่จะมาถึง
ภัยพิบัตินี้ไม่มีรูปร่างดังนั้นเขาจะต้องคอยสังเกตอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ถึงจะรู้ได้ว่ามันมาถึงแล้ว
บนโต๊ะทำงานของเขาและตามสถานที่อื่นๆ ในฐาน ก็ได้มีอุปกรณ์หลายอย่างติดตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องวัดความแปรปรวนของสนามแม่เหล็กโลก เครื่องบันทึกมุมเบี่ยงเบนของสนามแม่เหล็กโลกและอื่นๆ
อุปกรณ์เหล่านี้ส่วนมากอาจจะถูกทำลายจากผลกระทบของภัยพิบัติและบางส่วนที่มีคุณภาพสูงก็อาจจะไม่พัง
แต่ฉินจิ้นก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะในคลังของฐานก็ยังมีพวกมันอีกมาก
ในตอนที่โลกยังสงบสุขและหลังจากวันสิ้นโลกมาถึงเขาก็ได้ค้นหาของเหล่านี้กลับมาเก็บไว้แล้ว
ฉินจิ้นมองเครื่องวัดความแปรปรวนของสนามแม่เหล็กโลกที่วางอยู่ในห้องทำงาน จู่ๆ ตัวเลขและเส้นโค้งบนนั้นก็เริ่มปรากฏความผันผวนเล็กน้อย!
มันมาแล้ว!
แต่เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรเพราะการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลกไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกายของมนุษย์มากนัก
ฉินจิ้นถือโอกาสตอนที่ภัยพิบัติยังไม่ได้แสดงพลังของมันอย่างเต็มที่หยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาและพูดผ่านวิทยุทันทีว่า
“ทุกคนฟังฉันให้ดี วันนี้ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นอะไรให้ทุกคนอยู่แต่ในฐานไว้ ฉันมีลางสังหอร์ที่ไม่ค่อยดี”
พูดจบ เขาก็วางวิทยุสื่อสารลงและไม่ได้พูดอะไรอีก
คนอื่นไม่จำเป็นต้องรู้ว่าทำไม พวกเขาแค่ต้องทำตามคำสั่งก็พอ
ในตอนนี้ฉินจิ้นก็กลับมาให้ความสนใจกับเครื่องวัดความแปรปรวนของสนามแม่เหล็กโลกข้างๆ อีกครั้ง
เส้นโค้งบนหน้าจอแสดงผลก็เริ่มผันผวนมากขึ้นเรื่อยๆ และเพียงแค่สิบนาทีต่อมาความผันผวนของมันก็กลับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!
ฉินจิ้นจำช่วงเวลาที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลกในชาติที่แล้วของเขาไม่ได้
เขาจำได้แค่ว่าวันนั้นเขากำลังหาอาหารอยู่ข้างนอกและจู่ๆ เขาก็มีอาการเวียนหัวก่อนจะหายอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นเขาก็ค่อยรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นจากคำพูดของคนอื่นๆ
ตอนนี้ก็เป็นเวลาเก้าโมงครึ่งแล้ว
แต่เขาไม่มีอารมณ์ที่จะจัดการเรื่องอื่นอีกเพราะเขากำลังให้ความสนใจกับเครื่องวัดความแปรปรวนของสนามแม่เหล็กโลกตรงหน้าจนกระทั่งมันเริ่มแสดงเส้นโค้งที่พุ่งทะลุหน้าจอ!
“จี๊ด จี๊ด จี๊ด——!”
เสียงกระแสไฟฟ้าดังขึ้นก่อนที่หน้าจอของเครื่องวัดจะดับไป!
พังแล้ว!