เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 295 : ผู้วิวัฒนาการคนใหม่

ตอนที่ 295 : ผู้วิวัฒนาการคนใหม่

ตอนที่ 295 : ผู้วิวัฒนาการคนใหม่


ตอนที่ 295 : ผู้วิวัฒนาการคนใหม่

ในแผนกพัฒนาของฐานหลัก

หลี่ซู่ก็เสนอแผนการรับมือกับโดรนทันทีด้วยการใช้

เครื่องรบกวนสัญญาณโดรน!

หรือไม่ก็ระบบป้องกันในระดับความสูงต่ำ!

ของเหล่านี้ฉินจิ้นไม่เคยได้ยินชื่อของพวกมันมาก่อน

เมื่อก่อนทุกคนจะรู้จักแค่โดรน ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะแค่ซื้อมาเล่นเท่านั้น แต่หลังวันสิ้นโลกมาถึงมันได้กลายเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากทั้งในด้านการล่อซอมบี้และการสำรวจ

และฉินจิ้นเองก็ไม่เคยคิดถึงวิธีการรับมือกับศัตรูที่มีโดรนอย่างจริงจังมาก่อนเลย

เดิมทีเขาคิดว่าอย่างมากเขาก็แค่ต้องใช้ปืนยิงมันลงมาตรงๆ....

แต่ถ้ามันมีจำนวนมากขึ้น เขาก็อาจจะป้องกันไม่ไหวอีกต่อไป

“ฐานของเรามีอุปกรณ์แบบนั้นไหม?”

ในตอนนี้ฐานลวี่หยวนมีสิ่งของต่างๆ มากเกินไปจนแม้แต่ฉินจิ้นเองก็ไม่รู้ว่าในฐานของเขามีอะไรบ้าง

“เอ่อ เมื่อวานหลังจากที่ฉันเห็นอีกฝ่ายใช้โดรน ฉันก็คิดถึงเรื่องนี้แล้วและหลังจากนั้นฉันก็ไปถามผู้จัดการลั่วดู แต่ปรากฎว่าฐานของเราไม่มีของแบบนั้นเลย”

“และของแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถผลิตกันเองได้อย่างง่ายดายเพราะมันต้องอาศัยความเชี่ยวชาญสูงมากและคาดว่าในประเทศจีนก็มีบริษัทที่เชี่ยวชาญเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่สามารถผลิตพวกมันได้...”

“เท่าที่ฉันรู้ ในเมืองเซินเจิ้นน่าจะมีอยู่สองแห่งส่วนที่อื่นๆ อย่างเมืองกว่างโจวกับเมืองปักกิ่งก็น่าจะพอมีอีก”

หลี่ซู่เกาผมที่ยุ่งเหยิงบนหัวเพราะหลังจากวันสิ้นโลกมาถึง เขาก็ไม่ได้สนใจภาพลักษณ์ภายนอกของตัวเองอีกต่อไปดังนั้นในตอนนี้เขาจึงไว้ผมและหนวดจนยาว ซึ่งเมื่อมองดูแล้วเขานั้นอาจจะคล้ายคนป่ามากกว่านักวิทยาศาสตร์ด้วยซ้ำ

บริษัทที่เชี่ยวชาญมีไม่กี่แห่ง...

ฉินจิ้นลูบคางและในสมองของเขาก็มีความคิดแวบขึ้นมา

เขายังมีเวลาก่อนที่ภัยพิบัติจะมาถึงอยู่ดังนั้นการส่งเฮลิคอปเตอร์ออกไปก็ไม่นับว่าเป็นปัญหา

งั้นก็ต้องถือโอกาสนี้รีบหาพวกมันกลับมาให้เร็วที่สุด!

เพราะเมื่อภัยพิบัติสนามแม่เหล็กโลกมาถึงมันจะไม่ได้มาแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ดังนั้นในระหว่างช่วงเวลานั้นการไม่ส่งเฮลิคอปเตอร์ออกไปจะเป็นการดีที่สุดเพราะในตอนนั้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดจะถูกคลื่นพายุแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นพายุสุริยะทำลายจนหมด

แต่สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของฐาน แน่นอนว่ายิ่งแก้ไขได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น!

“ดี! งั้นพรุ่งนี้ฉันจะส่งคนไปที่เมืองเซินเจิ้นหนึ่งเที่ยว นายบอกชื่อบริษัททั้งสองแห่งรวมถึงรูปลักษณ์ของอุปกรณ์นั้นให้กับฝ่ายต่อสู้ได้เลย ฉันจะให้พวกเขาไปหามันกลับมา!”

ฉินจิ้นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดต่อไปว่า

“เดี๋ยวก่อน นายเองก็ไปกับพวกเขาด้วยเลยดีกว่า! นายมีความรู้มากดังนั้นนายอาจจะมองเห็นของที่มีประโยชน์ได้ ถ้าเจออะไรที่ดูมีประโยชน์ก็ขนเอากลับมาได้เลย!”

สำหรับภารกิจที่ต้องออกไปข้างนอก แน่นอนว่าหลี่ซู่ไม่กล้าที่จะพูดว่าไม่และเขาก็ยอมรับมันอย่างเชื่อฟัง

“แล้วก็ยังมีปัญหาเรื่องการสื่อสารของฐานเราอีก เมื่อวานนี้เราถูกคนพวกนั้นรบกวนสัญญาณจนทำให้พวกเรากลายเป็นเหมือนกับแมลงวันที่ไร้หัว ฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก! พวกนายจะต้องหาทางป้องกันการรบกวนสัญญาณแบบนี้ให้ได้หรืออย่างน้อยเราก็จะต้องรักษาสัญญาณสำหรับการสื่อสารไว้ให้ได้!”

พูดจบ ฉินจิ้นก็พูดถึงปัญหาอีกอย่างที่ทำให้เขาหงุดหงิดเล็กน้อย

เมื่อวานฐานของเขากลับถูกศัตรูใช้เครื่องรบกวนสัญญาณโจมตีทำให้ทั้งฐานกลายเป็นเหมือนคนตาบอดแต่อีกฝ่ายกลับยังสามารถใช้วิทยุสื่อสารได้!

เขาเคยต้องอึดอัดขนาดนี้เมื่อไหร่กัน!

สำหรับเรื่องนี้ แน่นอนว่าหลี่ซู่ก็ได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว

เมื่อวานเขาเองก็อยู่ในเหตุการณ์และยังได้เข้าร่วมการป้องกันของฐาน แน่นอนว่าเขาเองก็รู้เรื่องนี้ดีและหลังจากที่สถานการณ์สงบลงแล้วเขาก็รีบกลับมาประชุมกับคนของเขาเพื่อคิดหาวิธีรับมือ

“ประธานฉิน เรื่องนี้พวกเราก็หาทางได้แล้ว ในฐานของเราเองก็มีเครื่องรบกวนสัญญาณ เพียงแต่เมื่อวานเราไม่มีเวลาเอามันออกมาใช้...”

“แต่พวกเราก็ได้คิดหาวิธีแก้ปัญหาไว้แล้ว ขอแค่พวกเราอัพเกรดและเพิ่มกำลังของวิทยุสื่อสารได้และติดตั้งอุปกรณ์ขยายสัญญาณสักสองสามเครื่องในฐานได้สำเร็จ ภายในระยะ 3 ถึง 5 กิโลเมตรจากฐานเราก็จะไม่ถูกรบกวนสัญญาณอีกแน่นอนครับ”

“ส่วนในระยะนอกเหนือจากนี้เรายังไม่มีวิธีที่จะรับมือได้ครับ แต่เท่าที่ฉันรู้มันมีวิธีการบางอย่างในการลดสัญญาณรบกวนพวกนี้อยู่ แต่ฐานของเรายังไม่มีคนที่มีความสามารถด้านนี้เลย”

หลี่ซู่ก็เสนอแผนการออกมามากมายและลูกน้องที่อยู่ข้างๆ เขาก็พูดเสริมบ้างเป็นครั้งคราว

ฉินจิ้นพยักหน้าเป็นครั้งคราวและแสดงการยอมรับ

อย่างน้อยการที่เขาเลี้ยงคนมากขนาดนี้ก็ไม่นับว่าเป็นการขาดทุนเพราะอย่างน้อยหลังจากที่เกิดปัญหาคนเหล่านี้ก็จะคิดหาวิธีการแก้ไขให้เขาทันที

“ดี เรื่องนี้ฉันคงต้องขอให้พวกนายพยายามกันหน่อย ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากให้พวกนายลองจำลองสถานการณ์ดูว่าถ้าพวกนายต้องการที่จะโจมตีฐาน พวกนายจะทำยังไงและใช้เครื่องมืออะไรบ้างแล้วเราจะเอาวิธีพวกนั้นมาอุดทุกช่องโหว่ที่เรามี!”

“ใช่แล้วนักทำลายล้างสร้างไปถึงขั้นไหนแล้ว? แล้วสามารถนำมาใช้งานจริงได้หรือยัง?”

เมื่อเห็นว่าเรื่องอื่นๆ พูดคุยกันจนเกือบหมดแล้ว ฉินจิ้นก็ถามคำถามนี้ขึ้นมาทันที

“ใกล้แล้วครับ ตั้งแต่ที่นี่มีคนเข้ามาช่วยงานโดยเฉพาะอาจารย์เฉินที่มาทำงานล่วงเวลาทุกคืนตอนนี้นักทำลายล้างของเราก็มีความคืบหน้าไปเจ็ดแปดส่วนแล้ว! คาดว่าอีกไม่นานก็จะสามารถเปิดตัวได้ครับ!”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ดวงตาทั้งสองข้างของหลี่ซู่ก็มีประกายอีกครั้ง

ผู้ชายคนไหนบ้างที่จะไม่ชอบสุดยอดรถเกราะ!

มันเท่มากเลยใช่ไหมล่ะ!

ฉินจิ้นพยักหน้า สำหรับอาวุธลับนี้เขาเองก็มีความคาดหวังไม่น้อยเลย จนในตอนนี้เขาแทบจะตั้งตารอวันหมอกศพครั้งต่อไปให้มาถึงเพราะเขาจะได้ชมพลังของมันได้

เรื่องที่จะพูดคุยก็เกือบจะหมดแล้ว เขาเองก็ไม่ได้อยู่ที่นี่นานเพราะเขายังมีเรื่องที่ต้องกลับไปจัดการ

พรุ่งนี้เขาจะส่งทีมต่อสู้ออกไปคุ้มกันหลี่ซู่เพื่อเดินทางออกไปตามหาเครื่องรบกวนสัญญาณโดรนในเมืองเซินเจิ้น!

ในฐานย่อย

เวลาเพิ่งจะผ่านไปเพียงแค่วันเดียว เรื่องของเมื่อวานนี้ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นอดีตไปแล้วและไม่มีใครพูดถึงคนที่เสียชีวิตอีกต่อไปและทุกคนก็กลับมาทำงานก่อสร้างกันอย่างตึงเครียดอีกครั้ง

ในห้องทำงาน

สีหน้าของหวังหยางดูจริงจังมาก เขานั่งตัวตรงและกำลังต้อนรับชายวัยกลางคนคนหนึ่งตรงหน้า

“ดังนั้น นายก็เลยคิดว่าตัวเองอาจจะวิวัฒนาการและมีความสามารถพิเศษงั้นเหรอ!?”

ใช่แล้ว!

เมื่อครู่หนึ่งในแรงงานก่อสร้างในฐานย่อยได้มาหาเขาและบอกว่าเขาพบคนๆ หนึ่งที่อาจจะเป็นผู้วิวัฒนาการ!

นี่มันเรื่องใหญ่!

เขารีบสั่งให้ตามหาคนๆ นั้นทันทีก่อนจะพาอีกฝ่ายมาที่ห้องทำงานของเขาเพื่อตรวจสอบ

“ซุนโย่วปิน นายวิวัฒนาการได้ความสามารถอะไรมา? ช่วยลองแสดงให้พวกเราดูหน่อยได้ไหม?”

หวังหยางพูดกับชายวัยกลางคนที่ชื่อว่าซุนโย่วปินตรงหน้าอย่างคาดหวังและอิจฉาเล็กน้อย

ส่วนคนที่อยู่ตรงหน้าหรือก็คือซุนโย่วปิน เมื่อมองดูสายตาทั้งหมดที่มองมาที่เขา เขาเองก็ประหม่าเล็กน้อย

แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ฐานลวี่หยวนเคยประกาศเอาไว้ว่า ผู้วิวัฒนาการที่เข้าร่วมกับฐานลวี่หยวนจะได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่าคนทั่วไป ดังนั้นเพื่อลูกชายของเขา เขาจึงหายใจเข้าลึกๆ แล้วบังคับตัวเองให้สงบลง

เขาจ้องมองหวังหยางและพูดอย่างแน่วแน่ว่า

“ผู้จัดการหวัง ความสามารถของผมคือการดมกลิ่น ผมสามารถดมกลิ่นได้ไกลถึงหนึ่งร้อยเมตร!”

หืม!?

หวังหยางและเจ้าหน้าที่ข้างๆ พากันตกตะลึงเล็กน้อย

นี่มันแตกต่างจากที่พวกเขาจินตนาการไว้เล็กน้อย ตอนแรกพวกเขาคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะมีความสามารถอย่างพละกำลังที่มหาศาลหรือความเร็ว...

แต่ความสามารถในการดมกลิ่นนี่...

ไม่ใช่ว่าเขาได้จมูกสุนัขมาหรอกนะ...

“ไม่เป็นไร ความสามารถของนายก็เป็นสิ่งที่ฐานของเราต้องการ นายสามารถแสดงมันให้พวกเราดูได้ไหม?”

หวังหยางก็ฟื้นสติกลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบลูกอมออกมาจากกระเป๋าเสื้อและวางไว้ตรงหน้าอีกฝ่าย

แล้วให้ซุนโย่วปินได้ดมกลิ่นก่อนจะให้เขาหลับตาแล้วให้เจ้าหน้าที่อีกคนในห้องเอามันไปซ่อน

หลังจากที่ซุนโย่วปินลืมตาขึ้นเขาก็หามันเจอได้อย่างง่ายดาย!

เป็นจมูกสุนัขจริงๆ ด้วย!

แค่กๆ

ต้องเรียกว่าความสามารถในการดมกลิ่น

หวังหยางก็สั่งให้อีกฝ่ายกลับไปทำงานต่อทันทีและหลังจากที่เขารายงานเรื่องนี้ให้ฉินจิ้นแล้ว เขาจะกลับมาแจ้งตำแหน่งงานใหม่และสวัสดิการเพิ่มเติมให้ทันที

“คุณซุน ขอแสดงความยินดีด้วย ในอนาคตถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คุณก็น่าจะกลายเป็นคนสำคัญคนหนึ่งของเรา!”

“รวมถึงลูกชายของคุณด้วยเพราะมันมีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะสามารถย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในฐานย่อยได้!”

ก่อนที่จะจากไป ซุนโย่วปินก็ได้ยินข่าวดีที่เขาต้องการได้รับมากที่สุด

เยี่ยม!

จบบทที่ ตอนที่ 295 : ผู้วิวัฒนาการคนใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว