- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 290 : ไว้ใจฉันได้
ตอนที่ 290 : ไว้ใจฉันได้
ตอนที่ 290 : ไว้ใจฉันได้
ตอนที่ 290 : ไว้ใจฉันได้
ในห้องทำงานของผู้นำ
ฉินจิ้นกำลังทำอะไรไม่ถูกจนไม่รู้เลยว่าเขาควรจะเอามือเอาเท้าของเขาไปวางไว้ที่ไหนดี ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็กลิ้งไปมาและดูไม่กล้าที่จะสบตากับจ้าวหลิงตรงหน้าเลย
“เอ่อ...ฉันขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”
แถมเขายังพูดคำพูดที่ฟังดูไร้ความรับผิดชอบออกมาอีก
จ้าวหลิงเองก็กำลังหน้าแดงก่ำเธอหอบหายใจและมองชายตรงหน้าด้วยความโกรธเล็กๆ
เมื่อครู่เธอเกือบจะถูกเขาจูบจนหมดสติไปแล้วนะ!
จูบเมื่อกี้นี้คาดว่าน่าจะกินเวลาไปไม่ต่ำกว่า 2 นาทีในตอนแรกเธอเองก็ประหลาดใจแต่ไม่นานเธอเองก็ปล่อยตัวไปกับเขา
ผลก็คือหลังจากนั้นเธอพบว่ามันดูไม่ค่อยถูกต้อง!
ภายใต้พละกำลังที่น่าสะพรึงกลัวของชายตรงหน้า เธอไม่สามารถที่จะดึงตัวออกมาได้เลย
ถ้าไม่ใช่เพราะสุดท้ายเธอทนไม่ไหวอีกต่อไปและทุบไหล่ของเจ้าท่อนไม้ตรงหน้าอย่างสุดแรง บางทีเธอก็อาจจะได้กลายเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตในวันนี้ไปแล้วก็ได้
ส่วนสาเหตุของการตายนั้นก็คงจะเป็น.....การขาดอากาศหายใจ
เจ้าท่อนไม้นี้......
แต่ความจริงแล้วเธอนั้นไม่ได้โกรธเลย อันที่จริงในใจเธอกลับแอบดีใจเสียด้วยซ้ำ
“ประธานฉิน ครั้งหน้าช่วยอ่อนโยนกับฉันหน่อยนะคะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ของวันพรุ่งนี้แน่”
ฉินจิ้นเมื่อได้ยินคำพูดของผู้หญิงตรงหน้า แม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่ภายใต้ความตื่นตระหนกเขาก็ยังคงรีบพยักหน้า
หืม?
นี่มันไม่ถูกต้อง?
อะไรคือครั้งหน้า!?
นี่เรากำลังเข้าใจอะไรกันผิดหรือเปล่า?
หรือว่า...เธอกำลังหมายถึงเรื่องที่น่าตื่นเต้นนั้น?
“เอ่อ....เอ่อ....ได้ยินมาว่าวันนี้เธอทำได้ดีมาก ไม่เพียงแต่เธอจะเจรจาแลกตัวประกันได้สำเร็จแต่เธอยังหลีกเลี่ยงความสูญเสียของฝ่ายเราได้ ยังไงก็พยายามทำต่อไปนะการพัฒนาฐานของเราก็ขึ้นอยู่กับเธอด้วย”
ฉินจิ้นรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีเขาเกาหัวก่อนจะหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาและทำท่าเหมือนกับกำลังทำงานอย่างจริงจังโดยไม่สนใจเรื่องของหัวใจอีก
“......”
จ้าวหลิงพูดไม่ออก
“พรูด...”
สุดท้ายเธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาและอดไม่ได้ที่จะขำกับการแสดงออกของเจ้าท่อนไม้ตรงหน้า
ฉินจิ้นที่เย็นชาและไร้ความปรานีในสายตาของคนอื่น ก็คงจะมีแต่เธอที่ได้เห็นเขาในด้านนี้
“เอาล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะคะ คุณเองก็ระวังมือของตัวเองด้วย คืนนี้ถ้าจะให้ดีก็อย่าโดนน้ำล่ะ ด้วยร่างกายของคุณพรุ่งนี้ก็คงจะหายแล้ว~”
จ้าวหลิงมองออกว่าฉินจิ้นยังไม่คิดที่จะพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองคนในตอนนี้
ดังนั้นในเมื่อเขายังไม่พร้อมเธอเองก็จะไม่กดดัน
เพราะการกระทำของเจ้าท่อนไม้ในวันนี้ก็ถือว่าเกินความคาดหมายของเธอไปมากแล้ว!
และความต้องการของเธอเองก็ไม่ได้สูงอะไรด้วย
สำหรับผู้ชายแบบนี้และในยุคแบบนี้ การที่เธอได้มีพื้นที่ในใจของเขาก็นับว่าไม่ง่ายแล้ว
ดังนั้นขอแค่สามารถยืนอยู่ข้างๆ เขาได้เธอเองก็พอใจแล้ว
“แล้วก็ประธานฉินคะ อย่าลืมเช็ดลิปสติกที่ปากด้วยนะคะ คิกๆ บ๊ายบาย”
สุดท้ายเธอก็ทิ้งประโยคหนึ่งไว้ให้ฉินจิ้นก่อนจะโบกมืออย่างยิ้มแย้มและถือกล่องยาเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“......”
ฮู
เมื่อมองดูแผ่นหลังของจ้าวหลิงที่เดินจากไปอย่างสง่างาม ฉินจิ้นก็หาทิชชู่มาเช็ดปากของเขาและในที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เมื่อครู่เขาเกือบจะฆ่าเธอโดยไม่ได้ตั้งใจไปแล้ว
น่าอายจริงๆ
ดูเหมือนว่าเขาจะยังควบคุมตัวเองได้ไม่ดีพอ
และเขาเองก็ยอมรับด้วยว่าเมื่อครู่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจความรู้สึกของจ้าวหลิงที่มีต่อเขา
เพียงแต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมในใจลึกๆ ของเขายังคงมีเสียงอีกเสียงหนึ่งโผล่ขึ้นมา
เฮ้อ
เรื่องพวกนี้รับมือยากกว่าการฆ่าซอมบี้เป็นล้านจริงๆ!
ฉินจิ้นถูหน้าตัวเองอย่างแรงและโยนความคิดที่วุ่นวายออกจากสมองก่อนจะกลับมาทำงานอีกครั้ง
ฐานของเขายังสร้างไม่เสร็จและในวันนี้มันก็เกือบจะถูกคนอื่นตีจนแตก ดังนั้นตอนนี้มันจึงยังไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาคิดถึงเรื่องของหัวใจ
น่าอายจริงๆ!
รีบกลับมาทำงานดีกว่า!
ช่วงใกล้ค่ำ
ที่ประตูใหญ่ของฐานหลัก
ขบวนรถที่ยาวเหยียดก็ปรากฏขึ้นในสายตาของคนที่เข้าเวรอยู่
คนที่เข้าเวรอยู่ก็ได้รับข่าวจากวิทยุสื่อสารล่วงหน้าแล้วว่าหลี่ปั๋วเหวินกับจงอวี่ที่ออกเดินทางไปสองวันในที่สุดก็กลับมาแล้ว!
ขบวนรถนี้ก็คือกลุ่มของหลี่ปั๋วเหวินที่ไปขนอาวุธมาจากเมืองอวี๋!
พวกเขาอาศัยอากาศที่ค่อนข้างดีในวันนี้และเวลาอีกเกือบทั้งวันในการขนอาวุธทั้งหมดกลับมาฐานลวี่หยวน!
ไม่นานประตูใหญ่ชั้นนอกของฐานหลักและฐานย่อยก็เปิดออกตามลำดับและให้ขบวนรถที่กลับมาถึงเข้าไปในพื้นที่กักกันทีละคัน
หืม!?
หลี่ปั๋วเหวินที่คุ้มกันขบวนรถขนอาวุธเข้ามาในเขตกักกันของฐานย่อยก็มองเห็นร่องรอยของการระเบิดและกระสุนบางส่วนข้างประตูใหญ่เขาจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาจำได้ว่าฐานย่อยนั้นเพิ่งจะสร้างเสร็จและมันก็ยังไม่เคยผ่านการต่อสู้อะไรมาเลย?
หรือว่าวันนี้ฐานของพวกเขาพบกับคลื่นซอมบี้อีกแล้วแถมยังมีการต่อสู้อย่างหนักจนถึงขั้นที่ต้องใช้ระเบิด?
ด้วยความสงสัย พวกเขาก็ทยอยขับรถเข้าไปในเขตกักกันทั้งสองแห่ง
“อะไรนะ!!?”
“วันนี้มีคนฉวยโอกาสโจมตีตอนที่ฐานว่างเปล่าแถมยังเกือบจะตีฐานของเราจนแตกและยึดไปได้!?”
หลังจากที่กักกันเสร็จและได้พูดคุยกับคนในฐาน หลี่ปั๋วเหวินและจงอวี่ต่างก็ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้และต่างก็ตกใจจนอ้าปากค้าง!
เป็นไปได้ยังไง!?
ฐานลวี่หยวนที่พวกเขาเคยคิดว่าแข็งแกร่งอย่างมากและปลอดภัยจนไม่มีที่ไหนเทียบได้ กลับถูกคนวางแผนโจมตีจนเกือบยึดไปได้!
แถมพวกเขายังได้ยินด้วยว่า ถ้าไม่ใช่เพราะฉินจิ้นที่กลับมาได้ทันเวลาพอดีก็มีความเป็นไปได้สูงที่ฐานจะถูกคนกลุ่มนั้นหลอกและนำของที่เจรจาไว้หลบหนีออกไปจากเมืองเหมินถังและกลายเป็นภัยคุกคามในอนาคตของพวกเขา
“คนพวกนั้นอยู่ที่ไหน!? ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”
เมื่อได้ยินว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น คนที่เพิ่งจะกลับมาต่างก็อยากจะพุ่งตัวออกไปฆ่าคนเหล่านั้นทันที
หวังหยางกับพ่อฉินที่รับผิดชอบการส่งมอบของก็อธิบายสถานการณ์ให้หัวหน้าทีมทั้งสองฟัง
“บ้า! พรุ่งนี้ฉันจะนำคนออกไปไล่ล่าไอ้สารเลวพวกนี้เอง!”
จงอวี่ก็กำหมัดแน่นและตะโกนออกมาอย่างโกรธแค้น
เขาโกรธมากจริงๆ!
ความรู้สึกที่ถูกคนบุกมาถึงบ้านและขี้บนหัวโดยตรงแบบนี้ไม่ว่าใครก็ต้องอึดอัดอย่างมาก!
เมื่อไหร่กันที่พวกเขาต้องถูกคนอื่นรังแกแบบนี้!?
หนี้เลือดต้องชำระด้วยเลือด!
“ส่วนศัตรูที่ยังมีชีวิตอยู่ก็กำลังถูกขังไว้อยู่ในห้องสอบสวนในฐานหลัก!”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเกาเฉียงที่ยืนเงียบๆ อยู่ข้างๆ!
“เกาเฉียง คืนนี้มีงานให้นายทำแล้ว!”
สำหรับงานแบบนี้ทุกคนรู้ดีว่ามันเหมาะกับใคร
เกาเฉียงที่ฟังอยู่ตลอดเมื่อได้ยินว่าฐานของพวกเขาถูกโจมตี ดวงตาที่เคยเฉยเมยก็ปรากฏความหวั่นไหวอีกครั้ง
ในตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดของคนอื่นๆ เขาก็ไม่ได้เงียบอีกต่อไป
เขาพูดด้วยเสียงที่เบาและแหบแห้งตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งก่อนว่า
“ไว้ใจฉันได้!”