เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 270 : รุ่งอรุณ

ตอนที่ 270 : รุ่งอรุณ

ตอนที่ 270 : รุ่งอรุณ


ตอนที่ 270 : รุ่งอรุณ

ตอนสี่ทุ่ม

ห้องประชุมของฐานลวี่หยวน

ผู้จัดการฝ่ายต่างๆ ก็กลับมานั่งล้อมรอบโต๊ะประชุมอีกครั้ง

บรรยากาศในห้องก็ยังคงหนักอึ้ง เฮลิคอปเตอร์ที่ถูกส่งออกไปเมื่อครู่ก็กลับมาหมดแล้วและไม่มีอะไรคืบหน้าเลย

หรืออาจจะพูดได้ว่าพวกเขาไม่พบอะไรเลย

“ทุกคนอย่ากังวลเกินไป อย่างน้อยการที่พวกเราไม่พบว่าเฮลิคอปเตอร์ที่อาจิ้นนั่งออกไปนั้นตก พวกเราก็พอจะคาดเดาได้ว่าอาจิ้นอาจจะยังมีชีวิตอยู่และติดอยู่ที่ไหนสักแห่ง”

พ่อฉินทำลายความเงียบในห้องประชุมก่อน

คำพูดของเขามีน้ำหนักในระดับหนึ่ง

“ใช่แล้ว! ทุกคนกลับไปพักผ่อนหรือทำงานของตัวเองกันก่อนเถอะ ฉันเองก็เชื่อว่าอีกไม่นานประธานฉินก็จะกลับมา!”

หวังหยางเองก็ลุกขึ้นยืนและพูด

คนอื่นๆ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นและทำได้เพียงลุกจากที่นั่งอย่างเงียบๆ และกลับไปยังที่ของตัวเอง

ไม่มีใครกลับไปนอนพักผ่อนจริงๆ

เพราะทุกคนไม่เคยคิดเลยว่าการที่ผู้นำของพวกเขาไม่อยู่ที่ฐานจะทำให้ในใจของทุกคนรู้สึกไม่สบายใจได้ขนาดนี้

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะพวกเขาเคยชินกับการมีคนที่แข็งแกร่งนำและปกติแล้วพวกเขาก็จะนอนรอแต่ชัยชนะดังนั้นพอพวกเขาไม่มีเสาหลักให้พึ่งพิงมันจึงไม่แปลกที่จะเกิดความวุ่นวาย

ในตอนนี้พวกเขาทุกคนต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง พวกเขากลับไปทำงานของตัวเองหรือไม่ก็กลับไปพักผ่อนและพยายามควบคุมคนของตัวเองไม่ให้ก่อความวุ่นวาย

ส่วนฝ่ายรักษาความปลอดภัยพวกเขาออกมาทำงานกันทั้งหมดและพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในฐานหลัก

พ่อฉินเองก็ออกไปควบคุมฝ่ายต่อสู้และฝ่ายรักษาความปลอดภัยด้วยตัวเอง

เมื่อตอนบ่ายหลิวเหวินฮ่าวที่ออกไปทำงานที่เมืองชานก็นำถ่านหินกลับมาแล้ว ดังนั้นในตอนนี้ฐานลวี่หยวนจึงถือว่ามีทีมต่อสู้อยู่ถึงสองทีมและกำลังรบก็ถือว่าฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว

ส่วนฉินจิ้นนั้นก็ไม่ได้รู้เลยว่าการกระทำตามอำเภอใจของเขานั้นจะทำให้เกิดผลกระทบแบบนี้

แต่ต่อให้รู้เขาก็จะไม่เสียใจ ฐานลวี่หยวนก็เติบโตมาถึงขนาดนี้แล้ว อย่างน้อยมันก็ไม่ควรที่จะพังทลายลงเพียงเพราะเขาไม่อยู่ถูกไหม และนั่นก็ไม่ใช่ฐานที่เขาต้องการอีกด้วย

ดังนั้นค่ำคืนนี้จึงยังต้องดำเนินไปอีกยาวนาน

แต่สำหรับบางคนแล้วมันกลับเป็นคืนที่นอนหลับไม่ลงเลย

เมืองอวี๋

ภูเขาต้าเหลียงซาน

สายฝนที่ตกลงมาตั้งแต่ตอนบ่ายก็ยังไม่เบาลงท้องฟ้ายังคงเทน้ำฝนลงมาอย่างต่อเนื่อง

ทีมจากฐานลวี่หยวนที่อยู่ในภูเขาก็ยังไม่สามารถออกไปขนกระสุนและของต่างๆ ขึ้นรถได้

“บ้าเอ๊ย! ฉันไม่ได้เห็นฝนตกหนักขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ มันคงจะหลายปีได้แล้วใช่ไหม!?”

“หลังจากวันสิ้นโลกเริ่มขึ้นอากาศนี่ก็แปลกไปจริงๆ สภาพอากาศที่ปกติจะไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆ ก็กลับกลายเป็นของปกติไปแล้ว”

จงอวี่ยืนเข้าเวรที่ปากถ้ำและมองดูสายฝนที่ยังคงตกปรอยๆ และอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา

ตอนนี้ก็เป็นเวลา 5 ทุ่มแล้วสมาชิกในทีมส่วนใหญ่จึงกำลังนอนพักผ่อนกันอยู่และทุกๆ สองชั่วโมงก็จะมีคนมาเข้าเวรแทนที่ปากถ้ำ

แต่อาจจะเป็นเพราะเสียงฝนที่ดังเกินไปหรืออาจจะเป็นเพราะที่นี่อยู่ห่างไกลเกินไป หลังจากที่เข้าสู่ช่วงกลางคืนจนถึงตอนนี้ก็มีซอมบี้เพียงแค่สี่ห้าตัวที่มาถึงที่นี่และถูกหน้าไม้และมีดพร้าจัดการได้อย่างง่ายดาย

แต่นั่นก็ช่วยให้พวกเขาประหยัดแรงไปได้เยอะ

ไม่อย่างนั้นถ้าจำนวนของซอมบี้มีมากเกินไป พวกเขาก็อาจจะต้องพิจารณาที่จะย้ายที่พักแรมกันแล้วเพราะยังไงซะการถูกปิดล้อมในถ้ำก็มีความเสี่ยงไม่น้อยเลย

“อีกสองสามชั่วโมงถ้าฝนยังไม่หยุด งั้นพวกเราก็ค่อยกลับตอนมะรืนนี้กันเถอะ การเดินทางแล้วหาที่พักแรมเอาหน้างานมันก็ไม่ง่ายเลย”

“แต่ถ้าก่อนฟ้าสางฝนหยุดตก งั้นพวกเราก็จะยังมีเวลาขนของและมีโอกาสที่จะกลับไปที่ฐานได้ในวันพรุ่งนี้”

ข้างๆ จงอวี่ก็มีเสียงของหลี่ปั๋วเหวินดังขึ้นมา

เขาตื่นขึ้นมาแล้วและกำลังมาเข้าเวรแทน

หลังจากที่กินอาหารและพักผ่อนแล้วและยังได้นอนไปสองสามชั่วโมงเขาก็ดีขึ้นมากแล้ว

ร่างกายที่วิวัฒนาการแล้วของเขาก็นับว่าดีกว่าคนธรรมดาไม่น้อยเลย

ในตอนนี้แม้จะยังไม่ถึงเวรของเขา แต่เขาก็ถือโอกาสนี้มาพูดคุยกับจงอวี่ได้

“เหล่าหลี่”

จงอวี่ก็ทักทายหลี่ปั๋วเหวินอย่างคุ้นเคย

ปากถ้ำนี้ค่อนข้างใหญ่ ต่อให้ทั้งสองคนยืนเรียงกันก็ยังไม่รู้สึกอึดอัด เพราะยังไงซะเมื่อก่อนที่นี่ก็เคยถูกใช้สำหรับขนอาวุธและกระสุนดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกสร้างให้เล็กจนเกินไป

ทั้งสองคนจ้องมองม่านฝนพร้อมกันและที่ประตูก็มีรั้วเหล็กหนาหลายชั้นที่ถูกติดตั้งไว้ชั่วคราวเพื่อป้องกันซอมบี้ที่อาจจะเข้ามา

“เหล่าหลี่ การเป็นผู้วิวัฒนาการมันเป็นยังไงบ้าง? บอกฉันหน่อยได้ไหม ฉันเองก็อยากจะเป็นผู้วิวัฒนาการเหมือนกัน”

จงอวี่ที่พูดมากก็อดไม่ได้ที่จะทำลายความสงบและถามเพื่อนของเขา

ไม่มีใครที่ไม่สงสัยในพลังของผู้วิวัฒนาการ หรืออาจจะพูดได้ว่าคนส่วนใหญ่ต่างก็อยากจะเป็นผู้วิวัฒนาการทั้งนั้น

ตอนนี้ในฐานก็มีการยืนยันแล้วว่าพวกเขามีผู้ที่วิวัฒนาการแล้วอยู่ 3 คนซึ่งก็คือประธานฉิน หลี่ปั๋วเหวินและหลินจื้อเจี๋ยที่ถูกเก็บกลับมา

“อืม ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องอธิบายยังไง ฉันก็แค่รู้สึกว่าตัวเองมีแรงมากขึ้นและทั้งตัวก็เบาขึ้นไม่น้อย”

คำตอบที่หลี่ปั๋วเหวินให้อาจจะไม่มากนัก แต่อันที่จริงนี่ก็เป็นความรู้สึกของเขาเอง เขาเป็นแค่ผู้วิวัฒนาการด้านพละกำลัง แน่นอนว่าเขาย่อมไม่มีความรู้สึกที่พิเศษอะไร

“เหล่าหลี่จู่ๆ นายก็กลายเป็นผู้วิวัฒนาการ นายมีวิธีลับอะไรไหม แอบบอกฉันหน่อยสิ! ครั้งหน้าฉันจะแนะนำสาวสวยให้รู้จักเลยนะ~”

จงอวี่ยังไม่ยอมแพ้

เมื่อก่อนทุกคนในฐานก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยพูดคุยเรื่องนี้ เพียงแต่หลี่ปั๋วเหวินและหลินจื้อเจี๋ยก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมตัวเองถึงวิวัฒนาการได้

“……”

สำหรับคำถามของจงอวี่ หลี่ปั๋วเหวินก็ทำได้แค่พูดไม่ออก

และดูเหมือนจงอวี่จะคาดการณ์ไว้แล้ว เขาจึงไม่ได้ผิดหวังอะไร

เพราะถ้ามันง่ายขนาดนั้น เขาก็เชื่อว่าพี่น้องที่ดีของเขาอย่างฉินจิ้นก็คงจะไม่ปิดบังไว้แน่

“น่าเสียดาย~ถ้าฉันสามารถเป็นผู้วิวัฒนาการได้ก็ดี ถ้าให้ฉันได้วิวัฒนาการความสามารถในการล่องหนหรือความสามารถในการบินได้ก็คงจะไม่เลว! หรืออย่างน้อยก็ให้ฉันได้วิวัฒนาการความสามารถในการมองทะลุหรือควบคุมลมได้ฉันก็ดีใจแล้ว”

เมื่อนึกถึงความฝันที่เขาใฝ่ฝันมาโดยตลอด จงอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา

“……”

หลี่ปั๋วเหวินอยากจะบ่นออกมา แต่เขาก็ยังคงกดคำพูดเอาไว้

เหล่าจงนี่นายเป็นอะไรไป!?

ทำไมนายถึงมีแต่ความคิดแปลกๆ แบบนี้!?

เขาที่เหนื่อยเกินกว่าจะมาบ่นเพื่อนร่วมทีมของตัวเอง เขาจึงหันหน้าหนีเพื่อซ่อนใบหน้าที่ดูจะเหนื่อใจนั้น

ประธานฉินเคยบอกพวกเขาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าสิ่งที่เรียกว่าการวิวัฒนาการที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้นั้น สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือมันเป็นการเปลี่ยนแปลงและการปรับปรุงบางส่วนของร่างกายมนุษย์เท่านั้น

ทุกสิ่งจะยังคงสภาพเดิมแต่ใช้งานได้ดีขึ้น

ส่วนการมองทะลุ ล่องหนและควบคุมลมนั้น...

น่าจะถูกเรียกว่าพลังในจินตนาการที่ไม่มีวันเป็นไปได้ซะมากกว่า

พลังทั้งสองแบบนี้ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย

"เหล่าหลี่ นายอย่าอิจฉาไปเลยนะ ถ้าในอนาคตฉันวิวัฒนาการได้พลังแบบนั้นขึ้นมาก็อย่าร้องไห้อิจฉาฉันล่ะ ฮ่าๆ"

จงอวี่เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีเสมอและคำพูดของเขาก็มักจะทำให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ รอบข้างเขารู้สึกผ่อนคลาย

แต่ถ้าเอาเกาเฉียงไปอยู่ในทีมของจงอวี่ล่ะก็?

เกาเฉียงคงได้มีความรู้สึกอยากซ่อมสมองของจงอวี่แน่ๆ!

คืนนี้ฝนก็ยังคงตกหนักต่อไปและไม่มีใครรู้เลยว่าวันพรุ่งนี้พวกเขาจะได้กลับไปฐานหรือไม่

เมืองเหมินถัง

เวลาประมาณตีห้า

ที่นี่ฝนก็ตกตลอดทั้งคืน แม้ว่าจะไม่หนักแต่ก็มากพอที่จะรู้สึกถึงความชื้นได้ทั้งตัว

และในที่สุดฝนก็หยุดตก!

เมฆดำบนท้องฟ้าเริ่มสลายตัวและฐานลวี่หยวนก็เหมือนกับได้หวนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง!

ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาและสว่างขึ้นช้าๆ

รุ่งอรุณกำลังมาถึง!

จบบทที่ ตอนที่ 270 : รุ่งอรุณ

คัดลอกลิงก์แล้ว