- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 255 : ปัญหา
ตอนที่ 255 : ปัญหา
ตอนที่ 255 : ปัญหา
ตอนที่ 255 : ปัญหา
นอกบ้านดิน
เมื่อมองดูชายหลายคนที่กำลังล้อมรอบตัวเอง เหยาเหล่ยและโจวซินก็ยังทำราวกับว่าพวกเธอยังมองไม่ออก
รอยยิ้มบนใบหน้าของโจวซินไม่ได้ลดลงเลยและเธอยังเปิดปากพูดกับชายจมูกงุ้มว่า
“วาดแผนที่ที่นี่เถอะค่ะ ฉันมีปากกา”
“แล้วก็—”
“ฉันแนะนำให้พวกนายเชื่อฟังเราจะดีกว่า”
“ใม่อย่างนั้น”
“พวกนายอาจจะเสียใจได้นะ”
ฮ่าฮ่าฮ่า---
เมื่อได้ยินคำพูดของโจวซิน ชายจมูกงุ้มและชายอีกหลายคนข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
พวกเธอไร้เดียงสาขนาดนี้ได้ยังไงกัน?
น่ารักเกินไปแล้ว!?
พวกเขาได้แต่สงสัยว่าทั้งสองสาวรอดชีวิตมาได้นานขนาดนี้ได้ยังไง
“เสียใจ!?”
“ไม่มีทาง!”
“แต่อีกเดี๋ยวพวกเธอน่าจะต้องเป็นฝ่ายที่เสียใจมากกว่า! พี่น้อง จับผู้หญิงสองคนนี้กลับเข้าไปในบ้านกัน!”
ชายจมูกงุ้มก็ยิ้มกว้างและสั่งให้เพื่อนของเขาจับพวกเธอและเขาก็ไม่ได้คิดที่จะพูดอะไรกับเหยาเหล่ยและโจวซินอีก
ก่อนหน้านี้เขาได้เห็นหญิงสาวสองคนที่แต่งตัวสะอาดสะอ้านและบนใบหน้าของพวกเธอก็ไร้ร่องรอยของความสกปรกหรือโทรมที่มักจะพบเห็นได้ตามผู้รอดชีวิตทั่วไปในวันสิ้นโลก
ใบหน้าของพวกเธอนั้นขาวแถมยังอมชมพู รูปร่างสูงโปร่งและสมส่วนแถมยังแผ่กลิ่นอายของความเยาว์วัยออกมา
เพียงเท่านี้มันก็แทบจะทำให้เขากระหายจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
และนี่ยังไม่ได้พูดถึงกระเป๋าที่พวกเธอกำลังสะพายอยู่ข้างหลังอีก มันมีความเป็นไปได้สูงที่ข้างในจะมีอาหาร!
แม้จะไม่รู้ว่าพวกเธอนั้นสามารถรักษาเนื้อตัวให้สะอาดแบบนี้ได้ยังไง แต่ขอแค่จับพวกเธอได้เขาก็จะสามารถสอบสวนพวกเธอย่างช้าๆ ได้ถูกไหม?
เมื่อมองดูพวกผู้ชายที่เข้ามาใกล้ สีหน้าของโจวซินก็เย็นชาลงและรอยยิ้มของเธอก็จางหายไปก่อนจะพูดกับเพื่อนสาวของเธอโดยไม่หันกลับไปมองว่า “ลงมือ!”
เธอเหวี่ยงกระเป๋าเป้ที่กำลังสะพายอยู่บนหลังและย่อตัวลงก่อนจะพุ่งตัวออกไปราวกับแมวป่าที่คล่องแคล่ว!
มีดสั้นเล่มหนึ่งที่ไม่รู้ว่ามาปรากฏขึ้นในมือของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ถูกฟันท่ามกลางสายตาที่ประหลาดใจของชายจมูกงุ้ม!
“ฉึก!”
ชายจมูกงุ้มรู้สึกได้ถึงความเย็นที่ข้อมือขวาและข้อเท้าขวาของเขาและไม่ถึงหนึ่งวินาทีต่อจากนั้น ความเจ็บปวดก็ไหลเข้ามาในสมองของเขา
“อ๊ากกกก!”
โจวซินยังไม่หยุดเพียงเท่านี้!
ในขณะที่ชายจมูกงุ้มกรีดร้องออกมา โจวซินก็หันไปพุ่งเข้าใส่ชายคนอื่นๆ ข้างๆ ก่อนจะฟันและแทงอย่างรวดเร็วจนทำให้เกิดบาดแผลสิบกว่าแผลบนร่างกายของชายสองคน!
ส่วนทางฝั่งของเหยาเหล่ยเธอก็ไม่ได้ว่างงาน ปืนพกกระบอกหนึ่งที่ไม่รู้ว่าปรากฏขึ้นบนมือของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ถูกยกขึ้นมาเล็งก่อนจะยิงออกไปสองนัดและกระสุนสองนัดนั้นก็พุ่งเข้าไปที่เข่าของชายอีกสองคนที่เหลือที่กำลังจะพุ่งเข้ามา!
สถานการณ์ก็พลิกผันในทันที!
ชายฉกรรจ์ห้าคนก็ล้มลงบนพื้นและร้องโอดโอย!
ชายหนุ่มที่อยู่ไกลออกไปก็มองดูฉากนี้อย่างตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
ทั้งสองคนนี้เป็นใครกันแน่!?
แน่นอนว่าพวกเขาไม่รู้เลยว่า เหยาเหล่ยและโจวซินได้ผ่านการฝึกฝนมาตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงภัยพิบัติความหนาวเย็นที่อยู่พวกเธอมักจะต้องอยู่ในฐานและฝึกฝนอย่างหนักตลอดทุกวัน ฝีมือของพวกเธอจึงเหนือกว่าคนธรรมดามากแล้ว
ดังนั้นสำหรับพวกผู้ชายที่กินไม่อิ่มจนร่างกายผอมแห้งแรงน้อยแบบนี้ ต่อให้มากันอีกเท่าตัว พวกเธอก็ยังสามารถอาศัยฝีมือของพวกเธอในปัจจุบันในการจัดการพวกเขาได้!
โจวซินถือมีดสั้นที่เปื้อนเลือดและเช็ดมันกับเสื้อผ้าของชายจมูกงุ้มและถามด้วยใบหน้าที่ราวกับเมื่อกี้เธอไม่ได้ทำอะไรว่า
“ฉันบอกแล้วว่าพวกนายจะเสียใจ”
“ดังนั้นตอนนี้ช่วยชี้ทางให้หน่อยได้ไหมคะ? ที่รัก~”
เมื่อพูดประโยคสุดท้าย เธอก็ยิ้มและใช้มีดสั้นที่สะอาดขึ้นมากตบไปที่ใบหน้าของชายจมูกงุ้ม
ชายจมูกงุ้มและพรรคพวกคนอื่นๆ จะเคยเห็นฉากนี้จากที่ไหนกัน?
ความเจ็บปวดและความกลัวก็ครอบงำหัวใจของเขาและเขายังรู้สึกได้ถึงการสัมผัสของมีดสั้นที่เย็นบนใบหน้าและเหงื่อเย็นก็ไหลออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ผม…พวกเราไม่รู้ พวกเราก็เพิ่งจะมาที่นี่เพื่อหลบภัยเมื่อไม่นานมานี้…คุณผู้หญิง…ได้โปรดไว้ชีวิตพวกเราเถอะ…”
คำพูดที่ขาดๆ หายๆ ก็ดังออกมาจากปากของเขาและไม่มีความมั่นใจและอบอุ่นเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
ฉึก!
“อ๊ากกกก!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา โจวซินก็ไม่มีการลังเลแม้แต่น้อยและแทงมีดเข้าไปที่ต้นขาของเขาทันที!
ความเจ็บปวดที่ชายจมูกงุ้มเพิ่งจะกดลงไปได้ก็กลับมาครอบงำอีกครั้งและทำเขากรีดร้องเสียงดัง!
“ฉันแนะนำให้พวกนายอย่าส่งเสียงดังเกินไปนะ เพราะถ้านายดึงดูดซอมบี้มา คนที่ลำบากก็จะเป็นพวกนายเอง”
“ให้ความร่วมมือหน่อยสิ บอกทุกอย่างที่รู้มาเถอะ”
ประโยคแรกของเธอไม่เพียงแต่จะพูดกับชายจมูกงุ้ม แต่เธอยังลุกขึ้นยืนและพูดกับชายคนอื่นๆ ที่ยังคงครวญครางและร้องโอดโอยอยู่ข้างๆ
ถ้าพวกเขาดึงดูดซอมบี้เข้ามาจริงๆ ถ้าพวกมันมีจำนวนไม่มากพวกเธอก็ยังสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าจำนวนของพวกมันมากเกินไป พวกเธอก็ทำได้แค่ทิ้งคนเหล่านี้และหนีเอาชีวิตรอด
เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า คนรอบข้างก็กดเสียงร้องลงและไม่กล้าที่จะส่งเสียงอีกต่อไป
“ซินซิน รีบถามให้เสร็จเถอะ ถ้าไม่มีผลลัพธ์อะไร พวกเราจะได้กลับไปหาพวกหัวหน้าทีม”
เหยาเหล่ยที่ถือปืนพกคอยควบคุมสถานการณ์และรอเฝ้าระวังพื้นที่รอบๆ ก็พูดออกมา เธอคิดว่าเมื่อครู่นี้มีเสียงดังไม่น้อยแถมยังมีกลิ่นเลือดที่เริ่มกระจายออกมา ดังนั้นไม่เร็วก็ช้ามันก็จะต้องมีซอมบี้ที่ถูกดึงดูดเข้ามาอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าโจวซินย่อมรู้เรื่องนี้ดี
เธอหยิบมีดสั้นขึ้นมาตบไปที่ใบหน้าของชายจมูกงุ้มอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้เขากลับไม่ยอมพูดอะไรออกมา ดังนั้นเธอจึงจ้องมองเขาก่อนจะเริ่มนับถอยหลังออกมา
“สาม”
“สอง”
…
ชายจมูกงุ้มไม่รู้ว่าเมื่อเธอนับถึงหนึ่งหรือศูนย์มันจะเกิดอะไรขึ้น แต่เขาไม่อยากจะรู้อย่างแน่นอน!
“พูดแล้ว! ฉันพูดแล้ว! พวกเราเป็นกลุ่มผู้รอดชีวิตที่เพิ่งจะหาที่นี่เจอเมื่อไม่นานมานี้! พวกเราแค่อยากจะหลบซอมบี้ในเมือง ดังนั้นเราจึงมาหลบอยู่ในชนบทที่ห่างไกลแบบนี้!”
เขาพูดออกมาด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะพูดได้ แต่มีดสั้นของโจวซินก็ยังไม่หยุดและยังคงตบไปที่แก้มขวาของเขา
ชายจมูกงุ้มรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่พอใจเขาจึงรีบพูดทุกอย่างที่รู้ต่อไป
“พวกเราไม่ใช่คนของที่นี่…แต่เหวยซานที่อยู่ข้างๆ ต่างหาก…บ้านเกิดของเขาอยู่ที่นี่ เขาเป็นคนพาพวกเรามา…”
เมื่อได้ยินดังนั้น โจวซินก็หยุดมีดสั้นและลุกขึ้นยืนและมองไปยังชายหนุ่มที่หลบอยู่ที่มุมกำแพงและสังเกตการณ์สถานการณ์
“นายมานี่ แล้วบอกข้อมูลมา”
เธอใช้มีดสั้นชี้ไปที่เหวยซานหรือก็คือชายหนุ่มคนนั้นที่เมื่อครู่พยายามที่จะไล่ให้พวกเธอออกไปและไม่ได้ทำตัวเหมือนกับชายคนอื่นๆ ที่เข้ามาล้อมรอบตัวพวกเธอและอยากจะจับตัวพวกเธอสองคน ดังนั้นพวกเธอจึงไม่ได้คิดที่จะจัดการเขา
เหวยซานเมื่อมองดูสายตาทั้งหมดที่มองมาที่เขา เขาก็รู้ว่าแล้วว่าตัวเองหนีไม่พ้นแน่ แถมต้องไม่ลืมว่าหนึ่งในผู้หญิงสองคนตรงหน้ายังมีปืนพกอยู่ในมืออีก!
เขาจะกล้าไม่ทำตามได้อย่างไร?
เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นและเดินเข้ามาอย่างระมัดระวังและมายืนอยู่หน้าโจวซินแล้วก็กลืนน้ำลายและไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป
“พวกเขาเป็นใคร? มีความสัมพันธ์อะไรกับนาย? ได้ยินมาว่านายเป็นคนที่นี่? ช่วยชี้ทางให้พวกเราหน่อยได้ไหม?”
เธอโยนคำถามออกมาเป็นชุดโดยตรง โจวซินก็ไม่ได้พูดจาดีอีกต่อไป เพราะพวกเธอต้องการที่จะรีบออกไปจากที่นี่
เหวยซานก็กลืนน้ำลายอีกครั้งและมองดูหญิงสาวทั้งสองที่ดูกล้าหาญและพูดอย่างตะกุกตะกักว่า
“ผมชื่อเหวยซาน ผมเป็นคนที่นี่จริงๆ เมื่อก่อนผมอาศัยอยู่ในตัวเมืองอวี๋ แต่ที่นั่นซอมบี้เยอะเกินไปและก็ยากที่จะหาของกินแล้วด้วย ดังนั้นเมื่อไม่นานมานี้ผมจึงคิดหาวิธีหนีกลับมาที่บ้านเกิด”
เมื่อเห็นคนอื่นๆ ยังคงรอให้เขาพูดต่อไป เขาก็ไม่กล้าที่จะล่าช้าและดูเหมือนเขาจะพูดคล่องได้คล่องขึ้นและเร็วขึ้น
“ผมกับพวกเขาเจอกันระหว่างทางกลับมา พวกเขาอยากจะกลับมาที่ชนบทเพื่อหลบภัยด้วยกัน”
“เมื่อครู่ผมได้ยินทุกอย่างแล้ว ภูเขาต้าเหลียงซานที่พวกคุณจะไปผมจำตำแหน่งคร่าวๆ ของมันได้ ตอนเด็กๆ ผมเคยไปเล่นที่นั่น ผมสามารถบอกทางให้ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้นเหยาเหล่ยและโจวซินก็ตาเป็นประกาย ในที่สุดก็หาเจอแล้ว!
“งั้นคำถามสุดท้าย”
“ตอนแรกทำไมนายถึงบอกให้พวกเราจากไป?”