- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 250 : ง้าวใหญ่
ตอนที่ 250 : ง้าวใหญ่
ตอนที่ 250 : ง้าวใหญ่
ตอนที่ 250 : ง้าวใหญ่
ภายในห้อง
ฉินจิ้นมองดูวัตถุขนาดใหญ่ที่ถูกผ้าคลุมไว้ตรงหน้าและเมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ซู่ เขาก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้
ใช่แล้ว ปลายปีที่แล้วเขาเคยคิดที่จะสร้างอาวุธเย็นที่เหมาะกับเขา
หลังจากที่มอบหมายให้หลี่ซู่สร้างมันขึ้นมาแล้ว เขาก็ลืมเรื่องนี้ไปสนิท
“ทำเสร็จแล้วงั้นเหรอ?”
เขาพึมพำและมองหลี่ซู่ข้างๆ ที่ทำท่าเชิญและเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการให้เขาไปเปิดผ้าคลุมเอง
เขาก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวและเมื่อมาถึงข้างๆ แท่น เขาก็จับที่มุมของผ้าคลุมแล้วดึงอย่างแรง!
พรึ่บ!
ภายใต้แสงไฟบนเพดาน สิ่งที่วางอยู่บนแท่นนั้นก็คือง้าวขนาดใหญ่ที่ยาวกว่าสองเมตรและมีประกายเย็นเยียบที่ให้ความรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง!
“เราทำตามที่คุณต้องการแล้วและในที่สุดเราก็สร้างง้าวขนาดใหญ่นี้ได้สำเร็จ! ง้ามเล่มนี้เมื่อรวมกับความยาวของด้ามจะมีความยาวอยู่ที่ 2.49 เมตรและหนัก 235 ชั่ง (117.5 กิโลกรัม) ส่วนที่เป็นคมมีดยาว 78 เซนติเมตร เราใช้เหล็กอัลลอยที่แข็งที่สุดในฐานมาสร้างมันและมันยังผ่านการชุบแข็งอีกหลายครั้งด้วย!”
“พวกเรายังได้ทดสอบความแข็งของมันแล้ว ต่อให้ใช้แรงกดสองตันกดลงไปใบมีดก็ยังไม่บิดเบี้ยวเลยแม้แต่น้อย”
“แต่เนื่องจากมันหนักเกินไป พวกเราเลยต้องใช้คนจำนวนมากถึงจะยกขึ้นไปวางไว้บนแท่นได้”
เมื่อพูดประโยคสุดท้ายจบ หลี่ซู่ก็เกาหัวอย่างอายๆ และสัมผัสได้ถึงความอ่อนแอของร่างกายของเขา
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าทำไมฉินจิ้นถึงได้สั่งให้เขาสร้างอาวุธที่ไม่น่าจะเป็นของมนุษย์ชิ้นนี้ขึ้นมา แต่เขาก็ยังทำตามคำสั่งนั้นและคิดว่าบางทีฉินจิ้นอาจจะอยากนำไปทำเป็นของเก็บสะสมก็ได้
ฉินจิ้นมองมันอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่งและมองดูใบดาบง้าวที่ประณีตนี้และอารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นในทันที
ผู้ชายคนไหนบ้างที่ไม่ชอบความรู้สึกของการได้โอ้อวด?
เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและยื่นมือขวาออกไปและจับที่กลางด้ามง้าวขนาดใหญ่ตรงหน้าท่ามกลางสายตาที่ประหลาดใจของหลี่ซู่
เขาคงจะไม่ได้ยกมันขึ้นมาใช่ไหม!?
หลี่ซู่ที่กำลังจะบอกให้ฉินจิ้นระวังเพราะง้าวเล่มนี้หนักจนน่ากลัวและหากไม่ระวังแล้วทำหล่นใส่แขนขาขึ้นมามันจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอย่างแน่นอน!
แต่หลังจากนั้น
เขาก็ได้เห็นผู้นำของตัวเองใช้มือยกง้าวเล่มใหญ่ที่พวกเขายังต้องใช้คนหลายคนช่วยกันยกขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ!!!
ยกขึ้นได้ด้วยมือเดียว!!
ฉินจิ้นใช้มือขวาชั่งน้ำหนักของง้าวเล่มใหญ่ น้ำหนักสองร้อยกว่าชั่งนั้นไม่น้อยเลย แต่ภายใต้พละกำลังที่ผิดมนุษย์ของเขาก็ยังสามารถยกมันขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
เขาหมุนข้อมืออย่างแรงและลองสลับมันถือทั้งมือซ้ายและมือขวา จนง้าวทั้งเล่มหมุนอย่างรวดเร็วจนมีเสียงผ่าอากาศดังขึ้นให้ได้ยินอย่างชัดเจน!
“ตุ้บ!”
ไม่นานทั้งห้องก็สั่นสะเทือน!
เพราะในวินาทีสุดท้ายฉินจิ้นได้ใช้มือขวาของเขาจับด้ามของง้าวและตั้งมันลงบนพื้นแต่ด้วยน้ำหนักของตัวง้ามมันกลับทำให้พื้นกลายเป็นหลุมเล็กๆ ขึ้นมา!
“อืม น้ำหนักพอใช้ได้ ค่อนข้างถนัดมือเลยทีเดียว นายทำได้ดีมาก”
ฉินจิ้นพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะยิ้มและพูดกับหลี่ซู่ที่กำลังยืนตะลึงอยู่ข้างๆ
ส่วนหลี่ซู่ที่ถูกทำให้ตกใจก็สมองว่างเปล่าไปแล้ว
เมื่อกี้เขายังสามารถรู้สึกได้ถึงแรงลมที่รุนแรงที่เกิดจากการที่ง้าวเล่มนั้นผ่าอากาศอยู่เลย!
มันแรงซะจนผ้าคลุมบนพื้นก็ยังถูกพัดจนลอยไปข้างๆ!
เจ้านายของฉัน!
เขายังเป็นคนอยู่หรือเปล่าเนี่ย!?
เขาอยากจะถามคำถามนี้ต่อหน้าฉินจิ้น
แต่สุดท้ายเหตุผลก็เอาชนะความอยากรู้อยากเห็นและความตกใจได้
“เอ่อ…คุณชอบก็ดีแล้วครับ…”
เขาถึงกับใช้คำสุภาพออกมา
แน่นอนว่าฉินจิ้นไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้เพราะเขากำลังมองของเล่นชิ้นใหม่นี้และกำลังคิดว่าหลังจากนี้เขาจะเอาไปวางไว้ที่ไหนดี
คิดออกแล้ว!
งั้นก็ย้ายแท่นนี่ไปวางไว้ที่ห้องทำงานของฉันเลยก็แล้วกัน!
ในฐานะผู้นำสูงสุดการเก็บของตกแต่งเพื่อเสริมบารมีก็สมเหตุสมผลไม่ใช่เหรอ
“ถ้ามีเวลาก็ช่วยทำปลอกเก็บใบมีดให้ฉันด้วยนะ เวลาออกไปข้างนอกจะได้พกพาได้สะดวกขึ้น”
หลี่ซู่ที่อยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าอย่างพูดไม่ออก
ท่านประธานพอใจผมก็ดีใจแล้ว
หลังจากดูสิ่งเหล่านี้แล้ว ฉินจิ้นก็พูดคุยกับหลี่ซู่อีกสักพัก หลังจากที่ไม่มีเรื่องอื่นแล้วเขาก็นำของเล่นใหม่ออกไป
หลังจากนี้หลี่ซู่กับลูกน้องของเขาก็จะทำแท่นวางสวยๆ ให้ใหม่แล้วจะตามไปส่งให้ที่ห้องทำงานของเขา
เมื่อกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเอง ฉินจิ้นก็วางง้าวพิงไว้ที่กำแพงด้านหนึ่งและเริ่มทำงานของวันอีกครั้ง
ปัญหาเรื่องปรสิตก็น่าจะจัดการได้ในสองวันนี้ แต่หลังจากนี้ผู้รอดชีวิตข้างนอกจะต้องเพิ่มความระมัดระวังและไม่ไปสัมผัสกับแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนอีกก็พอ
ในขณะเดียวกันบ่อน้ำเดิมในฐานลวี่หยวนเขาก็ได้บอกให้พ่อของเขาและบุคลากรคนอื่นๆ ให้ความใส่ใจกับมันเป็นพิเศษและห้ามไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอย่างเด็ดขาด
ส่วนทางฝั่งของฐานย่อยเขาก็ไม่ได้ลืมที่จะสร้างบ่อน้ำเพิ่มอีกแห่ง
ในตอนนี้พวกเขาก็เริ่มการขุดหลุมขนาดใหญ่ที่มีความจุประมาณ 80,000 ลูกบาศก์เมตรแล้ว
เพราะอีกไม่นานพวกเขาก็จะเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมแล้ว
ดังนั้นพวกเขาจะต้องเร่งทำงานก่อสร้างให้เสร็จเพื่อให้บ่อน้ำพร้อมสำหรับการกักเก็บน้ำในฤดูฝนให้เต็มที่
เพราะหลังจากวันสิ้นโลกมาถึงทุกฤดูร้อนโลกก็เหมือนกับตกไปอยู่ในนรกแห่งเปลวไฟ ดังนั้นฉินจิ้นจึงไม่อยากที่จะได้ยินคนพูดในอนาคตว่าพวกเขาไม่มีน้ำเหลือให้ใช้แล้ว
การสร้างฐานย่อยก็ยังคงดำเนินการต่อไปตามแผน
ฉินจิ้นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดโฟลเดอร์หนึ่งขึ้นมา
เขาคลิกเปิดและดูข้อมูลข้างใน
มันเป็นข้อมูลของมหาวิทยาลัยและบริษัทที่มีชื่อเสียงที่เขาได้ให้คนรวบรวมมาไว้ในช่วงที่โลกยังสงบสุข
ข้างในมีข้อมูลทั่วไปของนักวิชาการจากสาขาต่างๆ และแน่นอนว่าบางรายชื่อนั้นเขาก็ต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้ข้อมูลนี้มา
ในนั้นมีทั้งแพทย์ชั้นนำ นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการที่มีชื่อเสียง ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธและอื่นๆ อีกมากมาย
คนเหล่านี้ส่วนใหญ่อาจจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ก็น่าจะยังมีบางคนที่ยังมีชีวิตอยู่
คืนแห่งการกลายพันธุ์นั้นเกิดในวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงหลังวันหยุดยาวของประเทศจีน
ดังนั้นตามหลักแล้วพวกเขาหลายคนก็น่าจะกลับมาทำงานกันแล้ว
หรือนั่นก็คือพวกเขาน่าจะอยู่ที่บ้านพักหรือไม่ก็ที่ทำงานของพวกเขา
และตอนนี้สิ่งที่ฉินจิ้นต้องการทำก็คือการหาคนเหล่านี้
ถ้าจะหาไม่เจอเลยสักคนก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่หากสามารถหามาได้สักหนึ่งหรือสองคน นั่นก็คือกำไรล้วนๆ แล้ว
ในช่วงที่โลกยังสงบสุขไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดที่จะเชิญผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ นอกจากหยวนมู่มา แต่ความจริงแล้วการทำแบบนั้นไม่ง่ายเลย
ผู้เชี่ยวชาญบางคนไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วก็จะเชิญมาได้
อีกอย่างในตอนนั้นเพื่อที่จะกักตุนของที่จำเป็นเขาก็ได้ใช้เงินส่วนใหญ่ไปจนหมดแล้ว
และเขายังต้องพิจารณาถึงจำนวนประชากรในฐานด้วย
และยังมีปัญหาเรื่องของเวลาอีก
ปัจจัยต่างๆ ที่เขาต้องคำนึงถึงนั้นมีไม่น้อยเลย
เพราะแม้แต่การพัฒนาฐานลวี่หยวนจนมาถึงจุดนี้ได้มันก็เกินความคาดหมายของเราไปมากแล้ว
แต่นั่นก็ทำให้ฐานลวี่หยวนขาดแคลนบุคลากรชั้นนำ
ดังนั้นในเมื่อเขาขาดแคลน งั้นเขาก็ต้องคิดหาวิธีแก้ไข!
ในอนาคตเขาจะส่งสมาชิกฝ่ายต่อสู้ออกไปบางส่วนให้พวกเขาเดินทางไปยังเมืองเป้าหมายเหล่านี้และใช้อาหารหรือของอื่นๆ เพื่อให้ผู้รอดชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่ทั่วทั้งเมืองช่วยกันออกตามหาคนเหล่านี้!
ขอแค่คนที่เขาต้องการยังมีชีวิตอยู่และเขายังใช้กำลังของผู้รอดชีวิตทั้งเมืองในการตามหา เขาก็ไม่เชื่อว่าเขาจะตามหาคนที่เขาต้องการไม่เจอ!
แต่เรื่องแบบนี้จะรีบร้อนไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องค่อยๆ ทำไป
และตอนนี้ก็ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่า
มันคือปัญหาเรื่องอาวุธ
หลังจากที่ผ่านการบุกของคลื่นซอมบี้เมื่อครั้งก่อนมาได้ ในตอนนี้ฉินจิ้นกลับสัมผัสได้ถึงวิกฤติที่กำลังเข้ามาอีกครั้ง
เพราะเมื่อผู้รอดชีวิตในเมืองเหมินถังมีมากขึ้นเรื่อยๆ
หากมีคลื่นซอมบี้ขนาดใหญ่กว่านี้เข้ามาอีกครั้งหรือแม้กระทั่งในวันหมอกศพ การป้องกันก็จะยากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย!
ดังนั้นในช่วงนี้เขาจึงไม่กล้าที่จะผ่อนปรนการเฝ้าระวังสถานการณ์รอบๆ อำเภอเฟิงเหอเลยเพราะเขากำลังกังวลว่ามันจะเกิดสถานการณ์แบบนั้นอีกครั้ง
ทางฝั่งของตงฮุยเองก็กำลังเร่งผลิตปืนและกระสุน รวมถึงระเบิดต่างๆ
ในขณะเดียวกันเขาก็กำลังวิจัยวัตถุระเบิดใหม่ที่มีอานุภาพสูงกว่าเดิม
เพียงแต่ของสิ่งนี้อันตรายเกินไป จนแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีอย่างตงฮุยก็ยังไม่กล้าที่จะทำอะไรมั่วๆ เพราะถ้าหากเขาทำพลาดขึ้นมาและมีเพียงเขาที่ตายนั่นก็นับว่าโชคดีแล้ว
แต่หากนั่นทำให้ทั้งฐานลวี่หยวนระเบิดขึ้นมานั่นก็คงจะเป็นเรื่องที่ตลกไม่ออกจริงๆ
ดังนั้นฉินจิ้นจึงอยากจะหาคนที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในด้านนี้โดยตรงเข้ามาเพิ่ม