เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 245 : สาเหตุ

ตอนที่ 245 : สาเหตุ

ตอนที่ 245 : สาเหตุ


ตอนที่ 245 : สาเหตุ

ในห้องพยาบาลของฐานย่อย

เสี่ยวฉงที่เพิ่งจะทำธุระเสร็จและถูกหลี่เซิ่งหลินพยุงกลับมา ก็จ้องมองเพดานด้วยใบหน้าที่สิ้นหวัง

“พี่หลี่...ผมรู้สึกเหมือนว่ามันยังมีอะไรบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่...ผมกลัว....”

ใบหน้าของเขาซีดขาว ผมของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ บนกางเกงของเขาก็ยังมีร่องรอยของสิ่งสกปรกที่เปื้อนตอนที่ตกใจและล้มลงในส้วมเมื่อครู่อยู่

“ผมทรมาณมาก...จนอยากจะตายๆ ไปซะเลย....ฮือๆๆ....”

พูดจบ เขาก็ร้องไห้อีกครั้ง

คนในยุคนี้จะมีสักกี่คนที่เห็นตัวเองถ่ายออกมาเป็นแมลงจำนวนมาก ที่มีทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่แถมพวกมันยังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ได้อีก เมื่อเห็นฉากนั้นไม่ว่าใครก็คงต้องสติแตกแน่

หลี่เซิ่งหลินที่อยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้าไม่ดีเช่นกัน เพราะเมื่อครู่ตอนที่เขาเข้าไปช่วยเสี่ยวฉงเขาก็เห็นฉากนั้นเช่นกัน เมื่อเขานึกถึงภาพนั้น ขนของเขาก็ลุกชันทั้งตัว

มันน่าขยะแขยงเกินไปแล้ว

ดังนั้นเขาจึงเข้าใจสภาพจิตใจของเสี่ยวฉงในตอนนี้เป็นอย่างดี

“อดทนอีกหน่อยนะ! อย่าไปคิดมาก คิดถึงของอร่อยๆ เข้าไว้พยายามเบี่ยงเบนความสนใจซะ! จะเป็นขาไก่ เค้ก เกี๊ยว บะหมี่ บาร์บีคิวหรืออะไรก็ได้ นายผ่านความยากลำบากมามากขนาดนี้แล้ว นายจะมาล้มลงตอนนี้ได้ยังไง!?”

เขายังคงปลอบใจเพื่อนร่วมทางอย่างใกล้ชิดต่อไป ในตอนนี้เขาก็ทำได้แค่ปลอบใจอีกฝ่ายต่อไปเท่านั้น เรื่องนี้เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้ทางฐานลวี่หยวนแก้ไขให้เท่านั้น

“ไม่งั้น นายก็ลองนึกดูว่าช่วงนี้นายไปกินอะไรมาบ้าง ทำไมกลุ่มของเราถึงได้มีนายแค่คนเดียวที่ป่วย มันต้องเป็นเพราะนายไปกินอะไรบางอย่างมาโดยไม่ได้ตั้งใจแน่ๆ”

พี่หลี่ยังคงคิดหาวิธีที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของเสี่ยวฉงต่อไป เพื่อไม่ให้สภาพจิตใจของอีกฝ่ายจมดิ่งไปมากกว่านี้

เมื่อได้ยินดังนั้น เสี่ยวฉงก็ไม่ได้คร่ำครวญอีกต่อไปเขาเริ่มนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมาทันที

ช่วงนี้โดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขาก็จะมาทำงานที่ฐานย่อยตลอดทั้งวัน เขาเองก็ฟังคำพูดของพี่หลี่และพยายามไม่แอบอู้งานและทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อที่เขาจะได้รับคะแนนมากขึ้น เผื่อว่ามันจะทำให้เขาได้เลื่อนเป็นบุคลากรระดับ 3 เหมือนกับพี่หลี่และพี่เหลียงและเขาจะได้มีสิทธิ์ในการเข้าไปอยู่ในฐานย่อย

อาหารทั้งสองมื้อในแต่ละวันก็เป็นอาหารที่ฐานลวี่หยวนแจกจ่ายให้ ตามหลักแล้วมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

จากนั้นก็เป็นช่วงเย็นหลังจากที่เขาเลิกงานและกลับไปพักผ่อนในเขตที่พักอาศัยหมายเลข 1

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เสี่ยวฉงก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้

“เหมือนผมจะรู้สาเหตุแล้ว! เป็นหวังอันพวกที่อาศัยอยู่ข้างๆ เราแน่! เมื่อวานซืนไม่รู้ว่าพวกเขาไปได้อ้อยมาจากไหน พวกเขาแบ่งให้ผมมาสองสามท่อนเพราะอยากให้ผมช่วยดูให้หน่อยว่าฐานลวี่หยวนจะรับคนไปทำงานในฐานย่อยอีกเมื่อไหร่!”

“มันต้องเป็นอ้อยที่พวกเขาให้ผมมาแน่ๆ! ฮือ...บ้าเอ๊ยไปตายซะ......”

พูดจบใบหน้าที่หดหู่ของเสี่ยวฉงก็เต็มไปด้วยความโกรธ

หลี่เซิ่งหลินรู้ว่าอ้อยคืออะไร มันเป็นพืชกึ่งน้ำที่เติบโตอยู่ริมแม่น้ำหรือบ่อน้ำ หลังจากที่ปอกเปลือกแล้วลำต้นข้างในก็สามารถกินได้และมีรสชาติหวาน

แม้จะไม่สามารถกินเป็นอาหารหลักได้ แต่มันก็ยังสามารถให้พลังงานและแก้หิวได้เล็กน้อย ตอนเด็กๆ สมัยที่เขาอยู่ชนบทเขาเองก็กินมันบ่อยๆ เช่นกัน

แต่มันจะเป็นเพราะของสิ่งนี้จริงๆ เหรอ?

หลี่เซิ่งหลินไม่ได้โทษเสี่ยวฉงที่ได้ของว่างมาแล้วไม่ยอมบอกพวกเขา แต่เขากลับอดไม่ได้ที่จะสงสัย เพราะตอนเด็กๆ เขากับเพื่อนๆ ก็มักจะกินมันบ่อยๆ แต่มันก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบเสี่ยวฉงเลยสักครั้ง

“นายยังเก็บอ้อยพวกนั้นไว้ไหม? ถ้ามีฉันจะได้เอาไปให้ฐานลวี่หยวนตรวจสอบดู”

“เอ่อ...ไม่มีแล้วครับ เมื่อวานซืนผมกินมันไปหมดแล้วพอเคี้ยวจนเป็นกากเสร็จผมก็ทิ้งมันไปเลย...”

เสี่ยวฉงพูดอย่างอายๆ ของสิ่งนั้นแม้จะไม่ทำให้อิ่ม แต่ก็สามารถแก้ความอยากได้จริงๆ ตอนนั้นเขาเองก็อดใจไม่ไหวและกินมันจนหมด

เมื่อพูดถึงตรงนี้หลี่เซิ่งหลินก็ไม่ได้พูดถึงมันอีก

ทั้งสองคนก็พูดคุยกันไปเรื่อยๆ และไม่คิดถึงฉากที่ถ่ายออกมาเป็นแมลงอีกต่อไป

ในห้องพยาบาลอื่นๆ ของฐานย่อย คนที่มีอาการเหมือนกับเสี่ยวฉงก็มีถึงห้าหกสิบคน!

บางคนที่อาการเบาหน่อยก็แค่ปวดท้องเล็กน้อยและไม่สบายเท่านั้น แต่บางคนที่อาการหนักก็เริ่มมีไข้และชัก!

ความตื่นตระหนกยังคงแพร่กระจายต่อไป

ที่ฝ่ายคลังในฐานหลัก

มีคนหลายคนกำลังพูดคุยกันอยู่ที่ประตู

“คุณลั่ว พวกเราได้รับความเห็นชอบจากประธานฉินแล้ว เราต้องการเบิกยาถ่ายพยาธิเพื่อนำไปรักษาผู้ติดเชื้อข้างนอก นี่คือใบเบิกค่ะ”

จ้าวหลิงพาคนหลายคนมาที่คลังเก็บของที่สำคัญของฐานที่ลั่วตั้นตั้นและแม่ฉินเป็นคนรับผิดชอบ

ในฐานะหัวหน้าฝ่ายคลังของฐาน ลั่วตั้นตั้นจึงเป็นคนที่ดูแลที่นี่

เธอรับเอกสารกระดาษที่จ้าวหลิงยื่นมาและดูรายชื่อยาที่ถูกระบุไว้ข้างบนและยังมีตราประทับที่เป็นสัญลักษณ์ของฉินจิ้นอยู่ข้างล่าง

“ไม่มีปัญหาค่ะ พี่จ้าวรอสักครู่นะ ฉันจะให้คนไปเบิกมาให้ทันที”

ขั้นตอนไม่มีปัญหาอะไร แน่นอนว่าเธอเองก็ไม่ได้ต้องการทำให้ใครลำบาก วันนี้เธอเองก็ได้ยินมาว่าข้างนอกเกิดการติดเชื้อโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นจำนวนมาก

ไม่นานนัก ลั่วตั้นตั้นก็สั่งให้เจ้าหน้าที่สองคนข้างๆ เข้าไปในคลังเพื่อเบิกยาที่ถูกเขียนไว้ออกมา

จ้าวหลิงที่เห็นว่าที่ประตูเหลือเพียงลั่วตั้นตั้นคนเดียวแล้ว เธอก็ลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายเธอก็ยังคงพูดคำถามที่เธอคิดอยู่ในใจออกมา

“คุณลั่ว ช่วยดูให้หน่อยได้ไหมว่ายาพวกนี้ในฐานของเรามีเก็บไว้อีกเยอะไหม?”

หืม?

“ฉันอยากจะไปคุยกับประธานฉินให้ช่วยผู้รอดชีวิตข้างนอกคนอื่นๆ ด้วย”

ลั่วตั้นตั้นพอจะเข้าใจแล้ว จ้าวหลิงอยากจะช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างนอกด้วย

เธอไม่ได้ตอบในทันที แต่เธอกลับหันไปที่โต๊ะข้างๆ และเริ่มใช้คอมพิวเตอร์บนโต๊ะนั้น

ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอก็ลุกขึ้นยืนและโบกมืออย่างใจกว้างและพูดกับจ้าวหลิงว่า

“ในคลังของเรายังมียาพวกนี้อยู่อีกมาก ยังไงก็ใช้ไม่หมดแน่ อยากจะทำก็ทำเถอะ! ฉันสนับสนุนค่ะ!”

จ้าวหลิงเมื่อได้ยินเธอก็พยักหน้าและในใจของเธอก็มีแผนการแล้วเช่นกัน

ในตอนนี้เองเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปหยิบยามาให้ก็กลับออกมา จ้าวหลิงที่พาคนตามมาด้วยก็เข้าไปรับยาแล้วรีบจากไปทันที

ยังมีคนอีกมากที่กำลังรอการรักษา

ยาในฐานลวี่หยวนก็เป็นของที่สำคัญ ซึ่งโดยปกติแล้วพวกมันส่วนใหญ่จะถูกเก็บไว้ในคลังที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นของฐานหลัก ดังนั้นจะมีแค่ยาพื้นฐานเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะอยู่ในห้องพยาบาลของฝ่ายการแพทย์ แต่หากพวกเขาต้องการยาเพิ่มเติมพวกเขาก็จะต้องมาเบิกจากที่นี่เท่านั้น

ในพื้นที่รกร้างที่ห่างไกลจากเมืองเหมินถัง

มีคนเกือบสิบคนขับรถหลายคันมาที่นี่

พวกเขาคือกลุ่มคนจากฐานลวี่หยวนที่ออกมาสืบสวนหาสาเหตุของวิกฤตปรสิตที่กำลังระบาดอย่างหนักในช่วงนี้

จางเถียนไค่เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังโดยที่เขาสวมชุดป้องกันสารเคมีสีขาวที่ปิดมิดชิด แน่นอนว่าลูกน้องของเขาที่เดินตามหลังเข้ามาก็ไม่ได้ต่างกัน

พวกเขาได้ทำการสอบปากคำจากผู้ติดเชื้อแบบคร่าวๆ แล้ว พวกเขาส่วนใหญ่มีข้อมูลที่ตรงกันคือพวกเขาเคยเข้าไปหาอาหารในป่าด้วยตัวเองหรือกินของที่ญาติและเพื่อนของพวกเขาหามาจากข้างนอก

และเบาะแสหลายอย่างก็ชี้ไปยังป่า ดังนั้นหัวหน้าทีมต่อสู้หลายคนจึงได้นำคนกระจายไปยังสถานที่ที่คนเหล่านี้เคยไป

หลังจากฝนกรดผ่านไปเมื่อปีที่แล้ว พืชหลายชนิดก็เหี่ยวเฉาไป

แต่หลังจากผ่านฤดูหนาวนี้มาแล้ว เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึงต้นไม้ที่เคยเหี่ยวเฉาหลายต้นก็กลับมาแตกหน่อใหม่ หญ้าเล็กๆ หลายต้นก็กลับมางอกขึ้นจากพื้นดิน

แม้จะเป็นดินที่เลวร้ายขนาดไหน มันก็ไม่สามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของพืชบางชนิดได้

จางเถียนไค่และคนอื่นๆ เดินผ่านพงหญ้าที่สูงครึ่งขาไปและในที่สุดพวกเขาก็มาถึงข้างบ่อน้ำแห่งหนึ่ง

เขาที่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย เมื่อมาถึงที่นี่เขาก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าที่เข้มข้น ราวกับกลิ่นของเนื้อที่เน่าเสีย!

เขาอดทนต่อกลิ่นนั้นและหรี่ตามองไปที่บ่อน้ำ ผลก็คือฉากตรงหน้าทำให้รูม่านตาของเขาหดตัวลงในทันที!

บนผิวน้ำมีปลาขนาดต่างๆ ลอยตายเต็มไปหมดและยังมีซากสัตว์สองสามตัวลอยอยู่ในน้ำด้วย ที่ฝั่งตรงข้ามก็ยังมีซอมบี้ที่เหลือเพียงครึ่งตัวและกำลังแกว่งแขนไปมา!

ใต้แสงแดดผิวน้ำก็ยังคงมีประกายระยิบระยับ แต่บริเวณจุดที่มีน้ำตื้นใกล้ฝั่งนั้นกลับมีลูกปลาตัวเล็กๆ ที่กำลังว่ายอย่างช้าๆ!

“อย่าเข้าไปใกล้!!”

ลูกน้องของเขาที่อยากจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ถูกจางเถียนไค่ตะโกนห้ามเสียงดัง!

“ดูอยู่แค่ตรงนี้ก็พอแล้ว! ในบ่อน้ำข้างหน้ามีแต่แมลง!”

“บ่อน้ำตรงนี้กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อปรสิตไปแล้ว!”

จบบทที่ ตอนที่ 245 : สาเหตุ

คัดลอกลิงก์แล้ว