เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 240 : อยากไปฐานลวี่หยวน

ตอนที่ 240 : อยากไปฐานลวี่หยวน

ตอนที่ 240 : อยากไปฐานลวี่หยวน


ตอนที่ 240 : อยากไปฐานลวี่หยวน

กลางคืน

ฝนที่ตกมาตลอดครึ่งวันในที่สุดก็เริ่มหยุดลง

ฐานหลักลวี่หยวน

เกาเฉียงก็ได้ระบายความแค้นของเขาเสร็จแล้ว

แต่หลังจากนั้นเขาก็เป็นลมจนล้มลงกับพื้นและต้องถูกเพื่อนร่วมทีมแบกออกมา

แต่ก็ไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วงนักเพราะสาเหตุหลักมาจากการที่เขาเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ หลังจากที่ฝ่ายการแพทย์เข้ามาตรวจอาการของเขาแล้วก็บอกว่าขอแค่ให้น้ำเกลือกับยาคลายเครียดและพักผ่อนอีกสักหน่อย เกาเฉียงก็น่าจะฟื้นตัวได้แล้ว

ส่วนนักโทษเหล่านั้น

พวกเขาทุกคนก็ได้ถูกเกาเฉียงซ่อมจนเสร็จแล้ว

แต่พวกเขานั้นยังไม่ตายเพราะตอนที่ซ่อม เกาเฉียงได้หลีกเลี่ยงจุดสำคัญของพวกเขาไว้ ทำให้พวกเขายังคงต้องอยู่ในสภาพนี้ต่อไปอีกสักพัก

ส่วนจะนานแค่ไหนน่ะเหรอ?

นั่นก็คงต้องดูที่สภาพร่างกายและจิตใจของพวกเขาแต่ละคน

แต่ถึงอย่างนั้นคนเหล่านี้ก็จะถูกจับตาดูอยู่ตลอดผ่านกล้องวงจรปิดและหากมีใครตาย พวกเขาก็จะเข้าไปจัดการทันที

เพราะถึงยังไงแขนขาทั้งสี่ข้างของอีกฝ่ายก็ถูกล็อคไว้หมดแล้ว ต่อให้กลายเป็นซอมบี้อีกฝ่ายก็จะไม่สามารถดิ้นจนหลุดออกมาได้และที่คอของพวกเขาก็ยังมีระเบิดรีโมทติดอยู่ ดังนั้นหากมีโอกาสแม้เพียงน้อยนิดที่พวกเขาจะกลายเป็นซอมบี้พวกเขาก็จถูกจัดการในทันที

การจัดการกับคนเหล่านี้ก็ประมาณนี้

ส่วนกระดูกที่นำกลับมาก็ได้ผลการคัดแยกมาแล้ว กระดูกที่เป็นของเกาซ่งก็ได้ถูกจัดเก็บไว้และรอให้เกาเฉียงตื่นขึ้นมาจัดการอีกครั้ง

เรื่องนี้จึงถือว่าจบลงชั่วคราว

ในคืนนี้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก

ในเมืองชาน

ในอาคาร 4 ชั้นแห่งหนึ่งใกล้กับเหมืองถ่านหิน

ที่นี่เป็นฐานที่มั่นของผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่ง

ภายในชั้น 3 มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งล้อมรอบกองไฟและกินข้าวต้มกัน

ใบหน้าของคนเหล่านี้ต่างก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ

“พี่หลี่ ในอนาคตพวกเรายังต้องเพิ่มคนงานสำหรับขุดถ่านหินอีกใช่ไหม?”

ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ถือชามใบใหญ่และเพิ่งจะดื่มข้าวต้มร้อนๆ เข้าไปหนึ่งคำก็ถามชายที่ดูมีอายุมากกว่าแต่ยังคงมีท่าทีที่สุภาพ

แน่นอนว่าพวกเขาคือกลุ่มของหลี่หงเหวินที่อยู่ใกล้กับเหมืองถ่านหินในเมืองชานและพวกเขาก็ได้เริ่มการแลกเปลี่ยนกับฐานลวี่หยวนแล้ว

วันนี้พวกเขาได้ทำการแลกเปลี่ยนถ่านหินกับคนจากฐานลวี่หยวนที่กลับมาที่นี่อีกครั้งแล้ว

ทั้งสองฝ่ายต่างก็พึงพอใจกับการแลกเปลี่ยนนี้

ฝั่งของฐานลวี่หยวนก็ได้ถ่านหินกลับไป 300 ตัน หลี่หงเหวินและคนอื่นๆ ก็ได้อาหารกลับมาในจำนวนที่ตกลงกันไว้

ตั้งแต่ที่ทั้งสองฝ่ายได้พบกันครั้งแรก พวกเขาก็ได้รับอาหารมาแล้วบางส่วน หลังจากนั้นหลี่หงเหวินก็ได้นำคนเกือบ 20 คนในการขุดถ่านหินและในการทำงานแต่ละวันแต่ละคนนั้นจะขุดถ่านหินได้ประมาณ 10 ตันซึ่งนั่นหมายความว่าวันหนึ่งพวกเขาสามารถขุดถ่านหินได้ประมาณ 150 ตัน

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงถ่านหินดิบและฐานลวี่หยวนก็ไม่ต้องการที่จะเพิ่มต้นทุนที่พวกเขาจะต้องจ่ายให้กับกลุ่มผู้รอดชีวิตข้างนอก ดังนั้นพวกเขาจึงจะนำพวกมันไปจัดการกันต่อเอง

ดังนั้นตามทฤษฎีแล้วหากพวกเขาทำงานทุกวันการจะขุดถ่านหินให้ได้ 300 ตันภายใน 3 วันจึงไม่ใช่ปัญหาเลยและในอนาคตเมื่อพวกเขามีความชำนาญมากขึ้นการจะขุดให้ได้ 500 ตันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาเช่นกัน

“รอดูสถานการณ์ก่อนเถอะ ฉันได้ยินพวกเขาบอกว่าการที่มีคนเยอะเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี เพราะมันจะดึงดูดซอมบี้เข้ามาได้ง่าย พวกเราควรจะจะรักษาจำนวนคนให้อยู่ในระดับนี้เอาไว้ก่อน รอให้พวกเราสร้างแนวป้องกันของที่นี่ให้ดีขึ้นจนไม่จำเป็นต้องให้คนมาคอยเฝ้าระวังรอบๆ ทุกวัน เราก็น่าจะสามารถขุดถ่านหินได้มากขึ้นแล้ว”

หลี่หงเหวินยิ้มและพูดกับชายที่เพิ่งจะถามเขา

กลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มนี้เพิ่งจะมารวมตัวกันในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาและทุกคนต่างก็เป็นผู้ประสบภัยจากความหนาว

ในปีที่แล้ว ภรรยาและลูกสาวของเขาถูกกีดกันจากกลุ่มเดิมที่เขาเคยอยู่ด้วย ดังนั้นเขาจึงโกรธและเลือกที่จะจากมา หลังจากนั้นเขาก็อาศัยความสามารถของตัวเองในการสร้างกลุ่มใหม่ขึ้นมา

ครั้งนี้เขาคัดเลือกคนที่จะเข้ามาในกลุ่มของเขาอย่างจริงจังมากขึ้น เขาจะไม่รับคนที่มาขอความช่วยเหลือแต่กลับไม่ยอมออกแรงหรือแบ่งปันอะไรเลยเข้ามาอีก

แม้ว่ามันอาจจะดูผิวเผิน แต่ อย่างน้อยอำนาจของเขาในกลุ่มนี้ก็มีมากกว่าเมื่อก่อนมาก

ตอนนี้เมื่อเขาได้ติดต่อกับฐานลวี่หยวนที่สามารถแลกเปลี่ยนอาหารได้แล้ว สำหรับเขานี่มันคือโอกาส!

เขาก็เลยตั้งใจที่จะสร้างเหมืองถ่านหินในเมืองชานแห่งนี้ให้เป็นฐานที่มีความสามารถในการป้องกันในระดับหนึ่ง!

พวกเขาไม่จำเป็นต้องล้อมรอบพื้นที่ให้มากเกินไป

เพียงแค่ล้อมรอบพื้นที่อยู่อาศัยหลักและปากเหมืองและสร้างกำแพงที่มีความสูงในระดับหนึ่ง สำหรับป้องกันคนเหล่านี้ก็เพียงพอแล้ว

แม้ว่าในระยะสั้นถึงกลางพวกเขาอาจจะต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนกับฐานลวี่หยวนเพื่อความอยู่รอด แต่นี่ก็นับว่าดีมากแล้ว

เพราะเขาวางแผนที่จะนำอาหารที่ได้จากการแลกเปลี่ยนกับฐานลวี่หยวนไปแลกเปลี่ยนกับผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ อีกครั้ง!

ตัวอย่างเช่น ตามข้อตกลงระหว่างเขากับฐานลวี่หยวนที่มีอัตราส่วนการแลกเปลี่ยนอยู่ที่ถ่านหิน 100 ตันต่อข้าว 500 กรัม เขาสามารถนำข้าวเหล่านี้ไปแลกเปลี่ยนกับผู้รอดชีวิตคนอื่นที่อัตราส่วนถ่านหิน 200 ตันต่อข้าว 500 กรัมได้...

นั่นหมายความว่าเขาจะได้กำไร 50% ในทันที!

และเหมืองนี้ก็ไม่ได้มีแค่หลุมเดียว

เขานั้นสัมผัสได้ถึงความต้องการทรัพยากรที่ไม่มีที่สิ้นสุดของฐานลวี่หยวน เขาเชื่อว่าในอนาคตไม่ว่าพวกเขาจะขุดออกมาได้เท่าไหร่ อีกฝ่ายก็จะรับมันไว้ทั้งหมด!

ในฐานะคนเมืองชานที่มีสายเลือดของพ่อค้ามาโดยกำเนิด

มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยอมเป็นลูกจ้างตลอดไป การเป็นลูกจ้างตลอดไปนั้นไม่มีทางได้ดีและมีเพียงแค่การเป็นเถ้าแก่เท่านั้นที่เป็นหนทางสู่ความสำเร็จได้!

เขาเคยอาศัยสมองที่หลักแหลมของเขาสร้างธุรกิจใหญ่โตได้ในตอนที่โลกยังสงบสุข ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าแม้ตอนนี้จะเป็นยุควันสิ้นโลกแต่เขาก็จะผงาดขึ้นมาและสร้างชีวิตที่ดีให้กับครอบครัวได้อีกครั้ง!

ภายในอาคาร

หลังจากกินอิ่มแล้วทุกคนก็หาที่พักผ่อน หลังจากวันสิ้นโลกมาถึงกิจกรรมบันเทิงทางจิตใจก็หายไปเกือบทั้งหมด ผู้รอดชีวิตจึงทำได้แค่ทำกิจกรรมง่ายๆ หรือนอนหลับเพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น

ในห้องหนึ่ง เดิมทีห้องนี้เหมือนจะเคยเป็นห้องชุดมาก่อน มันมีการตกแต่งค่อนข้างดีและมันเป็นห้องที่หลี่หงเหวินและภรรยากับลูกสาวอาศัยอยู่

นี่คือข้อดีของการเป็นหัวหน้ากลุ่ม

ในห้องนี้มีตะเกียงน้ำมันเล็กๆ ดวงหนึ่งกำลังลุกไหม้และให้แสงสว่าง

เมื่อเข้าสู่เดือนมีนาคม อุณหภูมิก็สูงขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นในตอนกลางวันอุณหภูมินั้นก็สูงเกือบ 20 องศาแล้ว แต่จะมีเพียงแค่ตอนกลางคืนเท่านั้นที่จะลดลงเหลือประมาณ 10 องศา

หลี่ไฉม้วนตัวอยู่ในผ้าห่มและนอนตะแคงอยู่บนเตียงเล็กๆ เตียงหนึ่ง เธอคิดบางอย่างอยู่นานและในที่สุดเธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา

“พ่อคะ แม่คะ พรุ่งนี้หนูอยากจะไปอำเภอเฟิงเหอกับคนของฐานลวี่หยวน!”

เสียงที่ไพเราะก็ดังขึ้นในห้องและทำลายความเงียบของที่นี่

หลี่หงเหวินกับหวงไฉ่หลานที่นอนอยู่และแน่นอนว่าพวกเขายังไม่ได้หลับก็ลืมตาขึ้น

“ลูกอยากจะไปหาพวกอาจินงั้นเหรอ?”

ในฐานะแม่ หวงไฉ่หลานจึงเข้าใจลูกสาวเป็นอย่างดี

“ค่ะ”

หวงไฉ่หลานรู้ว่าทำไมลูกสาวของเธอถึงอยากไป เพราะเธอเองก็เคยอยู่ในกลุ่มนั้นและเอาชีวิตรอดมาด้วยกัน แน่นอนว่าเธอย่อมรู้ว่านั่นเป็นกลุ่มที่เชื่อใจได้แค่ไหน

หลี่หงเหวินเองก็เคยได้ยินเรื่องราวของภรรยาและลูกสาวของเขามาก่อนแล้ว

“.......”

ไม่นานห้องก็เงียบลง

ในฐานะพ่อแม่ แน่นอนว่าพวกเขาไม่อยากให้ลูกสาวของตัวเองเดินทางไปไหนในยุคแบบนี้ การจากไปเพียงชั่วคราว นั้นอาจจะหมายถึงการจากไปแบบตลอดกาลได้เสมอ

“หนูแค่จะไปเยี่ยมพวกเขาแล้วจะรีบกลับมาค่ะ มันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเพราะคนของฐานลวี่หยวนก็เป็นคนดีมาก”

หลี่ไฉเปิดปากพูดอีกครั้ง

เธอรู้ดีว่าคำขอแบบนี้ สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกนั้นย่อมยากที่จะยอมรับ

แต่เธอก็คิดถึงพวกอาจินและคนอื่นๆ มากจริงๆ เธออยากจะยืนยันว่าพวกเขาไปถึงฐานลวี่หยวนตามที่พวกเขาตั้งเป้าหมายไว้แล้วอย่างปลอดภัยไหมหรือพวกเขากินอิ่มและปลอดภัยกันหรือเปล่าก็เท่านั้น

เพราะถ้าไม่

เธอเองก็อยากจะรับพวกเขามาที่เมืองชานแห่งนี้

ตอนนั้นพวกเขาบอกว่าจะรอเธอที่ฐานลวี่หยวน

เธอเองก็อยากไปพบกับพวกเขาเช่นกัน

ในห้องก็เงียบลงอีกครั้ง จนสุดท้ายก็มีเสียงของหลี่หงเหวินดังขึ้นมา

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พวกเรารอกันอีกสักเดือนหนึ่งก่อนเถอะ รอให้ทางนี้มั่นคงก่อน รอให้การสร้างแนวป้องกันเสร็จและการแลกเปลี่ยนกับฐานลวี่หยวนมั่นคง แล้วพ่อจะไปกับลูกเอง!”

“พ่อเองก็อยากจะเจอคนที่ช่วยครอบครัวของพ่อไว้เหมือนกัน! พ่ออยากจะไปขอบคุณพวกเขาด้วยตัวเองด้วย!”

จบบทที่ ตอนที่ 240 : อยากไปฐานลวี่หยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว