เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 235 : การคาดเดาที่เลวร้ายที่สุด

ตอนที่ 235 : การคาดเดาที่เลวร้ายที่สุด

ตอนที่ 235 : การคาดเดาที่เลวร้ายที่สุด


ตอนที่ 235 : การคาดเดาที่เลวร้ายที่สุด

“เนื้อคนมันอร่อยไหม?”

เสียงที่เย็นชาของฉินจิ้นดังขึ้น แต่มันกลับทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นถึงกับสะดุ้ง!

เนื้อ...เนื้อคน!?

คนส่วนใหญ่ทางฝั่งของฐานลวี่หยวนยังไม่ทันได้เข้าใจ แต่สีหน้าของคนทางฝั่งของจ้าวซิงหลงกลับเปลี่ยนไปอย่างมาก!

มันเกิดอะไรขึ้น!?

ทำไมชายที่เพิ่งจะเดินเข้ามาคนนี้ถึงได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมา!?

เขาเดาได้งั้นเหรอ!?

แล้วเขาเดาได้อย่างไร!?

จ้าวซิงหลงและชายหนุ่มฟันเหลืองก็รีบเก็บสีหน้า แต่มันก็สายเกินไปแล้ว

“จับคนพวกนี้ไว้ให้หมด!”

ฉินจิ้นที่มีใบหน้าเย็นชาไม่ได้พูดอะไรกับคนพวกนี้อีก แต่เขากลับออกคำสั่งทันที

กลุ่มคนที่ถือปืนอยู่ข้างๆ ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว แม้พวกเขาจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่คำสั่งของผู้นำย่อมต้องมาก่อน!

กลุ่มคนที่นำโดยหลี่ปั๋วเหวินก็พุ่งเข้าไปในทันที พวกเขาไม่สนใจพี่หลงและคนอื่นๆ ที่ยังคงมึนงง พวกเขาควบคุมตัวคนเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว!

จ้าวซิงหลงแม้จะมีพละกำลังมาก แต่เมื่อมองดูคนของฐานลวี่หยวนที่ถือปืนจ่อมาที่พวกเขา เขาก็ไม่กล้าที่จะต่อต้านเลย

หรือต่อให้เขาอยากจะต่อต้าน แต่ชายที่บิดแขนของเขาอยู่ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่คนธรรมดา (หลี่ปั๋วเหวิน) ด้วยพละกำลังของอีกฝ่าย เขากลับไม่สามารถขยับแขนของตัวเองได้เลย!

“เจ็บ...คุณครับ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!? พวกเราเป็นแค่คนธรรมดา ทำไมถึงต้องทำให้พวกเราลำบากใจขนาดนี้ด้วย?”

พี่หลงยังคงอยากจะแก้ตัว แต่สายตาของคนรอบๆ ที่มองมาที่พวกเขาก็เปลี่ยนไปแล้ว

เมื่อครู่ผู้นำของพวกเขาพูดถึงเนื้อคน.......

หลายคนก็เริ่มเข้าใจแล้ว

โดยเฉพาะเกาเฉียง

ตั้งแต่ที่ฉินจิ้นพูดออกมา เขาก็ตัวสั่นไม่หยุด

เขาคิดถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง

“เป็นไปไม่ได้......ไม่มีทาง......!”

เขาเบิกตากว้างและจ้องมองนาฬิกาข้อมือในมือของเขา เขาในตอนนี้ดูราวกับสัตว์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บและเขาพึมพำออกมาเบาๆ

เส้นเลือดที่คอและแขนของเขาปูดโปนขึ้นมาเพราะใช้แรงมากเกินไป เส้นเลือดในตาของเขาก็บวมเป่งจนเห็นได้อย่างชัดเจน

ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเมื่อมนุษย์หิวโหยจนถึงขีดสุด พวกเขาก็จะละทิ้งศีลธรรมทั้งหมด ในประวัติศาสตร์มันก็เคยเกิดยุคแห่งความอดอยากที่คนต้องขายลูกกินมาแล้วหลายครั้ง

และในตอนนี้ในวันสิ้นโลกประกอบกับเมื่อไม่นานมานี้ก็มีหิมะที่ตกหนักจนทำให้ผู้รอดชีวิตไม่สามารถเดินทางออกไปไหนได้ มันจึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น...

“พวกเราไม่ได้ทำ!”

จ้าวซิงหลงจ้องมองคนรอบข้างด้วยความโกรธ ท่าทางของเขานั้นราวกับว่าเขากำลังถูกใส่ร้ายจริงๆ

แต่ในใจของเขา เขาคิดว่าคนพวกนี้ไม่มีหลักฐานอะไรและอย่างน้อยในตอนนี้ เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้คนพวกนี้ยืนยันความจริงเรื่องนี้ได้!

แต่น่าเสียดายที่ต่อให้พวกเขาจะแก้ตัวอย่างไร พวกเขาก็ไม่สามารถหลอกฉินจิ้นได้

ในฐานะคนที่เคยเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกในชาติที่แล้วได้หลายปี ฉินจิ้นเคยเห็นฉากที่เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์กินกันเองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

เขาที่อาศัยความสามารถจากการเป็นผู้วิวัฒนาการเขาจึงพอที่จะหาอาหารได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ทำเรื่องที่ไร้มนุษยธรรมแบบนั้นอย่างแน่นอน

และเขาก็เกลียดพฤติกรรมแบบนี้มากเช่นกัน

เพราะในชาติที่แล้วครอบครัวของฉินเจ๋อก็เคยถูกลักพาตัวไปตอนช่วงกลางถึงปลายของชาติที่แล้วของเขา!

ตอนที่เขาเจอลูกพี่ลูกน้องของเขาและเห็นศีรษะของญาติของตัวเองถูกวางไว้อยู่บนโต๊ะอาหาร เขาก็คลุ้มคลั่งขึ้นมา

คนที่กินญาติของเขาไม่มีใครที่รอดพ้นจากการตามล่าของเขาได้สักคน

ทุกคนถูกทรมานจนตายอย่างช้าๆ

ก่อนเหตุการณ์นี้แม้ว่าเขาจะได้ยินเรื่องของการกินคนด้วยกันเอง อย่างมากเขาก็จะแค่รู้สึกรังเกียจและไม่อยากจะพูดคุยด้วยเท่านั้น แต่หลังจากเหตุการณ์นั้นเป็นต้นมา เขาก็เกลียดพวกคนที่กินคนด้วยกันเองเหล่านี้จนเข้ากระดูกดำ

และมันยังมีพวกขยะที่ไม่ได้กินเพื่อความอยู่รอดอีก แต่พวกมันจะกินเพียงเพื่อต้องการระบายความต้องการและทรมานเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของตัวเองก็เท่านั้น

ในช่วงเวลานั้นหากเขาเจอพวกมันหนึ่งคนเขาก็จะฆ่าหนึ่งคน!

หลังจากนั้น เขาก็ได้ให้ความสนใจกับลักษณะของคนที่กินคนเหล่านี้ ผลก็คือเขาสรุปข้อสังเกตุบางอย่างออกมาได้

มันอาจเป็นเพราะมนุษย์เองก็มีไวรัสอยู่ในตัว ดังนั้นหลังจากที่ร่างกายของพวกเขาตายไปและศูนย์กลางของประสาทการเคลื่อนไหวก็ถูกทำลาย ดังนั้นไวรัสจึงยังคงแพร่พันธุ์อย่างช้าๆ แต่หลังจากที่ถูกปรุงสุกแล้วเนื้อพวกนั้นก็จะมีกลิ่นที่แปลกประหลาด

เมื่อกลิ่นนี้เข้าสู่ร่างกายและถูกย่อยไปแล้ว มันก็จะค่อยๆ ถูกซึมและขับออกมาจากรูขุมขนและทวารทั้งเจ็ด

ในช่วงแรกๆ กลิ่นของมันจะจางมาก

แต่ถ้าพวกเขายังคงกินเนื้อนั้นต่อไป ระดับความเข้มข้นของมันก็จะเพิ่มขึ้น

แต่ฉินจิ้นในฐานะคนที่วิวัฒนาการแบบรอบด้าน ประสาทการรับกลิ่นของเขาก็ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งไปด้วยไม่น้อยในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นเมื่อครู่ตอนที่เขาเข้ามาใกล้ เขาจึงได้กลิ่นที่คุ้นเคยในชาติที่แล้วจากคนเหล่านี้

มันไม่ผิดแน่

ภายใต้ประสาทรับกลิ่นของเขา กลิ่นเหม็นบนตัวของไฮยีน่าพวกนี้ ต่อให้พวกมันจะพยายามล้างจนหนังหลุดออกไปพวกมันก็ไม่มีทางกำจัดได้!

“ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้พวกแกฟังทั้งนั้น!”

เขามองจ้าวซิงหลงอย่างเย็นชา แล้วกวาดสายตามองคนอื่นๆ อีกครั้ง กลิ่นที่เข้มข้นนี้มีอยู่บนตัวของทุกคน!

ไม่มีผู้บริสุทธิ์เลย!

“จับพวกมันกลับไป! เอาไปสอบสวนจนกว่าจะได้ผลออกมา!”

ประโยคนี้เขาพูดกับสมาชิกฝ่ายต่อสู้

พูดจบ

เขาก็เดินไปหยุดที่หน้าเกาเฉียงที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาตบไหล่ของอีกฝ่ายและพูดกับอีกฝ่ายอย่างจริงจังว่า

“ยังไหวไหม? ถ้านายไม่ไหว ฉันจะให้คนอื่นมาสอบสวนพวกมันแทน!”

เมื่อได้ยินคำพูดของฉินจิ้นข้างหู เกาเฉียงก็ค่อยๆ ได้สติ

เขามองฉินจิ้นแล้วมองกลุ่มของจ้าวซิงหลงที่ถูกควบคุมตัวไว้ทั้งหมด

สุดท้ายเขาก็หันกลับมาจ้องมองนาฬิกาข้อมือที่เขาเคยให้เป็นของขวัญวันเกิดสำหรับน้องชายของเขา

รูม่านตาของเขาดิ้นรนอย่างรุนแรง จนสุดท้ายมันก็กลับมานิ่งอีกครั้งและกลายเป็นเหมือนกับจุดเล็กๆ เท่าปลายเข็ม แล้วกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวของเขาก็แผ่ออกมาจากร่างกาย!

ความกลัว ความไม่สบายใจ ความหวัง ความคิดถึง ทั้งหมดหลอมรวมกันเป็นอารมณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้

ใช่แล้ว

ฉันชื่อเกาเฉียง

ประธานฉินได้ช่วยฉันไว้ที่สถานีตำรวจ

ฉันคือนักสอบสวนของฐานลวี่หยวน

“ผมจัดการเองครับ!”

เสียงที่หนักแน่นอย่างยิ่งถูกบีบออกมาจากฟันของเขา เขามองดูดวงตาของฉินจิ้นและทำให้ฉินจิ้นเห็นถึงอารมณ์ที่เข้มข้นอย่างยิ่งของเขา!

มันราวกับทะเลเลือดสีแดงและมีจุดสีดำอยู่ตรงกลาง

“ดี!”

ฉินจิ้นตบแขนของอีกฝ่ายอย่างแรง ซึ่งในเวลาปกตินั่นอาจจะทำให้เกาเฉียงรู้สึกเจ็บจนต้องร้องออกมาแล้ว แต่ในตอนนี้เขากลับแทบไม่รู้สึกอะไรเลย

พูดจบ ฉินจิ้นก็เดินออกจากที่นี่ไปเพราะสุดท้ายลูกน้องข้างหลังเขาก็จะมารายงานผลให้เขาทราบเอง

แล้วถึงยังไงซะคนพวกนี้ก็ไม่มีทางหนีพ้นแล้ว

“มันไม่ยุติธรรม!”

“พวกเราไม่รู้อะไรจริงๆ!”

“ทุกคนมาดูเร็ว! ฐานลวี่หยวนกำลังกักขังพวกเราอย่างไม่เป็นธรรม! แถมยังจะทำร้ายพวกเราอีก! พวกเขา——”

เพียะ!

สำหรับจ้าวซิงหลงที่ยังคงพยายามตะโกนเสียงดัง เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ เพื่อสร้างแรงกดดันทางความคิดเห็นให้กับฐานลวี่หยวน หลี่ปั๋วเหวินก็ตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง!

จนแม้แต่ฟันก็ยังหลุดออกไปถึง 2 ซี่!

บนใบหน้าของอีกฝ่ายก็ปรากฏรอยบวมแดงและมีเลือดไหลออกมาจากมุมปากในทันที

ภายใต้พละกำลังที่เริ่มวิวัฒนาการแล้วของหลี่ปั๋วเหวิน พละกำลังและทักษะที่พี่หลงเคยภาคภูมิใจก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

“พาตัวไป!”

พวกเขาเขาไม่สนใจว่าคนเหล่านี้จะขอร้องอย่างไร แต่คนของฐานลวี่หยวนก็ทำตัวเหมือนหมาป่าเช่นเดิม พวกเขาเอาสายรัดมามัดมือของอีกฝ่ายไว้ด้านหลังและใช้ปืนจ่อหัวพาพวกเขาเข้าไปยังฐานหลัก

ตอนที่หลี่ปั๋วเหวินและคนของฐานคนอื่นๆ เดินผ่านเกาเฉียง ทุกคนก็จะตบไหล่ของเกาเฉียงอย่างเงียบๆ

แม้จะยังไม่ได้ยืนยัน แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ของพวกเขาคงจะต้องเจ็บปวดขนาดไหน

พวกเขาได้แต่หวังว่าการสอบสวนในอีกไม่ช้าจะให้ข่าวดีกับอีกฝ่าย

แม้ว่าความหวังนั้นจะริบหรี่ก็ตาม

ในตอนนี้เองท้องฟ้าก็เริ่มมืดลง

อากาศที่ครึ้มตั้งแต่เช้า เป็นสัญญาณราวกับว่าฝนกำลังจะตกลงมา

ฝูงชนที่รวมตัวกันอยู่ที่หน้าฐานลวี่หยวนเมื่อครู่ก็ทยอยจากไปและกลับไปทำงานของตัวเอง

เกาเฉียงมองดูท้องฟ้า

ไม่รู้ว่าในใจของเขากำลังคิดอะไรอยู่

เขายืนอยู่แบบนั้นครู่ใหญ่ ก่อนจะกำนาฬิกาข้อมือในมือไว้แน่นและเดินก้าวเข้าไปในฐานหลัก

เพราะนั่นคือทิศทางที่ห้องสอบสวนของฐานตั้งอยู่!

จบบทที่ ตอนที่ 235 : การคาดเดาที่เลวร้ายที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว