เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 200 : ต้องซ่อนอาหารให้ดี

ตอนที่ 200 : ต้องซ่อนอาหารให้ดี

ตอนที่ 200 : ต้องซ่อนอาหารให้ดี


ตอนที่ 200 : ต้องซ่อนอาหารให้ดี

วันที่ 16 ธันวาคม

รุ่งเช้า

ในภาคกลางของประเทศจีน

ในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง

ในอาคารเล็กๆ ที่ห่างไกลและไม่ค่อยโดดเด่น

แม้ว่าอาคารเล็กๆ หลังนี้จะห่างไกล แต่มันก็ยังมีพื้นที่ถึงสองสามร้อยตารางเมตร

ในตอนนี้แสงแดดข้างนอกเพิ่งจะปรากฏขึ้น ทุกที่ข้างนอกเป็นสีขาวโพลนไปหมด ทุกสิ่งที่เห็น นอกจากต้นไม้ที่โล่งเตียนจนไม่มีใบแล้วที่เหลือก็ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว

ท่ามกลางความเงียบเหงนี้ บนชั้นสองของอาคารเล็กๆ กลับมีภาพอีกแบบหนึ่ง

เปลวไฟกองหนึ่งกำลังลุกไหม้อยู่บนชั้นสอง

ในนั้นมีผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่

และจำนวนคนก็ไม่น้อยเลย

อาคารเล็กๆ แห่งนี้ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเคยถูกใช้ทำอะไร แต่ในตอนนี้ชั้นสองของอาคารนี้กลับถูกทุบจนทะลุถึงกันทั้งหมดและเหลือไว้เพียงเสารับน้ำหนักบางส่วนที่อยู่ตรงกลาง

ที่มุมหนึ่งข้างในนั้นมีกองไฟที่กำลังลุกไหม้

รอบๆ ก็มีผู้รอดชีวิตจำนวนไม่น้อยที่ใส่เสื้อผ้าหลายชั้นกำลังนอนหลับและบนตัวของพวกเขายังถูกคลุมไปด้วยเสื้อผ้าและผ้าห่มต่างๆ ที่พอจะช่วยกันความหนาวได้

แต่อาจจะเป็นเพราะแสงแดดที่เริ่มแย่งแสงสว่างของกองไฟไป คนบางคนข้างในก็เลยเริ่มตื่นขึ้นมา

“อืม…ฟ้าสางแล้ว”

ชายหนุ่มคนหนึ่งลืมตาที่เต็มไปด้วยขี้ตาขึ้นมาก่อนจะขยี้ตาอย่างแรง จากนั้นเขาก็ดึงเสื้อผ้าบนตัวและอยากจะเอามาคลุมให้สูงขึ้นอีกหน่อยเพื่อที่จะได้รับความอบอุ่นเพิ่มขึ้น

แต่เมื่อดึงขึ้นมา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที!

เพราะดูเหมือนเขาจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ จากนั้นเขาก็ผลักผ้าที่กำลังปกคลุมร่างกายของเขาออกและเริ่มค้นหาบางอย่าง

“เชี่ย! ไอ้เวรที่ไหนมันขโมยอาหารของฉันไป!!”

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างมากและลำคอของเขาก็ส่งเสียงตะโกนที่ดังบาดหูออกมาและยังได้ทำลายความสงบบริเวณนั้นลง!

ผู้รอดชีวิต 20 ถึง 30 คนที่อยู่รอบๆ ก็ทยอยตื่นขึ้นมาและมองดูชายหนุ่มที่กำลังโกรธอย่างบ้าคลั่ง

“ลู่เสี่ยวเหอ นายจะร้องอะไร!? ไม่คิดจะให้คนอื่นได้นอนเลยหรือยังไง? ถ้านายยังทำเสียงดังจนเรียกซอมบี้เข้ามา ฉันจะโยนนายลงไปให้พวกมันกินละนะ!”

ชายร่างกำยำคนหนึ่งตะโกนใส่ชายหนุ่มอย่างดุร้าย

เมื่อดูจากท่าทางของเขาแล้ว ดูเหมือนว่าถ้าชายหนุ่มคนนั้นยังไม่หยุดปากอีกเขาก็จะเตรียมพุ่งเข้าไปจัดการกับชายหนุ่มคนนั้นจริงๆ

“อาหารของฉันถูกขโมยไป! ต้องเป็นฝืมือใครสักคนในนี้แน่ๆ! รีบเอาคืนมาให้ฉันเลยนะ!”

ชายหนุ่มที่ถูกชื่อว่าลู่เสี่ยวเหอคนนี้ยังคงมีท่าทีที่บ้าคลั่ง

“เพี๊ยะ!”

ชายร่างกำยำไม่ลังเลอีกต่อไป เขากระโจนเข้าไปหนึ่งก้าวและตบหน้าชายหนุ่มคนนั้นอย่างแรง!

“อ๊าาาาาา!!”

น้ำมูกน้ำลายและน้ำตาของชายหนุ่มคนนั้นไหลนองหน้าและบนใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยฝ่ามือสีแดงที่ชัดเจนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!

ชายร่างกำยำยังอยากจะลงมือสั่งสอนชายตรงหน้าอีก แต่ในตอนนี้เขาก็ถูกชายวัยกลางคนหัวล้านคนหนึ่งข้างๆ ดึงเอาไว้

“เอาล่ะ เสี่ยวเหอนายอย่าพูดอีกเลย นั่งลงก่อนเถอะ!”

“แล้วก็ ถังคุน นายเองก็อย่าตีคนอีก”

ลุงหัวล้านวัยกลางคนคนนี้ดูเหมือนจะมีอำนาจอยู่บ้างเพราะชายร่างกำยำก็ไม่ได้ลงมือต่ออีก

แต่ชายหนุ่มคนนั้นก็ยังคงไม่พอใจและอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ถูกชายหัวล้านกดเอาไว้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่นั่งลงอย่างฉุนเฉียว

คนอื่นๆ ข้างๆ ก็ทำราวกับพวกเขากำลังนั่งดูละครและไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรด้วย

เรื่องนี้ก็ชัดเจนมาก

ชายหนุ่มที่ชื่อลู่เสี่ยวเหอดูเหมือนจะทำอาหารหายไป

กลุ่มของพวกเขาเพิ่งจะค่อยๆ มารวมตัวกันหลังจากวันสิ้นโลก แม้ว่าจะบอกว่ามารวมตัวกันแต่ความจริงภายในนี้ก็ยังมีการแบ่งกลุ่มย่อยๆ ออกไปอีก

กลุ่มที่มีคนมากสุดก็มีประมาณ 4 ถึง 5 คน ส่วนกลุ่มที่มีน้อยที่สุดก็มีเพียง 1 ถึง 2 คนเท่านั้น

จะใช้คำว่าพวกเขาแค่มาปะปนกันก็คงจะไม่ผิด

สำหรับเรื่องที่มีคนในกลุ่มใหญ่ทำอาหารหาย ทุกคนก็ไม่ได้พูดอะไร

บางทีคนส่วนใหญ่อาจจะแอบเยาะเย้ยในใจว่าสมควรแล้วก็ได้

“อาจารย์ฟาง! อาจารย์จะหยุดผมทำไม? มันต้องมีใครสักคนในนี้ขโมยอาหารของผมไปแน่ๆ!”

ลู่เซียวเหอลดเสียงของเขาลงแล้วเหลือบมองชายวัยกลางคนหัวโล้น จากนั้นเขาก็จ้องมองคนอื่นๆ ด้วยดวงตาที่แดงก่ำราวกับว่าเขาต้องการที่จะหาคนที่ขโมยอาหารของเขาไป

โดยเฉพาะเมื่อเขามองชายที่ตบหน้าของเขาคนนั้น ความเกลียดชังของเขาก็เพิ่มมากขึ้น แต่ทันทีที่เขาสบตากับอีกฝ่าย เขาก็รีบหลบตาแล้วหันไปมองทางอื่นอย่างรวดเร็ว

“ฉันเองก็บอกนายตั้งกี่ครั้งแล้ว ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปป่าวประกาศอะไรให้วุ่นวายแล้วให้เอาอาหารเก็บไว้ดีๆ แล้วตอนนี้เป็นยังไง อาหารของนายถูกขโมยไปตอนกลางดึกแล้ว ถ้าจะให้ตามหานายคิดว่าจะหาเจอจริงๆ งั้นเหรอ!?”

ลุงฟางที่หัวโล้นก็มองชายหนุ่มและพูดด้วยน้ำเสียงราวกับผิดหวังต่อคนตรงหน้า

เมื่อไม่กี่วันก่อน ในตอนที่หิมะยังไม่ตกหนัก นักศึกษาของเขาไปเจออาหารมาจากที่ไหนสักแห่งข้างนอกและเมื่ออีกฝ่ายกลับมาก็เอาแต่โอ้อวดคนอื่น ในตอนนั้นเองเขาก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่่ายกำลังทำให้ตัวเองเดือร้อน

เมื่อมองดูนักศึกษาของเขาร้องไห้ออกมา เขาก็ถอนหายใจ

“อย่าคิดมากเลย ฉันยังมีเหลืออยู่บ้าง ถ้าฉันแบ่งให้นาย นายก็คงจะพออยู่ได้อีกสองสามวัน หลังจากนี้นายค่อยออกไปหาอาหารใหม่ก็ยังได้”

ชายวัยกลางคนหัวโล้นเอนกายเข้าไปใกล้หูของชายหนุ่มและกระซิบกับอีกฝ่าย

ยังไงนี่ก็คือลูกศิษย์ของเขาและเขาก็ไม่อยากยืนดูอีกฝ่ายตายไปเฉยๆ แน่

นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าลู่เซียวเหอจะค่อนข้างดื้อ แต่เขาก็ยังมีด้านดีๆ เช่นกัน

อีกฝ่ายเป็นนักศึกษาปริญญาโทของเขาซึ่งมีความสามารถและเกรดที่ค่อนข้างดีกว่าค่าเฉลี่ยของนักศึกษาทั่วไป

ก่อนหน้านี้พวกเขาและนักศึกษาคนอื่นๆ ได้หนีออกมาจากมหาวิทยาลัยด้วยกันในช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลก แต่ในตอนนี้พวกเขาก็เหลืออยู่กันแค่ 2 คนเท่านั้น

ส่วนคนอื่นๆ ก็ได้ตายกันไปหมดแล้ว

หลังจากได้ยินสิ่งที่อาจารย์ของเขาพูด ชายหนุ่มที่ชื่อลู่เซียวเหอก็สงบลงเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงพูดกับอาจารย์ของเขาอย่างไม่เต็มใจว่า

“อาจารย์ ผมขอบคุณที่อาจารย์ช่วยเหลือผมจริงๆ  แต่ทำไมคนพวกนี้ถึงได้เลวกันขนาดนี้ เราช่วยเหลือพวกเขาทุกคนมามากขนาดนี้ ถ้าไม่มีพวกเรา ใครจะรู้ว่าตอนนี้พวกเขาจะต้องไปซ่อนตัวกันอยู่ที่ไหน!”

เมื่อได้ยินคำเหล่านี้ ชายวัยกลางคนหัวโล้นก็ถอนหายใจและคิดว่านักเรียนคนนี้ช่างใสซื่อเกินไปจริงๆ

อีกฝ่ายยังคงมีจิตใจที่บริสุทธิ์ แม้จะอยู่ในยุคแบบนี้ หากเป็นตอนที่โลกยังสงบสุขเขาก็คงจะต้องเป็นคนดีมากแน่ๆ

แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้มันเป็นยุควันสิ้นโลกไปแล้ว

และคนที่มีนิสัยแบบนี้ก็คงอยู่ได้อีกไม่นาน

“เฮ้อ ลองคิดดูอีกทีสิ ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้วและนายเองก็ต้องเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน”

ชายแซ่ฟางถอนหายใจและไม่อยากคุยเรื่องนี้อีก

การเปลี่ยนแปลงนิสัยของคนเป็นเรื่องที่ยาก เว้นแต่ว่าคนๆ นั้นจะได้รับการกระตุ้นอย่างรุนแรง

“ตอนนี้อากาศก็หนาวมากแล้ว ระหว่างนี้ก็กินอาหารของฉันไปก่อนแล้วนายค่อยออกไปหาอาหารใหม่ แต่ฉันขอแนะนำว่านายควรจะทำความรู้จักกับต้นไม้หรือพืชที่ดินได้ด้วยเพราะบางทีนายอาจจะบังเอิญเดินไปเจอพวกมัน”

หลังจากพูดจบ เขาก็คลำหาที่นอน แล้วหยิบก้อนเสื้อผ้าสีดำก้อนหนึ่งออกมาแล้วส่งให้ลูกศิษย์ของเขา

ลู่เสี่ยวเหอรับมันไป เขารู้ว่าข้างในนั้นเป็นอะไร

เขารับเสื้อผ้าก้อนนั้นไปโดยไม่เกรงใจแล้วพยักหน้าให้อาจารย์ของเขา ก่อนจะพูดอย่างจริงจังว่า

“อาจารย์ ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะระวังและกลับมาให้เร็วที่สุดเหมือนเดิม!”

อาจารย์หัวโล้นที่แซ่ฟางก็พยักหน้า

เขาเองก็ไม่รู้ว่าฤดูหนาวอันหนาวเหน็บนี้จะกินเวลาไปอีกนานแค่ไหน แต่หากขาดอาหารและความอบอุ่น พวกเขาก็จะไม่สามารถอยู่รอดในฤดูหนาวนี้ได้อย่างแน่นอน

ดังนั้นเขาจึงได้แต่หวังว่ามันจะผ่านไปอย่างราบรื่น.

ข้างนอกหนาวมากจนฉันไม่สามารถจินตนาการได้มาก่อน ที่ดินนี้ยังเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของมนุษย์อยู่หรือไม่?

ยังมีผู้รอดชีวิตบางคนที่เคยรอดชีวิตมาด้วยกันมาก่อนและช่วยเหลือพวกเขาแต่กลับถูกมองต่ำลงมา

ในอนาคตฉันจะได้พบใครสักคนที่จะไว้ใจได้ไหม?

ครูฟางไม่แน่ใจ

แม้เขาจะรู้ก็ตามแต่เขาก็ไม่สามารถสรุปผลได้

บางที.

เมื่ออากาศอุ่นขึ้นเราคงต้องไปที่อื่น

จบบทที่ ตอนที่ 200 : ต้องซ่อนอาหารให้ดี

คัดลอกลิงก์แล้ว