- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 185 : กระแสผู้คน
ตอนที่ 185 : กระแสผู้คน
ตอนที่ 185 : กระแสผู้คน
ตอนที่ 185 : กระแสผู้คน
บนถนนเล็กๆ สายหนึ่งของเมืองเหมินถัง
หิมะที่ตกเมื่อคืนได้ปกคลุมถนนให้กลายเป็นชั้นน้ำแข็งสีขาว
ในยามเช้า รถ 4 คันกำลังวิ่งอย่างรวดเร็วอยู่กลางถนน
ในขบวนรถเหล่านี้มี 2 คันเป็นรถตู้และอีก 2 คันเป็นรถออฟโรด ซึ่งทั้งหมดได้ติดตั้งตาข่ายป้องกันและกันชนเหล็กแล้วและที่ยางก็ยังได้ติดโซ่สำหรับกันลื่นไว้ด้วย
แถมในบางส่วนของรถก็ยังได้ถูกติดตั้งฉนวนกันเสียงเพิ่ม ทำให้เสียงขณะวิ่งบนถนนไม่ดังมากนัก
พวกของพี่หลี่ก็กำลังนั่งอยู่บนรถตู้ 2 คันนั้น
“พวกเขาจะพาพวกเราไปไหนกันนะ? พวกเขาคงจะไม่เอาพวกเราไปขายหรอกใช่ไหม?”
บนรถเสี่ยวชงก็ถามออกมาอย่างกังวล
เมื่อวานหลังจากมาถึงฐานลวี่หยวนแล้ว มันก็แตกต่างจากที่พวกเขาคิดเอาไว้ไม่น้อยเลย
“ชู่ว์ เบาเสียงหน่อย”
พี่หลี่ส่งสายตาให้เขาและพูดเสียงเบาๆ
คนที่ขับรถก็ยังคงเป็นคนของฐานลวี่หยวน การพูดแบบนี้ต่อหน้าอีกฝ่ายมันคงไม่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย
“ไม่ต้องกังวลพวกเราเกือบจะถึงแล้ว มันอยู่ตรงหน้านี้เอง”
หวังหยางก็นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับด้วย เขาหันหน้ากลับมาพร้อมรอยยิ้มและพูดอย่างสบายๆ พลางชี้ไปที่โรงงานข้างหน้า
ตั้งแต่ขึ้นรถมาจนถึงตอนนี้ พวกเขาก็ขับมายังไม่ถึง 10 นาทีเลย แต่พวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
รถมาจอดที่หน้าประตูโรงงานแห่งหนึ่ง สมาชิกทีมต่อสู้สองคนที่ลงจากรถออฟโรดข้างหน้าก็ไปเปิดแม่กุญแจที่ประตู หลังจากนั้นรถทุกคันก็ขับเรียงกันเข้าไปทีละคัน ก่อนที่สมาชิกทีมต่อสู้สองคนจะกลับมาปิดประตูอีกครั้ง
หวังหยางพาพวกของพี่หลี่ลงจากรถและชี้ไปที่อาคารสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดหลังหนึ่งและแนะนำว่า
“ต่อไปนี้ที่นี่จะเป็นที่ที่พวกคุณจะอาศัยอยู่ ดังนั้นขนสัมภาระลงมาได้เลย เดี๋ยวผมจะค่อยๆ แนะนำสถานที่ให้พวกคุณฟัง”
จากนั้น กลุ่มของพี่หลี่ก็ถูกหวังหยางพาเดินชมในโรงงานแห่งนี้
โรงงานแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่มากนักและมีพื้นที่เพียงไม่กี่พันตารางเมตรเท่านั้น
แต่มันมีกำแพงสูงสองเมตรกว่าล้อมรอบ ซึ่งเมื่อเทียบกับที่อื่นแล้วก็ถือว่าดีกว่ามาก
โดยปกติแล้วตราบใดที่จำนวนผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่ข้างในนี้ไม่มากจนเกินไป กลิ่นเนื้อมนุษยก็จะไม่แรงมากนัก ดังนั้นในตอนกลางคืนก็จะมีซอมบี้ที่เข้ามากวนพวกเขาไม่มาก ดังนั้นการป้องกันจึงไม่ได้เป็นปัญหา
จำนวนคนที่ฉินจิ้นกำหนดไว้สำหรับสถานที่แห่งนี้คือไม่เกิน 100 คน
ในวันหมอกศพเมื่อมีคนเกิน 20 คนขึ้นไปกลิ่นเนื้อจะมีความเข้มข้นในระดับหนึ่ง แต่หากเกิน 100 คนขึ้นไปความเข้มข้นของมันก็จะเพิ่มเป็นอีกระดับหนึ่ง ซึ่งในอนาคตเมื่อวันหมอกศพมาถึงอีกครั้ง ฉินจิ้นก็มีวิธีที่จะทำให้ผู้รอดชีวิตเหล่านี้รอดชีวิตไปได้แล้ว
การแนะนำของหวังหยางนั้นก็รวดเร็วมาก หลี่เซิ่งหลินและคนอื่นๆ ก็พอจะรู้แล้วว่าในอนาคตพวกเขาจะต้องใช้ชีวิตที่แห่งนี้กันอย่างไร
“คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ ที่นี่จะเป็นที่ที่พวกคุณจะใช้ชีวิตกันต่อ ผมหวังว่าพวกคุณจะดูแลมันให้ดีและในอนาคตเมื่อมีคนมาเข้าร่วมกับพวกเราอีก ทางฐานลวี่หยวนก็จะส่งพวกเขามาที่นี่เช่นกัน”
“รถของพวกคุณ เราจะช่วยติดตั้งตาข่ายป้องกันและแผ่นเหล็กกันชนให้แล้วเราจะช่วยขับพวกมันมาให้พวกคุณอีกครั้งในภายหลัง ในอนาคตพวกคุณจะได้ออกไปข้างนอกได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น”
ขณะที่พูด หวังหยางก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเอกสารที่เขาพกติดตัวมาและพูดกับกลุ่มคนตรงหน้าอย่างจริงจังว่า
“เกี่ยวกับเรื่องการแลกเปลี่ยนอาหาร พวกคุณสามารถกลับไปอ่านข้อมูลบนเอกสารนี้อย่างละเอียดอีกครั้งได้ ข้างในนั้นได้มีการระบุเสบียงและภารกิจที่พวกคุณสามารถทำเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นอาหารได้ ในตอนนี้อากาศค่อนข้างหนาว แต่หากยอมออกแรงหน่อยก็จะพอหาของพวกนี้ได้อยู่”
“น้ำมันข้างนอกก็ยังจะพอหาได้บ้าง แต่ผมแนะนำให้พวกคุณรีบออกไปแล้วรวบรวมของต่างๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีกว่าเพราะหากพวกคุณรอให้มีผู้รอดชีวิตมาที่นี่เพิ่มมากขึ้น พวกคุณก็จะต้องแข่งขันกับพวกเขาและการหาของต่างๆ ก็จะยากขึ้นตาม”
“มันก็ประมาณนี้ ตอนนี้อากาศหนาวแล้ว พวกคุณสามารถหาของที่ให้ความอบอุ่นได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ถ้าหาไม่ได้ พวกคุณก็สามารถไปทำภารกิจเพื่อกลับมาแลกกับพวกเราได้เช่นกัน”
พูดจบ เขาก็ส่งกระดาษในมือให้พี่หลี่
หลี่เซิ่งหลินรับกระดาษไปอย่างระมัดระวัง ราวกับว่ามันหนักนับพันชั่ง นี่คือหลักประกันในการเอาชีวิตรอดของพวกเขาในอนาคตเลยนะ!
“เอาล่ะ พวกคุณก็ปรับตัวให้เข้ากับที่นี่ได้ตามสบายเลย วันนี้คนของเราจะยังอยู่ที่นี่เพื่อจัดการทำงานที่เหลือให้เสร็จ อีกไม่นานรถของพวกคุณก็น่าจะถูกนำมาส่งแล้ว แล้วก็เราจะให้แผนที่บริเวณโดยรอบเมืองเหมินถังให้พวกคุณด้วย พวกคุณจะได้สามารถออกไปทำภารกิจได้ง่ายขึ้น”
หวังหยางสั่งการเสร็จ เขาก็ขึ้นรถตู้คันหนึ่งกลับไปที่ฐานลวี่หยวนเพราะวันนี้อาจจะมีผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่มาถึงและเขาจะต้องยุ่งอีก
หลี่เซิ่งหลินและคนอื่นๆ ที่ถูกทิ้งไว้ที่เดิมก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากัน แต่หลังจากผ่านไปนานพอสมควรด้วยอากาศที่หนาวพวกเขาจึงเดินกลับเข้าไปในอาคาร
พวกเขาต้องการดูรายการสิ่งของที่หวังหยางต้องการให้พวกเขาออกไปหาและปรึกษาหารือกันว่าต่อจากนี้พวกเขาจะทำภารกิจที่ฐานลวี่หยวนต้องการให้พวกเขาทำกันอย่างไร
……
ในตอนเที่ยง
หลังจากที่สมาชิกทีมต่อสู้ได้ไปโปรยใบปลิวในเมืองรอบๆ เสร็จสิ้นแล้ว พวกเขาก็รีบกลับมาที่ฐานและจอดเฮลิคอปเตอร์เพื่อทำการบำรุงรักษาทันที
เมื่อเร็วๆ นี้พวกเขาได้ออกทำภารกิจหลายเที่ยวบินติดต่อกัน นั่นทำให้พวกเขาใช้น้ำมันอากาศยานไปไม่น้อย ดังนั้นหลังจากนี้พวกเขาจะต้องประหยัดการใช้พวกมันแล้ว
แต่ในตอนนี้ งานประชาสัมพันธ์ของพวกเขาก็ถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว
ส่วนผลที่จะเกิดขึ้นนั้น ก็ต้องรอดูว่าในภายหลังจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
อันที่จริง
ไม่ใช่แค่เมืองกว่างโจว
แม้แต่เมืองรอบๆ หลายๆ แห่ง
ก็มีผู้รอดชีวิตจำนวนไม่น้อยเลยที่กำลังออกเดินทางมายังฐานลวี่หยวนแห่งนี้ที่มีเฮลิคอปเตอร์และยังได้เปิดเผยข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อพวกเขาในวันสิ้นโลก!
ฐานที่กล้าใช้กลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ที่โดดเด่นขนาดนี้ ก็คงจะไม่แย่เกินไปหรอกใช่ไหม?
แม้ว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงสงสัยหรือไม่ได้สนใจที่จะออกจากที่พักอาศัยของพวกเขาในปัจจุบัน
แต่พวกเขาก็ไม่ได้ขัดขวางคนจำนวนไม่น้อยที่สนใจเรื่องนี้และเริ่มเดินทางมายังอำเภอเฟิงเหอ
และไม่ต้องสงสัยเลยว่า ในตอนนี้เมืองเหมินถังก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางของพายุลูกเล็กๆ นี้แล้ว
ในเมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากอดีตศูนย์พักพิงเมืองตงกว่านไปประมาณยี่สิบกิโลเมตร
ในร้านล้างรถที่ไม่เด่นแห่งหนึ่ง ในโกดังที่เดิมใช้สำหรับล้างรถมีรถบรรทุกหนักคันหนึ่งจอดอยู่
ภายนอกของรถบรรทุกคันนี้เต็มไปด้วยคราบเลือดสีดำแดง ด้านหน้ารถมีความเสียหายอย่างรุนแรง กระจกหน้ารถก็แตกจนเป็นเหมือนใยแมงมุม
ในตอนนี้ บนชั้นสองของร้านล้างรถแห่งนี้ ชายสองคนกำลังนั่งคุยกันเสียงเบาๆ
“ถ้าสิ่งที่เขียนไว้บนใบปลิวนี้เป็นเรื่องจริง ฉันว่าพวกเราไปขอความช่วยเหลือจากที่นั่นได้นะ แถมความหนาแน่นของซอมบี้ในเมืองตงกว่านก็สูงเกินไปแล้ว สองวันก่อนพวกเราเองก็ได้เห็นหายนะครั้งนั้นแล้วด้วย ฉันไม่อยากจะเจอมันอีกแล้ว!”
“ทั้งศูนย์พักพิงเมืองตงกว่านก็พังไปแล้ว นอกจากพวกเราสองคนแล้ว คนที่รอดชีวิตก็น่าจะเหลือไม่มาก”
“เฉินกัง พวกเราไปเมืองกว่างโจวกันเถอะ!”
หนึ่งในชายสองคนที่อยู่ในชั้นสองพูดกับชายอีกคนที่มีใบหน้าผ่านโลกมามากและซูบผอม ที่มีอายุเกือบสี่สิบปี
ชายคนนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองดูข้อมูลบนใบปลิวและสีหน้าของเขาก็ซับซ้อนก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดว่า
“งั้นก็ไปกันเถอะ”
“ฉันเคยอยู่ที่อำเภอเฟิงเหอมาก่อน ฉันค่อนข้างคุ้นเคยกับเส้นทางของที่นั่น”
ชายที่ดูเหมือนจะอายุน้อยกว่าเขาสองสามปีและมีใบหน้าที่ซูบผอมเช่นกันก็ยิ้มออกมาและพูดว่า
“งั้นฉันไปเก็บของก่อน แล้วเราค่อยออกไปหาน้ำมันกันอีกสักหน่อย พอเติมน้ำมันรถจนเต็มแล้วพวกเราก็ค่อยเริ่มออกเดินทางไปกันเลย!”
ขณะที่พูด เขาก็ลุกขึ้นยืนและเริ่มเคลื่อนไหว
เหลือไว้เพียงชายที่ผ่านโลกมามากที่ยังคงอยู่ที่เดิม
เขาเหลือบมองใบปลิวอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจและพูดด้วยเสียงที่มีแค่เขาเท่านั้นที่จะได้ยินว่า
“เฮ้อ ไม่คิดเลยว่าจะต้องวนกลับไปที่อำเภอเฟิงเหออีกครั้ง”
ชายที่ชื่อเฉินกังคนนี้ก็คือพี่เฉินที่หนีมาจากอำเภอเฟิงเหอมายังศูนย์พักพิงเมืองตงกว่านนั่นเอง!
…..
ในวันนี้
ไม่ใช่แค่พี่เฉิน แต่หลายเมืองที่มีผู้รอดชีวิต พวกเขาก็เริ่มออกเดินทางไปยังฐานลวี่หยวนแห่งนั้นแล้วเช่นกัน
สถานที่แห่งนั้นสามารถรอดพ้นจากการโจมตีของซอมบี้ที่บ้าคลั่งมาได้และยังมีข้อมูลต่างๆ ที่เขียนไว้บนใบปลิวอีก
บางทีที่นั่นอาจจะเป็นดินแดนแห่งความหวังครั้งใหม่ของพวกเขาก็ได้!