- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 175 : ฟ้าสาง
ตอนที่ 175 : ฟ้าสาง
ตอนที่ 175 : ฟ้าสาง
ตอนที่ 175 : ฟ้าสาง
เวลา 22:00 น.
ศูนย์พักพิงเมืองตงกว่าน
พี่เฉินลืมไปแล้วว่าเขาอยู่บนกำแพงและต้องต้านทานการโจมตีของซอมบี้มานานแค่ไหนแล้ว
เขารู้สึกเพียงแค่ว่ามือทั้งสองข้างของเขาเจ็บมาก ร่างกายของเขาอ่อนล้า แม้แต่ลำคอก็แห้งผากจนมันแทบจะลุกเป็นไฟเพราะเขาตะโกนมากเกินไป
เพื่อนผู้รอดชีวิตข้างๆ หลายคนก็เหนื่อยจนล้มตัวลงพักบนนั่งร้านข้างกำแพงไปแล้ว
คนระดับสูงของศูนย์พักพิงก็ได้จัดผู้รอดชีวิตมาช่วยป้องกันหลายครั้งแล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทุกคนก็หมดแรง
แต่ซอมบี้ข้างนอกไม่เหมือนกับพวกเขา พวกมันไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยเลย
พี่เฉินในตอนนี้ก็เหนื่อยจนลืมความหิวไปแล้ว ตั้งแต่กินข้าวเช้ามื้อนั้นไป จนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปกว่าสิบชั่วโมงแล้วที่เขาไม่ได้กินอะไรอีกเลย
พวกเขาจะป้องกันที่นี่ไว้ได้จริงๆ ไหม?
พี่เฉินถามตัวเองในใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
คนระดับสูงของศูนย์พักพิงส่วนใหญ่ก็มาที่กำแพงเพื่อบัญชาการการป้องกัน อาวุธอย่างปืนกลหนักที่ปกติพวกเขาไม่เคยเห็นก็ถูกนำมาใช้บนกำแพงหลังจากที่ท้องฟ้าเริ่มมืดลง
ถ้าไม่ใช่เพราะอาวุธพวกนี้ พวกเขาคงจะอดทนต้านทานพวกมันมาจนถึงตอนนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน
แต่ว่า
เมื่อ 10 นาทีที่แล้ว เสียงคำรามของปืนกลก็หยุดไป
พี่เฉินเดาว่ากระสุนคงจะหมดแล้ว
ซอมบี้ข้างล่างที่ถูกกดดันมานานก็กลับมาได้เปรียบอีกครั้ง พวกมันซ้อนตัวกันสูงถึงเจ็ดแปดเมตรอย่างไม่เกรงใจพวกเขาเลย!
ตอนนี้พวกมันอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงแค่ประมาณสองเมตรแล้ว!
ก่อนหน้านี้พี่เฉินยังได้เห็นกับตาตัวเองว่ามีซอมบี้ประหลาดบางตัวที่สามารถโจมตีพวกเขาจากระยะไกลได้!
และสิ่งที่พวกมันใช้โจมตีพวกเขาก็คือกรด!
แถมบางตัวก็ยังกระโดดได้สูงหลายเมตรอีก!
พวกมันมีแม้กระทั่งซอมบี้ที่อ้วนเหมือนหมูตัวหนึ่งที่หลังจากถูกปืนกลหนักยิงจนล้มแล้วก็ยังระเบิดได้อีก!
ตอนนี้เมื่อเขามองออกไปนอกกำแพงเป็นครั้งคราว เขาก็ยังคงรู้สึกขนลุกไม่หาย
พวกมันมีเยอะเกินไป!
พวกเขาฆ่าไม่หมด!
ฆ่าไม่หมดจริงๆ!
เท่าที่สายตามองเห็น เขาคาดว่าพวกมันมีกันมากกว่าหนึ่งแสนตัว!
ซอมบี้ที่ล้มตายอยู่ใต้กำแพงของพวกเขาก็น่าจะมีเกินหมื่นตัวไปแล้วและมันยังกลายเป็นฐานให้ซอมบี้ตัวอื่นๆ ปีนขึ้นมาอีก
แต่ยังโชคดีที่ส่วนใหญ่พวกมันถูกฆ่าตายตั้งแต่ระยะไกลๆ ด้วยกระสุน ไม่อย่างนั้นตอนนี้ซากศพใต้กำแพงก็คงจะซ้อนกันสูงกว่านี้อีก
“ทุกคนทนอีกหน่อย! ซอมบี้ข้างนอกขึ้นมาไม่ได้แน่นอน! เหล่าผู้นำในศูนย์พักพิงของเรากำลังจัดคนมาช่วยพวกเราอยู่ อีกไม่นานก็จะมีคนมาเปลี่ยนเวรกับพวกเราแล้ว!”
“อีกเดี๋ยวพวกเราก็จะได้กลับไปกินข้าวพักผ่อนกัน! แล้วศูนย์พักพิงก็จะจดจำพวกเราทุกคนในฐานะวีรบุรุษที่ต่อสู้กับซอมบี้!”
ผู้นำระดับสูงคนหนึ่งที่พี่เฉินเคยเห็นมาหลายครั้งแล้วก็ยังคงให้กำลังใจกับทุกคน
เขารู้จักคนๆ นี้ อีกฝ่ายเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอำนาจที่แท้จริงในศูนย์พักพิงแห่งนี้
แต่เมื่อได้ยินคำให้กำลังใจเหล่านี้บ่อยๆ ทุกคนก็เริ่มที่จะชินชาไปแล้ว
ความเจ็บปวดจากกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานอย่างหนักกระตุ้นสมองของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา ในตอนนี้นอกจากจะป้องกันกำแพงราวกับหุ่นยนต์แล้ว พวกเขาก็ไม่อยากจะใช้สมองเพื่อคิดอะไรให้เปลืองแรงอีกต่อไปแล้ว
พี่เฉินก็ยังคงแทงซอมบี้ที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างล่างราวกับหุ่นยนต์ต่อไปและหวังว่าอีกเดี๋ยวจะมีคนมาช่วยพวกเขาจริงๆ
หลังจากนั้นไม่นาน พี่เฉินก็เหลือบมองไปข้างๆ และในใจของเขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ
ผู้นำระดับสูงที่คอยให้กำลังใจอยู่เมื่อกี้นี้ไปไหนแล้วล่ะ?
เขาหยุดมือที่กำลังแทงแท่งเหล็กแล้วมองไปรอบๆ กำแพงอีกครั้ง
และหัวใจของเขาก็กระตุกวูบในทันที
ไม่เพียงแต่ผู้นำระดับสูงที่ให้กำลังใจเมื่อครู่จะหายไป แม้แต่ผู้นำระดับสูงคนอื่นๆ ก็ไม่มีให้เห็นแม้แต่เงาแล้ว!
เหลือเพียงหัวหน้าทีมระดับล่างและระดับกลางที่คอยบัญชาการพวกเขาอยู่เท่านั้น
แผ่นหลังที่เคยเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขา ในตอนนี้กลับมีเหงื่อเย็นที่เกิดจากความหวาดกลัวไหลออกมาอีกครั้ง
ในใจของเขาที่เดิมก็เต็มไปด้วยความไม่เชื่ออยู่แล้วและเมื่อรวมกับซอมบี้ข้างนอกที่กำลังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ และกระสุนของพวกเขาที่หมดไปแล้วและบรรดาผู้นำระดับสูงที่น่าจะหนีไปแล้วเช่นกัน!
ทั้งตัวของเขาก็รู้สึกหนาวขึ้นมาทันที มันไม่ใช่เพราะอากาศหนาว แต่เป็นเพราะความกลัวของเขาเอง!
ในชั่วพริบตา ความคิดนับไม่ถ้วนก็แล่นผ่านเข้ามาในใจของเขา เขาทิ้งความพยายามสุดท้ายลง
“หัวหน้า! ผมปวดท้อง ผมขอลงไปเข้าห้องน้ำข้างล่างกำแพงแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวผมจะรีบกลับมาครับ!”
พี่เฉินวางแท่งเหล็กลงแล้วบอกกับหัวหน้าทีมขณะที่เขาปีนลงจากนั่งร้านโดยไม่หันหลังกลับไปมองและรีบวิ่งจากไปท่ามกลางเสียงเรียกให้หยุดของหัวหน้าของเขา!
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนที่ดังมาจากข้างหลังที่ราวกับเป็นสารวัตทหารที่ต้องการจับทหารหนีทัพกลับไปสู้รบต่อ พี่เฉินก็ยิ่งออกแรงวิ่งให้เร็วกว่าเดิม!
ต้องไปหาที่ซ่อนก่อน!
หรือไม่ก็ไปหารถ!
เพราะอีกเดี๋ยวถ้าซอมบี้บุกทะลวงกำแพงเข้ามาได้จริงๆ หากเขามีรถเขาก็จะยังมีโอกาสอันน้อยนิดที่จะฝ่าออกจากศูนย์พักพิงไปได้!
ส่วนตอนนี้ต้องหนีไว้ก่อน!
ทันทีที่พี่เฉินวิ่งออกมาจากกำแพงมาได้ เขาก็รีบวิ่งไปที่หอพักของเขาเพื่อหยิบอาหารส่วนสุดท้ายที่เขาซ่อนไว้ในช่องลับใต้เตียงและในตอนที่เขาเพิ่งจะก้าวออกจากประตู เสียงร้องอุทานและเสียงกรีดร้องก็ดังมาจากทางกำแพง!
“ซอมบี้ขึ้นมาได้แล้ว! ช่วยด้วย! อ๊าาาากกกกก!”
กำแพงถูกบุกทะลวงแล้ว!
พี่เฉินเบิกตากว้างมองไปทางนั้นแวบหนึ่ง จากนั้นเขาก็ไม่หันหลังกลับไปมองอีกและพุ่งไปยังสถานที่ที่ปกติแล้วจะใช้จอดรถ!
ตอนนี้หาที่ซ่อนไม่ทันแล้ว!
ทันทีที่เขาวิ่งลงมาถึงชั้นล่าง ข้างๆ เขาก็มีเสียงคำรามและเสียงกรีดร้องที่โกลาหลดังขึ้นมา
เขาไม่กล้ามองไปทางนั้น เขาก้มหน้าก้มตาวิ่งสุดชีวิตไปอีกทางทันที!
เมื่อเขามาถึงโรงจอดรถของศูนย์พักพิงในที่สุด เขากลับเห็นว่ารถหลายคันได้สตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว! และที่นี่ก็มีคนอยู่ไม่น้อยเลย!
ไอ้พวกนี้!
แม้ว่าในใจของเขาจะโกรธแค่ไหน แต่ในตอนนี้ก็ไม่มีเวลาให้เขาระบายแล้ว
ตอนนี้การหนีเอาชีวิตรอดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด!
ร่างของเขาไม่ได้หยุดนิ่ง สายตาของเขามองไปยังรถบรรทุกหนักคันหนึ่ง เขารีบวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วแล้วก็พลิกตัวปีนขึ้นไปบนท้ายรถ!
ฟู่!
เมื่อนอนอยู่บนกระบะท้ายรถ ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกขึ้นนั่ง รถก็วิ่งออกไปแล้ว!
พี่เฉินเลยนอนต่อไปและไม่ได้ลุกขึ้นมา
หลังจากที่เขาต่อสู้กับซอมบี้มาหลายชั่วโมงติดต่อกัน ประกอบกับการวิ่งหนีเอาชีวิตรอดเมื่อครู่นี้ เขาก็ได้ใช้พลังงานของเขาไปจนหมดสิ้นแล้ว ตอนนี้เขาแทบไม่อยากจะขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียวเลยจริงๆ
งั้นก็เอาแบบนี้แหละ
ชะตากรรมต่อไปของเขาก็ขอฝากไว้กับรถคันนี้ก็แล้วกัน
เบื้องหลังที่เขาไม่ได้หันไปดูก่อนหน้านี้ มันคือฉากของซอมบี้นับไม่ถ้วนที่ปีนขึ้นมาบนกำแพง เหล่าผู้รอดชีวิตบนกำแพงก็ไม่สามารถกดดันพวกมันให้ลงไปได้อีกต่อไป และในวินาทีที่พวกเขาถูกบุกทะลวงเข้ามา ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มหันหลังและวิ่งหนี
แต่น่าเสียดาย
ภายใต้ความเร็วของซอมบี้ที่บ้าคลั่งซึ่งได้รับการเสริมพลังในวันหมอกศพ พวกเขาที่หมดแรงไปนานแล้วก็ย่อมไม่สามารถวิ่งหนีสัตว์ประหลาดพวกนี้ได้เลย
ถ้าเมื่อครู่พี่เฉินไม่ได้ตัดสินใจจากมาก่อน ตอนนี้เขาก็คงจะกลายเป็นหนึ่งในเหยื่อของซอมบี้ไปแล้ว
ซอมบี้จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามาในศูนย์พักพิงเมืองตงกว่าน ผู้รอดชีวิตที่รอฟังข่าวอยู่ในอาคารก็เพิ่งจะรู้ตัวแต่นั่นก็สายเกินไปแล้ว
มีเพียงคนระดับสูงส่วนน้อยเท่านั้นที่วิ่งไปรอที่รถล่วงหน้าแล้วและในขณะที่ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่กำลังดึงดูดความสนใจของซอมบี้ ขบวนรถก็ถาโถมออกมาพุ่งทะลวงสิ่งที่กีดขวางพวกมันแล้วมุ่งหน้าไปยังประตูหลังอีกบานของศูนย์พักพิงและหนีเอาชีวิตรอด
ที่ประตูด้านนี้ก็มีซอมบี้อยู่ไม่น้อยเลย แต่เมื่อเทียบกับคลื่นซอมบี้ที่ไร้ที่สิ้นสุดที่ประตูหน้าแล้วก็นับว่าที่นี่สถานการณ์ดีกว่ามาก
แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกคันที่จะสามารถฝ่าออกไปได้สำเร็จ แต่นี่ก็เป็นวิธีสุดท้ายแล้ว!
ในตอนนี้
ศูนย์พักพิงเมืองตงกว่านที่สร้างมานานกว่าหนึ่งเดือนก็ได้แตกพ่ายลงในที่สุด
ในค่ำคืนนี้
สถานที่รวมตัวของผู้รอดชีวิตที่มีประชากรจำนวนมากเช่นเดียวกับศูนย์พักพิงเมืองกว่างโจวและศูนย์พักพิงเมืองตงกว่าน ก็มีไม่น้อยเลยที่ล่มสลายและมีผู้คนล้มตายจำนวนมาก
แต่แน่นอนว่าสำหรับศูนย์พักพิงหรือฐานที่มีคนค่อนข้างน้อยกว่าและสร้างขึ้นในที่ห่างไกลก็มีจำนวนไม่น้อยเลยที่รอดวิกฤตครั้งนี้มาได้อย่างยากลำบาก
และยังมีผู้รอดชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนที่ยังซ่อนตัวอยู่ในที่พักและรอให้ซอมบี้ถอยไปเอง
มนุษยชาติที่เหลือรอดจะจดจำความหวาดกลัวจากหมอกสีม่วงไปอีกนาน
หลังจากนี้พวกเขาจะรู้ว่า
วันที่มีหมอกสีม่วงปรากฏขึ้นแบบนี้
โลกก็จะกลายเป็นของซอมบี้
และคำว่าวันหมอกศพก็จะถูกเล่าขานกันต่อไป
มันคืองานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ของซอมบี้
แต่เป็นช่วงเวลาที่ผู้รอดชีวิตได้แต่ร่ำไห้
ในค่ำคืนนี้
นอกจากคนที่อยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งแล้ว ก็แทบจะไม่มีผู้รอดชีวิตคนไหนกล้านอนหลับเลย
……
เช้าวันรุ่งขึ้น
วินาทีที่แสงแรกของดวงอาทิตย์ส่องลงบนผืนดิน
ในที่สุดหมอกสีม่วงก็เริ่มสลายไป
ซอมบี้ที่บ้าคลั่งมาทั้งคืน รวมถึงซอมบี้กลายพันธุ์จำนวนมาก พวกมันก็ราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม พวกมันหยุดบ้าคลั่งและเดินกลับไปยังที่มืดอย่างเงียบๆ เพื่อรอผู้โชคดีคนต่อไป
“ฟ้าสางแล้ว!”
“ซอมบี้ถอยไปแล้ว!”
มนุษย์ที่รอดชีวิตนับไม่ถ้วนต่างก็ดีใจจนหลั่งน้ำตาออกมา