เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 165 : ความสามารถในการเรียนรู้

ตอนที่ 165 : ความสามารถในการเรียนรู้

ตอนที่ 165 : ความสามารถในการเรียนรู้


ตอนที่ 165 : ความสามารถในการเรียนรู้

ภายในห้องพยาบาล

โจวฉีหังหอบหายใจ!

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอสถานการณ์แบบนี้ เกือบจะขาดอากาศหายใจตายภายใต้สายตาของชายหนุ่มตรงหน้า!

เมื่อกี้นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?

เขาใช้เวลาสักพักกว่าจะกลับมาเป็นปกติ

เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า เขาก็ยังไม่ได้ตอบกลับไปทันที ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขาเองก็เต็มไปด้วยคำถามและไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี

ฉินจิ้นดูเหมือนจะเข้าใจว่าชายตรงหน้ากำลังคิดอะไรเขาจึงผายมือไปทางเฉินจวินฉือที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า

"เล่าสถานการณ์ข้างนอกให้เขาฟังหน่อย"

เฉินจวินฉือพยักหน้าเมื่อได้ยินดังนั้น ก่อนจะพูดกับโจวฉีหังที่ยังสับสนอยู่ว่า

"ตอนนี้โลกภายนอกได้กลายเป็นโลกหลังวันสิ้นโลกไปแล้ว รัฐบาลไม่มีอยู่อีกต่อไปและทั่วทั้งโลกก็มีแต่ซอมบี้ที่น่ากลัวอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ที่นี่เป็นฐานที่ท่านประธานฉินก่อตั้งขึ้น ซึ่งเป็นที่อยู่ของผู้รอดชีวิตจำนวนมาก พวกเราเจอคุณตอนที่พวกเรากำลังออกค้นหาเสบียงในวันนี้"

เขาพูดข้อมูลทั่วไปอย่างรวดเร็วและดวงตาของโจวฉีหังก็เบิกกว้างในขณะที่ฟัง

จนในที่สุด หลังจากเฉินจวินฉือพูดจบ โขวฉีหังก็ทรุดตัวลง เขาจ้องมองพื้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาแล้วพูดอย่างเหม่อลอยว่า

"มันคือวันสิ้นโลกจริงๆ ด้วย"

ฉินจิ้นไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายคร่ำครวญอีกต่อไป เขาขัดจังหวะความคิดของอีกฝ่ายแล้วถามคำถามออกไปอีกครั้ง

"ตอนนี้นายคงจะเข้าใจสถานการณ์ดีแล้ว ที่นี่เราไม่รับคนไร้ประโยชน์ ดังนั้นนายควรบอกมาได้แล้วว่านายมีประโยชน์อะไรบ้าง เพราะถ้านายพอมีประโยชน์ต่อที่นี่นายก็จะได้อยู่ที่นี่ต่อไป แต่หากไม่มีงั้นเราก็คงต้องขอให้นายออกไป”

โจวฉีหังรวบรวมสติของเขา เขาได้รู้แล้วว่าชายคนนี้ที่มีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก็คือผู้นำของที่นี่

แต่อีกฝ่ายเพิ่งจะพูดว่า ถ้าเขาไม่มีประโยชน์เขาก็จะถูกไล่ออกไปงั้นเหรอ?!

ในฐานะปัญญาชนผู้ฉลาดหลักแหลม สมองของเขาจึงแล่นอย่างรวดเร็วและคิดถึงผลลัพธ์หากเขาถูกไล่ออกไปได้ทันที

มันจะต้องน่ากลัวอย่างแน่นอน!

ดังนั้นเขาจะต้องอยู่ที่นี่เพื่อที่จะได้มีโอกาสรอดชีวิตต่อไปก่อน!

แล้วเขาค่อยหาข้อมูลสถานการณ์ของโลกภายนอกทีหลังและดูว่าโลกภายนอกเป็นอย่างที่พวกเขาพูดจริงหรือไม่ แล้วค่อยตัดสินใจว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไป แต่อย่างน้อยเขาก็จะไม่อดตายอยู่ที่นี่!

สมองภายใต้ศีรษะที่มีผมน้อยของเขากำลังเรียบเรียงคำพูดอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และเขาก็เริ่มพูดว่า

"ผมมีชื่อว่าโจวฉีหัง ผมเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยหยางเฉิงและเป็นนักวิจัยด้วย ผมสอนวิชาพันธุศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย ผมเคยนำโครงการวิจัยหลายมาโครงการและผมยังมีประสบการณ์มากมายในด้านพันธุศาสตร์ชีวภาพ ผมเคยได้ตีพิมพ์บทความลงบน SCI Q1 สองฉบับและบทความในวารสารทางวิทยาศาตร์อีกหลายฉบับ"

"คืนนั้น หลังจากที่ผมกินข้าวเสร็จ ผมอยู่ในห้องแลปกับนักศึกษาอีกไม่กี่คน พวกเรากำลังจะเริ่มเตรียมการทดลองใหม่ แต่จู่ๆ ก็เริ่มมีคนเริ่มทำท่าแปลกๆ แล้วก็ไล่กัดนักศึกษาที่อยู่ข้างๆ อย่างบ้าคลั่ง!"

"ตอนนี้ผมถึงได้ตระหนักว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันคล้ายกับในภาพยนตร์ Resident Evil ที่ผมเคยดูมาก่อน ตอนแรกผมกับนักศึกษาคนอื่นๆ คิดที่จะจับตัวนักศึกษาที่กลายพันธุ์ แต่ปรากฏว่าเราสู้แรงของนักศึกษาที่กลายพันธุ์ไม่ได้เลยและในตอนนั้นก็มีคนที่กลายพันธุ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกเราเลยไม่มีทางเลือกนอกจากวิ่งหนีเอาชีวิตรอด"

"ผมวิ่งไปซ่อนตัวอยู่ในห้องที่ปกติใช้เป็นที่เก็บอุปกรณ์การทดลองและตัวอย่าง ผมอาศัยหนูทดลองกับน้ำอีกเล็กน้อยในห้องนั้นเพื่อประทังชีวิตมาจนถึงตอนนี้ ถ้าพวกคุณไม่มาเจอผมในตอนนั้น ผมก็คงจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!"

"ผมสามารถวิจัยซอมบี้ให้พวกคุณได้! ผมอยู่ในวงการพันธุศาสตร์มานานหลายปีแล้ว ผมคิดทฤษฎีความเป็นไปได้อยู่ในหัวมากมายตั้งแต่ตอนที่ผมติดอยู่ในห้องเก็บของและผมคิดมาโดยตลอดว่าถ้าผมรอดไปได้ ผมก็จะศึกษาพวกมัน!”

โจวฉีหังตื่นเต้นขณะที่เขาพูด

แต่อย่างไรก็ตาม

ฉินจิ้นกลับยังคงจ้องมองเขาอย่างไร้อารมณ์

จนกระทั่งโจวฉีหังสงบลงอีกครั้ง ฉินจิ้นจึงพูดออกมาอย่างไร้อารมณ์ว่า

"ถ้าอย่างนั้น ฉันจะให้นายได้อยู่ที่นี่ในฐานของฉันเป็นการชั่วคราวและฉันจะประเมินนายอีกครั้งในภายหลัง นายจะได้เข้าร่วมกับฐานแห่งนี้เป็นทางการก็ต่อเมื่อนายผ่านการประเมิณของฉันแล้วเท่านั้น”

พูดจบ เขาก็ปล่อยแขนที่กอดอกอยู่ จากนั้นก็หันหลังกลับและเดินไปทางประตูโดยไม่มองกลับมาอีก

เขาจากไปทั้งๆ แบบนั้น

โจวฉีหังตกตะลึง

เมื่อกี้ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?

เขานั่งอยู่บนเตียงพยาบาลอย่างทำอะไรไม่ถูก

เฉินจวินฉือที่อยู่ข้างๆ ดูเหมือนจะรู้จักนิสัยของผู้นำของตัวเองดี เขาฉีกยิ้มให้โจวฉีหังแล้วพูดว่า

"พักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวพวกเราจะกลับมาหานายใหม่อีกครั้ง"

พูดจบ เขาก็เดินตามฉินจิ้นออกไปพร้อมกับสมาชิกทีมต่อสู้ที่อยู่ข้างๆ

และทิ้งโจวฉีหังไว้เพียงคนเดียวในห้องนั้น

ฉินจิ้นที่เพิ่งเดินออกมาก็ดูเหมือนจะเดินช้าลง เฉินจวินฉือที่เดินตามมาก็เดินตามเขาได้ทันอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเฉินจวินฉือมาเดินข้างๆ เขาแล้ว ฉินจิ้นก็พูดกับอีกฝ่ายว่า

"คนที่นายเจอไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือเขาเป็นนักวิจัยจริงๆ หรือเปล่า แต่เดี๋ยวเรื่องนี้ฉันจะตรวจสอบเขาด้วยตัวเองในภายหลัง"

"พรุ่งนี้ หลังจากที่เขาฟื้นตัวบ้างแล้ว นายก็จัดให้เขาไปซ่อมกำแพงหรือทำงานอื่นๆ ไปก่อน เพื่อให้เขาได้เรียนรู้กฎระเบียบของที่นี่ส่วนเรื่องอื่นค่อยคุยกันทีหลัง"

กำแพงของฐานน่าจะยังต้องก่อสร้างไปอีกหนึ่งหรือสองวัน ซึ่งนี่เป็นโอกาสดีสำหรับผู้มาใหม่ที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ต่างๆ ในฐาน

เฉินจวินฉือพยักหน้าเห็นด้วย

หลังจากทั้งสองพูดคุยกันสั้นๆ พวกเขาก็แยกย้ายกันออกไปทำงานของตัวเอง

ในตอนเย็น

เฮลิคอปเตอร์ของจงอวี่ก็กลับมา

พวกเขานำเครื่องมือและอุปกรณ์กลับมาเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาต่างจากหลี่ปั๋วเหวินและเฉินจวินฉือ ตรงที่พวกเขาไม่ได้เจอสถานการณ์ใดๆ อย่างเช่น การเจอซอมบี้กลายพันธุ์หรือรับผู้รอดชีวิตกลับเข้ามาด้วย

ตอนนี้หลังจากที่พวกเขากลับมาถึง พวกเขาก็กำลังขนของลงจากเครื่องและนำไปเก็บในคลัง

หลี่ปั๋วเหวินที่ออกเดินทางอีกครั้งในช่วงบ่ายก็กลับมาถึง พวกเขานำของที่ยังขนกลับมาไม่หมดกลับมาด้วยพร้อมกับร่างของซอมบี้กลายพันธุ์ที่ถูกเก็บไว้ในกล่องพิเศษที่สามารถแช่แข็งได้

แต่ก่อนที่จะใส่ร่างของมันลงไป หลี่ปั๋วเหวินก็ไม่ลืมที่จะชำแหละร่างของซอมบี้ให้สมบูรณ์

และในที่สุด เมื่อมันมาถึงมือของฉินจิ้น เขาก็ขนย้ายมันไปยังห้องแลปลับที่ไม่มีใครรู้ถึงการมีอยู่ของมันในชั้นใต้ดินด้วยตัวเอง

สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างไว้ตั้งแต่ช่วงที่ก่อสร้างฐานในช่วงแรกๆ และมันเพิ่งจะถูกเติมเต็มด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์การทดลองที่พวกเขาค้นพบในวันนี้

สถานที่แห่งนี้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่มีกุญแจสำหรับเปิดสถานที่แห่งนี้และเขาก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะให้ใครในฐานรู้เรื่องนี้ในตอนนี้

ในตอนนี้เมื่อเขามีเครื่องมือครบแล้วและยังมีหนังสือกับตำราเรียนอีกมากมายและในวันนี้เขายังพบอาจารย์มหาวิทยาลัยอีก

เขาจึงรู้สึกว่ามันเหมือนกับมีพลังงานลึกลับบางอย่างที่กำลังพยายามผลักดันให้เขาศึกษาวิจัยเรื่องพวกนี้

ฐานของเขามีทั้งผู้วิวัฒนาการและร่างของซอมบี้กลายพันธุ์ ดังนั้นหากเขาไม่ศึกษาวิจัยพวกมันเขาก็คงจะเสียดายโอกาสนี้แน่

เพราะนับตั้งแต่เกิดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากวันสิ้นโลกเริ่มต้นขึ้น เขาก็รู้สึกว่าความเร็วในการคิดของเขาดูเหมือนจะได้รับการวิวัฒนาการและแข็งแกร่งขึ้นไปพร้อมกับร่างกายของเขา

ตอนนี้ เขาสามารถร่างแผนการต่อสู้และแผนการพัฒนาฐานได้อย่างง่ายดาย ปัญหาที่มีทางแก้นับร้อยสามารถถูกเขาคิดและเลือกวิธีที่ดีที่สุดได้ในเวลาเพียงแค่ลมหายใจเดียว

เขามักจะรู้สึกว่าความคิดของเขานั่นแล่นอยู่เสมอ

ความทรงจำของเขาก็ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงการอ่านหนังสือสิบบรรทัดในพริบตาเลย เพราะอย่างน้อยข้อมูลที่เขาเคยเห็นและได้ยินก็สามารถเก็บถูกจดจำได้อย่างขึ้นใจและเขาสามารถเรียกความจำพวกนั้นกลับมาใช้ได้อย่างรวดเร็วอยู่ตลอด

เขารู้สึกว่าถ้าเขากลับไปเรียนในสภาพแบบนี้ หากเขาได้ทบทวนเนื้อหาวิชาของเด็กมัธยมปลายสักพักเขาก็คงจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีนได้อย่างแน่นอน

ในตอนกลางคืน

หลังจากฉินจิ้นทานอาหารเย็นเสร็จ เขาก็กลับไปที่ออฟฟิศของเขา เขาหยิบหนังสือที่อยู่ด้านหลังขึ้นมาอ่านและเขาก็ยืนยันได้อีกครั้งว่าความสามารถในการเรียนรู้ของเขาเพิ่มขึ้นมามากจริงๆ

อืม

ดูเหมือนว่าในอนาคตฉันจะมีเรื่องใหม่ๆ ให้ยุ่งอีกแล้ว

และวันหมอกศพครั้งแรกหลังจากคืนแห่งการกลายพันธุ์ก็น่าจะใกล้เข้ามาในอีกไม่กี่วันแล้ว กำแพงเองก็ใกล้จะสร้างเสร็จแล้วเช่นกัน?

แต่ดูเหมืนอว่าจะมีบางอย่างที่เขาต้องเตรียมการเพิ่มอีก

จบบทที่ ตอนที่ 165 : ความสามารถในการเรียนรู้

คัดลอกลิงก์แล้ว