- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 160 : สวนอุตสาหกรรม
ตอนที่ 160 : สวนอุตสาหกรรม
ตอนที่ 160 : สวนอุตสาหกรรม
ตอนที่ 160 : สวนอุตสาหกรรม
ในวันนี้ทีมต่อสู้ของทหารลวี่หยวนได้รับวันหยุดหนึ่งวัน
สมาชิกทีมต่อสู้บางคนก็ใช้วันหยุดนี้ไปกับการนอน บางคนก็เล่นเกมอยู่ที่ห้องของตัวเองหรือไม่ก็ไปที่โรงหนัง ห้องสนุกเกอร์ ห้องสมุดหรือที่อื่นๆ นอกจากนี้
พวกเขาได้รับสิทธิ์ที่จะเข้าใช้สถานที่เหล่านี้
หลังจากที่ได้พักผ่อนมาหนึ่งคืน คนส่วนใหญ่ก็ปรับตัวและฟื้นตัวขึ้นมาได้แล้ว
ในตอนเย็น บรรดาสมาชิกทีมต่อสู้ก็พากันมานั่งดูหนัง ทานอาหารหรือพูดคุยกันในห้องประชุม
บรรดาหัวหน้าทีมต่างก็คอยสังเกตสมาชิกในทีมของตัวเองเช่นกันหรืออาจจะเข้าไปพูดคุยกับพวกเขาหากจำเป็น
คืนที่เงียบสงบก็ผ่านไปอีกหนึ่งคืน
ในวันรุ่งขึ้น
อุณหภูมิในตอนเช้าลดลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งอย่างสมบูรณ์และลดลงไปอยู่ที่ประมาณ -3 ถึง -4 องศาเซลเซียสและ พวกเขาก็เริ่มพบน้ำค้างแข็งที่ก่อตัวขึ้นในหลายพื้นที่ภายในฐาน
และถ้ามีฝนตกลงมาในเวลานี้ มันก็จะกลายเป็นหิมะไปในทันที
วันนี้ ทีมต่อสู้ไม่ได้หยุดพักต่อเพราะพวกเขามีภารกิจใหม่
ตอนนี้ฐานลวี่หยวนมีเฮลิคอปเตอร์หลายลำแล้ว
โดยมีลำขนาดเล็ก 3 ลำ ขนาดกลาง 2 ลำและเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ 1 ลำที่พร้อมใช้งาน
ลำเล็กนั้นไม่จำเป็นต้องพูดถึงมากนักเพราะมันไม่สามารถบรรทุกทีมต่อสู้ไปด้วยได้ แต่สำหรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางและเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธพวกมันสามารถบรรจุทีมต่อสู้ขึ้นไปได้และยังสามารถบรรทุกอุปกรณ์พิเศษไปด้วยได้มากมาย เพราะเฮลิคอปเตอร์พวกนี้มีความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักได้หลายตัน
ทีมต่อสู้จะถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่มเพื่อออกไปค้นหาอุปกรณ์การทดลองและของบางอย่างในสถานที่ที่ไกลออกไป
พวกเขาจำเป็นต้องเข้าไปในบริษัทวิจัยทางชีวภาพขนาดใหญ่ในเซินเจิ้นและกว่างโจวหรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยชั้นนำที่อยู่ไกลออกไปเพื่อค้นหาห้องแลปและนำสั่งของภายในนั้นกลับมา
การขับรถตรงไปยังสถานที่เหล่านั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เพราะระยะทางที่ไกลจนเกินไปและยังไม่รวมถึงปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้ที่อาจจะพบเจอในระหว่างการเดินทางอีก
ในตอนนี้ที่ลาดจอด เฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางทั้ง 3 ลำก็พร้อมแล้ว
หลี่ปั๋วเหวินนำทีมของเขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธเพียงลำเดียว โดยมีสมาชิกทีมต่อสู้สองคนที่มาจากทีมอื่นได้เข้าร่วมกับทีมของเขาชั่วคราว ในเวลาเดียวกันอีกสองทีมที่เหลือก็ขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์อีกสองลำจนครบทุกคนแล้ว
จากนั้นเฮลิคอปเตอร์ทั้ง 3 ลำก็ทยอยบินขึ้นสู่ท้องฟ้าและหลังจากกำหนดทิศทางแล้ว พวกมันก็หายลับไปบนขอบฟ้าอย่างรวดเร็ว
ฉินจิ้นไม่ได้ออกไปกับพวกเขาด้วยในวันนี้ ดังนั้นเขาจึงยังคงอยู่ในยิมส่วนตัวของเขาเพื่อออกกำลังกาย
สมาชิกทีมต่อสู้ของเขาได้รับการฝึกฝนมาเพื่อรับใช้เขาและเขาในฐานะผู้นำก็สามารถออกไปสนุกได้เป็นครั้งคราวเท่านั้นเพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
และเขายังได้ทดสอบพละกำลังของเขาที่ศูนย์พักพิงตระกูลกัวเมื่อไม่กี่วันก่อนแล้ว
เมื่อเทียบกับคนธรรมดา เขาก็ถือว่าแข็งแกร่งกว่ามากจริง ๆ
แต่มันก็ยังคงอยู่ในขอบเขตของมนุษย์ทั่วไปหากเขาเจอกับอาวุธปืนหรืออาวุธบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้น
เขาก็ไม่สามารถที่จะมองข้ามพวกมันได้
และแน่นอนว่าเขาจะไม่ละทิ้งการออกกำลังกาย เพราะเขายังคงรู้สึกว่าเขายังมีโอกาสที่จะพัฒนาขึ้นได้ แม้จะเป็นไปอย่างช้ามากๆ ก็ตาม
ถึงแม้ว่าขีดจำกัดของเขาในอนาคตอาจจะยังไม่สามารถเอาชนะอาวุธปืนได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเขา
เขาต้องการทำอย่างเต็มที่ก็พอแล้ว
.....
เมืองหยุนฝู
มันเป็นเมืองระดับสองหรือสามในจีน
ความหนาแน่นของประชากรไม่สูงนัก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากลับมีโรงงานจำนวนหนึ่งที่ย้ายมาตั้งที่นี่จากเมืองใหญ่ต่างๆ
ตัวอย่างเช่น บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่มีชื่อเสียงระดับประเทศก็ตั้งอยู่ที่นี่
บริษัทนี้มีพื้นที่เป็นของตัวเองถึงหลายแสนตารางเมตร มีพนักงานหลายพันคนและเป็นบริษัทสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเมืองหยุนฝู
เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธที่หลี่ปั๋วเหวินนั่งอยู่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางนี้
หลังจากบินมาประมาณสองชั่วโมงเป็นระยะทางกว่าห้าร้อยหรือหกร้อยกิโลเมตร พวกเขาก็มาปรากฏตัวอยู่เหนือบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพแห่งนี้
เมื่อมองออกไปจากห้องโดยสาร พวกเขาก็สามารถมองเห็นสวนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ด้านล่าง มันถูกแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ มากมายมีอาคารสูงต่ำสลับกันไปและมีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง
ก่อนที่พวกเขาจะลดระดับความสูงลง บางทีอาจเป็นเพราะพวกซอมบี้ได้ยินเสียงของเฮลิคอปเตอร์ พวกซอมบี้จำนวนมากจึงพุ่งออกมาจากอาคารต่างๆ ด้านล่าง
สวนอุตสาหกรรมแห่งนี้มีทางเข้าออกที่ถูกปิดอย่างแน่นหนาและเมื่อรวมกับวันที่เกิดการกลายพันธุ์อยู่ช่วงหลังวันหยุดยาวพอดี ดังนั้นมันจึงอาจจะมีคนที่กลับมาทำงานเยอะกว่าปกติ
นั่นหมายความว่าที่นี่อาจจะมีซอมบี้มากถึงหลายพันตัว
แต่พวกเขากลับมีคนเพียงประมาณสิบคนเท่านั้น
ดังนั้นพวกเขาจะต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในตอนนี้พวกเขาไม่จำเป็นต้องปล่อยโดรนแล้ว เพราะเฮลิคอปเตอร์ที่พวกเขานั่งอยู่นี่แหละคือตัวสร้างเสียงที่ดังที่สุดแล้ว
ซุนเสี่ยวหลงที่เป็นนักบินก็บังคับเฮลิคอปเตอร์ให้ลอยตัวอยู่สูงจากพื้นประมาณ 50 เมตรแล้วบินเข้าไปใกล้อาคารต่างๆ เพื่อล่อซอมบี้ออกมา
เมื่อเวลาผ่านไป ซอมบี้ด้านล่างก็เริ่มออกมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเพียง 3 นาที พวกมันก็ปีนกันเองจนเป็นหอคอยศพที่สูงเกือบสิบเมตร!
ซุนเสี่ยวหลงขยับตำแหน่งเล็กน้อยเพื่อให้ซอมบี้ที่อยู่ข้างบนเคลื่อนที่และล้มลงไป ก่อนจะบินวนเพื่อล่อพวกมันให้ออกมามากกว่านี้
หลังจากผ่านไป 5 นาที เมื่อเห็นว่าไม่มีซอมบี้ออกมาจากอาคารที่อยู่ไกลออกไปอีกแล้ว เขาก็ค่อยๆ บังคับเฮลิคอปเตอร์ ให้บินไปยังมุมหนึ่งของสวนสาธารณะ
พื้นที่ตรงนั้นมีภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายชามอยู่
เมื่อพวกเขาไปบินอยู่เหนือตำแหน่งนั้น ซอมบี้ก็ถูกล่อให้ลงไปในแอ่งนั้นทันที หลี่ปั๋วเหวินและคนอื่นๆ ในห้องโดยสาก็ได้เตรียมระเบิด TNT ที่ถูกผลิตในฐานมาด้วย พวกเขาปลดสลักนิรภัยและโยนมันลงไปใส่ซอมบี้ที่อยู่ด้านล่างอย่างต่อเนื่อง!
ตูม
ตูม ตูม
ตูม ตูม ตูม
ระเบิดแรงสูงกว่าสิบลูกระเบิดอย่างต่อเนื่องท่ามกลางฝูงซอมบี้!
จนพื้นด้านล่างเต็มไปด้วยเลือดและเนื้อทันทีและชิ้นส่วนร่างกายของซอมบี้ก็กระเด็นไปทั่ว!
แต่ซอมบี้พวกนี้ไม่มีความรู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย พวกมันยิ่งไปรวมตัวกันอยู่ตรงกลางเมื่อได้ยินเสียงของระเบิด ดังนั้นระเบิดแต่ละลูกจึงแสดงผลลัพธ์ที่ดีที่สุดออกมาเสมอ!
ผู้คนบนเฮลิคอปเตอร์มองดูฉากนี้ด้วยความตกตะลึง พวกเขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
พวกเขาได้ทิ้งระเบิด TNT ไปเกือบหนึ่งร้อยลูกแล้วจนกระทั่งไม่มีซอมบี้ตัวไหนเหลือรอดอีก
ผลลัพธ์ของมันยอดเยี่ยมดีจริงๆ ระเบิดแต่ละลูกสามารถกำจัดซอมบี้ไปได้เฉลี่ยหลายสิบตัว เลือดและเนื้อไม่มีทางต้านทานวัตถุระเบิดแบบนี้ได้
ทำให้พื้นข้างล่างในตอนนี้เหมือนถูกสาดสีแดงที่มีก้อนอะไรบางอย่างผสมอยู่ไปทั่ว จนทำให้ผู้คนที่ได้เห็นรู้สึกสั่นสะท้าน
เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว ซุนเสี่ยวหลงก็บังคับเฮลิคอปเตอร์ลงจอดบนพื้นราบที่ไม่ไกลจากอาคารนัก
สมาชิกทีมต่อสู้ลงจากเฮลิคอปเตอร์ที่จอดอยู่ทีละคน พวกเขาถือปืนกลและกระจายกันออกไปเพื่อสร้างแนวป้องกัน ก่อนจะแบ่งออกเป็นสามทีมและเริ่มเคลื่อนที่ไปตามอาคารที่อยู่ห่างออกไป
และทิ้งซุนเสี่ยวหลงไว้ให้เฝ้าเฮลิคอปเตอร์เพียงคนเดียว
ก่อนมา พวกเขาได้อ่านข้อมูลที่ประธานฉินให้มาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สถานที่ไหนบ้างที่มีโอกาสมีห้องแลป ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะมาสำรวจสวนอุตสาหกรรมแห่งนี้ก่อน
พวกเขาไม่จำเป็นต้องค้นหาทุกอาคารให้เสียเวลา
ทีมต่อสู้ตรงไปยังอาคารที่สูงกว่าสิบชั้นทันที
เมื่อเข้าสู่ชั้นหนึ่งของอาคาร มันก็เป็นห้องโถงที่กว้างขวาง ซึ่งเคยใช้สำหรับตรวจความปลอดภัยและลงทะเบียนผู้เยี่ยมชม
แต่ในเวลานี้ข้างในกลับเต็มไปด้วยความมืดเพราะไม่มีไฟฟ้าที่คอยให้พลังงานกับหลอดไฟอีกต่อไป
สมาชิกทีมแต่ละคนเปิดไฟฉายยุทธวิธีที่พวกเขาพกมาอย่างระมัดระวังแล้วส่องดูสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวของพวกเขาก่อนจะมองเห็นคราบเลือดและเศษซากจำนวนมากที่ยังคงอยู่บนพื้นและยังมีรั้วเหล็กที่ปกติจะไว้ใช้กั้นพื้นที่ก็ถูกทำลายไปจนหมด
ซึ่งก็คาดว่ามันน่าจะเป็นฝีมือของซอมบี้ที่ได้ทำลายพวกมันไป
พวกเขาไม่สนใจลิฟต์ตรงล็อบบี้ แต่พวกเขารีบเดินไปที่บันไดหนีไฟของอาคารนี้ที่อยู่มุมข้างๆ ทันทีหลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีอันตรายใดๆ เหลืออยู่ที่นี่ สมาชิกทีมก็เริ่มขึ้นบันไดไปอย่างระมัดระวัง
พวกเขาไม่รู้ว่าประธานฉินได้เก็บข้อมูลอะไรไว้บ้างก่อนที่โลกจะเป็นแบบนี้และพวกเขาก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมประธานฉินถึงมีข้อมูลโดยระเอียดของที่นี่เก็บไว้!
เพราะในข้อมูลที่พวกเขาได้รับมา มันมีการแนะนำอย่างละเอียดที่บอกว่าชั้นไหนใช้สำหรับการทดลอง ชั้นไหนใช้สำหรับการเก็บข้อมูลและแต่ละชั้นใช้ทำอะไร ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาค้นหาแต่ละชั้นเลย!
เพราะมันละเอียดจนเกินไป!