- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 145 : ความสุขและความหรูหรา
ตอนที่ 145 : ความสุขและความหรูหรา
ตอนที่ 145 : ความสุขและความหรูหรา
ตอนที่ 145 : ความสุขและความหรูหรา
รุ่งเช้า
เมืองหยาง
ในศูนย์พักพิงของฟางเทียนชิง
หรือที่รู้จักกันในชื่อศูนย์พักพิงตระกูลกัว
ผู้คนส่วนใหญ่ของที่นี่ยังไม่ได้ตื่นขึ้นมาและมีเพียงไม่กี่คนที่เดินลาดตระเวนไปมาอยู่บนกำแพง
การจัดการกับซอมบี้ในตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับพวกเขา
เพราะพวกเขามีกำแพงที่สูง 7 เมตร
ซึ่งเพียงพอแล้วสำหรับพวกเขาที่จะรับมือกับซอมบี้ข้างนอกได้อย่างง่ายดายในตอนกลางคืน
แม้ว่าพวกเขาจะมีคนหลายร้อยคน แต่เมื่อเทียบกับฐานขนาดใหญ่ในเมืองตงกว่านและศูนย์พักพิงเมืองหยาง ซึ่งมีผู้คนนับหมื่น พวกเขามีขนาดไม่ถึงหนึ่งในสิบของศูนย์พักพิงพวกนั้นด้วยซ้ำ
ดังนั้นความแตกต่างของระดับของกลิ่นเนื้อจึงมหาศาลมากและจำนวนซอมบี้ที่ถูกดึงดูดเข้ามาในตอนกลางคืนก็ลดลงไปมากเช่นกัน
เพราะโดยปกติแล้วจะมีซอมบี้หลายสิบหรือหลายร้อยตัวอยู่รอบๆ พวกเขาในตอนกลางคืน
พวกเขาเองก็มีหน่วยเฝ้ายามกลางคืนเช่นกันและพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้คนมากเกินไป ในแต่ละคืนพวกเขาจัดคนไปเพียงสิบคนหมุนเวียนกันเพื่อป้องกันไม่ให้ซอมบี้ข้างล่างรวมตัวกันจนเป็นหอคอยซากศพก็พอแล้ว
ดังนั้นการป้องกันของพวกเขาจึงง่ายกว่าฐานขนาดใหญ่เหล่านั้นมาก
ผู้รอดชีวิตที่นี่ นอกเหนือจากความกดดันเรื่องอาหารแล้ว ในด้านอื่นๆ พวกเขาถือว่าดีกว่าผู้ที่อยู่ในฐานขนาดใหญ่มาก เพราะอย่างน้อยผู้รอดชีวิตของที่นี่โดยส่วนใหญ่แล้วก็ได้อาศัยอยู่ใต้อาคาร
และอาคารที่ดีที่สุดของที่นี่ก็คืออาคารสำนักงาน 7 ชั้น
ห้องหนึ่งบนชั้นห้า
ห้องนี้ถูกดัดแปลงไว้เป็นห้องสำหรับอาบน้ำ
มันมีพื้นที่ไม่ได้เล็กเลย ประมาณ 20 ถึง 30 ตารางเมตร
และการตกแต่งก็หรูหรามาก
แถมพวกเขายังมีไฟฟ้าใช้จากเครื่องปั่นไฟทำให้ทั้งห้องยังสว่างอยู่
ไอร้อนระอุพวยพุ่งออกมา
หมอกจากไอน้ำปกคลุมไปทั่ว
ร่างหลายร่างถูกบดบังด้วยไอน้ำและไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ข้างใน
ถัดไปอีก
ก็มีอ่างอาบน้ำปรากฏขึ้น
ชายชราผู้มีท่าทางสง่างามกำลังแช่น้ำอยู่ในนั้น โดยวางมือบนขอบอ่างน้ำและเงยหน้าขึ้นพร้อมหลับตาและดูเหมือนเขากำลังหลับอยู่
ในเวลานี้ก็มีผู้หญิงที่กำลังเปลือยเปล่าสองคนกำลังวุ่นวายอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของเขา
ผู้หญิงผมยาวคนแรกเธอกำลังนวดไล่ของเขาเบาๆ ด้วยมือทั้งสองของเธอ
ส่วนผู้หญิงอีกคนหนึ่งก็ยื่นมือออกไปนวดข้อเท้าของเขาที่มีจุดด่างดำตามวัย
นี่เป็นฉากแห่งความเพลิดเพลินกับความหรูหราอย่างไม่ต้องสงสัย
ในตอนนี้ผู้หญิงที่กำลังนวดเท้าก็ยิ้มและถามชายชราว่า
"ท่านประธานกัวคะ แรงพอดีไหมคะ?"
ชายชราไม่ได้ลืมตาขึ้นมา
เขาเพียงแค่ส่งเสียง "อืม" อย่างแผ่วเบาออกมาเท่านั้ย
เมื่อเห็นว่าชายชราไม่ค่อยสนใจที่จะพูดด้วย หญิงสาวทั้งสองก็ยังคงปรนนิบัติเขาอย่างระมัดระวังต่อไปโดยไม่พูดอะไรอีก
เพราะพวกเธอกลัวว่าพวกเธออาจจะเผลอไปทำอะไรไม่ถูกใจอีกฝ่ายเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
พวกเธอทั้งสองเป็นผู้รอดชีวิตที่ถูกรับเข้ามาในศูนย์พักพิงตระกูลกัวในช่วงแรกๆ และพวกเธอยังมีญาติที่รอดชีวิตและเข้ามาในศูนย์พักพิงแห่งนี้ด้วย
เมื่อเทียบกับผู้รอดชีวิตคนอื่นที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก พวกเธอสองคนและครอบครัวก็ถือว่ามีชีวิตที่ดีกว่าแล้ว
เพราะอย่างน้อยพวกเธอก็มีสภาพที่พักที่ดีกว่าและได้รับอาหารมากกว่าคนทั่วไป
เพียงแต่พวกเขาต้องจ่ายในราคาเล็กน้อย
เพื่อคอยรับใช้ผู้นำสูงสุดของศูนย์พักพิงตระกูลกัวคนนี้
อย่ามองที่อายุของชายชราคนนี้
เพราะเขายังแข็งแรงมาก
พวกเธอเคยได้ยินชื่อของเขาในฐานะนักธุรกิจและรู้เรื่องราวของเขาคร่าวๆ ในตอนที่โลกยังปกติ
แต่พวกเธอไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะมาก่อตั้งศูนย์พักพิงที่แข็งแกร่งเช่นนี้หลังจากวันสิ้นโลกเริ่มขึ้น
หลังจากประธานกัวควบคุมสถานที่แห่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ตอนนี้มันจึงสามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่าศูนย์พักพิงตระกูลกัว
ประธานกัวมีอำนาจในการปกครองที่นี่อย่างเบ็จเสร็จ บุคคลสำคัญทั้งหมดของที่นี่ก็เป็นคนของเขา
ผู้รอดชีวิตทุกคนอาศัยอยู่ภายใต้สายตาของประธานกัว
แน่นอนว่าทุกคนเคยได้ยินเรื่องศูนย์พักพิงที่มีขนาดใหญ่กว่าและบางคนก็มาจากศูนย์พักพิงขนาดใหญ่เหล่านั้น
เพราะถึงยังไงมันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพแวดล้อมของที่นี่น่าดึงดูดกว่าศูนย์พักพิงขนาดใหญ่เหล่านั้นมาก
เมื่อวันสิ้นโลกผ่านไป ผู้รอดชีวิตก็เริ่มเข้าใจนิสัยของซอมบี้ รวมถึงจุดอ่อนต่างๆ พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งที่ต้องให้ความสนใจและเรียนรู้วิธีหลีกเลี่ยงพวกมัน
การกระทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเป็นสิ่งที่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีและมนุษย์ก็ย่อมไม่แตกต่างจากพวกมัน
เมื่อเทียบกับการใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านที่ต้องคอยออกมาหาอาหารในตอนกลางวันและหลบซ่อนในตอนกลางคืน ที่นี่มีทั้งกำแพงสูงและอาหารที่แจกจ่ายให้พวกเขาทุกวันในปริมาณที่ถูกกำหนด ซึ่งมันดีกว่าการเอาชีวิตรอดเพียงลำพังมาก
ดังนั้นศูนย์พักพิงจึงสามารถดึงดูดผู้รอดชีวิตให้เข้าร่วมได้เสมอ
และพวกเขาก็จะเลือกที่จะกัดฟันและอดทนต่อกฎระเบียบบางอย่าง
พวกเขาต้องยึดติดกับศูนย์พักพิงให้เหมือนกับพลาสเตอร์ที่ใช้ปิดแผล
ผู้รอดชีวิตทุกคนต่างกระหายที่จะเอาใจผู้มีอำนาจในศูนย์พักพิง ไม่มีใครที่ไม่ต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น
และผู้หญิงสองคนนี้ก็เป็นหนึ่งในผู้โชคดี
พวกเธอรู้สึกว่าการได้รับความโปรดปรานจากท่านประธานกัวเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ
ผู้หญิงหลายคนข้างนอกก็มักจะมองพวกเธอด้วยสายตาอิจฉา
ตอนนี้วันสิ้นโลกผ่านมามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว
มันนานเพียงพอที่จะเปลี่ยนแนวคิดของคนส่วนใหญ่ได้แล้ว
ไม่นานชายชราก็อาบน้ำในตอนเช้าเสร็จภายใต้การปรนนิบัติของหญิงสาวทั้งสองคน
นี่เป็นนิสัยของเขา เป็นงานอดิเรกที่เขาทำตั้งแต่ตอนที่โลกยังปกติ
สิ่งนี้สามารถทำให้จิตใจของเขาผ่อนคลายและช่วยให้เขาสามารถจัดการกับงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็สวมเสื้อผ้าสบายๆ แล้วคลุมด้วยเสื้อโค้ทตัวใหญ่ แล้วนำหญิงสาวสองคนที่สวมเสื้อผ้าแล้วออกไป ก่อนจะเดินไปยังห้องทานอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากห้องอาบน้ำ
มีคนเตรียมอาหารเช้าไว้ให้เขาแล้ว
มันมีทั้ง ไข่ แซนด์วิช โจ๊ก
และบนโต๊ะยังมีเนื้อย่างชิ้นหนึ่ง ที่กำลังส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายไหล
อาหารแบบนี้หาได้ยากมากในวันสิ้นโลก
ในตอนนี้มีชายสองคนยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เขา หนึ่งในนั้นคือชายวัยกลางคนที่เคยมารายงานการทำงานให้เขาเมื่อก่อนหน้านี้และอีกคนหนึ่งแต่งกายคล้ายกับเชฟ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคนที่ทำอาหารเช้าให้กับชายชราในวันนี้
ชายชราดูเหมือนจะคุ้นเคยกับการเห็นอาหารเช้าแบบนี้และเขาก็ดูไม่แปลกใจเลย
หลังจากนั่งลงอย่างสบายๆ เขาก็เอาผ้าเช็ดปากมาเหน็บไว้ที่คอเสื้อภายใต้การปรนนิบัติของหญิงสาวข้างๆ ก่อนจะหยิบมีดและส้อมบนโต๊ะขึ้นมาแล้วค่อยๆ รับประทานอาหารเช้า
บางครั้งชายชราก็จะได้ยินเสียงกลืนน้ำลายเบาๆ อยู่ข้างๆ แต่เขาก็ไม่สนใจ
ในไม่ช้า ชายชราก็ทานอาหารเสร็จ
ความอยากอาหารของเขาดูเหมือนจะไม่มากนัก ดังนั้นเขาจึงแค่ชิมอาหารแต่ละอย่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและไม่ได้กินอีก
ดังนั้นจึงยังมีอาหารเหลืออยู่บนโต๊ะอีกมาก
ชายชราวางมีดและส้อมลงก่อนจะหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ดปากของเขาและพูดออกมาโดยไม่มองกลับไปข้างหลังว่า
"ที่เหลือพวกเธอกินกันไปได้เลย"
ผู้หญิงทั้งสองคนข้างหลังเขาแทบจะไม่สามารถระงับความดีใจได้ พวกเธอยิ้มแย้มออกมาราวกับดอกไม้ทันที
แต่พวกเธอก็ยังไม่กล้าทำอะไรแบบไม่เกรงใจ พวกเธอย้ายจานอาหารเช้าของชายชราไปไว้ที่อีกฝั่งของโต๊ะอย่างช้าๆ ก่อนที่จะทำความสะอาดโต๊ะให้กับชายชราแล้วจากนั้นทั้งสองคนก็ไปกินอาหารเช้าที่เหลือกันอย่างเอร็ดอร่อย
นี่เป็นหนึ่งในประโยชน์ของการเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของท่านประธานกัว
ชายชรายังคงนั่งอยู่ที่เดิมและหลังจากท้องของเขาได้ย่อยอาหารอยู่พักหนึ่งแล้ว เขาก็หันไปหาชายวัยกลางคนที่ยืนรออยู่ข้างๆ แล้วถามว่า
"เมื่อวานมีข่าวใหม่จากศูนย์พักพิงหยางเฉิงบ้างไหม?"
ชายวัยกลางคนได้ยินดังนั้น ก็ยืดตัวเล็กน้อยแล้วตอบด้วยความเคารพ
"ศูนย์พักพิงหยางเฉิงบอกว่าพวกเขายังต้องพิจารณาครับ แต่ถ้าเราตกลงที่จะเพิ่มปริมาณธัญพืชที่จะแลกเปลี่ยนเป็น 2,000 กิโลกรัม พวกเขาก็ยินดีที่จะจ่ายด้วยอาวุธในจำนวนที่เราขอไปครับ"
เมื่อชายชราได้ยินดังนั้น เส้นเลือดบนศีรษะของเขาก็ปูดโปนขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของเขาส่องประกายความโหดเหี้ยมออกมา ใบหน้าของเขาดุร้ายขึ้นและเขาก็พูดอย่างรุนแรงว่า
"ปล่อยให้พวกมันตายซะ! เราให้ได้มากสุดแค่ 500 กิโลกรัมเท่านั้น!"
หน้าผากของชายวัยกลางคนมีเหงื่อซึมเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงตอบอย่างกล้าหาญ
"ครับ!"
จากนั้นชายชราก็ลดสายตาที่ก้าวร้าวและสีหน้าที่น่ากลัวลง และกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
แม้ว่าใบหน้าของชายชราจะดูปกติแล้ว แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังคงเย็นชา
"เมื่อวานฉันยังไม่ได้ข่าวจากพวกเสี่ยวฟางเลย วันนี้ให้ส่งคนของเราไปที่เมืองกวางหยวนเพื่อไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!"
"ไปดูว่าเสี่ยวฟางหนีไปแล้วหรือมีใครกำลังขัดขวางเรากัน!"
"ไปหามาให้ฉันหน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้น!"
"หรือไม่ก็ให้พวกมันได้ชดใช้ถ้ามีใครพยายามขัดขวางเรา!"