- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 120 : การทำตัวไม่เป็นมืออาชีพก็หมายถึงความตาย
ตอนที่ 120 : การทำตัวไม่เป็นมืออาชีพก็หมายถึงความตาย
ตอนที่ 120 : การทำตัวไม่เป็นมืออาชีพก็หมายถึงความตาย
ตอนที่ 120 : การทำตัวไม่เป็นมืออาชีพก็หมายถึงความตาย
นอกกำแพง
ซอมบี้กว่าสิบตัวค่อยๆ คืบคลานเข้ามา
เมื่อพวกมันอยู่ห่างจากกำแพงประมาณ 20 เมตรและอยู่ห่างจากสมาชิกทีมต่อสู้ที่อยู่ใกล้มันมากที่สุดเกือบ 50 เมตร
สมาชิกทีมคนนั้นยิงหน้าไม้ที่เขาเล็งอยู่นานอย่างแม่นยำ!
ฟิ้ว—
ซอมบี้ตัวหนึ่งที่กำลังเดินอยู่ก็กระตุกหัวอย่างกะทันหัน แล้วก็ล้มลงบนถนนพร้อมเสียงดัง "ตุบ" ดึงดูดซอมบี้รอบข้างให้หันไปมองมัน ก่อนที่พวกมันจะเริ่มวิ่งเหยาะๆ เข้ามาทางโรงเรียน
ในวินาทีนี้ลูกธนูจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ถูกเล็งอยู่นานแล้ว ก็พบเป้าหมายและถูกยิงออกไปทีละดอก
ซอมบี้ 7 ถึง 8 ตัวจากกว่า 10 ตัวก็ล้มลงทันที
แต่ก็ยังมีพวกมันเหลือประมาณ 7 ถึง 8 ตัวที่เข้ามาประชิดกำแพงได้
สมาชิกทีมสองคนวางอาวุธระยะไกลลงอย่างชำนาญ ก่อนจะหยิบมีด แท่งเหล็กแหลมและปืนที่อยู่ข้างๆ แล้ววิ่งเหยาะๆ ไปทางกำแพง
ภายใต้เหล็กแหลมของสมาชิกทีมต่อสู้สองคนที่มาถึง พวกมันทั้งหมดก็ล้มลงไปนอนตายอยู่ใต้กำแพงภายในเวลาไม่ถึงนาที
นี่คือการต่อสู้ที่ถูกเตรียมพร้อมอยู่แล้วและยังมีภูมิประเทศมาช่วยเสริม ซอมบี้แค่เพียงกลุ่มเล็กๆ ไม่สามารถคุกคามทีมต่อสู้ในตอนนี้ได้เลย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงสี่ทุ่ม
ตอนนี้ก็ถึงเวลาเปลี่ยนกะแล้ว
เฉินจวินฉือลากร่างกายที่เหนื่อยล้าของเขาไปแตะมือกับหลี่ปั๋วเหวินที่มาเปลี่ยนเวรและบอกอีกฝ่ายเกี่ยวกับการโจมตีของซอมบี้ในคืนนี้เพื่อให้อีกฝ่ายเตรียมพร้อมให้ดี
จากนั้นเขาก็พาสมาชิกทีมที่เหนื่อยล้าไม่แพ้กันลงไปพักผ่อน
หลี่ปั๋วเหวินและคนอื่นๆ ที่เพิ่งขึ้นมาย่อมพักผ่อนมาเล็กน้อยแล้ว
ในฐานะหนึ่งในหัวหน้าทีมที่เก่งที่สุดของฉินจิ้น หลี่ปั๋วเหวินอาจพูดได้ว่าเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากฉินจิ้นและวิธีการทำงานของเขาก็ได้รับการยอมรับจากฉินจิ้นด้วย
เขาทำทุกอย่างด้วยความเด็ดเดี่ยวและโหดเหี้ยมไม่ต่างกัน
ซึ่งมันยิ่งกว่าตอนที่เขาเป็นทหารเสียอีก
ทันทีที่พวกเขาเปลี่ยนกะ ซอมบี้ที่ยังคงพยายามเข้ามาโจมตีก็ยังไม่ลดลงและพวกมันก็ถูกหลี่ปั๋วเหวินสั่งการกำจัดได้อย่างง่ายดาย
ค่ำคืนแห่งการฆ่าซอมบี้ยังคงดำเนินต่อไป
และการโจมตีของซอมบี้ก็ไม่ได้หยุดลงเลย
.....
ประมาณ 3 กิโลเมตรห่างจากฐานชั่วคราวของทีมต่อสู้
ในอาคารเล็กๆ สูง 4 ชั้นข้างถนน
ในห้องหนึ่งบนชั้น 4
ในเวลานี้ มีผู้รอดชีวิต 7 หรือ 8 คนกำลังรวมตัวกันอยู่ข้างใน!
เดิมทีพวกเขาเป็นคนที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ กับที่นี่และหลังจากวันสิ้นโลกเริ่มขึ้น ผู้คนจำนวนมากเสียชีวิต ผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่ก็ค่อยๆ รวมตัวกันเพื่อเอาชีวิตรอดไปด้วยกัน
พวกเขาพบอาคารแห่งนี้ มันมีประตูรั้วที่ชั้น 1 เป็นประตูเหล็กที่แข็งแรงและซอมบี้ทั่วไปก็ไม่สามารถบุกทะลวงเข้ามาได้
ในคืนนี้ พวกเขาเอาข้าวสารอันมีค่าของพวกเขาออกมาทำข้าวต้มเพียงเล็กน้อยและหลังจากทุกคนแบ่งกันกินแล้ว พวกเขาก็เข้านอนพร้อมเสื้อผ้าที่สวมอยู่
หลังจากวันสิ้นโลก พวกเขาก็ไม่เหลือกิจกรรมบันเทิงใดๆ ให้ทำในตอนกลางคืน พวกเขาทำได้แค่พยายามเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด เพื่อประหยัดพลังงาน
ดังนั้นพวกเขาส่วนใหญ่จึงหลับไปแล้ว
พวกเขาอาศัยประตูเหล็กบานใหญ่ที่ชั้นล่างคอยปกป้องพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงนอนหลับกันได้อย่างรู้สึกปลอดภัย และนับตั้งแต่พบสถานที่แห่งนี้ พวกเขาก็ถือว่าที่นี่เป็นบ้านของพวกเขาแล้ว
ในระหว่างวัน พวกเขาจะออกไปหาอาหารและสิ่งของที่มีประโยชน์กลับมาที่บ้านของพวกเขา
แต่น่าเสียดายที่หลังจากเกิดฝนกรดอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อไม่นานมานี้ อาหารและสิ่งของที่มีประโยชน์ที่หาได้จากภายนอกก็ลดลงไปมาก
ตอนนี้ก็ใกล้ฤดูหนาวแล้ว ในอดีต พวกเขายังสามารถออกไปหาผักป่าที่กินได้และพืชอื่นๆ ในที่โล่งกลับมาได้เป็นครั้งคราว
แต่ตอนนี้พืชส่วนใหญ่ได้ตายไปหมดแล้วและแม้ว่าบางส่วนกำลังงอกใหม่ แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกว่าพวกมันจะโตพอจนกินได้
ตามอาคารต่างๆ อาหารส่วนใหญ่ยกเว้นอาหารที่ถูกบรรจุหีบห่ออย่างดีก็เน่าเสียไปหมดแล้วหลังเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งเดือน
ดังนั้นสำหรับผู้รอดชีวิตในตอนนี้ แม้แต่อาหารที่ถูกหนูหรือแมลงสาบกินก็ไม่ได้ทำให้พวกเขารังเกียจเลยและทุกคนยังพร้อมแย่งชิงมันหากพบเจอ
ตอนนี้ก็เป็นเวลา 4 ทุ่มแล้ว
พวกเขาหลับไปและไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นที่ชั้นหนึ่ง!
ที่ชั้นหนึ่ง พวกเขาจอดรถออฟโรดที่พวกเขามักจะขับออกไปหาอาหารชิดไว้กับผนังของอาคาร
หลังจากเวลากลางคืนมาเยือน ซอมบี้ก็เริ่มออกมาบนถนนข้างนอกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และหลายตัวก็ดูเหมือนจะได้กลิ่นเนื้อมนุษย์จากที่นี่และเริ่มมารวมตัวกัน
ถ้าเป็นช่วงเวลาก่อนฝนกรด ประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นของซอมบี้อาจจะยังไม่สามารถรับรู้ถึงพวกเขาที่นอนหลับอยู่บนชั้น 4 ได้
และที่ชั้นสองของอาคารกลับมีหน้าต่างบานหนึ่งที่เปิดอยู่!
ไม่รู้ว่าพวกเขาเปิดทิ้งไว้หรือเป็นเพราะลมพัดมันจนเปิด
แต่หน้าต่างบานนี้ได้ส่งกลิ่นเนื้อที่ดึงดูดซอมบี้ออกมา
ในตอนแรก มีเพียงซอมบี้เพียงสิบกว่าตัวเท่านั้นที่มารวมตัวกันอยู่ที่ชั้นหนึ่ง
แต่ไม่นาน มันก็เริ่มมีมากกว่ายี่สิบตัว!
และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ!
พวกมันยกมือขึ้นและจ้องมองขึ้นไปที่ชั้นบน ซึ่งมีบางสิ่งบางอย่างดึงดูดพวกมันเหมือนกับแม่เหล็ก
เมื่อจำนวนของพวกมันเพิ่มขึ้นถึงระดับหนึ่ง ซอมบี้บางตัวก็เริ่มเหยียบย่ำเพื่อนของมันจนปีนขึ้นมาบนรถออฟโรดได้!
และแล้วหอคอยศพที่ประกอบด้วยซอมบี้หลายสิบตัวก็สูงขึ้นไปอีกชั้น!
และเมื่อเพื่อนของพวกมันด้านหลังสัมผัสได้ว่ามีมันมีเส้นทางให้ไปได้อยู่ พวกมันก็เหยียบย่ำเพื่อนของพวกมันอย่างไม่เกรงใจ!
จนในที่สุด
มือของซอมบี้ก็เอื้อมไปถึงขอบหน้าต่างที่เปิดอยู่!
มันค่อยๆ ปีนขึ้นไป!
เมื่อเข้ามาภายในอาคารได้พวกมันก็มองหาต้นของกลิ่นที่ดึงดูดพวกมัน
ข้างหน้าของพวกมันมีประตูบานหนึ่งซึ่งไม่ได้ถูกปิดไว้ พวกมันจึงเดินออกไปและเดินโซซัดโซเซขึ้นบันไดไปชั้นบน
พวกมันไม่ได้มีสติปัญญา แต่พวกมันเพียงแค่ทำตามสัญชาตญาณดิบของพวกมันด้วยการเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ไปยังสิ่งที่กำลังเย้ายวนพวกมัน
เมื่อมาถึงชั้น 4
พวกมันก็เดินไปที่ประตูที่กึ่งปิดกึ่งเปิดบานหนึ่ง ซึ่งมีกลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมา!
ถึงเวลาอาหารค่ำแล้ว!
ในความมืดมิดนั้น ผู้รอดชีวิตที่กำลังหลับใหลอยู่ในห้องนั้นไม่รู้ตัวเลยว่ามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาหาถึงหน้าประตูห้องของพวกเขาแล้ว พวกเขายังคงอยู่ในฝัน ความฝันที่สวยงามและมีแต่อาหารอร่อยๆ ที่ไม่สามารถหากินได้แล้วในความเป็นจริง
"อ๊ากกกก!!!"
อยู่ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังสนั่นเจาะทะลุความมืด!
ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งที่กำลังหลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสที่แขนและอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมา
เขาพยายามจะสะบัดสิ่งที่กำลังกัดเขาออกไป แต่เขาก็ทำไม่ได้!
มันแข็งแรงมาก!
มันคืออะไรกันแน่!?
เขาตกใจกลัว
เสียงกรีดร้องของเขาปลุกผู้รอดชีวิตทุกคนในห้องให้ตื่นขึ้น พวกเขามองไม่เห็นอะไรในความมืด แต่มันก็ไม่ได้ขัดขวางพวกเขาจากการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในการให้แสงสว่าง
ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งเปิดไฟฉายบนโทรศัพท์มือถือของเขา
เมื่อแสงสว่างส่องไปทั่วทั้งห้อง
"ซอม...ซอมบี้!!!! อ๊ากกกก!!!"
เสียงกรีดร้องที่เจาะทะลุแก้วหูก็ดังออกมาจากปากของผู้รอดชีวิตชายหญิงหลายคน!
ซอมบี้เข้ามาในห้องของพวกเขาแล้วจริงๆ!
บางคนต้องการช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังถูกกัดแขน บางคนก็ต้องการวิ่งหนีออกจากห้องนี้ไป!
แต่
เมื่อพวกเขามองไปที่ประตู ร่างเปื้อนเลือดอีกสองร่างก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง!
"อ๊ากกกก!!!"
เสียงกรีดร้องที่หวาดกลัวดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน
หลี่ปั๋วเหวินผู้ที่กำลังเข้าเวรในตอนกลางคืนบนอาคารสูงในโรงเรียน ก็มองไปในทิศทางนั้นอย่างครุ่นคิด
เขารู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงแปลกๆ จากทางนั้น
เขาพยายามแคะขี้หูด้วยมือและขุดเอาขี้หูของเขาออกมาแล้วสะบัดทิ้งไปข้างๆ
แต่ดูเหมือนมันจะอยู่ไกลจากที่นี่ไปพอสมควรเพราะเขาก็ยังไม่รู้ว่าเขาแค่หูแว่วไปเองหรือเปล่า
เขาพยายามตั้งใจฟังอยู่พักหนึ่งแต่เมื่อไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ เขาจึงทำหน้าที่เฝ้ายามตอนกลางคืนต่อไป
เพราะถ้าเขาอยากมีชีวิตอยู่รอดให้นานขึ้น เขาก็ต้องทำตัวให้เป็นมืออาชีพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไม่อย่างนั้น
ในวันสิ้นโลกแบบนี้ การทำตัวไม่เป็นมืออาชีพก็หมายถึงความตาย