เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 56 : ข่าวและเรื่องที่น่าตกใจ

ตอนที่ 56 : ข่าวและเรื่องที่น่าตกใจ

ตอนที่ 56 : ข่าวและเรื่องที่น่าตกใจ


ตอนที่ 56 : ข่าวและเรื่องที่น่าตกใจ

เมืองเหมินถัง

ฐานลวี่หยวน

เวลาเย็น

ทีมที่ออกไปหาเสบียงก็กลับมายังฐานเพื่อพักผ่อนกันแล้ว

ในช่วงเวลานี้ แม้ทีมต่อสู้จะออกไปทุกวัน แต่พวกเขาก็ไม่เคยต้องค้างคืนข้างนอกเลย

เพราะท้ายที่สุด ก็ไม่มีที่ไหนที่ปลอดภัยไปกว่าฐานของพวกเขาเอง

และซอมบี้ที่ออกมาในตอนกลางคืนก็ไม่ใช่พวกสัตว์กินพืชที่จะไม่ทำร้ายพวกเขา

ในตอนนี้ฉินจิ้นกำลังตรวจสอบผลกำไรของวันนี้ในคลัง

วันนี้เขาได้ส่งคนไปโรงงานเหล็กใกล้ๆ และนำเหล็กเส้นกลับมาเป็นจำนวนมาก

การก่อสร้างกำแพงก่อนหน้าทำให้เขาต้องใช้พวกมันไปเกือบหมด ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องกักตุนเพิ่มโดยด่วน

ประเทศจีนที่กำลังพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ขาดแคลนน้อยที่สุดก็คือวัสดุก่อสร้าง

ก่อนวันสิ้นโลก โครงการก่อสร้างหลายแห่งก็กำลังดำเนินไปและยังมีโรงงานที่ผลิตวัสดุก่อสร้างมากมายในทุกๆ เมือง

แน่นอนว่ามีบางแห่งที่อยู่รอบๆ ฐานลวี่หยวนและเขาก็เพียงแค่ต้องส่งทีมต่อสู้และคนในฐานไปช่วยกันขนย้ายพวกมันกลับมาเท่านั้น

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเขาไม่เพียงแต่ขนย้ายวัสดุก่อสร้างกลับมาเป็นจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังขนย้ายรถขุด รถดันดิน ปั้นจั่นขนาดเล็ก เครื่องผสมปูนและเครื่องจักรอื่นๆ กลับมาจากภายนอกด้วย

การก่อสร้างในอนาคตก็จะยิ่งสะดวกมากยิ่งขึ้น

ขณะที่เขากำลังตรวจนับอยู่จู่ๆ ก็มีเสียงดังออกมาจากวิทยุสื่อสารที่คาดอยู่ที่เอวของเขา

"ประธานฉิน! ประธานฉิน! นี่คือทีมหลี่ปั๋วเหวินครับ พวกเราเพิ่งกลับมาถึงและเข้ามาในพื้นที่กักกันแล้วครับ เราพาคนจากปั๊มน้ำมันที่ประธานเคยสั่งให้พวกเราพากลับมาที่ฐานกลับมาแล้วครับ"

โอ้?

ฉินจิ้นก็สงสัยขึ้นมาเล็กน้อย

ดูเหมือนว่าการกระทำที่ไม่ได้คาดหวังอะไรก่อนหน้านี้ของเขาจะจับปลาได้จริงๆ?

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงวางงานตรวจสอบตรงนี้ลง แล้วเดินไปยังพื้นที่กักกันที่ประตูฐาน เพื่อที่จะพบกับกลุ่มคนเหล่านี้ที่เขาสงสัยว่าอาจจะเป็นผู้รอดชีวิตจากกลุ่มแชทเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก

หลังจากออกจากปั๊มน้ำมันมา ทีมของหลี่ปั๋วเหวินก็ไม่รอช้า มุ่งหน้าตรงไปยังฐานทันที พวกเขาใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงก็กลับมาถึงฐานแม้จะมีระยะทางถึง 60 กิโลเมตรก็ตาม

อย่าคิดว่าความเร็วนี้ช้าเกินไป ต้องรู้ก่อนว่าโลกภายนอกนั้นแตกต่างจากในอดีตแล้ว ท้องถนนเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางและซอมบี้ที่ปรากฏตัวขึ้นเป็นครั้งคราว บางครั้งก็ยังมีผู้รอดชีวิตที่เริ่มปิดถนนและดักปล้นรถที่ผ่านไปมาด้วย

ดังนั้นความสามารถในการวิ่งด้วยความเร็ว 30 ถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นก็ถือว่าดีมากแล้ว

ด้วยยานพาหนะที่ทรงพลังเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งกีดขวางที่เบาหรือเล็กกว่า พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องขับอ้อมหรือลงจากรถเพื่อย้ายพวกมันออกไป เพราะพวกเขาสามารถดันพวกมันออกไปได้อย่างช้าๆ พวกเขายังสามารถมองข้ามซอมบี้กลุ่มเล็กๆ ได้และเพียงแค่ขับชนพวกมันไป

ในเวลานี้ ทีมของหลี่ปั๋วเหวินกำลังอยู่ในพื้นที่กักกัน เนื่องจากยังไม่ครบ 10 นาที พวกเขาจึงยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ฐานและเขาก็เพิ่งรายงานไปให้ฉินจิ้นฟัง ดังนั้นเขาจึงไม่มีอะไรที่ต้องทำมากแล้ว

ส่วนหลี่ซู่ก็ตื่นขึ้นมานานแล้ว หลังจากได้รับการช่วยเหลือเมื่อตอนเที่ยง เลือดจากบาดแผลที่ศีรษะของเขาก็หยุดไหลแล้ว หลังจากพักผ่อนและรับประทานอาหาร เขาก็สามารถกลับมาเดินได้อีกครั้งแม้จะยังรู้สึกวิงเวียนอยู่เล็กน้อย

ตอนนี้เขายืนอยู่ในพื้นที่กักกัน จ้องมองกำแพงสูงตระหง่านรอบตัวเขาด้วยปากที่อ้ากว้าง ราวกับคนบ้านนอกที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

ในตอนแรกเขานั้นอยู่ที่หลังรถตอนที่พวกเขากำลังเข้าใกล้ฐาน ดังนั้นเขาจึงไม่เห็นกำแพงด้านนอกของฐานลวี่หยวน จนกระทั่งรถหยุดในพื้นที่กักกันและเขาก็ได้รับแจ้งว่ามาถึงฐานแล้ว ในตอนนั้นเองเขาถึงได้รู้ว่าเขาได้มาถึงที่พักของคนกลุ่มนี้แล้ว

หลังจากลงจากรถ เขาก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในสถานที่แปลกๆ เขาสามารถมองเห็นท้องฟ้าด้านบนได้ แต่มันกลับมีกำแพงล้อมรอบเขาอยู่ทุกด้านและแต่ละด้านยังสูงกว่าสิบเมตร!

พื้นที่ตรงนี้มีรูปร่างเป็นทรงวงรี โดยมีพื้นที่น่าจะหลายร้อยตารางเมตร แม้จะมีรถเกือบสิบคันจอดอยู่แต่ก็ดูไม่แออัดเลย

ประตูบานใหญ่สองบานด้านหน้าและด้านหลังก็ยังคงปิดอยู่ ประตูบานแรกดูเหมือนจะเป็นประตูที่พวกเขาเข้ามาและอีกบานหนึ่งใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่เขาเองก็ยังไม่รู้

เขาได้แต่สงสัยเล็กน้อยว่าทำไมคนกลุ่มนี้ถึงอาศัยอยู่ในที่โล่งๆ แบบนี้กัน?

ไม่มีหลังคาหน่อยเหรอ?

พวกเขาจะนอนในพื้นที่โล่งๆ แบบนี้?

ภายในพื้นที่กักกันมีบ้านสังกะสีหลังเล็กๆ อยู่แต่ก็ไม่มีใครใช้ทำอะไร

เขายังสามารถมองเห็นหอคอยรักษาความปลอดภัยบนกำแพง ซึ่งสามารถใช้สังเกตสถานการณ์ภายนอกและในพื้นที่กักกันได้

ในเวลานี้ มีคนสองคนเฝ้ายามพร้อมปืนในหอคอยรักษาความปลอดภัยแห่งนี้

ความอยากรู้อยากเห็นของหลี่ซู่ไม่ได้ลดลงเลย

ในตอนนี้เวลากักกัน 10 นาทีก็หมดลงแล้ว หลี่ปั๋วเหวินก็ตะโกนบอกสมาชิกทีมบนกำแพงที่รับผิดชอบการสังเกตการณ์ในพื้นที่กักกัน หลังจากสมาชิกทีมรักษาความปลอดภัยทำความเคารพและยืนยันเวลาครบ 10 นาที ประตูที่นำพวกเขาเข้าไปสู่ภายในฐานก็เปิดออก

หลังจากเปิดประตู พวกเขาก็เห็นคนหลายคนยืนอยู่ที่ประตูราวกับกำลังรอคอยพวกเขาอยู่

หลี่ปั๋วเหวินเดินเข้าไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ตรงกลางด้านหน้าของทุกคน เขาคนนั้นสูงประมาณ 1.8 เมตร สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ดวงตาสดใส รูปร่างหน้าตาปานกลาง แต่กลับมีออร่าที่น่าเกรงขามและกระซิบอะไรบางอย่าง

ไม่นาน

ชายคนนั้นก็พยักหน้าและออกคำสั่งสองสามอย่างให้หลี่ปั๋วเหวินคนที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ จากนั้นหลี่ปั๋วเหวินก็เรียกสมาชิกทีมคนอื่นๆ ให้ขับรถเข้าไปในฐาน

หลังจากนั้นชายคนนั้นก็เดินช้าๆ มาหาเขา ผู้ที่ถูกพาตัวกลับมายังฐานในวันนี้

ดวงตาของอีกฝ่ายมองตรงมาที่เขา ราวกับกำลังสังเกตบางสิ่งบางอย่าง

ในขณะนี้ หลี่ซู่ก็รู้สึกว่าเขากำลังติดอยู่ในบรรยากาศแปลกๆ เดิมทีเขามีคำถามมากมายที่อยากจะถาม แต่ในตอนนี้เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะพูดอะไรดี

เมื่อมองดูชายที่สูงกว่าเขาเล็กน้อย ปากของเขาก็อ้าเล็กน้อยพร้อมกับจิตใจของเขาที่ว่างเปล่า

แน่นอนว่าชายตรงหน้าเขาก็คือฉินจิ้น

ฉินจิ้นได้ฟังข้อมูลจากหลี่ปั๋วเหวินแล้วและได้รู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

แต่เขาก็ไม่คิดเลยว่าคนที่หลี่ปั๋วเหวินจะช่วยกลับมาจะเป็นคนๆ นี้

เมื่อมองหลี่ซู่ที่กำลังจ้องมองเขาอย่างว่างเปล่า

ฉินจิ้นก็ยิ้มออกมาและเป็นฝ่ายเริ่มการสนทนา

"สวัสดี ฉันคือผู้นำของที่นี่ชื่อว่า ฉินจิ้น และฉันก็คือ เฉียนจิ้น ในกลุ่มเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก ยินดีที่ได้รู้จัก"

หลังจากพูดแล้ว เขาก็ยื่นมือขวาออกไปก่อน

หลี่ซู่ในที่สุดก็ตื่นขึ้นจากความฝัน

เขารีบยื่นมือขวาออกไปและจับมือกับอีกฝ่ายทันทีและเขาเพิ่งได้ยินว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขาก็คือ "เฉียนจิ้น"!!

"ฉันตามหานายมานานมาก! ในที่สุดก็ได้เจอนายสักที!"

เขาเขย่ามือขวาที่กำมือของฉินจิ้นแน่นอย่างตื่นเต้น

เขาอยู่คนเดียวมานานหลายวันแล้วและชีวิตที่ต้องอยู่กับความหวาดกลัวมันก็ทรมานมากจริงๆ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ขอเพียงแค่มีการเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อยก็จะทำให้เขาตกใจกลัวว่าซอมบี้จะมาปรากฏตัวรอบๆ ตัวเขาทันที

ตอนนี้ดูเหมือนว่าในที่สุดเขาก็ได้พบกับที่ที่เขาควรอยู่แล้ว!

แม้ว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ได้พูดอะไรชัดเจน แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว!

เขาต้องเกาะต้นขาอันใหญ่โตนี้ไว้ให้แน่น!

"เฉียนจิ้น...อืม....ไม่ใช่สิ....ฉินจิ้น....เอ่อ...งั้นฉันจะเรียกนายว่าท่านประธานฉินตามพวกเขาก็แล้วกัน ฉันคือคนก่อตั้งกลุ่มเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก "สกายวอล์คเกอร์"! ยินดีที่ได้รู้จัก! ฉันรู้สึกขอบคุณมากที่คนของนายช่วยชีวิตฉันไว้ในวันนี้ ถ้านายต้องการให้ฉันทำอะไรในอนาคต ก็เรียกใช้ฉันได้เลย!"

หลี่ซู่เสนอขายตัวเองที่นี่ทันที

แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้รายละเอียดสถานการณ์ของที่นี่อย่างชัดเจน แต่เขาก็ได้พูดคุยกับสมาชิกทีมต่อสู้ที่ดูแลเขาในระหว่างวันแล้ว และได้รู้ว่าคนกลุ่มนี้ดูเหมือนจะค่อนข้างดี หรืออย่างน้อยพวกเขาก็ไม่มีนิสัยที่ไม่ดีที่เขาไม่สามารถยอมรับได้

ฉินจิ้นปล่อยมือขวา

เขายิ้มและตบไหล่หลี่ซู่แล้วพยักหน้า ยอมรับการยอมจำนนของอีกฝ่าย

ไม่คาดคิดว่าการกระทำที่ไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์ในเวลานั้นจะดึงดูดหัวหน้ากลุ่มเอาชีวิตรอดวันสิ้นโลกมาได้ด้วย

เพราะเขาเองก็มีความประทับใจในตัวของอีกฝ่ายไม่น้อยเลยเพราะอีกฝ่ายนั้นมีแรงบันดาลใจในการออกแบบสิ่งที่มีประโยชน์มากมายและเขายังเคยปรึกษาอีกฝ่ายเกี่ยวกับรายละเอียดบางด้านของการก่อสร้างฐานด้วย

นอกจากนี้ เขาก็เป็นคนที่เชิญอีกฝ่ายมาเข้าร่วมและตอนนี้เมื่อพวกเขาได้พบกันแล้ว อีกฝ่ายเองก็มีความประทับใจที่ดีต่อเขา ดังนั้นเขาก็ควรที่จะรับอีกฝ่ายไว้

ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็เชื่อด้วยว่าอีกฝ่ายจะต้องมีพรสวรรค์บางอย่างแน่ๆ

บางทีอีกฝ่ายอาจจะสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาฐานต่อไปในอนาคตก็ได้

จากนั้น เขาก็เริ่มพาหลี่ซู่ไปเยี่ยมชมฐานลวี่หยวน

นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่ซู่ได้เดินเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ที่เขาเคยจินตนาการไว้หลายครั้ง

ทันทีที่เข้าประตูมา

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเขาก็คือพื้นที่โล่งกว้าง ที่มีรถยนต์ทุกประเภทจอดอยู่สองข้างทาง มากมายจนนับไม่ถ้วน บางคันจอดอยู่ใต้คลังสินค้าเหล็กและบางคันก็จอดอยู่กลางแจ้ง

ไกลออกไปมีอาคารต่างๆ มากมาย หลายแห่งที่ดูเหมือนคลังสินค้าหรือโรงงานและยังมีอาคารอีกมากมาย แต่ไม่มีอาคารไหนที่สูงมากนัก โดยส่วนใหญ่แล้วจะสูง 3 ถึง 5 ชั้น

ในเวลานี้ มีคนจำนวนมากเดินไปมาและเขาไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่

บางครั้งเขาก็เหลือบมองพวกเขาอย่างสงสัยและหลังจากเหลือบมองผู้นำที่อยู่ข้างๆ เขาก็รีบเปลี่ยนสายตาไป ราวกับว่าเขากำลังกลัวประธานฉินที่อยู่ข้างๆ มาก

ในเวลานี้ฉินจิ้นกำลังอธิบายข้อมูลที่นี่ให้หลี่ซู่ฟังแบบย่อๆ แต่แล้วหวังหยางก็เดินเข้ามา

ชายคนนี้เกือบจะกลายเป็นพ่อบ้านแบบฟูลไทม์ของฉินจิ้นแล้ว ทุกครั้งที่มีคนใหม่มาถึง เขาก็จะรับผิดชอบงานต้อนรับผู้มาใหม่ทุกครั้ง เมื่อเขาได้ยินหลี่ปั๋วเหวินพูดว่ามีคนมาใหม่ เขาก็รีบมาหาฉินจิ้นทันที

ฉินจิ้นจึงมอบหลี่ซู่ให้หวังหยาง เนื่องจากเขายังมีเรื่องอื่นที่ต้องไปทำ

เมื่อเห็นว่าฉินจิ้นดูจะให้ความสำคัญกับผู้มาใหม่มาก หวังหยางจึงไม่กล้าละเลย

เขาแนะนำหลี่ซู่ด้วยความสุภาพ พร้อมให้ข้อมูลโดยละเอียดและยังจัดให้เขาพักในหอพักในฐาน

หลี่ซู่ได้รับข้อมูลใหม่ๆ นับไม่ถ้วนจนทำเขางุนงง

แต่เขาก็พอมีความเข้าใจคร่าวๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ของที่นี่แล้ว

ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขามาถูกที่แล้ว!

เพราะที่นี่สุดยอดมาก!

มันแตกต่างจากความวุ่นวายข้างนอกโดยสิ้นเชิง ที่นี่เป็นเหมือนกับสังคมเล็กๆ แห่งใหม่โดยสมบูรณ์ ทุกอย่างดูเป็นระเบียบและไม่มีใครได้รับอนุญาติให้ฝ่าฝืน ยกเว้นเพียงหนึ่งคนซึ่งก็คือประธานฉินเพียงคนเดียวที่จะทำอะไรก็ได้

เขาได้กลับไปยังหอพักที่หวังหยางเตรียมไว้ให้ ซึ่งเป็นห้องเดี่ยวเล็กๆ

แม้ว่าจะไม่หรูหราเท่าวิลล่าที่เขาเคยอยู่มาก่อน แต่ความรู้สึกปลอดภัยนั้นเทียบกันไม่ได้เลย!

ชั่วขณะหนึ่ง เขาก็เต็มไปด้วยความปรารถนาสำหรับชีวิตใหม่

หลังจากมอบหลี่ซู่ให้หวังหยางแล้ว ฉินจิ้นก็เดินมายังอาคารแห่งหนึ่งในฐาน

นี่คืออาคารที่ถูกดัดแปลงเป็นพิเศษ ใช้สำหรับเก็บสิ่งของที่มีประโยชน์น้อยหรือกำลังจะถูกทิ้ง

หรือจะเรียกสถานที่นี้ว่าห้องเก็บขยะก็ได้

มีการสร้างห้องหลายห้องที่ชั้นหนึ่งของที่นี่

พี่คุนและพรรคพวกของเขาที่ถูกพาตัวกลับมา ในเวลานี้พวกเขาก็ถูกขังอยู่ที่นี่

พวกเขาถูกคลุมหน้ามาตลอดทางและพวกเขาก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

พวกเขารู้แค่ว่าพวกเขาน่าจะมาถึงที่ไหนสักแห่งและถูกเตะลงจากรถหลังจากที่รถหยุดลง หลังจากที่พวกเขาเดินไปได้อีกพักหนึ่ง ผ้าคลุมหน้าของพวกเขาก็ถูกถอดออกแล้วพวกเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่ค่อนข้างว่างเปล่าห้องหนึ่ง

มีหลอดไฟอยู่บนเพดานและไม่มีหน้าต่างรอบๆ มีเพียงพัดลมดูดอากาศและดูเหมือนจะมีประตูเดียวเท่านั้นที่ใช้สำหรับเข้าออก

ข้างในยังมีโต๊ะอยู่อีกตัวตรงทางเข้าและมีอะไรบางอย่างอยู่บนนั้น แต่มันถูกคลุมด้วยผ้าผืนหนึ่งและไม่มีใครรู้เลยว่าข้างในมีอะไรอยู่

และยังมีคนอีกสองคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาและจ้องมองพวกเขาตลอดเวลา

"ประธานครับ คนพวกนี้คือคนที่ผมเจอที่ปั๊มน้ำมันวันนี้ครับ"

คนที่พูดคือหลี่ปั๋วเหวิน ชายที่ถูกมองว่าโหดร้ายอย่างยิ่งในสายตาของพี่คุนและคนอื่นๆ

ชายอีกคนข้างๆ เขาก็คือฉินจิ้น

ในเวลานี้ ฉินจิ้นก็พยักหน้าบ่งบอกว่าเขาได้ยินสิ่งที่หลี่ปั๋วเหวินพูด

เมื่อเขากลับมาเมื่อครู่นี้ เขาก็ได้ฟังหลี่ปั๋วเหวินอธิบายเรื่องราวแบบสั้นๆ เขารู้มาว่าคนกลุ่มนี้กำลังจะปล้นของของหลี่ซู่และจากไป แต่พวกเขาดันโชคร้ายและถูกทีมต่อสู้จับกุมตัวได้ซะก่อน

แต่บางทีโชคของเขาอาจจะไม่เลวร้ายนัก

เพราะในเวลานี้ชายที่โหดเหี้ยมในสายตาของพี่คุนและพรรคพวกของเขากำลังยอมสละที่นั่งให้กับชายอีกคนด้วยความเคารพ ทำให้พวกเขาเดาได้ว่าชายคนนี้อาจมีสถานะสูงกว่าและอิสรภาพหรือแม้กระทั่งชีวิตของพวกเขาก็อยู่ในมือของชายคนนี้

"ท่านผู้นำ! พวกเราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะครับ พวกเราแค่ถูกปีศาจเข้าสิงและทำร้ายคนของคุณโดยบังเอิญเท่านั้นเอง ได้โปรดให้โอกาสกับพวกเราด้วยเถอะครับ จะให้พวกเราทำอะไรก็ได้พวกเรายอมหมดเลยครับ!"

พี่คุนเป็นฝ่ายเริ่มขอความเมตตาก่อน

เขาได้สูญเสียท่าทีที่เคยใช้ควบคุมสถานการณ์ไปอย่างสิ้นเชิงแล้วและพรรคพวกของเขาที่อยู่ใกล้ๆ ก็รีบขอความเมตตาตามและหวังว่าคนตรงหน้าพวกเขาจะยอมให้อภัย

"ให้เกาเฉียงกับจวินฉือเข้ามา"

ฉินจิ้นตะโกนบอกคนข้างนอกประตู แล้วเกาเฉียงกับเฉินจวินฉือที่รออยู่ข้างนอกก็เข้ามา

สำหรับเหตุผลที่ให้ทั้งสองเข้ามา ก็แน่นอนว่ามันเป็นเพราะเขาได้ยินมาว่าทั้งสองคนมีทักษะการสอบปากคำที่ดีพอสมควร

เมื่อเร็วๆ นี้ ดันมีคนโง่ๆ บางคนต้องการปล้นพวกเขาตอนออกไปข้างนอก แต่สุดท้ายพวกมันก็ถูกจัดการโดยพวกเขา

และการสอบปากคำก็เป็นไปได้ด้วยดี

พี่คุนและพรรคพวกของเขาไม่ได้ต่อต้านใดๆ พวกเขาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและบอกข้อมูลทั้งหมดที่พวกเขารู้ เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องแยกสอบปากคำด้วยซ้ำ

เพราะข้อมูลส่วนใหญ่ไม่สำคัญนัก

แต่มีข้อมูลเพียงชิ้นเดียวที่ฉินจิ้นสนใจเล็กน้อย นั่นคือคนกลุ่มนี้วางแผนที่จะเร่งเดินทางไปยังพื้นที่รวมพลของผู้รอดชีวิตในเมืองตงกวน

เขาไม่แปลกใจนัก เพราะในชาติที่แล้วก็มีฐานที่ตั้งขึ้นโดยผู้รอดชีวิตที่มารวมตัวกันมากมายและเขาเองก็เคยไปมาหลายแห่งแล้ว

ใครจะไปคิดว่าหลังจากวันสิ้นโลกเพียงไม่กี่วัน กองกำลังหนึ่งก็ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว

เขาได้เตรียมการล่วงหน้ามามากเพื่อบรรลุความสำเร็จในปัจจุบันนี้และเขาก็ไม่รู้เลยว่าคนอื่นๆ กำลังพัฒนาไปอย่างไรในตอนนี้

ถ้ามีโอกาส เขาเองก็อยากจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากที่นั่นเช่นกัน

จบบทที่ ตอนที่ 56 : ข่าวและเรื่องที่น่าตกใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว