- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 49 : การค้นหาเสบียงประจำวัน
ตอนที่ 49 : การค้นหาเสบียงประจำวัน
ตอนที่ 49 : การค้นหาเสบียงประจำวัน
ตอนที่ 49 : การค้นหาเสบียงประจำวัน
ในตอนเช้า
แสงแดดประมาณ 7-8 โมงเช้าก็เริ่มสาดส่องลงบนพื้นโลก
ขับไล่ความหนาวเย็นของต้นฤดูใบไม้ร่วงออกไป
ข้างนอก ทุกสิ่งยังคงเงียบสงัด
เศษซากที่กระจัดกระจายสามารถมองเห็นได้ทั่วทุกมุมถนน
หนังสือพิมพ์ปลิวว่อน ถุงพลาสติกและยานพาหนะที่ถูกจอดทิ้งคือสิ่งที่ธรรมดาบนโลกยุคใหม่นี้
ประตูและหน้าต่างทั้งที่ปิดสนิทหรือเปิดกว้างก็มีร่องรอยการเผาไหม้ให้เห็นอยู่เรื่อยๆ
มีเพียงควันหนาทึบจากการเผาไหม้ที่หายไป เหลือไว้แต่ฉากที่ไหม้เกรียม
นี่คือสภาพทั่วไปของอาคารในตอนนี้
หลังจากความโกลาหลสงบลง ทุกอย่างก็ดูเหมือนวันสิ้นโลกที่ไร้ซึ่งชีวิต
หลังจากพระอาทิตย์ขึ้น ซอมบี้ก็กลับไปซ่อนตัว
ยานพาหนะดัดแปลงสองคันขับเข้ามาจากระยะไกล พวกมันเป็นรถ SUV และรถบรรทุกขนาดใหญ่ พวกเขาชะลอความเร็วก่อนที่จะเข้าใกล้เมือง
พวกเขาดูเหมือนจะกำลังกำลังสังเกตหาบางสิ่งบางอย่าง
นั่นคือทีมต่อสู้ของฐานลวี่หยวน ที่ออกมาค้นหาเสบียง
"หัวหน้าครับ พวกเรามาถึงเมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากฐานประมาณ 50 กิโลเมตรแล้วครับ ตามแผนที่ที่นี่มีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดค่อนข้างใหญ่อยู่ข้างหน้าครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของเรา"
คนที่นั่งอยู่บนเบาะคนขับของรถ SUV ก็คือเกาเฉียง ผู้ที่เพิ่งเข้าร่วมกับฐานลวี่หยวนและเมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมทีมต่อสู้ เขาก็ถูกจัดให้อยู่ในทีมของหลี่ปั๋วเหวินและตอนนี้เขาก็กำลังขับรถออกมาตามหาเสบียง
"โอเค มายืนยันเส้นทางสำหรับหลบหนีกันก่อน จากนั้นค่อยไปตามหารถตู้หรือรถบรรทุกที่พอจะใช้งานได้กัน มันน่าจะพอมีจอดอยู่รอบๆ ซูเปอร์มาร์เก็ต พวกเราจะไปหารถกันก่อนแล้วเอาไปเติมน้ำมันให้เต็ม แล้วเราก็จะใช้พวกมันเป็นยานพาหนะสำหรับการขนของในวันนี้"
ใช่แล้ว พวกเขาขับรถออกมาเพียงสองคันเช่นเดิม
นี่คือช่วงแรกของวันสิ้นโลก มันมียานพาหนะที่ไม่มีใครต้องการอยู่ทั่วทุกที่และส่วนใหญ่ก็มีเชื้อเพลิงอยู่เต็มถังแน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่อยากให้มันเสียเปล่า ดังนั้นพวกเขาจึงจะเป็นคนนำพวกมันไปใช้กันเอง
หรือต่อให้ไม่มีเชื้อเพลิง พวกเขาก็ยังสามารถหารถที่ถูกทิ้งร้างได้ทุกที่และดูดเชื้อเพลิงออกมา
ในไม่ช้า พวกเขาก็พบกับเป้าหมายบนถนนสายหนึ่งในเมือง
สมกับที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ มันตั้งอย่างโดดเด่นในทำเลที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
ลานจอดรถด้านนอกก็มีรถจอดอยู่มากมาย แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นรถเก๋ง ไม่มีรถบรรทุกขนาดใหญ่เลย
"เป็นเรื่องปกติที่จะไม่มีรถบรรทุกอยู่ในลานจอดรถ เพราะปกติแล้วการขนถ่ายสินค้าจะทำกันผ่านประตูหลัง พวกเราลองขับวนรอบๆ ที่นี่ก่อน"
หลี่ปั๋วเหวินสังเกตพื้นที่รอบๆ ซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วบอกสมาชิกในทีมทุกคนแล้วยานพาหนะทั้งสองคันก็ขับวนไปรอบๆ ทันที
และเป็นไปตามที่คาดไว้ พวกเขาพบรถบรรทุกหลายคันที่ไซต์ก่อสร้างด้านข้างห้าง สมาชิกทีมต่อสู้ที่งัดรถเป็นก็ลงมือทำหน้าที่ทันที
พวกเขารวบรวมยานพาหนะได้อย่างรวดเร็วถึง 6 คัน
ยกเว้นรถ SUV ที่มีขีดความสามารถในการบรรทุกที่น้อย แต่รถที่เหลือเป็นรถบรรทุกที่สามารถขนของได้มาก
หลังจากตรวจสอบแล้วว่ายานพาหนะเรียบร้อยดี พวกเขาก็เติมน้ำมันให้เต็มก่อนที่จะกลับไปที่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตและจอดรถ
หลี่ปั๋วเหวินมองดูประตูซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดอยู่และพูดกับสมาชิกทีมคนหนึ่งว่า "เสี่ยวจาง เอาโดรนออกมาแล้วเริ่มล่อซอมบี้ได้เลย"
"รับทราบครับ! หัวหน้า"
สมาชิกทีมที่ชื่อเสี่ยวจางคนนี้ก็หยิบโดรนออกมาจากรถ SUV ซึ่งมันก็มีลูกบอลส่งเสียงห้อยอยู่ข้างใต้ พวกเขาทุกคนได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการใช้โดรนแล้วว่ามันสำคัญแค่ไหน
ในเวลานี้โดรนก็ทะยานขึ้นไป
มันค่อยๆ บินไปที่ประตูซูเปอร์มาร์เก็ตและเริ่มเปิดเพลงป๊อปที่ทางเข้า
ความเงียบถูกทำลายลงและเสียงดังบางอย่างก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วจากภายในซูเปอร์มาร์เก็ต ภายในเวลาเพียงสิบกว่าวินาที ซอมบี้หลายตัวก็พุ่งออกมา
พวกมันคำรามและยื่นแขนออกไปคว้าโดรนที่ลอยอยู่กลางอากาศ
หลังจากนั้นไม่กี่นาที
เมื่อยืนยันแล้วว่าไม่มีซอมบี้ตัวใหม่โผล่ออกมาอีก เสี่ยวจางก็ควบคุมโดรนให้เคลื่อนที่นำฝูงซอมบี้กลุ่มเล็กๆ ประมาณสามสิบตัวออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต
ในระหว่างการเคลื่อนที่ออกไปซอมบี้ตัวใหม่ในอาคารโดยรอบก็ถูกดึงดูดด้วยเสียงและเข้าร่วมฝูงซอมบี้จนเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
เพียงไม่นาน ซอมบี้เกือบหนึ่งร้อยตัวก็ถูกโดรนล่อให้ห่างออกไปถึงหนึ่งกิโลเมตร
โดรนตัวนั้นก็ยังคงบินต่อไปเรื่อยๆ โดรนที่ฉินจิ้นซื้อมานั้นล้วนเป็นรุ่นควอดคอปเตอร์ระดับไฮเอนด์ พวกมันมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานและระยะควบคุมที่ไกลได้สามถึงห้ากิโลเมตร ทำให้พวกเขาสามารถเฝ้าระวังฝูงซอมบี้ได้จากระยะไกล
สมาชิกทีมคนอื่นๆ ก็ขับรถไปยังทางเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างชำนาญ
หลังจากจัดรูปขบวนเพื่อการป้องกันและเตรียมการหลบหนีแล้ว หลี่ปั๋วเหวินก็ปล่อยให้เสี่ยวจางเฝ้าระวังฝูงซอมบี้ไว้และระวังความปลอดภัยโดยรอบต่อไป ส่วนเขาก็นำคนอีกห้าคนเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต
ทันทีที่ก้าวเข้าไป
คลื่นแห่งความมืดมิดก็ซัดเข้าใส่พวกเขาทันที
กลิ่นเหม็นแปลกๆ โชยออกมา มันเหมือนจะเป็นกลิ่นอาหารที่เน่าเสียและถูกหมักดอง
ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร อย่างน้อยก็หนึ่งพันตารางเมตร
แต่ในเวลานี้ ไฟฟ้าข้างในได้ถูกตัดไปนานแล้ว
สมาชิกทีมต่อสู้เปิดไฟฉายขนาดใหญ่ที่พวกเขาพกติดตัวมาด้วยและในพริบตาแสงสว่างก็เจาะทะลุความมืดภายใน เผยให้เห็นสถานการณ์ข้างในอย่างชัดเจน
ข้าวของต่างๆ กระจัดกระจายอยู่ที่แคชเชียร์ทางเข้า ชั้นวางของบางส่วนที่อยู่ไกลออกไปก็ล้มลง มีแค่บางส่วนที่ยังคงเป็นระเบียบอยู่ พวกเขายังมองเห็นคราบสกปรกและเลือดได้ทั่วไปบนพื้น ทั้งหมดบ่งชี้ว่าที่นี่เคยเกิดความโกลาหลขึ้น
โดยไม่เสียเวลา
หลี่ปั๋วเหวินเดินนำหน้า ถือปืนไรเฟิลอย่างระมัดระวัง โดยมีดาบปลายปืนเชื่อมติดอยู่ที่ปลายกระบอกปืนเพื่อใช้สำหรับการโจมตีได้ตลอดเวลา
สมาชิกทีมคนอื่นๆ ก็กระจายตัวกันออกไปตามรูปแบบการเฝ้าระวังและเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง แต่ละคนถือโล่ มีดดาบและหน้าไม้พร้อมที่จะช่วยเหลือกันได้ตลอดเวลา
การต่อสู้ของทีมต่อสู้นั้นง่ายมาก เมื่อพวกเขาเจอเข้ากับซอมบี้กลุ่มเล็กๆ พวกเขาก็จะใช้ดาบปลายปืน มีดดาบหรือหน้าไม้จัดการก่อนและใช้โล่สำหรับการป้องกัน
หรือหากเจอซอมบี้กลุ่มใหญ่มากจริงๆ พวกเขาก็จะยิงทันทีโดยไม่ต้องคิดมาก
แต่โดยปกติแล้วในกรณีที่พวกซอมบี้ได้ถูกโดรนล่อออกไปแล้ว ซอมบี้ที่เหลืออยู่ก็จะมีไม่มากและบางครั้งก็จะมีบางตัวที่ถูกขัดขวางหรือไม่ถูกดึงดูดด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งพวกเขาก็สามารถจัดการมันได้โดยไม่ต้องยิง
ภายใต้แสงไฟฉาย ฉากภายในซูเปอร์มาร์เก็ตก็เผยออกมา
ในความเงียบงันนั้นมีความรู้สึกที่น่าสะพรึงกลัวอยู่
หลี่ปั๋วเหวินได้เอาชนะความกลัวแบบนี้แล้ว เขาสังเกตรอบๆ และครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและมองไม่เห็นสิ่งที่อาจะเป็นอันตรายกับพวกเขา เขาจึงพูดกับสมาชิกในทีมที่อยู่ข้างหลังโดยไม่หันกลับไปว่า
"จากการดูเบื้องต้นที่นี่ปลอดภัยแล้ว พวกเราหกคนจะแบ่งกันเป็น 3 ทีม ทีมละ 2 คน เข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยในซูเปอร์มาร์เก็ตอีกรอบแล้วเราจะเริ่มขนของกันหลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีปัญหา!"
สมาชิกทีมตอบรับ
ทั้งหกคนแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งคนอยู่ข้างหน้าและหนึ่งคนอยู่ข้างหลังเพื่อคอยช่วยเหลือกันเอง
5 นาทีต่อมา ทุกทีมก็ยืนยันว่าไม่มีซอมบี้ในซูเปอร์มาร์เก็ตอีกแล้ว
พวกเขาพบเพียงโครงกระดูกสองโครงที่เต็มไปด้วยรอยฟันและดูไม่สมบูรณ์ เห็นได้ชัดว่าศพเหล่านั้นเคยประสบกับการถูกรุมกัดกินโดยซอมบี้
หลี่ปั๋วเหวินเดินไปที่โครงกระดูกพร้อมกับผ้าที่หามาสองผืนแล้วคลุมโครงกระดูกเหล่านั้นไว้ เพื่อเป็นการเคารพพวกเขาหลังเสียชีวิต
เขาพูดกับสมาชิกในทีมว่า "โอเค ไปปิดประตูหลังด้วย อย่าให้พวกซอมบี้แอบเข้ามาจากข้างหลังได้ ตอนนี้เสี่ยวจางคอยเฝ้าประตูหน้าไว้ให้พวกเราแล้ว ส่วนคนที่เหลือก็ขนของได้เลย"
สมาชิกทีมแยกย้ายกันไปและเริ่มค้นหาสิ่งของอย่างชำนาญ
ข้าวสาร แป้งและธัญพืชต่างๆ เริ่มถูกซื้อมาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พวกเขายังค้นพบรถเข็นที่ใช้ในการขนของในซูเปอร์มาร์เก็ตและพวกมันก็ถูกนำมาใช้ในการขนส่งอาหารไปขึ้นรถอย่างรวดเร็ว
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋องและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ ก็ไม่รอดไปจากมือของพวกเขา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีที่สามารถเก็บไว้ได้นานในอนาคต ไม่เหมือนผักและเนื้อสัตว์ที่สามารถกินได้อีกต่อไปหลังจากไม่ได้รับการแช่เย็น
สมาชิกทีมหลายคนมาที่แผนกผักและเนื้อสัตว์และแสดงสีหน้าเสียดายเมื่อเห็นเนื้อและผักที่เริ่มเน่าและมีกลิ่นเหม็น
ยกเว้นของที่ยังไม่เน่าเสีย ของที่เหลือก็ไม่จำเป็นต้องนำไปด้วยเพราะมันจะเป็นการเสียพื้นที่อันมีค่าสำหรับเสบียงอื่นๆ
พวกเขาใช้เวลาขนย้ายนานกว่าหนึ่งชั่วโมง
ยานพาหนะหลายคันจึงเริ่มเต็ม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีของอีกมากมายในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ยังไม่สามารถขนไปได้ เมื่อเทียบกับยานพาหนะของพวกเขาแล้ว เสบียงในซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นมีมากมายเกินไป
หลี่ปั๋วเหวินคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจขนของกลับฐานก่อนแล้วค่อยกลับมาขนย้ายกันอีกครั้ง
เขาบอกสมาชิกในทีมและทุกคนก็เห็นด้วย
พวกเขาใช้รถที่พบมาปิดประตูซูเปอร์มาร์เก็ตอีกครั้งและเสี่ยวจางก็บังคับโดรนกลับมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใกล้จะหมด
ทีมค้นหาเสบียงจึงเริ่มเดินทางกลับฐานลวี่หยวน
ใช้เวลาเพียงไม่นานประมาณสามสิบนาที พวกเขาก็กลับมาถึงฐานแล้ว
หลังจากเข้าสู่ฐานและรออยู่ในพื้นที่กักกันนานพอสมควร รถก็ขับเข้าไปภายในพื้นที่ชั้นในของฐาน
ฉินจิ้นซึ่งมาหลังจากได้ยินข่าวการกลับมาก็แปลกใจว่าทำไมพวกเขาถึงกลับมาเร็วขนาดนี้ แต่เขาก็เข้าใจสถานการณ์ได้ทันทีหลังจากได้ฟังและให้การสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่
เขาสั่งให้ผู้จัดการฐานจัดคนมาช่วยขนย้ายสิ่งของและขนถ่ายสินค้าลงจากรถ
สมาชิกทีมต่อสู้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนกันสักครู่เพราะพวกเขาเพิ่งจะใช้แรงกายขนย้ายสิ่งของขึ้นรถกันมาและพวกเขาก็ยังคงรู้สึกเหนื่อยกันเล็กน้อย
พวกเขานั่งอยู่ในรถหรือในอาคารข้างๆ เพื่อพักผ่อน
ฉินจิ้นก็พูดกับพวกเขาว่า "ฉันขอบคุณสำหรับความเหน็ดเหนื่อยของทุกคน ในตอนนี้ฐานของเรายังไม่สามารถหาแรงงานมาช่วยได้มากเท่าไหร่ พวกนายก็คงจะต้องทำงานหนักกันต่อไปก่อน แต่หลังจากกำแพงถูกสร้างเสร็จในอีกไม่กี่วัน ทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้นแล้ว"
นี่เป็นเรื่องจริง
กำแพงในฐานยังคงถูกสร้างอยู่อย่างต่อเนื่องและฉินจิ้นก็ได้เตรียมการสำหรับงานอื่นๆ ก่อนที่ฝนกรดจะมาถึงแล้วและเขาก็ไม่สามารถหาแรงงานจำนวนมากให้กับสมาชิกทีมต่อสู้เพื่อไปคอยขนเสบียงให้ได้จริงๆ
"ประธานฉิน พวกเราเข้าใจดี พวกเราทุกคนทำไปก็เพื่อส่วนรวมและเพื่อการอยู่รอดของพวกเราทุกคน" หลี่ปั๋วเหวินตอบด้วยรอยยิ้ม
ฉินจิ้นตบไหล่เขาและพยักหน้าให้เขาพร้อมรอยยิ้ม
จากนั้นเขาก็หันหลังกลับไปทำงานอื่นๆ ต่อ
ไม่นานหลังจากที่พวกเขากลับมา สิ่งของทั้งหมดก็ถูกขนถ่ายเสร็จในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง
เพราะท้ายที่สุด การขนลงก็ง่ายกว่าการขนขึ้นมาก
ในขณะนี้ ก็เพิ่งจะเป็นเวลาประมาณสิบโมงเช้า ถ้าทำเวลาดีๆ พวกเขาก็คงจะสามารถไปกลับซูเปอร์มาร์เก็ตได้อีกหลายรอบ
ทีมของหลี่ปั๋วเหวินจัดยานพาหนะใหม่ ก่อนจะสตาร์ทรถทั้งหมดที่เพิ่งได้มาอีกครั้งและออกเดินทางไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต
นี่เป็นเพียงแค่การทำงานของทีมต่อสู้เพียงทีมเดียวเท่านั้น
เพราะทีมอื่นๆ ก็กำลังทำสิ่งเดียวกันกับพวกเขา
เมื่อขอบเขตการค้นหาเสบียงถูกขยายออกไป พวกเขาก็จะต้องเดินทางออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ