เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 : ประหารชีวิตและกลับฐาน

ตอนที่ 33 : ประหารชีวิตและกลับฐาน

ตอนที่ 33 : ประหารชีวิตและกลับฐาน


ตอนที่ 33 : ประหารชีวิตและกลับฐาน

"ทุกคนตรวจสอบความเสียหายของอาวุธและอุปกรณ์ของตัวเอง แล้วก็ตรวจสอบด้วยว่าตัวเองหรือเพื่อนร่วมทีมคนไหนได้รับบาดเจ็บหรือไม่!"

ยกเว้นเสี่ยวหลิวและคู่หูที่กำลังล่อซอมบี้อยู่ข้างนอก ทีมต่อสู้ที่เหลือและสมาชิกใหม่สองคนก็กำลังพักผ่อนอยู่ไม่ไกลจากทางเข้าโรงงานเคมี

หลังจากปิดสัญญาณเตือนไฟไหม้ ตงฮุยและหวังปินก็วิ่งมาช่วยต่อสู้กับซอมบี้ด้วย

เป็นเวลาถึงครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ที่ทุกคนได้เผชิญหน้ากับวิกฤตอันตราย แต่ก็โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ฉินจิ้นมองดูเวลา ตอนนี้ก็เลยสี่โมงเย็นไปแล้วและทุกคนก็เหนื่อยล้าจากการต่อสู้ที่เพิ่งเกิดขึ้น

ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเขาจะไม่มีเวลาสำหรับการขนย้ายสารเคมีอีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ปล่อยมันเอาไว้ก่อน เขาจึงสั่งทุกคนว่า

"หวังปิน ตงฮุย พวกนายสองคนไปเก็บของส่วนตัว วันนี้พวกเราไม่มีเวลามากพอใจการขนย้ายอะไรแล้ว"

"หลี่ปั๋วเหวิน หลิวเหวินฮ่าว พวกนายสองคนพาคนไปตรวจสอบกำแพงของโรงงานเคมี อย่าให้ซอมบี้เข้ามาได้อีกหลังจากเราออกไป"

"ส่วนคนอื่นๆ เก็บข้าวของให้เรียบร้อย พวกเราจะออกเดินทางกลับฐานลวี่หยวนใน 10 นาที!"

หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปทำภารกิจของตัวเอง

ฉินจิ้ก็หยิบวิทยุสื่อสารออกมาและพูดว่า

"เสี่ยวหลิว หลังจากล่อซอมบี้ออกไปแล้ว พวกนายก็กลับมาพร้อมกับผู้หญิงคนนั้นได้เลย พวกเราจะไปเจอกันที่สี่แยกนอกโรงงานเคมีในอีก 15 นาที"

อีกฝ่ายตอบรับทันที

ตอนนี้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและคนอื่นๆ ที่ทำภารกิจเสร็จแล้วก็กลับมารวมตัวกันที่ขบวนรถ

หลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีอะไรตกหล่น ทีมต่อสู้ก็ขึ้นรถและขับออกจากโรงงานเคมีทันที

เนื่องจากประตูของโรงงานเคมีเสียหาย ทีมต่อสู้จึงต้องขับรถบรรทุกที่พบภายในโรงงานเคมีมาปิดกั้นประตูไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ซอมบี้เดินเข้ามาได้อีก

แน่นอนว่าของแบบนี้จะป้องกันตัวโรงงานจากผู้รอดชีวิตไม่ได้แน่และสุดท้ายถ้ามีผู้รอดชีวิตเข้ามาที่โรงงานเคมีที่ห่างไกลแห่งนี้จริงๆ พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

ขบวนรถกว่าสิบคันออกเดินทางอีกครั้ง

บางทีอาจเป็นเพราะซอมบี้ได้ถูกล่อออกไปด้วยโดรนแล้ว รวมถึงมีการต่อสู้ที่โรงงานเคมีเมื่อครู่ พวกเขาจึงไม่เจอกับซอมบี้ระหว่างทางเลยและพวกเขาก็มาถึงสี่แยกที่นัดพบกับเสี่ยวหลิวได้อย่างราบรื่น

ในเวลานี้ เสี่ยวหลิวกำลังรออยู่ที่สี่แยกพร้อมรถออฟโรด เมื่อเขาเห็นขบวนรถขับมา เขาก็รีบขับรถเข้าไปในขบวนทันที

หลังจากหยุดรถ เขาก็ดึงตัวกัวชิงลงมาจากเบาะหลัง โดยไม่สนใจเธอที่ยังคงพยายามดิ้นรนและพาเธอมายืนอยู่ตรงหน้าฉินจิ้นและกลุ่มสมาชิกทีมต่อสู้

"หัวหน้าครับ ผู้หญิงที่คุณต้องการอยู่นี่แล้ว"

ในเวลานี้ มือของกัวชิงถูกมัดไว้ข้างหลังและเสื้อผ้าที่เคยเรียบร้อยของเธอก็ดูสกปรกจากการดิ้นรนระหว่างการจับกุม

รองเท้าส้นสูงทั้งสองข้างของเธอหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ถุงน่องของเธอก็มีร่องรอยขาดหลายแห่ง ใบหน้าเล็กๆ ที่เคยบอบบางเต็มไปด้วยคราบสกปรกและผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง ไม่มีร่องรอยของความเป็นหญิงแกร่งที่เธอเคยเป็นเลย

แม้ว่าเธอจะดูน่าสงสารแค่ไหน แต่สายตาของผู้คนที่มองเธอกลับไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจเลยแม้แต่น้อย

มีเพียงสีหน้าที่เย็นชาเท่านั้นเมื่อมองไปที่เธอ

รวมถึงตงฮุยและหวังปินด้วย

เพราะผู้หญิงคนนี้พวกเขาเกือบจะถูกฆ่าตายกันทั้งหมด

ถ้าพวกเขาไม่สามารถปิดสัญญาณเตือนได้ทันเวลาและอาศัยกำแพงโรงงานเคมีเพื่อต้านทานการบุกของซอมบี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะรอดชีวิตมาได้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

กัวชิงรู้ดีว่าสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นร้ายแรงแค่ไหน เธอไม่สามารถจินตนาการถึงการลงโทษที่เธอจะต้องเผชิญได้เลยหากตกอยู่ในมือของคนกลุ่มนี้อีกครั้ง

แต่เธอจะไม่ยอมแพ้และสิ้นหวังง่ายๆ เธอพยายามแก้ตัวกับฉินจิ้นว่า

"คุณหัวหน้า ตอนนั้นฉันแค่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้นเองจริงๆ นะ ฉันกลัวว่าพวกสัตว์ประหลาดนั่นจะมา ฉันก็เลยรีบออกไปและชนประตูของโรงงานจนพัง ส่วนทำไมมันถึงดังขึ้น เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับฉันจริงๆ นะ!"

ฉินจิ้นรู้สึกรังเกียจผู้หญิงคนนี้อย่างยิ่ง

ตอนที่เขาเข้าไปในออฟฟิศเขาก็ถูกเธอแสดงความเย่อหยิ่งใส่แล้วก็ยังมาถูกเธอพยายามฆ่าอีก ถ้าเขาจะยังเชื่อเธออีก เขาก็รู้สึกว่าตัวเขาคงต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ

ตอนนี้เขาไม่ต้องการแม้แต่จะคุยกับเธอและยังคงจ้องมองกัวชิงอย่างเย็นชา

เมื่อเห็นเช่นนี้ กัวชิงก็รู้แล้วว่าเธอไม่สามารถโน้มน้าวของอีกฝ่ายได้แน่

เธอทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับลูกน้องเก่าอีกครั้ง เธอหันไปและพูดกับตงฮุยและหวังปินด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า

"ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ! ข้อร้องล่ะ ช่วยบอกพวกเขาทีว่านี่เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด"

"พวกเราทำงานด้วยกันมาหลายปี พ่อของฉันก็ดีกับพวกนายมาโดยตลอดนะ"

เมื่อเผชิญหน้ากับการพยายามแก้ตัวของเธอ ตงฮุยก็หันหน้าหนีและไม่คุยกับเธออีก

หวังปินที่มีไหวพริบมากกว่าก็พูดด้วยสีหน้าที่ลำบากใจว่า "หัวหน้ากัวครับ เรื่องนี้ผมทำอะไรไม่ได้เพราะคุณเองก็ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องจริงๆ"

กัวชิงโกรธจัด คนพวกนี้ที่เคยประจบสอพลอเธอ กลับหันหลังให้เธอในชั่วพริบตา ถ้าไม่ใช่เพราะสถานการณ์ในปัจจุบัน เธอคงทำให้สองคนนี้ต้องชดใช้อย่างแน่นอน

แต่อย่างไรก็ตาม เธอไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำก่อนหน้านี้ของเธอก็เป็นการฆ่าอดีตเพื่อนร่วมงานของตัวเองในทางอ้อมด้วยเช่นกัน

ไม่มีใครมองเธอในแง่ดีเลย

ฉินจิ้นเห็นว่าตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้วและยังเหลือระยะทางอีก 20 กิโลเมตรกว่าจะกลับถึงฐาน หากยังล่าช้าอยู่อีก พวกเขาจะไม่สามารถกลับถึงฐานได้ก่อนค่ำซึ่งนั่นจะทำให้ทุกอย่างลำบากยิ่งขึ้น สิ่งที่ควรจะทำในตอนนี้ก็คือออกเดินทางให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ดังนั้นเขาจึงไม่อยากจะเสียเวลาอีก

ภายใต้สายตาของทุกคนที่จับจ้อง เขาเดินเข้าไปหากัวชิงเพียงลำพัง

คนอื่นๆ ก็สงสัยว่าหัวหน้าของพวกเขาจะจัดการกับผู้หญิงคนนี้ยังไง

เมื่อกัวชิงเห็นหัวหน้ากลุ่มของอีกฝ่ายเดินเข้ามา เธอก็รู้ว่าคนๆ นี้จะเป็นผู้ตัดสินชะตากรรมของเธอและเธอก็จะไม่มีใครพยายามพูดให้เธอแน่

ในเวลานี้ เธอเตรียมใจที่จะใช้แผนการสุดท้ายของเธอ เธอพยายามพูดกับชายที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอว่า

"ฉันสามารถเป็นผู้หญิงของนายได้ นายจะทำอะไรกับฉันก็ได้ ดังนั้นขอร้องล่ะ ได้โปรดรับฉันไว้เถอะนะ ฉันมีประสบการณ์แถมฉันยังสามารถช่วยนายบริหารจัดการฐานได้ด้วย"

ใช่แล้ว ทางเลือกสุดท้ายของกัวชิงคือการประนีประนอมและเสนอตัวเป็นผู้หญิงของผู้นำของคนเหล่านี้

อย่างน้อยด้วยวิธีนี้เธอก็จะเป็นของเล่นของคนๆ เดียวและไม่ต้องกลายเป็นของเล่นของคนจำนวนมากนี่คือทางออกสุดท้ายที่เธอคิดได้หลังจากดิ้นรนอยู่ในรถเป็นเวลานาน

ตราบใดที่เธอรับใช้ผู้ชายคนนี้เป็นอย่างดี เธอก็อาจจะมีโอกาสได้รับอำนาจบางอย่างในอนาคตและเธอก็จะมีชีวิตที่ไม่เลวร้ายเกินไปนัก

เธอได้จินตนาการไว้แล้วว่าเธอจะเอาใจผู้ชายคนนี้ที่เธอเคยดูถูกอย่างไร แถมเธอยังเชื่อว่าอีกไม่นานเขาจะต้องยอมตกอยู่แทบเท้าของเธอ เพราะเธอมีความมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเธอมาโดยตลอด

ขณะที่กัวชิงพูดข้อเสนอของตัวเองออกมา เธอก็พยายามบิดตัว บีบต้นขาที่มีถุงน่องที่ขาดเข้าหากันและยังพยายามกดมือด้านหลังลงไปเพื่อยกหน้าอกของตัวเองให้สูงขึ้นมา พร้อมกับทำสีหน้าเขินอายและยอมจำนน ซึ่งทำให้ผู้คนที่เห็นอยากจะเอาชนะเธอมากยิ่งขึ้น

เธอเป็นผู้หญิงที่รู้วิธีการแสดงเพื่อเอาใจผู้ชาย

ถ้าเป็นคนธรรมดา ปืนใหญ่ตรงหว่างขาของพวกเขาก็คงจะอดใจไม่ไหวจนต้องยกปากกระบอกพร้อมยิงขึ้นมาและถ้าโอกาสเหมาะสมการต่อสู้แบบระยะประชิดก็คงจะเริ่มในทันที

แต่น่าเสียดาย

ฉินจิ้นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกลับมีสีหน้าเฉยเมยและพูดกับเธอสั้นๆ ว่า

"พูดเสร็จแล้วเหรอ?"

"งั้นก็ไปลงนรกซะ"

มือขวาของเขาคว้าดาบสั้นที่ห้อยอยู่ข้างเอวก่อนจะชักมันออกมาและฟันไปข้างหน้า แสงเย็นเยียบส่องวาบเพียงเสี้ยววินาที

เขาเก็บดาบเข้าไปที่เดิมแล้วหันหลังกลับไปที่รถทันที

ทุกคนตกตะลึง?

เกิดอะไรขึ้น?

ในวินาทีนี้ ทุกคนยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่ทันใดนั้น กัวชิงก็รู้สึกหนาวเย็นที่คอของเธอ

คนอื่นๆ ก็เริ่มเห็นเส้นสีแดงบางๆ ปรากฏขึ้นที่คอของกัวชิง

ฟู่——

เลือดอุ่นๆ พุ่งออกมาเป็นสาย สาดไปบนทางเท้าคอนกรีตที่อยู่ห่างออกไปสองเมตรข้างหน้าเธอจนเป็นสีแดง

ในเวลานี้ กัวชิงเพิ่งตั้งสติได้!

เธอพยายามจะเอามือปิดคอของเธอ ราวกับกำลังต้องการจะหยุดเลือดไม่ให้พุ่งออกมา แต่โชคร้ายที่มือของเธอถูกมัดไว้ข้างหลังและเธอทำอะไรไม่ได้เลย เธอทำได้เพียงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและลำคอของเธอก็ส่งเสียงเหมือนคนกำลังขาดใจออกมา

เธอสับสนไปเล็กน้อยชั่วขณะหนึ่ง

ฉันถูกเชือดงั้นเหรอ??

ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เธอก็รู้สึกอ่อนแรงไปทั่วทั้งตัวและล้มลงกับพื้น การขาดเลือดและออกซิเจนในสมองทำให้สติที่สับสนอยู่แล้วของเธอยิ่งพร่ามัวมากขึ้น

เธอรู้เพียงแค่ว่าเธอดูเหมือนจะกำลังตาย

ในช่วงสุดท้ายของชีวิต ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจของเธอ : นี่คือความรู้สึกของการตายสินะ?

จากนั้นสติของเธอก็ตกเข้าสู่ความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุด

เลือดที่พุ่งออกมาเหมือนท่อน้ำที่แตกก็ท่วมร่างของกัวชิงจนคล้ายกับบ่อเลือด

ฉินจิ้นเดินไปถึงที่รถเสือเขี้ยวดาบแล้ว เมื่อเห็นว่าคนอื่นๆ ยังคงไม่ขยับ เขาก็ขมวดคิ้วและอดไม่ได้ที่จะโผล่หัวออกมาและตะโกนว่า "ไปกันได้แล้ว รีบกลับฐานกัน!"

ทุกคนก็ตื่นขึ้นจากความฝันทันที

ให้ตายสิ!

หัวหน้าสุดยอดขนาดนี้เลยเหรอ!?

ดาบเดียวเชือดคอ!

รวดเร็วราวกับสายฟ้า!

แทบไม่มีใครเห็นกระบวนการทั้งหมดอย่างชัดเจน หัวหน้าของพวกเขาหันหลังเดินจากไปโดยไม่ได้มองผลลัพธ์ด้วยซ้ำ นั่นมันคือความมั่นใจขนาดไหนกัน!?

ทุกคนตกตะลึง

ทุกคนรู้มาก่อนว่าฉินจิ้นดูเหมือนจะมีฝีมือที่ดีเพราะเขาสามารถจับซอมบี้ที่เพิ่งกลายพันธุ์แบบเป็นๆ ได้ในคืนที่เกิดการกลายพันธุ์ หลังจากนั้น เขาก็แทบไม่ได้แสดงผลงานอะไรออกมาให้เห็นมากนัก ผลงานส่วนใหญ่ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาก็ดูธรรมดา

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ทำให้พวกเขาตระหนักว่าทักษะของหัวหน้านั้นน่ากลัวมาก!

สมกับเป็นผู้ควบคุมฐานลวี่หยวน ไม่เพียงแต่ความสามารถในด้านการจัดการจะยอดเยี่ยม แต่ความสามารถในการต่อสู้ของเขาก็น่ากลัวด้วย!!

ทุกคนยิ่งชื่นชมเขามากยิ่งขึ้น

เป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง

แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าฉินจิ้นนั้นกำลังตกใจกับการโจมตีเมื่อครู่เช่นกัน

แม้ว่าขาของเขาจะวิวัฒนาการในชาติที่แล้ว แต่ความแข็งแกร่งของแขนของเขานั้นก็ยังคงธรรมดามาก ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่ขาและแขนของเขานั้นได้รับการวิวัฒนาการทั้งคู่และความแข็งแกร่งของเขาก็มาถึงระดับที่เขาไม่เคยจินตนาการมาก่อน

ความเร็วสามารถแปลงเป็นพลังงานจลน์ได้

และในทำนองเดียวกัน เมื่อความแข็งแกร่งมาถึงในระดับหนึ่งมันก็จะสามารถแปลงเป็นความเร็วได้เช่นกัน

มันเป็นการโจมตีที่คนทั่วไปแทบจะมองไม่เห็นอย่างชัดเจน

เขายังรู้สึกว่าเส้นประสาทการตอบสนองของเขาก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นด้วย ตอนที่เขากำลังจดจ่อกับการโจมตีเมื่อครู่นี้ เขามีความรู้สึกว่าเวลามันช้าลง แม้ว่ามันจะเล็กน้อยมาก แต่มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่ความแข็งแกร่งของแขนและขาของเขาเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น แต่ความแข็งแกร่งในด้านอื่นๆ ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปด้วยและดูเหมือนว่าเขาจะต้องหาเวลาไปศึกษามันอย่างละเอียดแล้ว

หลังจากหายตกตะลึงคนอื่นๆ ก็พากันรีบขึ้นรถ

เพราะท้ายที่สุดการอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานเกินไปก็อาจมีซอมบี้ออกมาได้และเมื่อกลิ่นคาวเลือดแพร่กระจายออกไป ซอมบี้ก็จะตามกลิ่นคาวเลือดมาในไม่ช้าก็เร็ว

หลังจากทุกคนขึ้นรถแล้ว พวกเขาก็ขับตามรถเสือเขี้ยวดาบที่อยู่ข้างหน้าและเริ่มขับรถกลับฐานลวี่หยวนทันที

เมื่อรถขับผ่านร่างของกัวชิง หลายคนก็อดไม่ได้ที่จะมองร่างของเธอเพิ่มอีกสองสามครั้ง

เมื่อครู่นี้ ผู้หญิงคนนี้ยังคงพยายามร้องขอชีวิตและหลายคนก็คิดว่าหัวหน้าของพวกเขาจะยอมเก็บเธอไว้

ถ้ามองในมุมของพวกเขา หลายคนก็คิดว่าผู้หญิงคนนี้ก็สวยดีและคงไม่เป็นไรถ้าจะพาเธอกลับไปและใช้เป็นเครื่องมือทางเพศ

ถ้าหัวหน้าของพวกเขารับเธอไว้ พวกเขาก็ไม่มีอะไรจะพูดและทำได้เพียงเก็บทุกอย่างไว้ในใจ แม้ว่าคนๆ นี้เพิ่งจะพยายามฆ่าพวกเขา

แต่ตอนนี้มันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

ร่างของเธอได้กลายเป็นศพที่เย็นชืดและวิญญาณที่ชื่อกัวชิงก็ได้หายไปจากโลกใบนี้แล้ว

หลายคนตกใจกับการตัดสินใจที่เด็ดขาดของหัวหน้า

เพราะก่อนหน้านี้ การโยนหวังหมิงหลงและกลุ่มของเขาออกไปนอกฐานเพื่อเอาชีวิตรอดก็ถือเป็นการฆ่าเช่นกัน แต่นั่นเป็นการฆ่าทางอ้อม

แต่สถานการณ์ในวันนี้มันแตกต่างออกไป คนที่ยังมีชีวิตอยู่กลับถูกฆ่าโดยไม่ลังเล บาดแผลนั้นเรียบจนแทบไม่มีใครเห็น เลือดก็กระเด็นไปเพียงหนึ่งหรือสองเมตรจากร่างของเธอ

ความหวาดกลัวกำลังเพิ่มขึ้นในใจของหลายคน

โดยเฉาะความหวาดกลัวต่อความโหดเหี้ยมของหัวหน้า

ตงฮุยและหวังปินที่เพิ่งเข้าร่วมทีมก็ตัวสั่น

นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นคนฆ่าคนจริงๆ ซอมบี้กินคนแม้พวกมันจะฆ่าคนก็จริงแต่พวกมันก็ยังสามารถจัดอยู่ในประเภทของพวกสัตว์ประหลาดได้ แต่ตอนนี้เมื่อมนุษย์ด้วยกันทำแบบนี้ ความรู้สึกหวาดกลัวนั้นเทียบกันไม่ได้เลย

ราวกับว่าพวกเขาได้พบหัวหน้าคนใหม่เป็นครั้งแรก

ปรากฏว่าคนที่พูดคุยกับพวกเขาอย่างดีในตอนแรกก็มีด้านที่น่ากลัวแบบนี้ด้วย

ไม่รู้ว่าในอนาคตพวกเขาจะเป็นอย่างไร พวกเขาทำได้เพียงแต่ถอนหายใจและหวังว่าพวกเขาจะไม่ไปตกอยู่ในรังหมาป่าก็เท่านั้น

ส่วนการตายของอดีตเจ้านายของพวกเขา พวกเขาก็เปิดใจยอมรับมันมากขึ้นเพราะเธอนั้นก็สมควรที่จะตายแล้วจริงๆ และมันก็โชคดีมากแล้วที่ทั้งสองไม่ได้เข้าไปเตะร่างของเธอซ้ำ

ทุกคนขับรถกลับฐานลวี่หยวนด้วยความคิดที่แตกต่างกันมากมาย

จบบทที่ ตอนที่ 33 : ประหารชีวิตและกลับฐาน

คัดลอกลิงก์แล้ว