เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 140 ฝึกฝนเสร็จสิ้น (ฟรี)

บทที่ 140 ฝึกฝนเสร็จสิ้น (ฟรี)

บทที่ 140 ฝึกฝนเสร็จสิ้น (ฟรี)


ลู่เหยา  นั่งรอจนเมื่อย แต่ก็ไม่เห็นเงาผู้อาวุโสต้อนรับสักคน ด้วยความเบื่อ เขาถึงขั้นตั้งกระดานดำอันเล็กขึ้นมา แล้วเริ่มสอนหนังสือให้นกแถวนั้น

ตอนที่เขากำลังสอนเรื่องการปรุงยาขั้นสูง จู่ๆ ก็มีเสียงนกร้องดังมาจากบนฟ้า

ไม้เรียวที่กำลังเคาะกระดานของลู่เหยาหยุดกึก เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า

กลุ่มคนที่มีปีกกลางหลังและผมหลากสีบินตรงมา นำโดยชายผมขาวคนหนึ่ง

ลู่เหยาเห็นชิงซือ ที่เปล่งประกายวิบวับอยู่กลางวงทันที ช่วยไม่ได้ นางเด่นสะดุดตาเกินไป

"สหายเต๋าลู่ รอนานแล้วสินะครับ"

ทันทีที่ชายผมขาวร่อนลงตรงหน้าลู่เหยา เขาก็กล่าวขอโทษทันที

"ไม่เป็นไรครับ ข้ารอไม่นานหรอก แถมเจ้าตัวเล็กพวกนี้ก็น่ารักดี"

"งั้นเหรอครับ? ดูเหมือนสหายเต๋าจะเข้ากับพวกมันได้ดีเชียว"

อวี่อี ยิ้มอ่อนโยน เห็นได้ชัดว่าเขาก็ชอบพวกตัวเล็กในเผ่าของเขาเหมือนกัน

สายตาเขากวาดไปที่ฝ่ามือลู่เหยา แล้วพูดด้วยความประหลาดใจ "สหายเต๋าลู่ ดูเหมือนท่านกับลวี่ซี จะเข้ากันได้ดีนะเนี่ย?"

"ลวี่ซีคือใครครับ?"

ลู่เหยางงเป็นไก่ตาแตก ในบรรดานกตัวน้อยพวกนี้ ไม่มีตัวไหนชื่อลวี่ซีสักหน่อย เขาถามชื่อมาครบทุกตัวแล้วนะ ยกเว้น...

อวี่อีก็รู้สึกทะแม่งๆ มองไปที่ฝ่ามือลู่เหยาพร้อมกับเขา

"แหะๆ~"

เมื่อถูกทั้งสองจ้องมอง ลวี่ซีที่ขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่ในมือลู่เหยาก็แกล้งทำเนียนต่อไปไม่ไหว นางบินออกจากฝ่ามือลู่เหยา แล้วแปลงร่างเป็นหญิงสาวผมขาวในชุดนางในวัง

นางยืนอยู่ข้างลู่เหยา พูดอย่างเขินๆ "เอ่อ จริงๆ แล้วตอนแรกข้ากะจะทักทายท่านแหละค่ะ แต่ท่านมือไวเกินไป ข้ายังไม่ทันอ้าปากก็โดนจับใส่มือซะแล้ว"

ความจริงคือ ตอนแรกนางอ้าปากจะพูดแล้ว แต่ลู่เหยาดูเหมือนจะเข้าใจผิดว่านางเป็นนกติ๊ดธรรมดา แล้วก็เริ่มเขี่ยพุงนางเล่น

ถ้านางคืนร่างตอนนั้น แขกคงทำตัวไม่ถูกแน่ๆ นางเลยจำใจต้องเนียนต่อไป

อื้ม ขนมเมื่อกี้อร่อยจริงๆ อยากกินอีกจัง

"..."

ลู่เหยาเงียบไปครู่หนึ่ง ตอนแรกเขาแค่คิดว่านกติ๊ดตัวนี้น่ารักเป็นพิเศษ เลยจับมาเล่น ไม่นึกเลยว่าจะเป็นผู้อาวุโสเผ่าปีก

"ขออภัยด้วยครับ เป็นความผิดข้าเอง"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"

อวี่อีทนดูไม่ไหว เขกหัวนางไปทีหนึ่ง

เจ้านี่ชักจะเอาใหญ่แล้ว กล้าทำให้แขกต้องขอโทษ แถมข้าส่งเจ้ามารับแขก ไม่ใช่ให้มาเนียนกินฟรีดื่มฟรี

เขาเมินลวี่ซีที่กุมหัวนั่งยองๆ อยู่ แล้วเดินตรงไปหาลู่เหยา ยื่นแหวนมิติให้

"สหายเต๋าลู่ นี่คือรายการยาที่ต้องปรุงรอบนี้ครับ รบกวนด้วยนะครับ"

"ยินดีครับ"

ลู่เหยารับแหวนมา กำลังจะไป อวี่อีก็รั้งเขาไว้

"อะแฮ่ม สหายเต๋าลู่ ยาเม็ดที่ชิงซือกินไป ท่านยังมีเหลือไหมครับ?"

"?"

ลู่เหยามองไปรอบๆ เห็นผู้อาวุโสเผ่าปีกคนอื่นทำหน้าปกติ แล้วหันมามองอวี่อีที่ทำหน้าเคร่งขรึม

ร้ายนักนะ กางค่ายกลป้องกันเสียงไว้แล้วสินะ?

"มีครับ สหายเต๋าอวี่อี"

แมจะหมั่นไส้ความหน้าไหว้หลังหลอกและนิสัยชอบกินแรงเพื่อนของเขา แต่ลู่เหยาก็แอบยัดใส่มือให้เขาไปสองสามเม็ด

อวี่อีปล่อยมืออย่างพอใจ แล้วถอยกลับเข้าไปในกลุ่ม

ผู้อาวุโสเผ่าปีกรอบๆ ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อกี้เสียงหัวหน้าเผ่าจู่ๆ ก็หายไปพักหนึ่ง สงสัยคงคุยเรื่องสำคัญกับสหายเต๋าลู่อยู่มั้ง

"เอาล่ะ วันนี้เลิกเรียนแค่นี้ ครูมีงานต้องทำ"

ลู่เหยาบอกพวกนกน้อยรอบๆ แล้วถอดแว่นตาแขวนไว้ที่กระดานดำ

สิ้นเสียงลู่เหยา เสียงโอดครวญก็ดังระงม ไม่ใช่เพราะพวกมันชอบเรียนอะไรนักหนา แต่หลักๆ คือครูลู่ชอบเล่านิทานสนุกๆ แทรกตอนสอน

เป็นนิทานเวอร์ชันใหม่ที่พวกมันไม่เคยฟังมาก่อน สนุกสุดๆ ไปเลย

"ทำงาน!"

เช่นเดียวกับเผ่าพยัคฆ์ เผ่าปีกก็มีแดนลับสำหรับปรุงยาโดยเฉพาะ หรือจะพูดให้ถูกคือขุมอำนาจใหญ่ๆ มีกันทั้งนั้น

ไม่ใช่ว่ามันมีประโยชน์อะไรพิเศษหรอก หลักๆ คือกันระเบิด กันไม่ให้ความเสียหายวงกว้างเกินไปถ้ายาเกิดระเบิดขึ้นมา

การปรุงยา ถึงจะไม่ระเบิดบ่อยๆ แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้

เคยมีกรณีที่ปรมาจารย์ปรุงยาจากแดนตะวันตกโดนยาสูตรใหม่ที่ตัวเองคิดค้นระเบิดใส่จนตายคาที่ กลายเป็นอุทาหรณ์สอนใจคนในวงการ

แน่นอน ลู่เหยาไม่กลัวเรื่องพรรค์นั้น แต่เพื่อความสบายใจของคนเผ่าปีก เขาเลยเลือกเข้าไปปรุงยาในโลกใบเล็ก

ไม่งั้นขืนให้พวกนั้นเห็นเขาปรุงยาระดับสูงเก้าชนิดพร้อมกัน มีหวังช็อกตายกันพอดี

"ขึ้น!"

วัตถุดิบนับไม่ถ้วนบินออกจากแหวนมิติ ลู่เหยาเริ่มกระบวนการปรุงยาที่คุ้นเคยอีกครั้ง

— — — —

หนึ่งเดือนผ่านไป แดนลับปรุงยาเปิดออกอีกครั้ง ชิงซือและลวี่ซีที่รออยู่นาน ในที่สุดก็ได้เจอลู่เหยาหลังจากไม่ได้เจอกันนาน

สายตาของเขายังคงเฉียบคม ต่างจากตอนปรุงยามาราธอนครั้งแรกที่ออกมาแล้วดูมึนๆ ครั้งนี้เขารู้สึกดีกว่าเดิมเยอะ

เวลาผ่านไปรวดเร็วเหมือนกระพริบตา

"นี่ครับ ยาที่พวกท่านต้องการ"

"ขอบคุณค่ะ!"

เขาส่งมอบแหวนแล้วรับค่าตอบแทนจากเผ่าปีก

ขณะที่เขากำลังจะจากไป ชิงซือก็เรียกเขาไว้ แล้วเขาก็ได้รู้ว่ายังมีเผ่าใหญ่อีกหลายเผ่าได้ยินกิตติศัพท์ของลู่เหยา และอยากเชิญเขาไปช่วยปรุงยา

กวาดตามองของรางวัลล่อตาล่อใจในแหวน ลู่เหยาไม่ลังเลเลยที่จะรับงาน

การหาเงินนี่มันมีความสุขจริงๆ แค่ของที่ได้จากเผ่าพยัคฆ์กับเผ่าปีกก็พอจะรวบรวมวัตถุดิบสร้าง 'อาวุธเซียน' ได้แล้ว

ในเมื่อยังมีดีมานด์ ทำไมจะไม่รับล่ะ? ต่อให้ไม่ได้ใช้เอง ใครบ้างจะรังเกียจที่มีของดีเยอะเกินไป?

"สหายเต๋าลู่"

ลวี่ซีเรียกลู่เหยา ดึงความสนใจเขา

ขณะที่ลู่เหยาสงสัยว่านางมีอะไร ลวี่ซีก็จิ้มนิ้วไปมาอย่างเขินอาย

"เอ่อ... คือว่า ท่านขายสูตรขนมนั่นไหมคะ?"

"..."

นึกว่าเรื่องสำคัญอะไร ที่แท้ก็แค่อยากกินขนม

ลู่เหยาโยนอาหารนกให้นางสองสามถุง พร้อมกับสูตรลับเฉพาะของเขา

เขาไม่คิดเงินด้วยซ้ำ เพราะไอ้นี่มันไม่ใช่สูตรยาด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าเป็นสูตรอาหารพิเศษ มีดีแค่อร่อยอย่างเดียว อย่างอื่นไร้ประโยชน์

ตาวี่ซีลุกวาว รับของมาอย่างไว กอดไว้แนบอกราวกับสมบัติล้ำค่า

"ขอบคุณค่ะสหายเต๋าลู่! วันหน้าถ้าท่านมีเรื่องเดือดร้อนในแดนทักษิณ มาหาข้าได้เลยนะ!"

นางตบหน้าอกแบนราบของนางอย่างมั่นใจ ดูใจป้ำสุดๆ

ลู่เหยาไม่ได้ใส่ใจ เขาคิดว่าด้วยนิสัยพึ่งพาไม่ได้ของลวี่ซี ขืนให้ช่วยจริงๆ คงกลายเป็นว่าคนเดือดร้อนเพิ่มจากหนึ่งเป็นสองมากกว่า

"วู้วฮูว~"

นกยักษ์หลากสีบินผ่านท้องฟ้า ราวกับดวงอาทิตย์เคลือบแก้วเจ็ดสีดวงย่อมๆ

แม้จะไม่คุ้นตา แต่ลู่เหยาก็จำได้ ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าเผ่าปีกที่มาขอยาเคลือบแก้วเจ็ดสีจากเขา

อาการหนักใช้ได้เลยแฮะ

มองจากเจ้านั่น ลู่เหยาเหมือนเห็นอนาคตของเผ่าปีกรางๆ จะบอกว่ามืดมนก็ไม่เชิง แต่อย่างน้อยก็มีสีสันฉูดฉาดแน่นอน

ไอ้พวกขี้อวดเอ๊ย

"เอาล่ะ ต่อไปเราจะมาคุยถึงหัวใจสำคัญของการปรุงยาเบื้องต้น..."

เบื้องล่าง นกกระจอกน้อยที่ได้รับมรดกล้ำค่าจากลู่เหยาไปเมื่อครู่ แปลงร่างเป็นเด็กหญิงวัยประมาณสิบขวบ

นางถือไม้เรียว สวมแว่นตาที่ลู่เหยาทิ้งไว้ เคาะกระดานดำรัวๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

และรอบๆ ตัวนาง นกตัวน้อยมากมายกำลังตั้งใจเรียนกันอย่างขะมักเขม้น

มองภาพนี้ ลู่เหยารู้สึกโล่งใจ จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าเผ่าปีกยังมีอนาคตอยู่บ้าง

ก็ยังมีนกปกติเหลืออยู่ไม่ใช่เหรอ?

จบบทที่ บทที่ 140 ฝึกฝนเสร็จสิ้น (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว