เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130 คำเชิญจากเผ่าปีก (ฟรี)

บทที่ 130 คำเชิญจากเผ่าปีก (ฟรี)

บทที่ 130 คำเชิญจากเผ่าปีก (ฟรี)


ในที่สุด เสิ่นมู่หยาง ก็รักษาตำแหน่งเซียนหมากรุกเบอร์สองไว้ได้อย่างงดงาม

เขามองฉินลั่วเฟิง ที่นอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้นด้วยสายตาดูแคลน รู้สึกว่าศิษย์น้องผู้ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำแบบนี้ สมควรโดนเหยียบย่ำให้จมดิน

แค่ฉินลั่วเฟิง ยังกล้ามาท้าทายเขา?

โง่เง่า!

"หึๆ ศิษย์พี่ยังไงก็คือศิษย์พี่ จำใส่กะลาหัวไว้ซะ"

พูดจบ เสิ่นมู่หยางก็สะบัดตูดเดินหนี ทิ้งฉินลั่วเฟิงให้นอนกัดฟันกรอด สาบานในใจเงียบๆ

'สามสิบปีธาราไหลไปบูรพา สามสิบปีธาราไหลกลับประจิม อย่าได้ดูแคลนหนุ่มยากไร้!' (วลียอดฮิตจากนิยายจีนกำลังภายใน หมายถึงชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง อย่าเพิ่งดูถูกกัน)

เฒ่าโอสถ เฝ้ามองเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้น ไม่นับเรื่องที่เขาเข้าไปแทรกแซงจะเป็นการรังแกเด็ก ลำพังแค่ทัศนคติของฉินลั่วเฟิงก็สมควรโดนสั่งสอนสักที

ไม่สังเกตเหรอว่าช่วงหลังๆ มานี้ เจ้านี่เริ่มหยิ่งผยองขึ้นเรื่อยๆ? เจอใครก็อยากจะบวกด้วย อาการนี้เป็นมาตั้งแต่ตอนเลื่อนขั้นเป็นระดับหลอมนภา จนถึงเมื่อกี้

ตอนนี้เริ่มสงบเสงี่ยมเจียมตัว รู้จักมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง ถือว่าเป็นเด็กที่สอนได้

เฒ่าโอสถยิ้มอย่างพึงพอใจ

"..."

"..."

เมื่อเสิ่นมู่หยางเดินกลับมาที่ศาลา เขาเห็นชายที่มีปีกอยู่กลางหลังกำลังก้มหัวคุยอะไรบางอย่างกับศิษย์น้องลู่

"ผู้อาวุโสลู่ นี่คือเทียบเชิญงานชุมนุม 'เฉาหวง' (งานสักการะพญาหงส์) ของเผ่าปีกครับ ผู้อาวุโสสั่งให้ข้านำมามอบให้ท่าน"

"อื้ม ขอบใจมากที่ลำบาก"

ลู่เหยารับสิ่งที่เรียกว่าเทียบเชิญมา มันคือขนนกที่เปล่งแสงสีแดงระเรื่อ

หลังจากคนเผ่าปีกจากไป เขาหันไปถามศิษย์น้อง "งานชุมนุมเฉาหวงคืออะไร?"

"เป็นประเพณีเก่าแก่ของเผ่าปีกค่ะ จัดขึ้นทุกๆ หนึ่งพันปี เป็นวันที่เหล่าวิหกจะไปสักการะนกเทพเจ้า เฟิ่ง (ตัวผู้) และหวง (ตัวเมีย)..."

ฟังซูหลีเย่ว อธิบาย ลู่เหยาถึงเข้าใจว่า ทุกๆ พันปีโดยประมาณ จะมีนกเฟิ่งหรือนกหวงถือกำเนิดขึ้นในโลก

วินาทีที่พวกมันเกิด จะส่งเสียงร้องที่แฝงไปด้วยหลักการอันลึกล้ำของฟ้าดิน

เมื่อนกตัวอื่นได้ยิน ไม่เพียงแต่พลังบำเพ็ญจะเพิ่มขึ้นมหาศาล แต่ถ้าโชคดี สายเลือดอาจวิวัฒนาการได้ทันที

ดังนั้น นี่จึงเป็นงานใหญ่ของเผ่าปีกมาตลอด โดยทั่วไปคนนอกแทบไม่ได้รับเชิญ ลู่เหยาได้รับเชิญเป็นพิเศษถือว่าได้รับเกียรติมาก

ส่วนที่เรียกว่างานชุมนุม 'เฉาหวง' ก็เพราะตัวที่เกิดครั้งนี้เป็นตัวเมีย (หวง) ถ้าเป็นตัวผู้ (เฟิ่ง) จะเรียกว่างานชุมนุม 'เฉาเฟิ่ง'

"แล้วถ้าข้าไปฟัง พลังจะเพิ่มขึ้นไหม?"

ลู่เหยาสงสัย ถ้าไม่เพิ่ม ก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ที่เขาต้องไป...

ไม่สิ ไม่ถูก เขาไปถ่ายรูปได้นี่นา! ร้อยวิหกสักการะพญาหงส์—ภาพอลังการขนาดนี้เขาจะพลาดได้ไง?

ลู่เหยาวางแผนจะหิ้วฉินลั่วเฟิงไปด้วย คนเผ่าปีกเมื่อกี้บอกว่าพาคนติดตามไปได้ไม่กี่คน ถึงตอนนั้นเขาจะเปิดสกิลโชคก่อนถ่ายรูป เผื่อจะได้รางวัลดีๆ เพิ่ม

จะว่าไป ฉินลั่วเฟิงหายหัวไปไหน?

มองดูเสิ่นมู่หยางที่กลับมานั่งจิบชาสบายใจเฉิบ ลู่เหยาอดสงสัยไม่ได้

ช่างหัวมันเถอะ เขายังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ

ลู่เหยายังไม่ลืมจุดประสงค์หลักที่มาแดนทักษิณ การตามหาเสิ่นมู่หยางเป็นแค่ภารกิจเสริม

'สระโลหิตผลัดวิถี' จะเปิดมะรืนนี้แล้ว เขาต้องเรียกรวมพลเหล่าศิษย์ให้เตรียมตัว

อ้อ จริงสิ ให้ศิษย์พี่เสิ่นเข้าร่วมด้วยดีกว่า เขายังอยู่แค่ระดับหลอมนภา น่าจะพอมีประโยชน์บ้าง

น่าเสียดายที่ลู่เหยาอยู่ระดับผสานเต๋า แล้ว ก้าวข้ามขอบเขตมนุษย์ไปโดยสมบูรณ์ สระโลหิตเลยไม่มีผลกับเขา

สระโลหิตผลัดวิถี ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเอาไว้ผลัดเปลี่ยนกายหยาบ เหมาะที่สุดสำหรับระดับวิญญาณแรกกำเนิด

เพราะระดับวิญญาณแรกกำเนิดยังมีเลือดเนื้อแบบมนุษย์อยู่มาก ยังไม่เปลี่ยนเป็นเลือดเทพ สระโลหิตจะช่วยเร่งกระบวนการนี้ ช่วยให้ได้กายเนื้อระดับแปลงวิญญาณ เร็วขึ้น

สำหรับผู้ฝึกตนระดับแปลงวิญญาณ มันช่วยชำระล้างเลือดเทพในกายและเสริมความแข็งแกร่งให้กายเนื้อ ก็ถือว่ามีประโยชน์

พอถึงระดับหลอมนภา ผลของมันก็น้อยลงมาก แค่ช่วยเสริมกายเนื้อนิดหน่อย

ส่วนระดับผสานเต๋า ไม่มีผลอะไรเลย ไม่งั้นลู่เหยาคงลงไปแช่ด้วยแล้ว

เรื่องนี้ทำเอาลู่เหยาถอนหายใจด้วยความปลง

เฮ้อ พลังสูงเกินไปก็ลำบาก จะไปสนุกกับชาวบ้านเขาก็ไม่ได้ น่าเสียดายจริงๆ

"?"

เสิ่นมู่หยางมองลู่เหยาที่จู่ๆ ก็แหงนหน้ามองฟ้าทำมุม 45 องศา ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยเสียดาย สงสัยว่าผีบ้าตัวไหนเข้าสิงอีก

เขาเริ่มตามความคิดศิษย์น้องลู่ไม่ทันแล้ว รู้สึกว่าเจ้านี่ยิ่งวันยิ่งเพี้ยน

เฮ้อ ในสำนักเราไม่มีคนปกติเลยหรือไง แม้แต่คนที่ปกติสักครึ่งหนึ่งของข้าก็ยังดี...

"ศิษย์พี่เสิ่น ข้าจะไปทำธุระ จะไปด้วยกันไหม?"

"ไม่ล่ะ ข้าขอพักสักสองสามวัน"

"โอเค"

ลู่เหยาเข้าใจที่เสิ่นมู่หยางปฏิเสธ ผ่านเรื่องมาขนาดนั้นคงเหนื่อยทั้งกายทั้งใจ

เขาเจาะมิติ มุ่งหน้าไปยังจุดที่เรือกระบี่จอดทิ้งไว้

พอโผล่ออกมา ก็ถึงที่หมายพอดี

ลู่เหยาหยิบป้ายหยกสื่อสาร ส่งข้อความในกลุ่มเล็กที่เขาสร้างไว้ เรียกศิษย์ทุกคนมารวมพล

ในกลุ่มตอบรับรัวๆ ว่า "รับทราบ" แล้วเริ่มทยอยเดินทางกลับมาจากทุกทิศทาง

ระหว่างที่ลู่เหยารอ บางคนก็กลับมาเร็วมากเพราะเดินเล่นอยู่แถวนั้น

บางคนก็ไปไกลมาก อาจเพราะนิสัยส่วนตัว หรือได้รับอิทธิพลจากกลุ่มลู่เหยาตลอดการเดินทาง คนพวกนี้เลยออกไปผจญภัย

กลุ่มแรกที่กลับมาคือคู่ชายหญิงที่เดินจูงมือกันมา ถ้าลู่เหยาจำไม่ผิด ตอนแรกสองคนนี้ดูจะไม่ถูกกันนี่นา

ทำไมจู่ๆ มาเดินจูงมือกันได้? หลายวันนี้ไม่ได้ไปเดินเล่นแถวนี้เฉยๆ ใช่ไหมเนี่ย?

"ปล่อยนะ~"

ดูเหมือนจะเขินสายตาแปลกๆ ของลู่เหยา ฝ่ายหญิงชกท้องฝ่ายชายจนตัวลอยกระเด็นไป

ฝ่ายชายกลับวิ่งกลับมาด้วยท่าทางมีความสุข ดูตื่นเต้นชอบกล

"..."

ลู่เหยารู้สึกว่าตัวเองแก่แล้ว เข้าไม่ถึงรสนิยมความรักของหนุ่มสาวสมัยนี้

เขาหันหน้าหนี เลิกมองฉากรักหวานแหววแบบ 'โจโฉตีอุยกาย' (สมยอมทั้งคนตีและคนโดนตี) ของทั้งคู่

รออีกครึ่งวัน ทุกคนก็ทยอยกลับมากันเกือบครบ เหลืออีกไม่กี่คน

พอพวกนั้นมาถึง สภาพสะบักสะบอมทำเอาลู่เหยาต้องเหลียวมอง

เพราะเกือบทุกคนมีแผล และมีคนหนึ่งถึงกับต้องหามมา

คนที่นอนบนเปลหามถูกพันผ้าทั้งตัว ดูเหมือนจะหมดสติไปแล้ว

ในกลุ่มห้าคน มีคนหนึ่งกระซิบข้างหูเขาว่า "ลูกพี่ ถึงแล้ว"

"ดี... ดีมาก"

เขายกมืออันสั่นเทาชูนิ้วโป้งให้

"เจ้ารอง นิ่งไว้..."

ลู่เหยาโยนยาเม็ดเข้าปากเขา พลังชีวิตมหาศาลเริ่มเยียวยาร่างกาย

ลู่เหยาสัมผัสได้ถึงร่องรอยพลังแห่งโลกบนตัวเขา ที่ทิ้งไว้โดยผู้ฝึกตนระดับหลอมนภา ทำให้เขาสงสัยว่าห้าคนนี้ไปทำอะไรมา

"ผู้อาวุโสครับ ตอนพวกข้าฝึกวิชากันอยู่ข้างนอก ไปเจอรังของสัตว์อสูรเข้า ข้างในมีสมบัติสวรรค์ล้ำค่ามาก"

เจ้ารองเป็นคนพูด เขาเล่าความจริงทุกอย่าง ไม่กลัวว่าลู่เหยาจะแย่งวาสนา ผู้อาวุโสระดับนี้คงไม่สนใจของแค่นี้หรอก

"แล้วไงต่อ?"

"อะแฮ่ม ราชาอสูรของเผ่านี้อยู่ระดับหลอมนภา ตอนแรกพวกเรากะจะหนีแล้ว แต่ลูกพี่บอกว่ามีไอเดียดีๆ เลยลองดูครับ"

"แล้วก็เลยมีสภาพแบบนี้?"

ลู่เหยาชี้ไปที่ศิษย์สภาพดูไม่ได้คนนั้น

"ครับ เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย"

"แล้วล้มเหลวเหรอ?"

ได้ยินแบบนั้น เจ้ารองยิ้มอย่างภูมิใจ "เปล่าครับ สำเร็จ!"

มองดูกลุ่มคนที่อยู่แค่ระดับวิญญาณแรกกำเนิดและแปลงวิญญาณขั้นต้น ลู่เหยาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วยกนิ้วโป้งให้

"เจ๋ง!"

จบบทที่ บทที่ 130 คำเชิญจากเผ่าปีก (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว