- หน้าแรก
- กะจะเทเกมให้ตายไวๆ ไหงกลายเป็นเทพซะได้
- บทที่ 55 ปราสาทแวมไพร์ 11
บทที่ 55 ปราสาทแวมไพร์ 11
บทที่ 55 ปราสาทแวมไพร์ 11
บทที่ 55 ปราสาทแวมไพร์ 11
ระบบปล่อยจอย: "เฮ้อ โฮสต์ความคิดของคุณแคบเกินไปแล้ว คุณเห็นแค่ว่าฉันลงโทษคุณ แต่ไม่เห็นความช่วยเหลือที่ระบบมอบให้คุณเลย"
ลั่วเยว่เจี้ยน: "......เช่นอะไรล่ะ?"
"เช่นอันนี้..................ใช่ไหมล่ะ" ระบบพูด
ลั่วเยว่เจี้ยน: ?
"......เมื่อกี้แกพูดอะไรหรือเปล่า?"
ระบบ: "สรุปแล้ว ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เป้าหมายของระบบกับโฮสต์ตรงกันเสมอ พวกเราต่างกำลังต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการคืนชีพของโฮสต์นะ!"
ตอนนี้ลั่วเยว่เจี้ยนมั่นใจแล้วว่าระบบปล่อยจอยกำลังพูดไร้สาระอยู่ เธอนึกในใจว่าตัวเองจะมัวแต่ทำตามระบบผีบ้านี่ตลอดไปไม่ได้แล้ว
แต่เธอก็เปลี่ยนความคิดอีกที ถึงแม้ดูเหมือนว่าเธอจะตายยากตายเย็นเหลือเกิน แต่จริงๆ แล้วถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้
เธอเพียงแค่ต้องทำตามข้อกำหนดของเกมไลฟ์สดเอาชีวิตรอดปาฏิหาริย์ให้สำเร็จ คือมีจำนวนแฟนคลับในห้องไลฟ์สดเครือข่ายดวงดาวครบ 10 ล้านคน ก็สามารถคืนชีพได้เหมือนกัน
ตอนนี้เธออุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจประลองปัญญากับระบบปล่อยจอย เป้าหมายสุดท้ายก็คือการคืนชีพไม่ใช่เหรอ?
งั้นจะไปเสียเวลากับไอ้ระบบเวรนี่ทำไม? ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปก็ใช่ว่าจะไม่ได้นี่นา
"ติ๊ด ตรวจพบความผันผวนทางความคิดที่เป็นอันตรายของโฮสต์ เริ่มเปิดโหมดให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา"
ลั่วเยว่เจี้ยนแค่นหัวเราะ หึหึ ในใจ คิดว่าฉันจะฟังแกพล่ามไร้สาระเหรอ
ระบบพูดด้วยความปรารถนาดีว่า "โฮสต์ ฉันคิดว่าคุณน่าจะยังไม่เข้าใจกลยุทธ์ของบริษัทปาฏิหาริย์ดีพอ ผู้ใช้งานที่เป็นผู้ชมของเกมไลฟ์สดเอาชีวิตรอดปาฏิหาริย์แต่ละคน หนึ่งบัญชีสามารถกดติดตามผู้เล่นไลฟ์สดได้เพียงสามคนเท่านั้น"
ลั่วเยว่เจี้ยนไม่เข้าใจ "แล้วมันทำไมล่ะ? ไม่ชอบก็กดยกเลิกติดตามสิ"
"ไม่ๆๆ โฮสต์ คุณยังเข้าใจบริษัทปาฏิหาริย์ตื้นเขินเกินไป"
ลั่วเยว่เจี้ยนนึกในใจว่านั่นมันก็แหงอยู่แล้ว เธอที่เป็นผู้เล่นพื้นเมืองจากดาวโลกจะไปรู้อะไร?
ระบบพูดต่อว่า "การที่ผู้ใช้งานกดติดตามผู้เล่นคนหนึ่ง ไม่ได้หมายความเพียงแค่พวกเขาสนับสนุนผู้เล่นคนนี้ และหวังว่าผู้เล่นคนนี้จะคืนชีพได้เท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่าคือ—นี่คือการลงทุนรูปแบบหนึ่ง"
"หมายความว่าไง?" ลั่วเยว่เจี้ยนแปลกใจ
"จุดประสงค์ที่บริษัทปาฏิหาริย์จัดเกมไลฟ์สดเอาชีวิตรอดแน่นอนว่าคือการหาเงิน ซึ่งแหล่งรายได้หลักของพวกเขามีทั้งหมดสามทาง สองทางที่สำคัญที่สุดคือ หนึ่งค่าธรรมเนียมการเข้าชมไลฟ์สด และสองคือการส่งของขวัญเสมือนจริงในห้องไลฟ์สด"
"ของขวัญในห้องไลฟ์สด???" ลั่วเยว่เจี้ยนมีเครื่องหมายคำถามเต็มหัวทันที
"แต่ฉันไม่เห็นเงินสักแดงเดียวเลยนะ?"
หรือว่าแฟนคลับเกือบสองแสนคนของเธอไม่มีใครส่งของขวัญเลยสักคน? ไม่น่าจะเป็นไปได้มั้ง ถึงแม้ผลงานของเธอจะ... ธรรมดาจืดชืดจริงๆ ลั่วเยว่เจี้ยนคิดอย่างร้อนตัว แต่ของขวัญฟรีมันก็น่าจะเป็นรายได้นิดๆ หน่อยๆ บ้างสิ?
"สาเหตุที่คุณไม่ได้รับเงินตราที่สอดคล้องกับของขวัญ เป็นเพราะส่วนแบ่งจากการโดเนทที่ตามทฤษฎีแล้วควรจะแบ่งให้คุณ ถูกเก็บไว้ในบัญชีของคุณที่อยู่กับบริษัทปาฏิหาริย์"
"หากคุณสามารถผ่านด่านเกมและคืนชีพได้สำเร็จ เงินเหล่านั้นจะเปลี่ยนเป็นสกุลเงินที่คุณใช้ได้ตามธรรมชาติ แล้วถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของคุณด้วยวิธีการที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย"
"เดี๋ยวสิ..." ลั่วเยว่เจี้ยนตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
"นั่นหมายความว่า ถ้าผู้เล่นไม่สามารถผ่านด่านเกมได้ ตายไประหว่างทางหรืออะไรก็ตาม เงินพวกนั้น ก็จะหายไปงั้นเหรอ?"
ระบบปล่อยจอย: "ถูกต้องโฮสต์ อัตราการตายของเกมไลฟ์สดเอาชีวิตรอดปาฏิหาริย์สูงมาก ดังนั้นกำไรของบริษัทปาฏิหาริย์จึงสูงมากเช่นกัน"
จู่ๆ ลั่วเยว่เจี้ยนก็รู้สึกว่าระบบปล่อยจอยไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น อย่างน้อยเจ้านี่ก็ไม่โกงเงิน ไม่มีข้อเปรียบเทียบก็ไม่เจ็บปวด ทำร้ายเธอได้ แต่ทำร้ายเงินของเธอไม่ได้
"ทุกครั้งที่เปิดโปรเจกต์ บริษัทปาฏิหาริย์จะดึงส่วนแบ่งจำนวนหนึ่งจากรายได้สุทธิของโปรเจกต์ มาเป็นรางวัลปันผลให้กับผู้ชมในห้องไลฟ์สดบางส่วน
คุณสามารถเข้าใจได้ว่าผู้เล่นที่ผู้ชมในห้องไลฟ์กดติดตาม ก็เปรียบเสมือนพวกเขาซื้อหุ้นของผู้เล่นคนนั้น แต่หนึ่งคนจำกัดแค่สามหุ้น
หุ้นยิ่งอยู่นาน ผลงานยิ่งยอดเยี่ยม แฟนคลับยิ่งเยอะ แนวโน้มหุ้นของพวกเขาก็ยิ่งดี ผลตอบแทนที่ผู้ชมจะได้รับในตอนท้ายก็จะยิ่งมากตามไปด้วย"
"ดังนั้น" ระบบปล่อยจอยสรุปปิดท้าย
"ผู้ชมเกมไลฟ์สดของบริษัทปาฏิหาริย์เหล่านั้น จะเลือกหุ้นของตัวเองอย่างระมัดระวังมาก ยิ่งเข้าสู่ช่วงท้ายเกม ความยากในการได้รับการกดติดตามก็จะยิ่งสูงขึ้น"
มันดึงหัวข้อกลับมาสู่ประเด็นหลัก "โฮสต์ คุณคิดจริงๆ เหรอว่าในสถานการณ์แบบนี้ คุณจะสามารถทำยอดแฟนคลับให้ถึง 10 ล้านคนได้ในเร็ววัน?"
ลั่วเยว่เจี้ยนรู้จักประมาณตนดี ไอคิวของเธอแค่ระดับทั่วไป แถมยังเป็นโรคกลัวสังคม การแสดงออกต้องไม่โดดเด่นอยู่แล้ว ถ้าเธอเป็นคนดู ก็คงไม่อยากกดติดตามคนแบบเธอหรอก
ระบบปล่อยจอยถอนหายใจ "โฮสต์เองก็คงรู้อยู่แก่ใจว่าเป้าหมายนี้มันยากจะทำให้สำเร็จ แต่ภารกิจของระบบขอแค่เกมล้มเหลวหนึ่งครั้งหรือตายหนึ่งครั้งเท่านั้นเอง"
มันพูดด้วยน้ำเสียงขึงขังจริงจังว่า "บนเส้นทางสู่เป้าหมายจะราบรื่นไม่เจออุปสรรคเลยได้ยังไงล่ะ? หรือโฮสต์คิดว่าการทำเกมล้มเหลวหนึ่งครั้งจะยากกว่าการมีแฟนคลับสิบล้านคน?"
ลั่วเยว่เจี้ยนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ สิ่งที่ระบบพูดดูเหมือนจะถูกจริงๆ ถึงแม้การจะตายสำหรับเธอจะดูยากเย็นเข็ญใจไปหน่อย แต่นี่จะยากกว่าการกวาดแฟนคลับสิบล้านคนเชียวเหรอ?
พอคิดได้ดังนี้ ลั่วเยว่เจี้ยนก็ปล่อยวางทันที ในที่สุดเธอก็คิดตก เธอจำต้องแสดงละครต่อไป
ถึงระบบจะไม่ทำตัวเหมือนคน แต่ใครก็ไม่อาจขวางเส้นทางการคืนชีพของเธอได้!
"โฮสต์คิดได้ก็ดีแล้ว" ระบบยิ้มบางๆ ปิดทองหลังพระเงียบๆ
การที่ลั่วเยว่เจี้ยนต่อล้อต่อเถียงกับระบบเป็นเวลานาน ในสายตาคนนอกคือเธอนิ่งเงียบอย่างเย็นชาไม่พูดไม่จา ดวงตาที่ไร้อารมณ์คู่นั้นถูกขนตายาวบดบัง ราวกับแม้แต่จะมองคนพูดสักแวบก็ยังขี้เกียจมอง
เต็มไปด้วยความเย็นชาและหยิ่งยโส
คนอ้วนรูปร่างสูงใหญ่ที่ไม่ได้รับการตอบสนองเป็นเวลานานรู้สึกกระอักกระอ่วน ในใจรู้สึกโกรธแค้นที่สาวผมขาวคนนี้ไม่ตอบเขาสักคำ ทำให้เขาอดนึกถึงเด็กหนุ่มท่าทางมืดมนที่เขาเคยชวนคุยแต่ไม่ยอมพูดด้วยสักคำก่อนหน้านี้ไม่ได้
น่ารังเกียจเหมือนกันทั้งสองคน
คนอ้วนรูปร่างสูงใหญ่ไม่อยากให้บรรยากาศกระอักกระอ่วนแบบนี้ต่อไป เขาจดบัญชีแค้นนี้ไว้ในใจ แต่ใบหน้ายังคงแสร้งยิ้มอย่างเป็นมิตร "ในเมื่อเธอไม่อยากแชร์ไอเทมชิ้นนั้นกับพวกเรา ก็ไม่เป็นไร ถึงยังไงทุกคนก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว"
ตอนพูดเขายังแฝงเจตนาบางอย่าง จงใจสร้างภาพลักษณ์ให้ลั่วเยว่เจี้ยนเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่ยอมช่วยเหลือผู้อื่น ตั้งใจจะทำให้ลั่วเยว่เจี้ยนแตกแยกจากผู้เล่นคนอื่น
แต่ลั่วเยว่เจี้ยนฟังไม่ออก เธอเพิ่งตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเปิดโหมดปล่อยจอยต่อไป ตั้งใจว่าจะยื้อเวลาอยู่ในด่านนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะยิ่งยื้อเวลานานก็ยิ่งอันตรายแน่นอน
เธอหลุบตาลงพูดเรียบๆ ว่า "ไปนอนล่ะ"
พูดจบในใจตัวเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนแทบตาย รีบจ้ำอ้าวเดินไปทางห้องที่เลือกไว้ก่อนหน้านี้ โดยไม่สังเกตเห็นสีหน้าที่แตกต่างกันไปของผู้เล่นด้านหลังเลย
เด็กหนุ่มท่าทางมืดมนแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา ไม่รู้ว่าต้องการจะเยาะเย้ยใคร ไม่พูดอะไรสักคำ เดินกลับห้องไปเช่นกัน
ผู้เล่นที่เหลือมองหน้ากันไปมา ชายผมเกรียนกระแอมหนึ่งครั้ง "ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ทุกคนก็รีบกลับห้องนอนเถอะ พรุ่งนี้ขึ้นชั้นสามไปสำรวจกันต่อ"