- หน้าแรก
- กะจะเทเกมให้ตายไวๆ ไหงกลายเป็นเทพซะได้
- บทที่ 45 ปราสาทแวมไพร์ 1
บทที่ 45 ปราสาทแวมไพร์ 1
บทที่ 45 ปราสาทแวมไพร์ 1
บทที่ 45 ปราสาทแวมไพร์ 1
เมื่อค่อยๆ ลืมตาขึ้น ลั่วเยว่เจี้ยนก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องโถงสไตล์ยุโรปตะวันตกที่ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ
ห้องโถงนี้กว้างขวางและโอ่อ่า เพดานสูงลิบ ประดับด้วยภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามและลวดลายซับซ้อน แต่บรรยากาศกลับดูวังเวงชอบกล อบอวลไปด้วยกลิ่นอายลึกลับ
บนผนังแขวนภาพวาดเก่าแก่ที่ดูน่าขนลุกเรียงราย ราวกับว่าพวกมันกำลังจ้องมองทุกคนที่ก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้อย่างเงียบงัน โคมไฟระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ห้อยลงมาจากเพดาน แผ่แสงสลัวที่สั่นไหว ทำให้ทั่วทั้งห้องโถงดูมืดมิดและน่าสยดสยองยิ่งขึ้น
พื้นปูด้วยพรมหนาหนัก ปักลวดลายซับซ้อนที่ชวนให้รู้สึกหวาดกลัว ยามเดินย่ำลงไปถึงกับรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกจางๆ ที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากฝ่าเท้า
ขณะนี้ลั่วเยว่เจี้ยนกำลังนั่งตัวตรงอยู่บนโซฟาเดี่ยว เบาะรองนั่งและพนักพิงที่นุ่มนวลทำให้เธอรู้สึกสบายขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกสบายนี้ก็ถูกสภาพแวดล้อมโดยรอบชะล้างหายไปอย่างรวดเร็ว
เธอมองไปรอบๆ เห็นเพียงว่าในห้องโถงนี้ยังมีโซฟาอีกหกตัววางจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ บนโซฟาแต่ละตัวมีผู้เล่นนั่งอยู่หนึ่งคน ผู้เล่นเหล่านี้บ้างก็มีสีหน้าเคร่งเครียด มองซ้ายมองขวาอย่างหวาดหวั่น บ้างก็ไร้ความรู้สึก ดูเหมือนแต่ละคนต่างจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง
เกมรอบใหม่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว
"ที่...ที่ที่ที่นี่คือที่ไหน? ฉัน...ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้ฉันอยู่ที่..." ชายที่มีใบหน้าตื่นตระหนกสุดขีดพูดด้วยริมฝีปากที่สั่นระริก คำพูดตะกุกตะกักลอดผ่านไรฟันออกมา ราวกับว่าแม้แต่การพูดก็กลายเป็นเรื่องยากลำบากเหลือเกิน
แต่แล้วจู่ๆ เสียงของเขาก็หยุดชะงักไปราวกับถูกใครบางคนบีบคอ เพราะเขาจำเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหลับตาได้แล้ว เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรงมาก
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกสับสนงุนงงเป็นที่สุดก็คือ ณ เวลานี้ สภาพแวดล้อมที่เขาอยู่กลับแตกต่างจากที่จินตนาการไว้อย่างสิ้นเชิง ตามหลักเหตุผลแล้ว คนที่ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงขนาดนั้นควรจะนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลสิ แต่ตอนนี้ เขามองไปรอบๆ และพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดและน่าขนลุก
เป็นไปได้ยังไง... เป็นไปได้ยังไง... แถมตัวเขาไม่มีบาดแผลเลยสักนิด? นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่?
ผู้ที่ตั้งคำถามเช่นเดียวกันยังมีหญิงสาวพนักงานออฟฟิศในเมืองที่แต่งตัวทันสมัยและมีบุคลิกสง่างามซึ่งนั่งอยู่ตรงกลาง เห็นเพียงเธอขมวดคิ้วแน่น "ที่นี่ที่ไหน? ถ้าฉันจำไม่ผิดฉันน่าจะตายไปแล้วนะ"
คนที่นั่งอยู่ตรงกลางสุดคือชายผมเกรียนรูปร่างกำยำแข็งแรง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ หนึ่งรอบ สีหน้าเคร่งขรึม "ผู้เล่นเก่ารายงานตัวหน่อย มาดูกันว่าตานี้มีผู้เล่นเก่ากี่คน ผู้เล่นใหม่กี่คน"
มีผู้เล่นสองคนยกมือขึ้นตามลำดับ ได้แก่ชายหนุ่มสวมเสื้อแขนสั้นที่มีสีหน้าตึงเครียด และคนอ้วนรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง
ชายผมเกรียนขมวดคิ้ว สายตาเหลือบไปมองสาวผมขาวที่มีสีหน้าเย็นชาซึ่งนั่งอยู่ริมสุดโดยไม่รู้ตัว ด้วยสัญชาตญาณของผู้เล่นเก่า ชายผมเกรียนรู้สึกว่าสาวผมขาวคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
และก็เป็นดังคาด หลังจากที่เขามองไป สาวผมขาวคนนั้นถึงได้ปรายสายตาอันเย็นเยียบมองกลับมา แล้วเอ่ยเบาๆ ว่า "ฉันก็ด้วย"
ในใจของชายผมเกรียนรู้สึกหนาววาบขึ้นมาทันที สายตาจับจ้องไปที่ผู้หญิงคนนั้นเขม็ง ผู้หญิงคนนี้ไม่พูดไม่จามาตลอดตั้งเเต่ต้น ราวกับภูเขาน้ำแข็งที่ยากจะเข้าถึง จนกระทั่งเขามองไปเธอถึงยอมบอกว่าเป็นผู้เล่นเก่า ความคิดอ่านที่ลึกซึ้งนี้จะดูถูกไม่ได้เลยทีเดียว...
เวลานี้ลั่วเยว่เจี้ยนกำลังตัวแข็งทื่อไปทั้งตัว พอลืมตาขึ้นมา ภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือใบหน้าแปลกหน้าทั้งหกกำลังจ้องมองมาที่คุณ ใครจะไปทนไหวกันล่ะ!
เกมรอบที่แล้ว กว่าเธอจะปรับตัวเข้ากับผู้เล่นพวกนั้นได้ก็ยากลำบาก ต้องขอบคุณที่มักจะมีผู้เล่นพลัดหลงหรือไม่ก็โชคร้ายตายไป ถึงได้เปิดโอกาสให้เธอค่อยๆ คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและเพื่อนร่วมทีม แต่ผลลัพธ์ของตานี้ดันกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่ศูนย์ซะงั้น
ได้ยินชายผมเกรียนถามว่าใครเป็นผู้เล่นเก่า เธอก็คอยให้กำลังใจตัวเองในใจไม่หยุด เตรียมใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผ่านไปพักใหญ่ในที่สุดถึงรวบรวมความกล้าอ้าปากตอบไปว่าตัวเองก็เป็นผู้เล่นเก่าเช่นกัน
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดขณะนี้:
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ขำท้องแข็งแล้ว เยว่ของฉันเปิดเกมมาด้วยสเต็ปมาตรฐาน แกล้งทำตัวเป็นตัวประกอบก่อนเลย]
[เทพเยว่มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับหน้าตาของตัวเองอย่างชัดเจน]
[ชายผมเกรียนคนนี้ประสาทสัมผัสไวใช้ได้เลย แวบแรกก็จับสังเกตได้แล้วว่าเทพเยว่ไม่ธรรมดา]
[เทพเยว่คนนี้คือใคร? เก่งมากเหรอ? คือสาวสวยผมขาวคนนั้นเหรอ?]
[ใช่เธอ! เทพเยว่เก่งโคตรๆ เลยนะ!]
[ไม่รู้คอมเมนต์จะอวยอะไรกันนักกันหนา ก็แค่อยากแกล้งทำเป็นมือใหม่ แต่ดันถูกจับได้ ก็แค่แจกันประดับฉากชัดๆ]
[เก่งไม่เก่งไม่รู้ แต่หน้าตานี่กินขาดจริงๆ กดติดตามไว้ก่อน ฉันเตรียมตัวเป็นติ่งหน้าตาละ]
[ตอนแรกฉันก็เป็นแค่ติ่งหน้าตาใสซื่อเหมือนกัน (ปาดน้ำตา)]
[ใครบ้างไม่ได้เริ่มจากการเป็นติ่งหน้าตาก่อนล่ะ? (หัวสุนัข)]
[รายการประจำของห้องไลฟ์สดมาแล้ว หวังว่าเดี๋ยวโดนเยว่ของฉันตบหน้าแล้วจะไม่เจ็บเกินไปนะ~]
......
ชายผมเกรียนมองเธออย่างลึกซึ้งแวบหนึ่งก่อนจะละสายตาออกมา "ในที่นี้มีผู้เล่นทั้งหมดเจ็ดคน มีผู้เล่นเก่าสี่ท่าน และผู้เล่นใหม่สามท่าน"
ผู้เล่นเก่าได้แก่ ลั่วเยว่เจี้ยน ชายผมเกรียน ชายหนุ่มเสื้อแขนสั้น และคนอ้วนรูปร่างสูงใหญ่
ผู้เล่นใหม่ได้แก่ สาวออฟฟิศ ลุงติดอ่าง และเด็กหนุ่มท่าทางมืดมนที่ไม่ได้พูดอะไรเลยและมีสีหน้าหวาดระแวงอยู่ตลอด
"ฉันรู้ว่าพวกนายผู้เล่นใหม่กี่คนนี้ต้องมีคำถามเต็มหัวไปหมด แต่จะให้อธิบายก็เปลืองแรงเกินไป พวกนายรู้แค่ว่าในเกมนี้พวกเราจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ถึงจะมีหวังรอดชีวิตก็พอ" ชายผมเกรียนกล่าวอย่างมีนัยยะ
ชายหนุ่มเสื้อแขนสั้นกระแอมหนึ่งที "เอ่อ ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าแต่ละคนผ่านเกมมากี่ด่านแล้ว? จะได้ดูว่าใครมีประสบการณ์มากกว่ากัน เผื่อจะได้เลือกคนนำทีม ฉันเริ่มก่อนนะ นี่เป็นเกมตาที่สองของฉัน"
คนอ้วนรูปร่างสูงใหญ่พูดว่า "ฉันก็ตาที่สองเหมือนกัน"
ชายผมเกรียนมองพวกเขาสองคนแวบหนึ่ง "ของฉันนี่ตาที่สาม" สายตาของเขาเบนไปทางสาวผมขาว
"แล้วเธอล่ะ?"
เมื่อถูกสายตาของทุกคนจ้องมอง อาการกลัวสังคมของลั่วเยว่เจี้ยนก็กำเริบ ตื่นเต้นจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ทำได้เพียงยกมือชูสองนิ้วอย่างแข็งทื่อ
ความจริงความหมายของเธอคือเธอผ่านเกมมาแล้วสองด่าน แต่ในสายตาคนอื่น นั่นหมายความว่าสาวผมขาวเหมือนกับชายหนุ่มเสื้อแขนสั้นและคนอ้วนรูปร่างสูงใหญ่ คือนี่เป็นเกมตาที่สอง
ผู้ชมในห้องไลฟ์สดต่างพากันหัวเราะอีกครั้ง
[ชัดเจนว่านี่เป็นเกมตาที่สามแล้ว ยังจะแกล้งทำเป็นมือใหม่อีก เทพเยว่เธอนี่ร้ายจริงๆ ฉันชอบจัง~]
[สาวสวยผมขาวเล่นถึงเกมด่านที่สามแล้วเหรอ? งั้นทำไมเธอไม่พูดออกมาเพื่อชิงอำนาจในการสั่งการล่ะ?]
[จริงๆ แล้วการกระทำของเทพเยว่รอบนี้ถือว่าน่าชื่นชมมากนะ ก่อนหน้านี้เธอถูกชายผมเกรียนคนนั้นระแวงไปแล้ว แต่พวกนายดูตอนนี้สิ ความสนใจที่ชายผมเกรียนมีต่อเทพเยว่ลดน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัดเลย]
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า คนอื่นเหมือนจะเชื่อกันหมดแล้ว เยว่ของฉันแกล้งทำเป็นอ่อนแอได้สำเร็จงดงาม]
......
ยังไม่ทันที่ผู้เล่นใหม่พวกนั้นจะถามคำถาม วิทยุรุ่นเก่าที่วางอยู่บนตู้ก็ส่งเสียงดังซู่ออกมาทันที หลังเสียงกระแสไฟผ่านไป ก็มีเสียงน่าหมั่นไส้ที่คุ้นเคยดังออกมาจากข้างใน
"สวัสดีครับ ยินดีที่ได้พบพวกคุณที่นี่ ผมคือมิสเตอร์หน้ากากขวัญใจของพวกคุณ"