- หน้าแรก
- กะจะเทเกมให้ตายไวๆ ไหงกลายเป็นเทพซะได้
- บทที่ 13 คฤหาสน์ปีศาจ 13
บทที่ 13 คฤหาสน์ปีศาจ 13
บทที่ 13 คฤหาสน์ปีศาจ 13
บทที่ 13 คฤหาสน์ปีศาจ 13
ทันทีที่เด็กสาวอ่อนแอออกจากห้องลับก็พุ่งตรงไปที่ห้องของน้องชายที่อยู่ตรงข้าม เพราะเมื่อวานทุกคนต่างอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ดังนั้นเธอจึงรู้ดีว่าพี่สาวผมขาวใช้เวลาอยู่ในห้องของน้องชายนานแค่ไหน
ดังนั้นเธอจึงมีเหตุผลที่จะเชื่อว่า เบาะแสเกี่ยวกับห้องลับที่พี่สาวผมขาวค้นพบนั้นเจอมาจากในห้องของน้องชาย
ต่อให้เด็กสาวอ่อนแอจะฉลาดและมีศักยภาพแค่ไหน ในตอนนี้เธอก็เป็นเพียงเด็กสาวชั้นมัธยมปลาย ประสบการณ์ชีวิตย่อมเทียบไม่ได้กับชายหนุ่มในชุดสูทที่ผ่านสมรภูมิการทำงานมาหลายปี
ชายหนุ่มในชุดสูทมีความเข้าใจที่ต่างออกไป เขาคิดว่าในเมื่อค้นพบไอเทมสำคัญอย่างหนึ่งในห้องน้องชายไปแล้ว นั่นก็คือบันทึกของน้องชาย ดังนั้นความเป็นไปได้ที่จะปรากฏไอเทมสำคัญอีกชิ้นในห้องของน้องชายจึงลดน้อยลงมาก
เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เดินไปหาหญิงวัยกลางคนที่ห้องรับแขก ถ้าเขาจำไม่ผิด เมื่อวานลั่วเยว่เจี้ยนเคยใช้เวลาอยู่ในห้องของสามีภรรยาเป็นเวลานาน และคนที่อยู่ในห้องพ่อแม่เมื่อวานที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ ก็มีเพียงหญิงวัยกลางคนเท่านั้น
ในเวลานี้หญิงวัยกลางคนเพิ่งจะฝืนดึงสติกลับมาจากความหวาดกลัวที่เห็นคนตายต่อหน้าต่อตา เมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดสูทเดินเข้ามา เธอก็รีบลุกขึ้นยืนอย่างตัวสั่นงันงก ใช้มือที่เต็มไปด้วยเหงื่อเช็ดกับผ้ากันเปื้อนที่หน้าอก
ในใจของเธอ ชายหนุ่มในชุดสูทคือคนที่สามารถนำพาเธอไปสู่ชัยชนะในเกมรอบนี้ได้มากที่สุด ชายผมเสยดูถูกเธอนั้นเธอดูออก ชายวัยกลางคนก็ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองเหมือนกับเธอ ส่วนเด็กสาวอ่อนแอในสายตาของเธอก็เป็นแค่เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
สำหรับหญิงสาวผมขาว แม้จะดูเหมือนมีความฉลาดอยู่บ้าง แต่ในใจของหญิงวัยกลางคน ผู้ชายวัยทำงานเท่านั้นที่จะมอบความรู้สึกปลอดภัยให้กับเธอได้
ดังนั้น เมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดสูทเดินเข้ามาหา หญิงวัยกลางคนแม้จะหวาดกลัวและกังวลใจ แต่ก็ยังถามด้วยน้ำเสียงเกือบจะประจบสอพลอว่า "เป็นอะไรไปคะคุณผู้ชาย? มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?"
ชายหนุ่มในชุดสูทยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร น้ำเสียงสุขุม "คุณยังจำได้ไหมครับว่าเมื่อวานที่คุณผู้หญิงผมขาวเข้าไปในห้องพ่อแม่ เธอทำอะไรบ้าง?"
"หือ?"
หญิงวัยกลางคนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามของชายหนุ่มในชุดสูท เธอตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถึงตอบอย่างลังเลว่า
"รายละเอียดฉันจำไม่ได้แม่นนัก แต่ดูเหมือนเมื่อวานเธอจะเอาแต่...อ่านหนังสือหรือเปล่าคะ?"
ชายหนุ่มในชุดสูท: "อ่านหนังสือ?"
หญิงวัยกลางคนเม้มริมฝีปากพยักหน้าด้วยความประหม่า "ใช่ค่ะ อ่านหนังสือ เธอน่าจะอ่านหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ตลอด ถ้าฉันจำไม่ผิด เหมือนเธอจะยังไม่ได้เก็บหนังสือเล่มนั้นกลับเข้าที่ด้วย..."
ดวงตาของชายหนุ่มในชุดสูทเป็นประกาย สังหรณ์ใจว่าตัวเองหาเบาะแสที่ถูกต้องเจอแล้ว เขารีบมองหญิงวัยกลางคนด้วยสายตากระตือรือร้นทันที "งั้นรบกวนคุณช่วยนำทางหน่อยครับ ผมอาจจะต้องการหนังสือเล่มนั้นมาก!"
หญิงวัยกลางคนไม่เข้าใจ แต่ก็ยังนำทางไปตามคำขอ
เมื่อมาถึงห้องของพ่อแม่ หนังสือเล่มหนาหนักที่มีขนาดประมาณพจนานุกรมเล่มใหญ่กำลังวางคว่ำหน้ากางแผ่อยู่บนโต๊ะหัวเตียงภายในห้อง
ชายหนุ่มในชุดสูทรีบสาวเท้าเข้าไป หยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา กวาดสายตามองอย่างตั้งใจ แล้วพูดเสียงต่ำด้วยความตื่นเต้นและแววตาที่เป็นประกาย "เป็นเล่มนี้จริงๆ ด้วย!"
ในเวลานี้ผู้ชมในห้องไลฟ์สดของชายหนุ่มในชุดสูทก็ได้เห็นหนังสือเล่มนี้เช่นกัน
[เชี่ยเอ๊ย เป็นไปได้ยังไง?!]
[หนังสือเล่มนี้...หนังสือเล่มนี้บันทึกเรื่องวงเวทย์ไว้จริงๆ ด้วย!]
[แถมหน้าที่คนสวยผมขาวเปิดค้างไว้เมื่อวาน ก็คือวงเวทย์ที่วาดอยู่ในห้องลับนั่นเปี๊ยบเลย!]
[ฮ่าๆๆๆ เมื่อวานตอนคนสวยผมขาวอ่านหนังสือยังมีคนตั้งเยอะเยาะเย้ยว่าคนสวยอู้งาน นึกไม่ถึงล่ะสิ คนสวยของเราเจอไอเทมสำคัญตั้งนานแล้ว!]
[การตบหน้าของคนสวยผมขาวอาจจะมาช้า แต่มานะ!]
[อะแฮ่ม...ก็ได้ ฉันยอมรับ สาวผมขาวคนนี้มีของจริงๆ]
[นี่มันจะเกินไปแล้วมั้ง คนสวยผมขาวรู้เรื่องวงเวทย์ในห้องลับตั้งแต่เมื่อวานได้ยังไง?]
[นี่มันเปิดโปรชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ ฉันจะฟ้อง GM!]
[ปิดไปเถอะ น่าเบื่อ พวกเรามาดูเทคนิคการเอาตัวรอดนะ ไม่ได้มาดูเวทมนตร์!]
[ฉันคิดว่าอาจจะมีเบาะแสอะไรที่พวกเราไม่เห็น แต่คนสวยผมขาวดันไปเจอเข้า...แต่พูดจริงๆ นะ ไอคิวและความสามารถของคนสวยผมขาวนี่ฉันยอมใจเลย!]
[น่ากลัวนะพวกนายไม่คิดเหรอ? คนสวยผมขาวเจอเบาะแสสำคัญในการผ่านด่านตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ดูจากท่าทีของเธอเป็นไปได้มากว่าเธอรู้อยู่แล้วว่ามีห้องลับนี้ แต่คนสวยผมขาวกลับไม่มีท่าทีร้อนรนที่จะรีบเคลียร์เกมเลย...]
[ก็กุญแจเปิดประตูห้องลับมันหาได้แค่ตอนกลางคืนไม่ใช่เหรอ คนสวยของเราเขาเรียกว่าทำเป็นขั้นเป็นตอนต่างหาก]
......
เมื่อได้หนังสือกำเนิดค่ายกลเล่มหนานี้มา ในใจของชายหนุ่มในชุดสูทรู้สึกตกตะลึงอย่างแท้จริง เดิมทีเขาคิดว่าสาวผมขาวแม้จะฉลาดและเด็ดขาดมาก แต่ก็น่าจะเก่งกว่าเขาแค่เล็กน้อยเท่านั้น
ในส่วนลึกของจิตใจ ชายหนุ่มในชุดสูทหวังว่าจะสามารถเรียนรู้กระบวนการหาเบาะแสจากสาวผมขาว เพื่อพัฒนาตัวเอง ดังนั้นเขาจึงมักจะคอยสังเกตลั่วเยว่เจี้ยนโดยไม่รู้ตัว
แต่เมื่อเขาได้เห็นหนังสือค่ายกลเล่มนี้ โดยเฉพาะเมื่อเห็นหน้าที่ถูกเปิดคว่ำไว้ ซึ่งเป็นภาพค่ายกลที่เกิดจากเส้นสายสีแดงม่วงสลับซับซ้อน เขาก็เข้าใจทันทีว่า เมื่อวานนี้ ในขณะที่พวกเขายังคงงมหาเบาะแสกันอย่างมืดแปดด้าน สาวผมขาวกลับล่วงรู้ความจริงทั้งหมดผ่านร่องรอยเล็กๆ น้อยๆ ไปแล้ว
บางทีในสายตาของสาวผมขาว การที่พวกเขาวิ่งวุ่นหาเบาะแสเหมือนแมลงวันหัวขาดเมื่อวาน จนถึงการมานั่งรวมตัวถกเถียงกัน อาจเป็นเพียงแค่การละเล่นของเด็กน้อยเท่านั้น
นี่ไม่ใช่ช่องว่างเพียงเล็กน้อยที่จะอาศัยความพยายามมาทดแทนได้ แต่เป็นช่องว่างระหว่างทารกที่เพิ่งหัดพูดกับผู้ใหญ่ที่มีกระบวนการคิดอันซับซ้อน
ณ วินาทีนี้ ภายในใจของชายหนุ่มในชุดสูทหลงเหลือเพียงความเลื่อมใสและยำเกรง
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป ถือหนังสือค่ายกลเล่มหนาเดินลงไปข้างล่าง ขณะเดินผ่านเด็กสาวชุดนักเรียนท่าทางอ่อนแอที่ยังคงรื้อค้นอยู่ในห้องน้องชาย เขายังเตือนด้วยความหวังดีว่า "ผมเจอเบาะแสแล้วครับ"
เขาโบกหนังสือในมือไปมา "อยู่ที่ผมแล้ว คุณไม่ต้องหาแล้วล่ะ"
แม้จะเทียบไม่ได้กับสาวผมขาวที่ฉลาดเป็นกรด แต่เมื่อเทียบกับเด็กสาวอ่อนแอที่ยังเรียนอยู่มัธยมปลาย ชายหนุ่มในชุดสูทยังคงมีความรู้สึกเหนือกว่าอยู่อย่างเต็มเปี่ยม สิ่งนี้ช่วยเยียวยาความมั่นใจของเขาที่ถูกสาวผมขาวทำลายจนย่อยยับไปเมื่อครู่ได้บ้างเล็กน้อย
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มในชุดสูท เด็กสาวชุดนักเรียนท่าทางอ่อนแอก็หันขวับกลับมามองด้วยความตกใจ เมื่อเห็นหนังสือเล่มหนาในมือชายหนุ่มในชุดสูท เธอก็รู้ว่าตัวเองแพ้แล้ว
เธอกัดฟันมองสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและลำพองใจที่ปิดไม่มิดของชายหนุ่มในชุดสูท ถอนหายใจยาวๆ กดข่มความไม่พอใจเอาไว้ แล้วเดินตามชายหนุ่มในชุดสูทกลับไปที่ห้องลับ
สาวผมขาวหรือก็คือลั่วเยว่เจี้ยนยังคงยืนเหม่อลอยอยู่ที่เดิม แม้จะไม่รู้ว่าเด็กสาวชุดนักเรียนกับชายหนุ่มในชุดสูทออกไปทำอะไรกันแน่ แต่ในเมื่อพวกเขาบอกให้เธอรอ เธอก็จะรออยู่ตรงนี้ไม่ขยับไปไหน
ยังไงซะการทำตามคำสั่งของเพื่อนร่วมทีมระบบคงไม่ตัดสินว่าเป็นการไม่กระตือรือร้นหรอกมั้ง? เพราะนั่นเป็นภารกิจที่เพื่อนร่วมทีมมอบหมายให้เธอเชียวนะ!
ตราบใดที่ระบบไม่เตือน เธอก็จะถือว่าเธอกำลังทำงานอยู่~
ทว่าลั่วเยว่เจี้ยนมีความสุขอยู่ได้ไม่กี่นาที ชายหนุ่มในชุดสูทก็เดินก้าวยาวๆ กลับมาอย่างทะมัดทะแมง เขาโชว์หนังสือในมือให้ลั่วเยว่เจี้ยนดูด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
"คือหนังสือเล่มนี้ใช่ไหมครับ? เบาะแสที่คุณพูดถึง?"