เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 คฤหาสน์ปีศาจ 11

บทที่ 11 คฤหาสน์ปีศาจ 11

บทที่ 11 คฤหาสน์ปีศาจ 11


บทที่ 11 คฤหาสน์ปีศาจ 11

เธอนึกถึงค้อนที่เจออยู่หลังโทรทัศน์ตอนค้นหาเบาะแสเมื่อวาน ตอนนั้นเธอยังคิดอยู่เลยว่าแปลกจังที่มีค้อนอยู่ในห้องรับแขก ตอนนี้มาลองคิดดู เป็นไปได้ว่าอาจจะเตรียมไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

เธอรีบวิ่งไปที่ห้องรับแขก หยิบค้อนกลับมา ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคน เธอเหวี่ยงค้อนทุบไปที่ผนังข้างห้องน้ำเต็มแรง

อืม...ทุบไม่เข้า

ใบหน้าของเด็กสาวอ่อนแอแดงก่ำ เธอเป็นแค่นักเรียนคนหนึ่ง เรี่ยวแรงที่มีก็น้อยนิดเกินกว่าจะทำอะไรได้

ชายหนุ่มในชุดสูทเข้าใจความหมายของเด็กสาวอ่อนแอ เขานิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะรับค้อนมาจากมือของเด็กสาว แล้วเหวี่ยงทุบลงไปที่ผนังใต้บันไดอย่างสุดแรง

หลังจากผนังถูกทุบจนแตกออก ด้านล่างของบันไดก็ปรากฏรูขนาดใหญ่ เผยให้เห็นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่อยู่ด้านใน

ชายหนุ่มในชุดสูทเดินเข้าไปตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันกลับมาพูดด้วยความประหลาดใจว่า "นี่คือเครื่องตรวจจับความร้อนครับ เป็นไปได้ว่าเอาไว้ใช้ตรวจสอบว่าฝั่งตรงข้ามมีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือเปล่า"

เด็กสาวอ่อนแอส่ายหน้า "ต้องทุบอีกค่ะ"

ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ชายหนุ่มในชุดสูทกำค้อนในมือแน่นแล้วทุบลงไปต่ออย่างแรง กลไกอันซับซ้อนแม่นยำที่ซ่อนอยู่หลังผนังซึ่งทำให้ชายหนุ่มในชุดสูทต้องตะลึงก็เผยโฉมออกมาจนหมดสิ้น

ผนังทั้งแถบประกอบไปด้วยท่อโลหะ เส้นลวด และชิ้นส่วนกลไกนับไม่ถ้วน ภายในท่อโลหะยังบรรจุลูกธนูเหล็กที่แหลมคมเอาไว้จำนวนมาก มองปราดเดียวก็รู้ว่าเตรียมไว้เพื่อปลิดชีพคน

ชายหนุ่มในชุดสูทอุทานชื่นชม "พ่อแม่บ้านนี้สมกับเป็นสถาปนิกชั้นยอดจริงๆ ผนังกลไกที่ซับซ้อนขนาดนี้ ผมเคยเห็นแค่ในพิพิธภัณฑ์ห้องลับเท่านั้นเองครับ"

ระหว่างที่พูด ชายหนุ่มในชุดสูทสังเกตเห็นอย่างรวดเร็วว่า ตรงกึ่งกลางของผนังกลไกนี้ มีรูเล็กๆ รูหนึ่งอยู่

"นี่คือ..."

ชายหนุ่มในชุดสูทตกใจอย่างมาก ผนังกลไกนี้แท้จริงแล้วคือประตูบานใหญ่ที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนกลไกนับไม่ถ้วน!

ชายผมเสยที่ยืนอยู่ด้านหลังร้อนใจอยากจะแสดงความสามารถของตัวเองต่อหน้าคนอื่น ความโดดเด่นเมื่อครู่ถูกลั่วเยว่เจี้ยนและชายหนุ่มในชุดสูทแย่งซีนไปจนหมด แม้แต่เด็กสาวอ่อนแอที่เขาดูถูกมาตลอด ก็ยังแสดงมันสมองอันชาญฉลาดออกมา

เขาแย่งค้อนมาจากมือของชายหนุ่มในชุดสูท แล้วทุบใส่ผนังกลไกอย่างบ้าคลั่งพร้อมตะโกนลั่น "คอยดูฉันทุบไอ้กำแพงนี่ให้เละ!"

วินาทีที่ค้อนกระทบกับผนังกลไก แรงสะท้อนกลับอันมหาศาลทำให้มือของชายผมเสยสั่นระริก ค้อนร่วงหล่นลงพื้นเพราะมือที่หมดแรง

วินาทีถัดมา กลไกก็หมุนทำงานอย่างรวดเร็ว เพียงแค่เสี้ยววินาที รูยิงธนูรูใหม่ก็ปรากฏขึ้นตรงจุดที่ค้อนทุบลงไป ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งออกจากรูด้วยความเร็วสูง ในจังหวะที่ยังไม่มีใครตั้งตัวทัน มันก็พุ่งเสียบทะลุหัวใจของชายผมเสยเข้าอย่างจัง

กว่าทุกคนจะได้สติ ชายผมเสยก็กระอักเลือดล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว

เขากุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวด มองคนอื่นด้วยสายตาเว้าวอน ร้องครวญครางไม่หยุด "ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย! ฉันไม่อยากตาย...ฉัน..."

เขาพูดไปกระอักเลือดไป สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน

หญิงวัยกลางคนเห็นภาพนี้ก็ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ใบหน้าซีดเผือด กรีดร้องลั่นแล้ววิ่งหนีไปจากผนังกลไกปลิดชีพนี้อย่างรวดเร็ว

เด็กสาวอ่อนแอก็ตกใจจนทรุดลงไปนั่งกับพื้น ปิดปากร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ จุดจบของชายผมเสยเหมือนกับกำลังทำนายอนาคตของเธอ พอนึกว่าตัวเองในอนาคตจะต้องตายแบบนี้ เธอก็รู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น

ชายหนุ่มในชุดสูทเองก็ตื่นตระหนกสุดขีด จนถึงตอนนี้ พวกเขายังไม่มีใครเห็นกับตาว่าชายวัยกลางคนตายยังไง แต่ตอนนี้ ชายผมเสยกลับมาตายต่อหน้าต่อตาพวกเขาอย่างชัดเจน ตายอย่างทรมาน ตายอย่างน่าสยดสยอง

นี่ทำให้ชายหนุ่มในชุดสูทที่เพิ่งเคยเห็นคนตายเป็นครั้งแรกสูญเสียความเยือกเย็นที่มีมาตลอด สีหน้าของเขาย่ำแย่อย่างระงับไม่อยู่

สายตาของเขาเผลอมองไปทางลั่วเยว่เจี้ยนโดยไม่รู้ตัว แต่กลับพบว่าลั่วเยว่เจี้ยนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา ราวกับไม่ได้ใส่ใจการตายของชายผมเสยเลยแม้แต่น้อย

อันที่จริง ลั่วเยว่เจี้ยนในตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกสะเทือนใจกับการตายของชายผมเสยจริงๆ นั่นแหละ

ในใจของลั่วเยว่เจี้ยนตอนนี้กำลังนึกอิจฉา: ถ้าฉันตายได้รวดเร็วหมดจดแบบนี้บ้างก็คงดี!

เมื่อคืนเธออุตส่าห์ป้วนเปี้ยนอยู่แถวผนังนี้ตั้งนานสองนานกลับไม่ยักกะตาย ต้องบอกเลยว่าการรนหาที่ตายนี่มันเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้ฝีมือจริงๆ!

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของชายหนุ่มในชุดสูท สายตาที่สงบนิ่งและเย็นชาของเธอก็เบนไปทางเขา

หือ? มองฉันทำไม?

ลั่วเยว่เจี้ยนไม่เข้าใจ ทันใดนั้น ภายใต้สายตาของชายหนุ่มในชุดสูท เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เมื่อคืนเธอก็เหมือนจะเจออะไรบางอย่างด้วยไม่ใช่เหรอ?

เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แล้วก็พบว่าในกระเป๋ามีกล่องสีดำอยู่จริง ด้านในบรรจุกุญแจดอกหนึ่ง

ซี้ด คงไม่ใช่กุญแจไขประตูบานนี้หรอกนะ?!

ลั่วเยว่เจี้ยนไม่เคยคิดจะซ่อนเบาะแสที่ตัวเองหาเจออยู่แล้ว และแน่นอนว่าระบบก็ไม่อนุญาตให้เธอทำแบบนั้นด้วย

ดังนั้นชายหนุ่มในชุดสูทจึงเห็นลั่วเยว่เจี้ยนที่มีสีหน้าเย็นชา และดูเหมือนจะแฝงแววดูแคลน (เขาคิดไปเอง) หยิบกุญแจดอกหนึ่งออกมาจากกระเป๋า

...กุญแจประตูสารพัดกลไก

[เชี่ยเอ๊ย! นี่มันสถานการณ์อะไรเนี่ย?]

[สรุปคือสาวผมขาวมีกุญแจเปิดประตูอยู่แล้วเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?]

[ฉันไปดูย้อนหลังมา เธอได้กุญแจดอกนั้นมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว!]

[คุณพระ เธอเปิดประตูด้วยกุญแจตรงๆ เลยก็ได้นี่นา แต่กลับจงใจไม่ลงมือ รอให้ชายผมเสยไปรนหาที่ตาย น่ากลัวชะมัด...]

[โหดจริง แค่เพราะชายผมเสยว่าเธอไม่กี่คำ ก็ยืนดูคนตายไปต่อหน้าต่อตา]

[ฉันว่าพวกนายคิดมากไปหรือเปล่า? บางทีน้องสาวเขาอาจจะแค่ตั้งตัวไม่ทันก็ได้มั้ง?]

[เหอะ จนป่านนี้ยังมีคนคิดว่าสาวผมขาวเป็นสาวน้อยใสซื่ออยู่อีกเหรอ]

[คนที่คิดว่าสาวผมขาวไม่ได้ตั้งใจช่วยดูสายตาที่สาวผมขาวมองศพหมอนั่นหน่อย เย็นชาไม่มีความประหลาดใจสักนิด นี่พิสูจน์ว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าชายผมเสยต้องตาย!]

[สาวผมขาวฉลาดขนาดนั้น เมื่อวานก็ปะทะกับผนังกลไกนี้มาแล้วตั้งหลายรอบ จะเป็นไปได้ยังไงที่จะไม่รู้ว่าผนังกลไกนี้ยังมีลูกเล่นซ่อนอยู่ สามารถเคลื่อนย้ายจุดสังหารได้?]

[นั่นสิ ฉันกล้าพนันเลยว่าสาวผมขาวต้องรู้วิธีการทำงานของผนังกลไกนี้แล้วแน่ๆ เผลอๆ เมื่อคืนเธออาจจะสำรวจผนังนี้จนทะลุปรุโปร่งแล้วก็ได้!]

[เธอจงใจแน่ๆ!]

เธอจงใจแน่ๆ!

เหงื่อเย็นของชายหนุ่มในชุดสูทผุดซึมออกมาในทันที เหงื่อที่แผ่นหลังทำให้เสื้อเชิ้ตเปียกชุ่ม เส้นผมหน้าผากก็ลู่ติดหนังศีรษะเพราะเหงื่อกาฬ

นับตั้งแต่เห็นผนังกลไก จนกระทั่งชายผมเสยแย่งค้อนไปทุบ เป็นเวลาตั้งนานขนาดนั้น สาวผมขาวมีโอกาสนับครั้งไม่ถ้วนที่จะห้ามปรามชายผมเสย แต่เธอกลับไม่ทำ

พอนึกเชื่อมโยงไปถึงท่าทีดูถูกเหยียดหยามที่ชายผมเสยมีต่อสาวผมขาวมาตลอด ชายหนุ่มในชุดสูทก็รู้สึกหนาวไปทั้งตัว เพียงเพราะวาจาไม่ดีของคนอื่นก็สามารถวางแผนยืมมือฆ่าคนได้ทางอ้อม...

อีกทั้งสีหน้าที่เย็นชา ท่าทีเมินเฉยแบบนั้น ดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งเคยเห็นคนตายเป็นครั้งแรกเลยสักนิด! เธอเป็นใครกันแน่?

ชายหนุ่มในชุดสูทมองศพของชายผมเสย ในใจรู้สึกโล่งอกมากกว่าหวาดกลัว โชคดีที่เขาเป็นคนระมัดระวังคำพูดและการกระทำมาตลอด ไม่เคยไปล่วงเกินสาวผมขาว ไม่อย่างนั้น จุดจบของเขาคงไม่ดีไปกว่าชายผมเสยสักเท่าไหร่

พูดตามตรง การตายของชายผมเสยไม่ได้สร้างความสะเทือนใจให้เขามากนัก สำหรับชายหนุ่มในชุดสูทแล้ว การตายของชายผมเสยเป็นเพียงตัวช่วยให้เขาเข้าใจนิสัยเบื้องลึกภายใต้ภูเขาน้ำแข็งของสาวผมขาวได้ดียิ่งขึ้น——

เจ้าคิดเจ้าแค้น ต้องเอาคืนให้สาสม

แน่นอนว่า เรื่องนี้เป็นการใส่ร้ายลั่วเยว่เจี้ยนล้วนๆ อย่าว่าแต่เรื่องที่ลั่วเยว่เจี้ยนลืมไปจริงๆ ว่าตัวเองเจอกุญแจเมื่อคืนเลย เอาแค่เรื่องชายผมเสย แย่งค้อนจากมือชายหนุ่มในชุดสูทไปทุบประตู ใช้เวลาเต็มที่ก็ไม่เกินสามวินาที

ชายผมเสยกลัวคนอื่นจะแย่งซีน การกระทำย่อมรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต่อให้ลั่วเยว่เจี้ยนนึกขึ้นได้ว่ามีกุญแจ ก็คงตั้งตัวตะโกนห้ามชายผมเสยไม่ทัน

แถมต่อให้ตะโกนห้ามทัน คิดว่าชายผมเสยจะฟังเธอเหรอ? จะยอมหยุดมือเหรอ?

งานนี้เรียกได้ว่าซวยเพราะตัวเองล้วนๆ

ลั่วเยว่เจี้ยนไม่รู้ความคิดในใจของคนอื่น เธอถือกุญแจเดินไปเปิดประตูด้วยตัวเอง

เผื่อว่าหลังประตูเปิดออกแล้วจะมีลูกธนูหรือแก๊สพิษพุ่งออกมา ใครแย่งก่อนคนนั้นได้เปรียบ!

กุญแจในมือของลั่วเยว่เจี้ยนคือกุญแจไขประตูบานนี้จริงๆ มือของลั่วเยว่เจี้ยนบิดกุญแจเบาๆ พร้อมกับเสียง "ครืดคราด" ดังขึ้น ชิ้นส่วนกลไกบนประตูใหญ่เริ่มหมุนวนไม่หยุด ตรงกลางประตูค่อยๆ แยกออกเป็นช่องว่าง จากนั้นช่องว่างก็ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ

ประตู เปิดแล้ว

จบบทที่ บทที่ 11 คฤหาสน์ปีศาจ 11

คัดลอกลิงก์แล้ว