- หน้าแรก
- กะจะเทเกมให้ตายไวๆ ไหงกลายเป็นเทพซะได้
- บทที่ 11 คฤหาสน์ปีศาจ 11
บทที่ 11 คฤหาสน์ปีศาจ 11
บทที่ 11 คฤหาสน์ปีศาจ 11
บทที่ 11 คฤหาสน์ปีศาจ 11
เธอนึกถึงค้อนที่เจออยู่หลังโทรทัศน์ตอนค้นหาเบาะแสเมื่อวาน ตอนนั้นเธอยังคิดอยู่เลยว่าแปลกจังที่มีค้อนอยู่ในห้องรับแขก ตอนนี้มาลองคิดดู เป็นไปได้ว่าอาจจะเตรียมไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ
เธอรีบวิ่งไปที่ห้องรับแขก หยิบค้อนกลับมา ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคน เธอเหวี่ยงค้อนทุบไปที่ผนังข้างห้องน้ำเต็มแรง
อืม...ทุบไม่เข้า
ใบหน้าของเด็กสาวอ่อนแอแดงก่ำ เธอเป็นแค่นักเรียนคนหนึ่ง เรี่ยวแรงที่มีก็น้อยนิดเกินกว่าจะทำอะไรได้
ชายหนุ่มในชุดสูทเข้าใจความหมายของเด็กสาวอ่อนแอ เขานิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะรับค้อนมาจากมือของเด็กสาว แล้วเหวี่ยงทุบลงไปที่ผนังใต้บันไดอย่างสุดแรง
หลังจากผนังถูกทุบจนแตกออก ด้านล่างของบันไดก็ปรากฏรูขนาดใหญ่ เผยให้เห็นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่อยู่ด้านใน
ชายหนุ่มในชุดสูทเดินเข้าไปตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันกลับมาพูดด้วยความประหลาดใจว่า "นี่คือเครื่องตรวจจับความร้อนครับ เป็นไปได้ว่าเอาไว้ใช้ตรวจสอบว่าฝั่งตรงข้ามมีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือเปล่า"
เด็กสาวอ่อนแอส่ายหน้า "ต้องทุบอีกค่ะ"
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ชายหนุ่มในชุดสูทกำค้อนในมือแน่นแล้วทุบลงไปต่ออย่างแรง กลไกอันซับซ้อนแม่นยำที่ซ่อนอยู่หลังผนังซึ่งทำให้ชายหนุ่มในชุดสูทต้องตะลึงก็เผยโฉมออกมาจนหมดสิ้น
ผนังทั้งแถบประกอบไปด้วยท่อโลหะ เส้นลวด และชิ้นส่วนกลไกนับไม่ถ้วน ภายในท่อโลหะยังบรรจุลูกธนูเหล็กที่แหลมคมเอาไว้จำนวนมาก มองปราดเดียวก็รู้ว่าเตรียมไว้เพื่อปลิดชีพคน
ชายหนุ่มในชุดสูทอุทานชื่นชม "พ่อแม่บ้านนี้สมกับเป็นสถาปนิกชั้นยอดจริงๆ ผนังกลไกที่ซับซ้อนขนาดนี้ ผมเคยเห็นแค่ในพิพิธภัณฑ์ห้องลับเท่านั้นเองครับ"
ระหว่างที่พูด ชายหนุ่มในชุดสูทสังเกตเห็นอย่างรวดเร็วว่า ตรงกึ่งกลางของผนังกลไกนี้ มีรูเล็กๆ รูหนึ่งอยู่
"นี่คือ..."
ชายหนุ่มในชุดสูทตกใจอย่างมาก ผนังกลไกนี้แท้จริงแล้วคือประตูบานใหญ่ที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนกลไกนับไม่ถ้วน!
ชายผมเสยที่ยืนอยู่ด้านหลังร้อนใจอยากจะแสดงความสามารถของตัวเองต่อหน้าคนอื่น ความโดดเด่นเมื่อครู่ถูกลั่วเยว่เจี้ยนและชายหนุ่มในชุดสูทแย่งซีนไปจนหมด แม้แต่เด็กสาวอ่อนแอที่เขาดูถูกมาตลอด ก็ยังแสดงมันสมองอันชาญฉลาดออกมา
เขาแย่งค้อนมาจากมือของชายหนุ่มในชุดสูท แล้วทุบใส่ผนังกลไกอย่างบ้าคลั่งพร้อมตะโกนลั่น "คอยดูฉันทุบไอ้กำแพงนี่ให้เละ!"
วินาทีที่ค้อนกระทบกับผนังกลไก แรงสะท้อนกลับอันมหาศาลทำให้มือของชายผมเสยสั่นระริก ค้อนร่วงหล่นลงพื้นเพราะมือที่หมดแรง
วินาทีถัดมา กลไกก็หมุนทำงานอย่างรวดเร็ว เพียงแค่เสี้ยววินาที รูยิงธนูรูใหม่ก็ปรากฏขึ้นตรงจุดที่ค้อนทุบลงไป ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งออกจากรูด้วยความเร็วสูง ในจังหวะที่ยังไม่มีใครตั้งตัวทัน มันก็พุ่งเสียบทะลุหัวใจของชายผมเสยเข้าอย่างจัง
กว่าทุกคนจะได้สติ ชายผมเสยก็กระอักเลือดล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว
เขากุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวด มองคนอื่นด้วยสายตาเว้าวอน ร้องครวญครางไม่หยุด "ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย! ฉันไม่อยากตาย...ฉัน..."
เขาพูดไปกระอักเลือดไป สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน
หญิงวัยกลางคนเห็นภาพนี้ก็ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ใบหน้าซีดเผือด กรีดร้องลั่นแล้ววิ่งหนีไปจากผนังกลไกปลิดชีพนี้อย่างรวดเร็ว
เด็กสาวอ่อนแอก็ตกใจจนทรุดลงไปนั่งกับพื้น ปิดปากร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ จุดจบของชายผมเสยเหมือนกับกำลังทำนายอนาคตของเธอ พอนึกว่าตัวเองในอนาคตจะต้องตายแบบนี้ เธอก็รู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น
ชายหนุ่มในชุดสูทเองก็ตื่นตระหนกสุดขีด จนถึงตอนนี้ พวกเขายังไม่มีใครเห็นกับตาว่าชายวัยกลางคนตายยังไง แต่ตอนนี้ ชายผมเสยกลับมาตายต่อหน้าต่อตาพวกเขาอย่างชัดเจน ตายอย่างทรมาน ตายอย่างน่าสยดสยอง
นี่ทำให้ชายหนุ่มในชุดสูทที่เพิ่งเคยเห็นคนตายเป็นครั้งแรกสูญเสียความเยือกเย็นที่มีมาตลอด สีหน้าของเขาย่ำแย่อย่างระงับไม่อยู่
สายตาของเขาเผลอมองไปทางลั่วเยว่เจี้ยนโดยไม่รู้ตัว แต่กลับพบว่าลั่วเยว่เจี้ยนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา ราวกับไม่ได้ใส่ใจการตายของชายผมเสยเลยแม้แต่น้อย
อันที่จริง ลั่วเยว่เจี้ยนในตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกสะเทือนใจกับการตายของชายผมเสยจริงๆ นั่นแหละ
ในใจของลั่วเยว่เจี้ยนตอนนี้กำลังนึกอิจฉา: ถ้าฉันตายได้รวดเร็วหมดจดแบบนี้บ้างก็คงดี!
เมื่อคืนเธออุตส่าห์ป้วนเปี้ยนอยู่แถวผนังนี้ตั้งนานสองนานกลับไม่ยักกะตาย ต้องบอกเลยว่าการรนหาที่ตายนี่มันเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้ฝีมือจริงๆ!
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของชายหนุ่มในชุดสูท สายตาที่สงบนิ่งและเย็นชาของเธอก็เบนไปทางเขา
หือ? มองฉันทำไม?
ลั่วเยว่เจี้ยนไม่เข้าใจ ทันใดนั้น ภายใต้สายตาของชายหนุ่มในชุดสูท เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เมื่อคืนเธอก็เหมือนจะเจออะไรบางอย่างด้วยไม่ใช่เหรอ?
เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แล้วก็พบว่าในกระเป๋ามีกล่องสีดำอยู่จริง ด้านในบรรจุกุญแจดอกหนึ่ง
ซี้ด คงไม่ใช่กุญแจไขประตูบานนี้หรอกนะ?!
ลั่วเยว่เจี้ยนไม่เคยคิดจะซ่อนเบาะแสที่ตัวเองหาเจออยู่แล้ว และแน่นอนว่าระบบก็ไม่อนุญาตให้เธอทำแบบนั้นด้วย
ดังนั้นชายหนุ่มในชุดสูทจึงเห็นลั่วเยว่เจี้ยนที่มีสีหน้าเย็นชา และดูเหมือนจะแฝงแววดูแคลน (เขาคิดไปเอง) หยิบกุญแจดอกหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
...กุญแจประตูสารพัดกลไก
[เชี่ยเอ๊ย! นี่มันสถานการณ์อะไรเนี่ย?]
[สรุปคือสาวผมขาวมีกุญแจเปิดประตูอยู่แล้วเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?]
[ฉันไปดูย้อนหลังมา เธอได้กุญแจดอกนั้นมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว!]
[คุณพระ เธอเปิดประตูด้วยกุญแจตรงๆ เลยก็ได้นี่นา แต่กลับจงใจไม่ลงมือ รอให้ชายผมเสยไปรนหาที่ตาย น่ากลัวชะมัด...]
[โหดจริง แค่เพราะชายผมเสยว่าเธอไม่กี่คำ ก็ยืนดูคนตายไปต่อหน้าต่อตา]
[ฉันว่าพวกนายคิดมากไปหรือเปล่า? บางทีน้องสาวเขาอาจจะแค่ตั้งตัวไม่ทันก็ได้มั้ง?]
[เหอะ จนป่านนี้ยังมีคนคิดว่าสาวผมขาวเป็นสาวน้อยใสซื่ออยู่อีกเหรอ]
[คนที่คิดว่าสาวผมขาวไม่ได้ตั้งใจช่วยดูสายตาที่สาวผมขาวมองศพหมอนั่นหน่อย เย็นชาไม่มีความประหลาดใจสักนิด นี่พิสูจน์ว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าชายผมเสยต้องตาย!]
[สาวผมขาวฉลาดขนาดนั้น เมื่อวานก็ปะทะกับผนังกลไกนี้มาแล้วตั้งหลายรอบ จะเป็นไปได้ยังไงที่จะไม่รู้ว่าผนังกลไกนี้ยังมีลูกเล่นซ่อนอยู่ สามารถเคลื่อนย้ายจุดสังหารได้?]
[นั่นสิ ฉันกล้าพนันเลยว่าสาวผมขาวต้องรู้วิธีการทำงานของผนังกลไกนี้แล้วแน่ๆ เผลอๆ เมื่อคืนเธออาจจะสำรวจผนังนี้จนทะลุปรุโปร่งแล้วก็ได้!]
[เธอจงใจแน่ๆ!]
เธอจงใจแน่ๆ!
เหงื่อเย็นของชายหนุ่มในชุดสูทผุดซึมออกมาในทันที เหงื่อที่แผ่นหลังทำให้เสื้อเชิ้ตเปียกชุ่ม เส้นผมหน้าผากก็ลู่ติดหนังศีรษะเพราะเหงื่อกาฬ
นับตั้งแต่เห็นผนังกลไก จนกระทั่งชายผมเสยแย่งค้อนไปทุบ เป็นเวลาตั้งนานขนาดนั้น สาวผมขาวมีโอกาสนับครั้งไม่ถ้วนที่จะห้ามปรามชายผมเสย แต่เธอกลับไม่ทำ
พอนึกเชื่อมโยงไปถึงท่าทีดูถูกเหยียดหยามที่ชายผมเสยมีต่อสาวผมขาวมาตลอด ชายหนุ่มในชุดสูทก็รู้สึกหนาวไปทั้งตัว เพียงเพราะวาจาไม่ดีของคนอื่นก็สามารถวางแผนยืมมือฆ่าคนได้ทางอ้อม...
อีกทั้งสีหน้าที่เย็นชา ท่าทีเมินเฉยแบบนั้น ดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งเคยเห็นคนตายเป็นครั้งแรกเลยสักนิด! เธอเป็นใครกันแน่?
ชายหนุ่มในชุดสูทมองศพของชายผมเสย ในใจรู้สึกโล่งอกมากกว่าหวาดกลัว โชคดีที่เขาเป็นคนระมัดระวังคำพูดและการกระทำมาตลอด ไม่เคยไปล่วงเกินสาวผมขาว ไม่อย่างนั้น จุดจบของเขาคงไม่ดีไปกว่าชายผมเสยสักเท่าไหร่
พูดตามตรง การตายของชายผมเสยไม่ได้สร้างความสะเทือนใจให้เขามากนัก สำหรับชายหนุ่มในชุดสูทแล้ว การตายของชายผมเสยเป็นเพียงตัวช่วยให้เขาเข้าใจนิสัยเบื้องลึกภายใต้ภูเขาน้ำแข็งของสาวผมขาวได้ดียิ่งขึ้น——
เจ้าคิดเจ้าแค้น ต้องเอาคืนให้สาสม
แน่นอนว่า เรื่องนี้เป็นการใส่ร้ายลั่วเยว่เจี้ยนล้วนๆ อย่าว่าแต่เรื่องที่ลั่วเยว่เจี้ยนลืมไปจริงๆ ว่าตัวเองเจอกุญแจเมื่อคืนเลย เอาแค่เรื่องชายผมเสย แย่งค้อนจากมือชายหนุ่มในชุดสูทไปทุบประตู ใช้เวลาเต็มที่ก็ไม่เกินสามวินาที
ชายผมเสยกลัวคนอื่นจะแย่งซีน การกระทำย่อมรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต่อให้ลั่วเยว่เจี้ยนนึกขึ้นได้ว่ามีกุญแจ ก็คงตั้งตัวตะโกนห้ามชายผมเสยไม่ทัน
แถมต่อให้ตะโกนห้ามทัน คิดว่าชายผมเสยจะฟังเธอเหรอ? จะยอมหยุดมือเหรอ?
งานนี้เรียกได้ว่าซวยเพราะตัวเองล้วนๆ
ลั่วเยว่เจี้ยนไม่รู้ความคิดในใจของคนอื่น เธอถือกุญแจเดินไปเปิดประตูด้วยตัวเอง
เผื่อว่าหลังประตูเปิดออกแล้วจะมีลูกธนูหรือแก๊สพิษพุ่งออกมา ใครแย่งก่อนคนนั้นได้เปรียบ!
กุญแจในมือของลั่วเยว่เจี้ยนคือกุญแจไขประตูบานนี้จริงๆ มือของลั่วเยว่เจี้ยนบิดกุญแจเบาๆ พร้อมกับเสียง "ครืดคราด" ดังขึ้น ชิ้นส่วนกลไกบนประตูใหญ่เริ่มหมุนวนไม่หยุด ตรงกลางประตูค่อยๆ แยกออกเป็นช่องว่าง จากนั้นช่องว่างก็ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ประตู เปิดแล้ว