- หน้าแรก
- กะจะเทเกมให้ตายไวๆ ไหงกลายเป็นเทพซะได้
- บทที่ 8 คฤหาสน์ปีศาจ 8
บทที่ 8 คฤหาสน์ปีศาจ 8
บทที่ 8 คฤหาสน์ปีศาจ 8
บทที่ 8 คฤหาสน์ปีศาจ 8
และไอสีม่วงที่ฟุ้งกระจายออกมาจากในกาน้ำนั้นก็แผ่ออกมาจากปากของมันนั่นเอง
เมื่อเห็นลั่วเยว่เจี้ยน ดวงตาสีดำสนิทของทารกวิปริตตนนั้นก็เปล่งแสงสีม่วงอันชั่วร้ายออกมา เผยรอยยิ้มสยดสยองน่ากลัว ฟันเหล็กแหลมคมในปากที่เดิมทีหมุนวนอย่างเชื่องช้าพลันเร่งความเร็วขึ้น ส่งเสียง "วู้วๆ" ราวกับเครื่องบดเนื้อ
คงไม่มีใครอยากจะโดนฟันเหล็กปากนี้สัมผัสโดนแน่
มันยืดหนวดสองเส้นที่เหนียวเหนอะหนะและมีเมือกสีดำหยดติ๋งๆ พุ่งตรงเข้าหาลั่วเยว่เจี้ยนอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นความตายอยู่แค่เอื้อม ลั่วเยว่เจี้ยนก็ถอยหลัง พลางลิงโลดอยู่ภายในใจ
ลั่วเยว่เจี้ยน: ใช่! แบบนั้นแหละ! นี่แหละผลลัพธ์ที่ฉันต้องการ!
ทว่าในตอนที่หนวดห่างจากปลายจมูกของลั่วเยว่เจี้ยนเพียงหนึ่งเซนติเมตร จู่ๆ มันก็หยุดนิ่งไป
เกิดอะไรขึ้น?
ลั่วเยว่เจี้ยนมองไปที่ทารกวิปริตตนนั้น เห็นเพียงใบหน้าบิดเบี้ยวของทารก ดูจากการบิดเร้าของร่างกายและสายตาอาฆาตมาดร้ายที่จ้องเขม็งมาที่ลั่วเยว่เจี้ยน เจ้าทารกนั่นไม่ได้ล้มเลิกความคิดที่จะฆ่าลั่วเยว่เจี้ยน เพียงแต่ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุอะไรทำให้ร่างกายของมันถูกจำกัดการเคลื่อนไหวเอาไว้
แกสู้เขาสิ! อย่าเพิ่งยอมแพ้ องค์กรต้องการแกนะ!
ลั่วเยว่เจี้ยนตะโกนเชียร์ทารกในใจ แต่ภายนอกทำได้เพียงถอยหลังต่อไป ทว่าก้าวที่ถอยนั้นสั้นลงกว่าเดิมมาก
แต่แล้วเรื่องที่ทำให้ลั่วเยว่เจี้ยนต้องสิ้นหวังก็เกิดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป หนวดของทารกวิปริตไม่เพียงไม่พุ่งโจมตีเธอต่อ แต่กลับค่อยๆ หดกลับไปทีละนิด
สิ่งที่ตามมาคือเสียงร้องไห้อันโหยหวนของทารก เสียงร้องนั้นแหลมสูงเป็นพิเศษ มีพลังทะลุทะลวงจู่โจมไปถึงจิตวิญญาณ บาดลึกจนคนฟังปวดหัวแทบระเบิด ทำให้สติพร่าเลือน ในเสียงร้องไห้ราวกับแฝงไปด้วยมนตร์สะกดอันชั่วร้าย ล่อลวงให้ลั่วเยว่เจี้ยนเดินเข้าไปปลอบโยนทารก ให้มันหยุดร้องไห้
ลั่วเยว่เจี้ยนฟังเสียงที่ดังขึ้นในหัวอย่างต่อเนื่องอยู่อย่างนั้น
"รีบเข้าไปกอดมันสิ ให้มันหยุดร้องได้แล้ว!"
"เงียบ!!! ฉันต้องการความเงียบ!"
......
ที่น่าแปลกคือ เธอตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าเสียงรบกวนเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความคิดของเธอเอง แต่เป็นเสียงร้องไห้ของทารกที่ยัดเยียดเข้ามาในหัวเธอ
นั่นหมายความว่า ลั่วเยว่เจี้ยนไม่สามารถแกล้งทำเป็นถูกครอบงำแล้วเดินเข้าไปหาที่ตายได้ตรงๆ
เมื่อกี้พอเธอเกิดความคิดนี้ขึ้นมาปุ๊บก็ถูกระบบแจ้งเตือนทันที
ลั่วเยว่เจี้ยน: ขำไม่ออกแล้ว.jpg
เมื่อเห็นลั่วเยว่เจี้ยนไม่หวั่นไหว ทารกปีศาจก็ส่งสายตาอาฆาตแค้น ใบหน้ายับย่น ดูบิดเบี้ยวน่ากลัวที่สุด ในขณะเดียวกัน ร่างกายของมันก็เริ่มหลอมละลาย ส่วนหนึ่งกลายเป็นเลือดสีม่วงคล้ำ แล้วค่อยๆ กลายเป็นหมอกสีม่วง อีกส่วนหนึ่งระเหยกลายเป็นหมอกสีม่วงโดยตรง สลายไปในอากาศ
ปากของทารกส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนน่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม เสียงร้องไห้นั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและโศกเศร้า ราวกับการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายก่อนตาย
จนกระทั่งทารกกลายเป็นหมอกสีม่วงสลายหายไปในอากาศจนหมด ประตูห้องครัวก็เปิดออกดัง "เอี๊ยด"
เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้เล่นหลายคนที่พักอยู่ในคฤหาสน์เปิดประตูห้องออกมา มองดูขอบตาดำคล้ำของเพื่อนร่วมทีมที่เป็นเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขื่นให้กัน
ชายผมเสยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามหยั่งเชิงว่า "เมื่อคืนพวกคุณได้ยินเสียงอะไรบ้างไหม?"
คุณป้าบีบมือประสานกันแน่น สีหน้ากระวนกระวายใจแฝงไปด้วยความหวาดกลัว "ฉ...ฉันได้ยินค่ะ ฟังดูเหมือนเสียงเด็กร้องไห้..."
เด็กสาวชุดนักเรียนพยักหน้าด้วยแววตากังวลระคนหวาดผวา "หนูก็ได้ยินเหมือนกันค่ะ ไม่รู้ทำไม หนูรู้สึกเหมือนสติเลื่อนลอย เกือบจะเดินออกจากห้องไปแล้ว..."
ชายหนุ่มในชุดสูทพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นปัญหาที่เสียงร้องไห้นั่น ผมเองก็รู้สึกผิดปกติเหมือนกัน นอกจากเสียงร้องไห้แล้วพวกคุณได้ยินเสียงอื่นอีกไหมครับ?"
คุณป้าเลียริมฝีปากที่แห้งผากด้วยความไม่สบายใจ "ประมาณเที่ยงคืนนิดๆ ฉันได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากชั้นล่าง คล้ายๆ กับเสียงกระแทก"
ชายหนุ่มในชุดสูทขมวดคิ้ว "ชั้นล่างเหรอครับ?"
เด็กสาวชุดนักเรียนก็พยักหน้า "ใช่ค่ะ เมื่อคืนหนูก็ได้ยิน"
เธอลังเลเล็กน้อย แต่ก็พูดต่อว่า "ดูเหมือน...ดูเหมือนเสียงจะดังมาจากแถวๆ ห้องของน้องชาย..."
เมื่อได้ยินดังนั้น คิ้วของชายหนุ่มในชุดสูทก็ยิ่งขมวดแน่นขึ้น เขามองซ้ายมองขวา แล้วขมวดคิ้วถามว่า "แล้วคุณผู้หญิงผมขาวคนนั้นล่ะครับ?"
คนอื่นๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วพากันส่ายหน้า เด็กสาวผมขาวพักอยู่คนเดียว ก่อนที่เธอจะปรากฏตัว ก็ไม่มีใครรู้สถานการณ์ปัจจุบันของเธอหรอก
ชายหนุ่มในชุดสูทสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อนออกมา จากนั้นพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า "ไปกันเถอะ ลงไปดูกัน"
พูดจบ เขาก็รีบสาวเท้าเดินลงไปชั้นล่าง
กลุ่มคนเดินมาถึงหน้าประตูห้องน้องชาย ยังไม่ทันจะได้เคาะประตู ประตูห้องตรงหน้าก็เปิดออกเอง
ลั่วเยว่เจี้ยนเมื่อคืนวุ่นวายอยู่ตั้งนาน สุดท้ายนอกจากจะไม่ได้ผลลัพธ์อะไรแล้ว ยังบังเอิญไปเจอเบาะแสเพิ่มมาอีกหลายอย่างด้วยความงุนงง เธอโกรธจนรีบออกจากห้องครัวกลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง
ตื่นมาพอเปิดประตูก็เห็นคนสี่ยืนอยู่ที่หน้าห้องตัวเอง เล่นเอาตาสว่างวาบขึ้นมาทันที
ช่วยด้วย! ทำไมคนเยอะขนาดนี้? หรือพวกเขาจับได้ว่าเมื่อคืนฉันออกไปข้างนอก?
ในหัวของลั่วเยว่เจี้ยนสับสนวุ่นวาย ร่างกายแข็งทื่อไปหมด มือที่จับลูกบิดประตูหดกลับโดยไม่รู้ตัว ท่ามกลางบรรยากาศเงียบเชียบ เธอได้ยินเสียงแห้งแล้งของตัวเองดังขึ้น
"มีธุระอะไร?"
ชั่วขณะที่เห็นลั่วเยว่เจี้ยน ชายหนุ่มในชุดสูทก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกโดยที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว คิ้วที่ขมวดมุ่นก็คลายลงไปมาก
ความตายที่มาเยือนกะทันหันและเกมหนีเอาชีวิตรอดอันวิปริตทำให้เขาเหนื่อยล้าเหลือเกิน อันที่จริงเขาก็เป็นเพียงคนหนุ่มอายุไม่ถึงสามสิบปีเท่านั้น การอบรมเลี้ยงดูที่ดีจากครอบครัวตั้งแต่เด็กและคุณสมบัติส่วนตัวที่แข็งแกร่งทำให้เขาสามารถตั้งสติและขึ้นมาเป็นผู้นำในเกมเอาชีวิตรอดได้อย่างรวดเร็ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขารู้สึกผ่อนคลาย
คนอื่นมองเขาเป็นผู้นำ เป็นที่พึ่งทางใจ ทว่าเขาเองก็ต้องการที่พึ่งทางใจเพื่อไม่ให้ตัวเองสติแตกไปเหมือนกัน การปรากฏตัวของลั่วเยว่เจี้ยนทำให้เขาพบความอุ่นใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง
เมื่อได้ยินลั่วเยว่เจี้ยนพูด ชายผมเสยที่อยู่ด้านหลังชายหนุ่มในชุดสูทก็แค่นหัวเราะ "หึ พวกคุณอุตส่าห์รีบร้อนมาดูว่าเป็นตายร้ายดียังไง แต่เจ้าตัวเขาไม่ได้ต้องการความห่วงใยจากพวกคุณเลยสักนิด ถ้าจะให้ฉันพูดนะ..."
ขณะที่กำลังพูดอยู่ สายตาของชายผมเสยก็ประสานเข้ากับสายตาที่ลั่วเยว่เจี้ยนปรายตามองมา แววตานั้นเฉยชาไร้ความรู้สึก ราวกับสิ่งที่มองอยู่ไม่ใช่คนที่มีชีวิตจิตใจแต่เป็นสิ่งของชิ้นหนึ่ง สายตานี้ทำให้ก้นบึ้งหัวใจของชายผมเสยหนาวสะท้าน เขาหดหัวลง ไม่กล้าพูดอะไรมากความอีก
ห่วงว่าฉันเป็นตายร้ายดีหรือเปล่างั้นเหรอ? พวกรู้จริงๆ เหรอว่าเมื่อคืนฉันออกไปข้างนอก? ลั่วเยว่เจี้ยนมองชายผมเสยแวบหนึ่ง คิดในใจอย่างไม่มั่นใจ
แต่เบาะแสที่ตัวเองเจอเมื่อคืนยังไงก็ต้องบอกคนอื่น ปล่อยจอยก็ส่วนปล่อยจอย แต่เธอก็ยังมีเส้นที่ไม่อาจก้าวข้ามอยู่!
เธอหยิบกุญแจดอกหนึ่งออกมา น้ำเสียงเย็นชา "เจอเมื่อคืนนี้ ด้านหลังรูปถ่ายบนตู้เย็นเขียนไว้ว่า 'ฉันซ่อนวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงไว้ที่มุมหนึ่งของบันได มันคือความหวังเดียว'"
ชั่วขณะนั้นรอบด้านพลันเงียบกริบ
ผ่านไปครู่ใหญ่ ชายหนุ่มในชุดสูทถึงได้รับกุญแจไปดูอย่างลังเล แล้วหันกลับมามองลั่วเยว่เจี้ยน "เมื่อคืนคุณออกจากห้องเหรอครับ?"
เห็นลั่วเยว่เจี้ยนพยักหน้า ชายหนุ่มในชุดสูทก็พูดไม่ออก ผ่านไปสองวินาทีถึงถามต่อว่า "งั้นเสียงเมื่อคืน...เสียงกระแทกที่ดังมาจากแถวๆ ห้องคุณ แล้วก็เสียงร้องไห้ของทารกหลังจากนั้น..."
เอ๊ะ พวกเขาได้ยินด้วยเหรอ? ลั่วเยว่เจี้ยนพยักหน้าเบาๆ ไม่ได้ตอบอะไร
เวลานั้นเองคนอื่นๆ ก็ได้สติกลับมาในที่สุด ชายผมเสยขมวดคิ้วตะโกนลั่น "เป็นไปไม่ได้! รูปถ่ายบนตู้เย็นในห้องครัวฉันดูมาหมดแล้ว ด้านหลังไม่มีอะไรเลยชัดๆ! ไม่เชื่อพวกเราไปดูอีกรอบก็ได้"