- หน้าแรก
- กะจะเทเกมให้ตายไวๆ ไหงกลายเป็นเทพซะได้
- บทที่ 3 คฤหาสน์ปีศาจ 3
บทที่ 3 คฤหาสน์ปีศาจ 3
บทที่ 3 คฤหาสน์ปีศาจ 3
บทที่ 3 คฤหาสน์ปีศาจ 3
คฤหาสน์แบ่งออกเป็นชั้นบนและชั้นล่าง หลังจากแบ่งกลุ่มกันอย่างง่ายๆ แล้ว ก็ให้ชายหนุ่มในชุดสูท ชายวัยกลางคน และคุณป้าขึ้นไปสำรวจชั้นสอง ส่วนลั่วเยว่เจี้ยน ชายผมเสย และเด็กสาวในชุดนักเรียนรับผิดชอบสำรวจชั้นหนึ่ง
หลังทั้งสามคนเดินขึ้นบันไดไป ชายผมเสยก็ขมวดคิ้วมองหญิงสาวผมขาวและเด็กสาวในชุดนักเรียนที่อยู่ข้างๆ ภายในใจรู้สึกไม่เต็มใจอย่างยิ่ง
เขาอยากจะติดตามชายหนุ่มในชุดสูทไปมากกว่า เพราะอีกฝ่ายเป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มผู้เล่นที่ดูเยือกเย็นสุขุมราวมืออาชีพ การติดตามเขาไปย่อมมีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่าเห็นๆ
แต่ในเมื่อแบ่งกลุ่มกันเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะไปคัดค้าน ทำได้เพียงถอนหายใจยาวๆ ออกมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนักว่า "ฉันจะไปค้นที่ห้องครัว"
พูดจบเขาก็เดินผละออกไปจากจุดเดิม
เด็กสาวที่ยังคงล้มนั่งอยู่บนพื้นทำหน้าเศร้าสร้อย ในเวลานี้เธอกำลังกัดฟันพยายามจะดึงเศษแก้วออกมา ความเจ็บปวดรุนแรงที่น่องทำให้แม้แต่จะยืนเธอก็ยังทำได้ยาก
เธอมองลั่วเยว่เจี้ยนที่ยืนอยู่ริมผนังอย่างกล้าๆ กลัวๆ กัดริมฝีปากแน่นจนขึ้นรอยฟัน แล้วถึงได้เอ่ยเสียงเบาว่า "หนูขยับตัวไม่ไหว...หนูขอค้นห้องรับแขกได้ไหมคะ?"
ลั่วเยว่เจี้ยนปรายตามองขาที่โชกไปด้วยเลือดของเธอแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ จะไปที่ไหนก็อู้งานได้เหมือนกันนั่นแหละ
เธอเดินมาถึงห้องนอนที่อยู่ด้านในสุด เมื่อเทียบกับความรกของห้องรับแขกแล้ว ห้องนอนห้องนี้ดูสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นพิเศษ ดูเหมือนห้องนอนธรรมดาๆ ทั่วไปห้องหนึ่ง เธอเหลือบมองปฏิทินที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง วันนี้เป็นวันพุธ
ลั่วเยว่เจี้ยนเดินวนสำรวจรอบห้องอยู่สองรอบ สายตากวาดมองกระดาษที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ บนกระดาษวาดเขียนไว้ด้วย "ลายเส้นไก่เขี่ย" มากมาย เป็นตัวอักษรไร้ความหมายที่ไม่มีใครอ่านรู้เรื่อง
เมื่อดึงลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือออกมา ด้านในมีโมเดลของเล่นและพวกเครื่องเขียนวางอยู่ไม่น้อย
ดูท่าทางเจ้าของห้องจะอายุยังน้อย
ที่ใต้กองกระดาษชั้นล่างสุด มีมีดพกขนาดยาวครึ่งฝ่ามือซ่อนอยู่เล่มหนึ่ง
ลั่วเยว่เจี้ยนหลุบตาลงครุ่นคิดอย่างไม่ใส่ใจนัก คนแบบไหนกันนะที่จะซ่อนมีดพกไว้ในลิ้นชักข้างเตียงตัวเอง?
เธอหยิบมีดพกขึ้นมา ปลายนิ้วขยับพลิกแพลงอย่างคล่องแคล่วโดยไม่รู้ตัว มีดพกหมุนควงไปมาระหว่างเรียวนิ้วขาวผ่อง ดูเหมือนเจ้าของนิ้วจะไม่ได้ตระหนักเลยว่าตัวเองกำลังเล่นอะไรอยู่
เฮ้อ ตัวเองจะไปคิดหาเหตุผลทำไมกัน? ยิ่งเบาะแสเยอะตัวเองก็ยิ่งแพ้ยากขึ้นสิ
ลั่วเยว่เจี้ยนรีบหยุดความคิดฟุ้งซ่าน หลังจากหมุนควงอย่างงดงามตบท้ายหนึ่งรอบ มีดก็ถูกเก็บลงในกระเป๋าเสื้อวอร์มโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
เธอกวาดตามองไปรอบๆ ไม่เห็นสิ่งของอะไรที่ดูเด่นชัด เพื่อไม่ให้ผู้ชมในห้องไลฟ์สดจับได้ว่าเธอกำลังอู้งาน ลั่วเยว่เจี้ยนจึงทำทีเป็นกวาดสายตามองไปทั่ว แล้วเดินสำรวจจนทั่วห้อง
เธอเดินไปเดินมาจนถึงตู้เสื้อผ้า เปิดประตูตู้ออก ด้านในเป็นเสื้อผ้าสำหรับเด็กผู้ชาย ดูจากขนาดเสื้อผ้าแล้วเจ้าของห้องก็น่าจะมีรูปร่างใกล้เคียงกับที่เธอคาดเดาไว้
เพื่อรับประกันว่าจะแพ้เกมได้อย่างราบรื่น เบาะแสที่พวกเขารู้จะต้องมีน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เธอตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะฆ่าเวลาอยู่ที่นี่ จึงเขี่ยเสื้อผ้าในตู้ไปมาส่งๆ อย่างไม่ใส่ใจ
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง "ตุบ" สมุดเล่มหนึ่งตกลงมาจากกองเสื้อผ้า
ไม่จริงน่า แบบนี้ก็ได้เหรอ? ลั่วเยว่เจี้ยนกลอกตามองบนในใจอย่างพูดไม่ออก ช่วยไม่ได้ เธอทำได้เพียงหยิบสมุดเล่มเล็กนั้นขึ้นมาดู
นี่คือสมุดบันทึกประจำวันของใครบางคน
วันที่ x เดือน x ปี x สภาพอากาศครึ้ม
ผมไม่มีนิสัยชอบเขียนไดอารี่ แต่ผมรู้สึกว่าตอนนี้ผมจำเป็นต้องเขียนอะไรสักอย่างเพื่อบันทึกเรื่องราวประหลาดที่เกิดขึ้นในบ้านช่วงนี้
ผมไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า ครอบครัวของผมดูเหมือนจะคอยจ้องมองแผ่นหลังของผมอยู่ตลอดเวลา ถ้าผมไม่หันกลับไปเผชิญหน้ากับพวกเขา พวกเขาก็จะจ้องผมอยู่อย่างนั้น!
วันที่ x เดือน x ปี x สภาพอากาศแจ่มใส
ช่วงนี้บรรยากาศในบ้านยิ่งอึมครึมลงเรื่อยๆ บนโต๊ะอาหารไม่มีใครพูดจากันเลย
วันที่ x เดือน x ปี x สภาพอากาศครึ้ม
ทำไมพี่ชายถึงยิ้มให้ผมแบบแปลกๆ อย่างนั้นล่ะ?!
วันที่ x เดือน x ปี x สภาพอากาศแจ่มใส
กลางดึกผมตกใจตื่นเพราะเสียงฟ้าร้องนอกหน้าต่าง ผมลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ แต่กลับต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่ามีเงาดำร่างหนึ่งอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน! ผมตื่นเต็มตาทันที แต่ผมไม่กล้าส่งเสียง ผมกลัวมาก...
วันที่ x เดือน x ปี x สภาพอากาศครึ้ม
ช่วงนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองมึนงงไปหมด จะทำอะไรก็ไม่มีกะจิตกะใจ
วันที่ x เดือน x ปี x สภาพอากาศครึ้ม
ผมจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว จะต้องมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของผมแน่ๆ ผมจะต้องช่วยพวกเขา!
(หน้าหนึ่งถูกฉีกขาด)
วันที่ x เดือน x ปี x สภาพอากาศครึ้ม
พวกเขาถูกครอบงำโดยสมบูรณ์แล้ว! ผมต้องหนีออกไป!
วันที่ x เดือน x ปี x สภาพอากาศครึ้ม
หลังเที่ยงคืนห้ามออกจากห้องนอนเด็ดขาด!!!
วันที่ x เดือน x ปี x สภาพอากาศครึ้ม
ทุกที่เต็มไปด้วยกับดัก ผมต้องหาทาง...
วันที่ x เดือน x ปี x สภาพอากาศแจ่มใส
หัวใจของผมเหมือนกับสายฝนที่นอกหน้าต่าง ผมคงจะตายที่นี่...
หลังจากอ่านบันทึกจบ ลั่วเยว่เจี้ยนก็รู้สึกประหลาดใจ เดิมทีเธอคิดว่านี่เป็นแค่เกมหนีออกจากห้องปิดตายธรรมดา เพียงแค่หากุญแจประตูใหญ่เจอก็ออกไปได้ แต่ตอนนี้พอดูจากเนื้อหาในบันทึก ทำไมธีมเรื่องมันถึงดูแฟนตาซีเหนือจริงขึ้นเรื่อยๆ ล่ะเนี่ย?
แบบนี้ไม่ได้การ แค่รื้อค้นเสื้อผ้าส่งเดชก็ยังเจอเบาะแส เธอรู้สึกหงุดหงิดอยู่ลึกๆ เบาะแสนี่มันจะหาง่ายเกินไปแล้วมั้ง ไม่มีความท้าทายเลยสักนิด!
เธอปิดสมุดบันทึก แล้วเริ่มการค้นหาแบบขอไปทีให้หนักข้อขึ้นกว่าเดิม แม้แต่การรื้อค้นชั้นหนังสือหรือโต๊ะเขียนหนังสือก็ไม่ทำแล้ว ได้แต่เดินทอดน่องไปมาในห้องนอน
ห้องไลฟ์สดในขณะนี้:
[บันทึกนี่...ธีมปีศาจ มุกเก่าของบริษัทปาฏิหาริย์อีกแล้ว]
[ฮ่าๆๆ ธีมเก่าเล่าใหม่ไม่มีวันตายไง]
[ฉันคิดไปเองหรือเปล่า? ทำไมฉันรู้สึกว่าตั้งแต่เจอสมุดบันทึก ผู้เล่นคนนี้ก็เอาแต่อู้งานแบบขอไปทีตลอดเลยนะ?]
[ฉันรู้สึกว่าคนสวยผมขาวแม้จะดูเหมือนไม่ใส่ใจ แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ผ่านตาเธอ ล้วนถูกเธอวิเคราะห์อย่างละเอียดหมดแล้ว!]
[...จะหาว่าฉันบ่นก็ไม่ได้นะ แต่คอมเมนต์ข้างบนนั่นหลอนกันไปหมดแล้วมั้ง? ผู้เข้าแข่งขันคนนี้แสดงความเก่งกาจออกมาตรงไหนกัน?]
[รู้สึกว่าห้องไลฟ์นี้จะมีแต่พวกบ้าหน้าตา คนสวยทำอะไรพวกเขาก็อวยไปหมด]
[ฉันกะว่าจะสิงอยู่ในห้องนี้ต่อไปแหละ ฉันอยากจะดูให้เห็นกับตาว่าคนสวยคนนี้มีฝีมือเหนือชั้นจริงๆ หรือว่าเป็นเพราะผู้ชมในห้องไลฟ์สดอวยกันไปเอง]
......
หลังจากเดินเตร็ดเตร่อยู่ครู่หนึ่ง ลั่วเยว่เจี้ยนก็นึกในใจว่า คงได้เวลาแล้วมั้ง? ตัวเองถ่วงเวลาอยู่ที่นี่มาตั้งนานขนาดนี้น่าจะพอได้แล้ว
เธอตัดสินใจออกจากห้องนอนเพื่อไปรวมตัวที่โถงรับแขกทันที
ก่อนจะออกจากห้องนอน ขณะเดินผ่านห้องน้ำ เธอบังเอิญเหลือบไปเห็นกล่องเล็กๆ โปร่งแสงสีชมพูใบหนึ่ง ดูคล้ายกับกล่องปฐมพยาบาลที่บ้านของเธอเคยมีติดไว้
พอนึกถึงเด็กสาวในชุดนักเรียนที่อยู่ด้านนอก เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องน้ำ หยิบกล่องปฐมพยาบาลแล้วเดินออกมา ตอนที่เดินผ่านกระจกบานใหญ่เหนืออ่างล้างหน้า ลั่วเยว่เจี้ยนมองสำรวจดูอีกรอบ มันยังคงเป็นสภาพเดิมจริงๆ
เมื่อเดินออกมาจากห้องนอน ในเวลานี้ที่โถงรับแขกมีเพียงเด็กสาวในชุดนักเรียนอยู่คนเดียว เธอผละออกจากจุดเดิมแล้ว กำลังเกาะชั้นวางของใต้โทรทัศน์พยุงตัวค้นหาของอยู่อย่างทุลักทุเล
เมื่อเห็นลั่วเยว่เจี้ยนเดินออกมา เด็กสาวก็เงยหน้าขึ้นถามหยั่งเชิงว่า "พี่สาวคะ พี่เจออะไรบ้างไหม?"
ทำไมจู่ๆ ถึงมาคุยกับเธอล่ะเนี่ย! ร่างกายของลั่วเยว่เจี้ยนแข็งทื่อ เธอฝืนพยักหน้าเบาๆ ยื่นกล่องสีชมพูในมือให้เด็กสาว แล้วรีบถอยห่างจากเด็กสาวไปที่อีกมุมหนึ่งของห้องโถงทันที
เด็กสาวในชุดนักเรียนลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเปิดกล่องที่ลั่วเยว่เจี้ยนส่งให้ แล้วก็ต้องประหลาดใจระคนดีใจเมื่อพบว่าด้านในมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลอยู่มากมาย ซึ่งในนั้นมีพวกแอลกอฮอล์และสำลีก้านที่เธอกำลังต้องการใช้อย่างเร่งด่วนรวมอยู่ด้วย เธอจึงอดไม่ได้ที่จะมองลั่วเยว่เจี้ยนด้วยสายตาซาบซึ้งใจและแปลกใจ
ทว่าลั่วเยว่เจี้ยนในตอนนี้กำลังหันหลังให้เธอ จึงไม่เห็นสีหน้าของเธอ
ลั่วเยว่เจี้ยนคิดในใจว่าการที่ตัวเองมายืนเฉยๆ ไม่ทำอะไรอยู่ที่โถงรับแขกแบบนี้มันจะดูไม่ดีหรือเปล่า ดังนั้นจึงแกล้งทำเป็นเดินสำรวจไปเรื่อยเปื่อยในโถงรับแขกบ้าง
โถงรับแขกน่าจะถูกเด็กสาวค้นจนทั่วแล้ว การที่เธอมาทำเรื่องไร้ประโยชน์อยู่ที่นี่ ฮิฮิ แบบนี้ทั้งไม่เป็นการเพิ่มเบาะแส และเดี๋ยวพอคนอื่นลงมาก็จะคิดว่าเธอกำลังตั้งใจค้นหาอยู่ด้วย
ขณะที่เดินเอื่อยเฉื่อยเลาะไปตามผนังห้องโถงได้หนึ่งรอบ ก็ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ดังมาจากด้านหลัง
ลั่วเยว่เจี้ยนหันกลับไปมอง ก็เห็นเด็กสาวในชุดนักเรียนกำลังใช้มือข้างหนึ่งจับกล่องปฐมพยาบาล อีกมือหนึ่งเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด
ตายอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แถมยังต้องเข้ามาอยู่ในเกมประหลาดๆ นี่อย่างงงๆ เริ่มเกมมาน่องก็ถูกบาดจนบาดเจ็บ เด็กสาวในชุดนักเรียนเหนื่อยล้าทั้งกายและใจไปตั้งนานแล้ว เพียงแต่อยู่ในสถานที่แปลกถิ่นจึงต้องฝืนกดข่มอารมณ์ที่พร้อมจะแตกสลายของตัวเองเอาไว้
คนเรามักจะเป็นเช่นนี้ เดิมทีอารมณ์ที่ตัวเองยังพอควบคุมได้ พอได้รับความห่วงใยจากคนอื่นก็จะพรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนแตกจนกู่ไม่กลับ
ลั่วเยว่เจี้ยนมองเด็กสาวในชุดนักเรียนที่ร้องไห้จนตัวโยนด้วยความทำตัวไม่ถูก ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอส่ายหน้าอย่างจนใจ เดินไปที่โต๊ะในห้องโถงแล้วดึงกระดาษทิชชู่ออกมาจากกล่อง
วินาทีที่กระดาษถูกดึงออกมา นิ้วมือของลั่วเยว่เจี้ยนก็ชะงักกึก
บนกระดาษมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า: 44
...ต้องโทษที่มือบอนเลย!