- หน้าแรก
- นักอ่านของฉันมาจากสามพันโลก
- บทที่ 130 ขอลิขสิทธิ์ตีพิมพ์นิยายในปรโลกได้ไหม
บทที่ 130 ขอลิขสิทธิ์ตีพิมพ์นิยายในปรโลกได้ไหม
บทที่ 130 ขอลิขสิทธิ์ตีพิมพ์นิยายในปรโลกได้ไหม
บทที่ 130 ขอลิขสิทธิ์ตีพิมพ์นิยายในปรโลกได้ไหม
ปู่ของเธอตอนนี้เป็นถึงยมทูตในปรโลกเชียวนะ ตัวตนเจ๋งขนาดนี้ ยังไงก็น่าจะคุ้มครองเธอได้บ้างแหละ เช่น ให้เธอได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง ร่ำรวยเงินทอง หรือได้เจอซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานอะไรแบบนั้น
หวังอันซินเพิ่งเดินไปได้ไม่นาน ร้านหนังสือที่พยายามยื้อสถานการณ์ไว้อย่างสุดความสามารถก็ประกาศว่าของหมดสต็อก
เสียงโอดครวญของคนที่ซื้อไม่ทันดังระงมไปทั่วฟ้า บางคนถึงกับอยากจะลงไปนอนดิ้นพราดๆ กับพื้นเดี๋ยวนั้นเลย
ร้านหนังสือใหญ่ๆ เองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน พวกเขาสต็อกของไว้ตั้งเยอะขนาดนั้น ทำไมถึงขายหมดเกลี้ยงในพริบตา เดิมทีบางร้านยังกังวลว่าจะขายไม่หมดด้วยซ้ำ เพราะจำนวนที่สั่งมาเยอะกว่าหนังสือเล่มอื่นเป็นเท่าตัว
ผลปรากฏว่าวันที่เปิดร้านมา น่ากลัวกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้เสียอีก พอประตูเปิดปุ๊บ เห็นหน้าคนเบียดเสียดกันอยู่ข้างนอก พนักงานแทบนึกว่าเช้าตรู่เกิดภาพหลอนเห็นฝูงผี ตกใจจนวิญญาณเกือบหลุดออกจากร่าง
หลังจากนั้นก็ยุ่งจนหัวหมุน
หลังจากหวังอันซินกลับถึงบ้าน ก็เตรียมของบางอย่าง แล้วก็เขียนรายการความปรารถนาด้วย
เนื้อหาในรายการก็หนีไม่พ้นเรื่องการเรียน การงาน สุขภาพ เงินทอง แถมยังเพิ่มสเปคหน้าตาแฟนในอนาคตเข้าไปอีกข้อ แล้วก็ขอให้ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานเขียนนิยายไปตลอด ทางที่ดีอัปเดตวันละหมื่นคำไปอีกร้อยปี...
นี่เห็นปู่ตัวเองเป็นเต่าในบ่ออธิษฐานไปแล้วสินะ
มองดูหนังสือเล่มถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน หัวใจของหวังอันซินมีเลือดหยดติ๋งๆ ถึงจะรู้ว่าเป็นการส่งไปถึงมือปู่ในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ความปวดใจมันหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ
หวังอันซินเอามือปิดตา มองไม่เห็น ก็ถือว่าไม่รู้ ไม่เคยเกิดเรื่องนี้ขึ้น
"หวังอันซิน หลานกำลังเผาอะไรน่ะ!!!"
หวังอันซินรีบเอามือลง หันไปมองทางต้นเสียง เป็นครอบครัวของคุณอาที่ถือของเซ่นไหว้มา
คนที่กรีดร้องเสียงแหลมและโหยหวนคนนั้น คือคุณอาตัวฮาที่สถาปนาตัวเองว่าเป็นนักอ่านผู้ซื่อสัตย์ที่สุดในใต้หล้าของไรท์เตอร์ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน
เวลานี้เขาเหมือนภาพวาดชื่อดัง 'The Scream' เปี๊ยบ ของเซ่นไหว้หล่นแทบเท้า สองมือกุมแก้ม ทำท่าเหมือนอยากจะเป็นลมไปเดี๋ยวนั้น
สายตาที่มองมาที่เธอ เต็มไปด้วยความเคียดแค้น ไม่เข้าใจ และความโกรธเกรี้ยว
หวังอันซินรีบโบกมือปฏิเสธ อธิบายว่า "หนูเผาลงไปให้ปู่อ่าน..."
"ทำไมหลานไม่เอามาให้อา!"
"ปู่อยากได้..."
"หลานไปงมงายเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เผาลงไปนอกจากกลายเป็นขี้เถ้า ก็ไม่มีใครได้เห็นหรอก หลานไม่ได้ยินไรท์เตอร์ซี่โครงหมูบอกเหรอ —— โลกนี้ไม่มีผี!"
"ปู่..."
"หลานรู้ไหมว่าวันนี้อาตื่นสาย เลยซื้อหนังสือเล่มนี้ไม่ทัน หลานรู้ไหมว่าวันนี้จิตใจอาเศร้าหมองแค่ไหน หลานรู้ไหมว่าตอนที่อาเห็นมุมหนังสือที่คุ้นตานั่น ในใจอาคิดอะไรอยู่!"
"หนู..."
"หลานไม่รู้หรอก!" คุณอาปาดน้ำตาแห่งความขมขื่น คนทั้งบ้านเขาไปซื้อกันหมด มีแต่เขาที่หลับเป็นตาย
"อาเกลียดหลาน"
คุณอาจ้องมองหวังอันซิน แล้วหันไปพูดกับภรรยาและลูกว่า "พ่อก็เกลียดพวกเราด้วย พ่อจะไม่มีวันให้อภัยพวกเรา ไม่มีวัน!"
ตะโกนเสร็จก็วิ่งร้องไห้กระซิกๆ หนีไป
หวังอันซินยืนงง
"เฮ้อ อย่าไปสนใจพ่อเลย ตื่นมาตอนเที่ยงก็เป็นแบบนี้ตลอด โทษพวกเราว่าไปซื้อหนังสือไม่ปลุกเขา ใครก็รู้ว่าเขาหลับลึกขนาดบ้านถล่มยังไม่ตื่น เมื่อเช้านาฬิกาปลุกดัง 32 รอบยังปลุกไม่ตื่น พวกเราตื่นกันทั้งบ้านแล้ว"
"จะโทษใครได้ จะทำยังไงได้ คนมันเกิดมาอาภัพซื้อหนังสือไม่ทันเอง"
"แต่เธอนี่ก็ผลาญของเกินไปนะ หนังสือเล่มที่อุตส่าห์ซื้อมาแทบตาย ดันเอามาเผาให้ปู่ซะงั้น ถึงตอนมีชีวิตอยู่ปู่จะชอบอ่านนิยาย แต่คนตายไปแล้วนี่นะ..."
"เธอคงไม่ได้เชื่อข่าวลือในช่องคอมเมนต์ช่วงนี้ที่มีคนถกกันเรื่องผีมีจริงหรอกนะ"
"ตามที่ฉันเห็นนะ ปลอมชัวร์ พวกเขาคงรวมหัวกันแกล้งนักเขียนเล่นน่ะ"
หวังอันซินยิ้มแห้งๆ ไม่ได้พูดเรื่องที่ปู่มาเข้าฝัน เรื่องแบบนี้ คนไม่เจอกับตัวไม่มีวันเชื่อหรอก พูดไปเท่าไหร่พวกเขาก็คิดว่าล้อเล่น
—
ปู่หวังไปดูตู้จดหมายของตัวเองทุกวันว่าหลานสาวเผาตอนต่อมาให้หรือยัง
วันนี้นอกจากได้รับตอนต่อแล้ว ยังได้รับหนังสือหนาปึ้กสามเล่ม พอเขาลูบคลำสัมผัสของหนังสือก็รู้ว่าไม่เหมือนเดิม แตกต่างจากหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์ก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง แถมชื่อบนปกก็คือ 'รถไฟสายมรณะ'
ตาเขาเป็นประกาย หรือว่านี่จะเป็นหนังสือลิขสิทธิ์แท้!
ปู่หวังเปิดซองที่หลานสาวเผามาให้ดู เป็นหนังสือลิขสิทธิ์แท้จริงๆ ด้วย แหม อุตส่าห์แย่งชิงมาได้อย่างยากลำบาก คนในโลกมนุษย์ตั้งเยอะยังไม่มีเลย เขาเป็นผีแท้ๆ กลับได้รับก่อนใคร
แหม จะไม่ให้บอกว่าหลานสาวกตัญญูได้ยังไง
เขาเปิดอีกซองดู เดิมทีนึกว่าเป็นข่าวสำคัญอะไร
พอดูแล้วก็ขมวดคิ้วแน่น อะไรของมันเนี่ย
นี่เผาผิดหรือเปล่า อย่างกับใบขอพร
ไม่ไปจุดธูปที่วัด เผามาให้ผีอย่างเขาทำไม
ปู่หวังโยนทิ้งไปส่งๆ อ่านยังไม่ทันจบด้วยซ้ำ
รีบประคองหนังสือลิขสิทธิ์แท้ไปอวดทันที
"โธ่เอ๊ย ที่พวกแกได้กันไปน่ะ มันเป็นนิยายเถื่อน รู้จักนิยายเถื่อนไหม ก็คือหนังสือที่ไม่ได้รับอนุญาตจากนักเขียน เป็นของผิดกฎหมาย"
"ดูของในมือฉันนี่ ของแท้ ดูปกสิ ดูการพิมพ์ตัวอักษรนี่ แล้วดูนี่ ข้างในยังมีแนะนำนักเขียนด้วยนะ โอ๊ย ของหายาก"
"หลานสาวฉันตั้งใจไปแย่งชิงมาให้ บอกว่าคนในโลกมนุษย์ตั้งเยอะยังแย่งกันไม่ได้เลย ฉันเป็นผีกลับได้มาก่อน"
การอวด ปู่หวังย่อมไม่ไปอวดในที่ที่ผีน้อยๆ เขาตรงดิ่งไปอวดกลางตลาดผีเลย
สัมผัสถึงสายตาอิจฉาริษยาจากรอบข้าง มันช่างสะใจจริงๆ
"ชิ มีอะไรน่าเก่งนักหนา ทำอย่างกับมีแค่แกที่มีลูกหลานงั้นแหละ"
"แล้วไงล่ะ ฉันไม่อยากอ่านนิยายสักหน่อย การอวดของแกไม่มีผลกับฉันหรอก ว่าแต่ หลานสาวแกชื่ออะไร เดี๋ยวฉันไปเข้าฝันหลานแกบ้าง"
"แกมีแค่สามเล่ม ฉันจะให้หลานชายเผามาให้สิบเล่มเลย"
"ลูกสาวฉันเผาให้ฉันยี่สิบเล่มได้ เดี๋ยวนี้ฉันจะไปเข้าฝันเลย"
"มีอะไรให้อวด ธรรมดาจะตาย ฉันรู้สึกว่าไม่ต่างกับนิยายเถื่อนเลย หรือไม่ฉันอาจจะตาฝาด แกเอามาให้ฉันดูชัดๆ หน่อยซิ"
"โลกมนุษย์แย่งกันยากขนาดนั้น เล่มในมือแกต้องไม่ใช่ของแท้แน่ๆ เผลอๆ จะห่วยกว่าของในมือฉันอีก รีบทิ้งไปเถอะ น่าขายหน้าจริง ๆ เออใช่ ทิ้งตรงไหนบอกฉันด้วยนะ ฉันเป็นคนรับซื้อของเก่า"
"ขูดรีดลูกหลานตัวเองนับเป็นความสามารถอะไร เดี๋ยวฉันโชว์ขูดรีดลูกหลานคนอื่นให้ดู สุ่มจับผู้โชคดีในโลกมนุษย์ให้เผาหนังสือมาให้ฉันเลย"
"ฉันแม้แต่หนังสือเถื่อนยังไม่มี ได้แต่คอยเกาะคนอื่นอ่านนิยาย นี่คือจุดจบของการเป็นผีขี้เกียจงั้นเหรอ?"
"ปรโลกเราพิมพ์นิยายเองได้ไหม แบบนี้จะได้มีอ่านกันทุกคน"
"เราพิมพ์เอง นั่นก็ถือว่าไม่ได้รับอนุญาตจากนักเขียนเหมือนกันไม่ใช่เหรอ"
"งั้นใครไปขออนุญาตนักเขียนหน่อยสิ แบบนี้โลกมนุษย์อัปเดต ปรโลกก็จะได้มีอ่านด้วย"
"ไม่รู้ว่านักเขียนแซ่อะไรชื่ออะไร นี่หาตัวคนไปเข้าฝันไม่ได้เลยนะ"
"ยมทูตทำเรื่องนี้ได้ไหม"
ทันใดนั้น สายตานับไม่ถ้วนก็จับจ้องมาที่ปู่หวังเป็นตาเดียว
ปู่หวัง: "……"
"ฉันจะไปรู้ได้ไง ฉันเพิ่งรับตำแหน่งไม่กี่วันเอง"
"แกก็ขึ้นไปถามคนดูสิ พวกแกยมทูตต้องมีช่องทางมากกว่าพวกผีธรรมดาอย่างเราอยู่แล้ว"
"ใช่ๆๆ ถ้าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโลกมนุษย์ได้ก็ดีสิ ฉันอยากไปคอมเมนต์ให้นักเขียน"