- หน้าแรก
- นักอ่านของฉันมาจากสามพันโลก
- บทที่ 75 สืบหาฆาตกรกินคนจากนิยาย
บทที่ 75 สืบหาฆาตกรกินคนจากนิยาย
บทที่ 75 สืบหาฆาตกรกินคนจากนิยาย
บทที่ 75 สืบหาฆาตกรกินคนจากนิยาย
[แต่คนที่รอดตายก็เพราะอ่านนิยายนะ จะอธิบายยังไง ท่านเทพมีญาณทิพย์จริงหรือเปล่า หรือว่าท่านเทพเคยเจอมากับตัว]
[สื่ออาจจะใส่สีตีไข่เพื่อเรียกยอดวิวหรือเปล่า ข่าวพาดหัวเวอร์ๆ มีเยอะแยะไป]
[ท่านเทพหลังไมค์มาบอกหน่อยสิ สัญญาจะไม่บอกใคร อยากรู้ใจจะขาดแล้ว]
[ไอ้ฆาตกรต่อเนื่องนั่นก็คำทำนายด้วยหรือเปล่า ในดันเจี้ยนบอกว่ามันหนีเข้าประเทศ X แล้วก็ไล่กินคน ถ้าเทียบกับความจริง ก็คือเข้าประเทศเราไม่ใช่เหรอ]
[เลิกวิเคราะห์เถอะ ขนลุกจะแย่แล้ว]
[เพราะสิ่งที่เขียนกลายเป็นจริง วันนี้ท่านเทพเลยตัดจบแบบทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้เหรอ]
[ฉันแค่อ่านนิยาย ไม่อยากให้นิยายกลายเป็นเรื่องจริงนะเว้ย QAQ]
[อ่านในนิยายก็สนุกดีหรอก แต่ถ้าเจอของจริง ฉันขอตายแบบไม่เจ็บปวดดีกว่า]
[ถ้าฉันขึ้นรถไฟในชีวิตจริง ฉันคงช็อกตายตั้งแต่ตอนแรกแล้ว]
[ฆาตกรต่อเนื่องไม่ใช่คำทำนายหรอก เป็นข่าวที่มีมานานแล้ว ท่านเทพน่าจะเอาความจริงมาดัดแปลง ไม่ต้องกลัว]
[ถอยไป! ถอยไปให้หมด! อย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้ ฉวยโอกาสนี้ขอให้อัพเพิ่มปลอบขวัญพวกเราหน่อย เรารู้สึกไม่ปลอดภัยมาตั้งนาน ท่านเทพควรจะอัพชดเชยให้จิตใจดวงน้อยๆ ของพวกเราบ้าง [ชี้หน้า]]
[เห็นด้วย! ฉันดูข่าวแล้วกินไม่ได้นอนไม่หลับ ถึงจะอ้วนขึ้น แต่จิตใจฉันผอมแห้งบอบช้ำ ต้องอัพเพิ่มชดเชย!]
[ขอแค่อย่างเดียว อัพให้จบก่อนวันสิ้นโลก ฉันไม่อยากตายตาไม่หลับ ค้างคาใจจะตายอยู่แล้ว]
[บวกหนึ่ง ไม่ว่าจะยังไง เรื่องนี้ต้องจบแบบไม่ปาหมอน ไม่งั้นฉันจะไปผูกคอตายหน้าบ้านท่านเทพ]
—
"ผู้กองลู่"
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น ลู่จิงอู่รีบซ่อนนิตยสารอย่างมีพิรุธ กระแอมไอ แล้วบอกให้เข้ามา
"รายละเอียดการก่อคดีบางอย่างตรงกับเนื้อเรื่องในนิยายจริงๆ ครับ ถึงหวังไหลจะบอกว่าไม่เคยอ่านนิยาย แต่ผมก็ยังค่อนข้างเชื่อว่าเขาเลียนแบบวิธีการฆ่าจากนิยาย"
"ยังต้องเรียกตัวนักเขียนมาสอบถามไหมครับ"
สื่อภายนอกเล่นข่าวนี้จนลือกันไปต่างๆ นานา แต่ทางตำรวจยังปักใจเชื่อว่าเป็นการเลียนแบบ มากกว่าการทำนาย
ลู่จิงอู่เคาะนิ้วกับโต๊ะ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "ไม่ต้อง"
ตำรวจหนุ่มถอนหายใจโล่งอก
ลู่จิงอู่เหลือบมอง "ทำไม ไม่ต้องเรียกมาสอบปากคำแล้วดีใจขนาดนั้น?"
"เรียกมาสอบปากคำต้องใช้เวลาเยอะ ผมกลัวกระทบการอัพเดตวันนี้ครับ"
ตำรวจหนุ่มตอบซื่อๆ
ลู่จิงอู่: ...
"แต่ผู้กองครับ ตอนเราอ่านนิยาย เราอาศัยรายละเอียดในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเรื่อง อนุมานเวลาจริงได้นะครับ"
"เที่ยวบินวันที่ 15 มกราคม บ่ายสามโมง ถึงเมือง A ประเทศเรา"
ลู่จิงอู่เงยหน้าขึ้นมอง
—
15 มกราคม บ่ายสามโมง สนามบินเมือง A จู่ๆ ก็มีคนพลุกพล่าน
"นี่พี่เฉิน มั่นใจเหรอว่าที่คำนวณมาถูกต้อง"
"นั่นสิ เจี่ยนเฉิน พวกเราโดดเรียนนั่งรถไฟมาตั้งไกลนะ ถ้าให้เสียเวลาบ่ายนี้มาดูหัวคนในสนามบิน ฉันโกรธจริงด้วย"
เจี่ยนเฉินปวดหัวตุบ รู้งี้ไม่ชวนพวกนี้มาด้วยหรอก ดีแต่บ่น
ประเด็นคือตอนแรกเขาจะมาคนเดียว แต่พอบอกเพื่อน เพื่อนก็อยากมาด้วย
จากหนึ่งเป็นสอง บอกต่อกันไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ยกโขยงมากันทั้งชมรม
เจี่ยนเฉินเป็นแฟนพันธุ์แท้ "รถไฟสายมรณะ" หลังจากคดีฆ่าหั่นศพและคดีตุ๊กตาหิมะ เขาก็เริ่มสงสัยคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี้เหมือนกัน เพราะนอกจากสองคดีนั้น มีแค่คดีนี้ที่อ้างอิงจากความจริง และคนร้ายยังลอยนวล
เลยใช้เวลาสองวันอ่านดันเจี้ยนนี้อย่างละเอียด เก็บทุกเบาะแสในนิยาย มาปะติดปะต่อเป็นช่วงเวลานี้
ในคอมเมนต์ของตอนนั้น ก็มีนักอ่านหลายคนมาช่วยวิเคราะห์ เขาเดาว่าที่สนามบินนี้น่าจะมีคนมาเพราะเหตุผลเดียวกันไม่น้อย
"สนามบินกว้างขนาดนี้ จะไปดักดูทางไหนดีวะ"
"ที่รัก ไปดูทางนู้นกันเถอะ สัญชาตญาณบอกว่าถ้าจะมาต้องมาทางนั้น"
เจี่ยนเฉินเหลืออด กลอกตามองบน "รอตรงนี้แหละ เที่ยวบินจากต่างประเทศบ่ายสามโมง ออกทางประตูนั้นหมด"
"มาแล้วๆ ออกมาแล้ว"
"ถึงเวลาเป็นสักขีพยาน"
"ขอฉันดูหน่อยว่าไอ้ฆาตกรต่อเนื่องนั่นจะโผล่มาไหม"
"ถึงเวลาพิสูจน์แล้วว่าซี่โครงหมูมีญาณทิพย์จริงหรือเปล่า!"
"มาดูกันว่ารถไฟสายมรณะคือนิยายสารคดีใช่ไหม"
ทุกคนลุกขึ้นยืนมองไปทางเดียวกันอย่างตื่นเต้น
ลู่จิงอู่เพิ่งจะยืดตัวตรง ก็เห็นคนกลุ่มใหญ่ลุกขึ้นตาม
คนที่นั่งอยู่ก็ลุกขึ้นยืน คนเล่นมือถือก็หยุดเล่น คนคุยโทรศัพท์ก็วางสาย คนคุยกันก็เงียบเสียง
สายตานับสิบคู่จ้องมองไปทางนั้นเป็นตาเดียว
ลู่จิงอู่งงเป็นไก่ตาแตก ถามคนข้างๆ "คนพวกนี้ มารอรับเครื่องเหรอ?"
"ผู้กอง ผมว่าพวกเขาเป็นคนอ่านนิยายตามมาดูมากกว่า"
"เป็นไปได้ไหมว่าเที่ยวบินนั้นมีดารามา?"
แม้แต่คนผ่านทางที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็มาร่วมมุงด้วย
"มุงอะไรกัน มีดารามาเหรอ"
"พี่ชาย อย่าเบียดสิ ขอดูหน่อย เกิดมายังไม่เคยเห็นดาราตัวเป็นๆ เลย ดาราคนไหนวะ"
"ผู้หญิงผู้ชาย เล่นเรื่องอะไร ดังไหม"
"อย่าถามฉัน ฉันก็มาตามกระแส คนเยอะต้องมีเรื่องสนุกแน่"
"ฉันด้วย คนมุงเยอะต้องมีอะไรดี"
คนที่เพิ่งลงเครื่องเดินออกมาก็ตกใจ จู่ๆ โดนสายตานับสิบจ้องมอง ฝูงคนเบียดเสียด เป็นใครก็ต้องงง
คนที่เดินออกมาต่างก็ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะมองไปทางไหน บางคนยังหันกลับไปมองข้างหลัง นึกว่ามีดาราเดินตามมา
"ไม่ใช่ๆ ไม่ใช่สักคน ในหนังสือบรรยายฝรั่งคนนั้นว่าไงนะ"
"ผมทอง ตาสีเขียว เคราครึ้ม ชอบใส่หมวก พันผ้าพันคอ เพราะมีแผลเป็นที่คอ"
เจี่ยนเฉินบรรยายคร่าวๆ ความจริงในนิยายบรรยายไว้เยอะกว่านี้ ไม่ได้ละเอียดมาก แต่ไม่กี่ประโยคก็ทำให้จินตนาการภาพออก
พวกเขายังไปขุดหาหนังสือพิมพ์เก่าของอเมริกาที่ลงข่าวคดีนี้มาด้วย รูปพรรณสัณฐานไม่ชัดเจน
ถ้าหาตามรูปในหนังสือพิมพ์ อาจจะหาไม่เจอท่ามกลางฝูงชน
แต่ถ้าประกอบกับคำบรรยายในนิยาย ต้องหาเจอแน่
มีฝรั่งผมทองตาสีฟ้าเดินออกมาหลายคน เห็นภาพนี้ก็ตกใจ แต่บางคนใจกล้าก็หยุดถามว่าเกิดอะไรขึ้น
"ที่นี่มีดาราจีนมาเหรอ"
ธีโอดอร์เป็นคนเข้าสังคมเก่งมาก มาเที่ยวเมืองจีนบ่อย สำเนียงจีนอาจจะแปล่งๆ แต่ก็พอฟังรู้เรื่อง
ผู้หญิงข้างๆ เจี่ยนเฉินตอบอ้อมแอ้ม "เอ่อ ประมาณนั้นมั้ง"
ธีโอดอร์ทำหน้าสนใจ อยากอยู่ดูต่อ
"ฉันยังไม่เคยเห็นดาราจีนเลย ขอดูด้วยคน"
ทุกคนจ้องตาไม่กระพริบ แต่คนเดินออกมาจนเกือบหมดแล้ว ก็ยังไม่เห็นคนที่ตามหา